Share

บทที่ 1 โดนหลอก

last update Last Updated: 2025-12-23 22:38:10

บทที่ 1

“ทุกคนจำไว้ คืนนี้เราต้องไม่มีข้อผิดพลาด เพราะมันหมายถึงชีวิต เข้าใจไหม” เสียงห้าวหาญของผู้กองนารันย้ำเตือนก้องไปทั่วชุดปฏิบัติการพิเศษ

“รับทราบ!” เสียงวิทยุดังจากบลูทูธที่เธอสวมอยู่

“ผู้กอง หน่วยหนึ่งเข้าประจำจุดแล้ว”

“รับทราบ หน่วยสองเตรียมพร้อม เราจะเริ่มภายในห้านาที ตรวจเช็กอาวุธและอุปกรณ์ให้เรียบร้อย” นารันตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนกวาดตามองแผนที่โกดังอีกครั้ง หันไปสั่งการกับลูกทีม

“จ่าวัฒน์ นายกับหน่วยสองไปจัดการทางเข้าทิศเหนือ ถ้าเจออาวุธหนักหรือมีสิ่งผิดปกติ ให้ส่งรหัส นกอินทรีเข้าสู่รัง ทันที ฉันจะเปลี่ยนแผนการ”

“รับทราบครับผู้กอง” จ่าวัฒน์หนุ่มไฟแรงตอบกลับอย่างกระตือรือร้น นารันหันไปสั่งหมวดปัณณวิชญ์

“ถ้าเกิดการปะทะ ส่งรหัส อินทรีเหินฟ้า เรียกกำลังเสริม ห้ามเผชิญหน้าโดยตรงเด็ดขาด เข้าใจไหม”

“รับทราบครับ”

จากนั้นนารันกดวิทยุอีกครั้ง สื่อสารไปยังทีมทั้งหมด

“ทุกคนฟังให้ดี ความปลอดภัยต้องมาก่อน ถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินจริงทุกคนต้องถอนกำลังด่วน ห้ามใครออกจากตำแหน่งโดยพลการเด็ดขาด”

“รับทราบ”

เจ้าหน้าที่ทุกนายแต่งตัวด้วยชุดปฏิบัติการรัดกุมเข้าประจำจุดรอฟังคำสั่ง สายตาจดจ้องไปยังโกดังรกร้างที่นัดพบของพวกแก๊งค้ายารายใหญ่หรือพวกมาเฟียที่พวกตนตามสืบมาร่วมนานนับปี

“เป้าหมายมาแล้ว”

รถกระบะกลางเก่ากลางใหม่สี่ถึงห้าคันติดคอกสูง มีผ้าใบสีเข้มคุมทับแล่นเข้ามาจอดหน้าโกดังร้างด้วยความเร็วจนฝุ่นตลบอบอวลทั่วถนน

ปรากฏกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ราวยี่สิบคนพวกนั้นกำลังช่วยกันแบกหามลังไม้หลายใบที่บรรทุกมาบนหลังรถเข้าไปในจุดนัดพบ

มองดูด้วยสายตาเปล่า เหมือนพวกรถส่งผักส่งผลไม้ทั่วไปไม่เหมือนขนส่งยาเสพติดอย่างที่สายรายงาน นารันครุ่นคิดหากแต่สายตายังคงไม่ละไปจากภาพเบื้องหน้า

รอไม่นานก็มีรถตู้สีดำทึบแล่นเข้ามาจอด นารันเพ่งสายตาไปยังคนที่ลงจากรถทันที

ชายหนุ่มวัยกลางคน แต่งตัวภูมิฐาน รูปร่างอวบอ้วนใบหน้าอิ่มเอิบเหมือนผู้มีอันจะกิน

“ยืนยันเป้าหมาย” ผู้กองกรอกเสียงลงไปเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“เป้าหมายยืนยัน เป้าหมายตรงตัวแน่นอน” สายสืบตอบหนักแน่นเมื่อเห็นรูปร่างเป้าหมายที่ตนตามสืบชัดเจนลงรถจากรถไม่ผิดตัวแน่ เขามั่นใจ

นารันยิ้มเหี้ยมเกรียมเมื่อได้รับคำยืนยันจากทีมสืบ ทีนี้ก็รอเพียงเวลาที่พวกมันซื้อขายกัน

“ทุกทีมเตรียมพร้อม รอรับสัญญาณบุก”

“รับทราบ” เสียงขานรับดังฮึกเหิมก้องในหูทำให้นารันมั่นใจว่าภารกิจครั้งนี้คงสำเร็จลุลวงไปด้วยดี

ทันทีที่ผู้กองสาวส่งสัญญาณนำทีมเข้าจับกุม หน่วยปฏิบัติการทีมแรกก็วิ่งเข้าโกดังทันทีรวมถึงนารัน

“ทุกคนหยุด ยกมือขึ้น นี่เจ้าหน้าที่ตรวจ” นารันตะโกนออกไปพร้อมเล็งปลายกระบอกปืนไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยืนแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายชัดเจนโดยมีลังไม้หลายใบอยู่ตรงกลาง

“นี่อะไรกัน”

“ล้อเล่นแล้วคุณตำรวจ พวกเราทำอะไรผิดงั้นเหรอ” คำพูดเหมือนไม่มีพิษภัย ทว่ารอยยิ้มเยาะที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของแต่ละคนกลับทำให้นารันขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกบางอย่างในอกบีบรัดเธอแบบไม่มีเหตุผล

กลุ่มชายฉกรรจ์ไม่มีท่าทีตกใจเลยสักนิด ไม่แม้แต่หวาดกลัวประหนึ่งรู้ล่วงหน้าว่าตำรวจจะมา ราวกับกฎหมายไทยไม่เคยอยู่ในสายตาพวกมันเลยสักนิดเดียว

นารันสูดหายใจลึก พยายามเก็บอารมณ์ ก่อนตะคอกเสียงเย็น

“หุบปากแล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะ” พวกเขายิ้มเย้ยแต่ก็ยอมยกมือขึ้นเหนือศีรษะทำตามอย่างว่าง่าย

“เดินมายืนตรงนี้” นารันสั่งคนพวกนั้นเสียงเข้ม แววตาดุดันดูน่าเกร็งขามตรงกับใบหน้าสะสวยราวกับนางเอกหลังข่าวจนหลายคนในนั้นหวาดหวั่นกลัวเธออยู่ในใจ

“จ่า ดูพวกมันไว้”

“ครับ” จ่าวิชิตเล็งปืนไปยังชายฉกรรจ์ที่ยืนเรียงรายเป็นหน้ากระดานหากเกิดตุกติกขึ้นมาพวกเขาคงสู้ชายกลุ่มนี้ไม่ไหว

“พวกเราไม่ได้ทำไรผิดสักหน่อย ไม่เห็นต้องทำกันถึงขนาดนี้เลย อีกอย่างนั้นก็เป็นแค่สินค้าเกษตร” น้ำเสียงยียวนของใครบางคนโพล่งขึ้นมาทำเอาเจ้าหน้าที่หลายนายหางคิ้วกระตุก เริ่มรู้สึกแปลกใจขึ้นมา

“เกษตรกรหรือไม่เกษตรกรฉันจะเป็นคนตัดสินเอง” ผู้กองนารันส่งสัญญาณให้นายตำรวจที่เหลือเช็กสินค้าลังอื่น

นารันเดินเข้ามาตรวจเช็กของกลางที่วางเรียงรายเต็มพื้น หล่อนเปิดลังไม้ใบแรกออกทำเอาคิ้วหล่อนกระตุกทันที ใบหน้าขมวดมุ่น หยิบมะม่วงสุกสีเหลืองทองขึ้นมาตรวจดู ใช้มีดพกสั้นติดตัวกรีดผ่าเนื้อมะม่วงออกอย่างรวดเร็ว

“ก็บอกแล้วว่าสินค้าเกษตร”

“นี่มันกับดัก” นารันกระซิบบอกตัวเองเสียงแผ่วราวกับมันเป็นไปไม่ได้ หัวใจหล่อนสะดุดเลือดในกายเย็นเฉียบ

“ผู้กองครับ ทางนี้ไม่เจอสารเสพติดครับ” เสียงของนายตำรวจตะโกนรายงานไปยังผู้กองหญิง ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการในครั้งนี้

“ลังนี้ก็ไม่มีครับ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกตำรวจโง่เอ๊ย กูก็บอกอยู่โต้งๆ ว่าไม่มีๆ พวกมึงยังเสือกหน้าใหญ่ปรักปรำพวกกู เป็นไงละ หน้าแตกเลยสินะ” สิ้นสุดประโยคนั้นก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะตลกขบขันของกลุ่มชายฉกรรจ์

“ทุกคนถอนกำลัง” หล่อนสั่งเสียงเครียดเมื่อรู้สึกไม่ชอบมาพากล นี่มันแผนซ้อนแผนวางให้หล่อนพาพวกตำรวจมาติดกับ นารันมั่นใจว่าพยัคฆ์ทมิฬคงทำการซื้อขายสารเสพติดที่ไหนสักแห่งในคืนนี้ เพียงแต่ต้องการปล่อยข่าวลวงให้เธอติดกับ

“เดี๋ยวสิ คิดว่าอยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปงั้นเหรอ คิดว่าพวกกูไม่เสียเวลาเลยหรือไง จ่ายมาเลยค่าเสียเวลาที่พวกกูต้องทำอะไรไร้สาระตามคำสั่งมึง” หัวหน้าชายฉกรรจ์ยังคงไม่ยอมให้พวกตำรวจถอยทัพง่ายๆ ราวกับจงใจประวิงเวลา

เมื่อวานหล่อนมั่นใจว่าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬนัดกันที่โกดังร้างนี่ แต่สุดท้ายเป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ชื่อพราว

    ลานจอดรถโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง“ลุงด่วนรออยู่นี่นะคะ” มุกพิชชาสั่งคนขับรถแล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในโรงพยาบาลแต่เมื่อลับตาของลุงด่วน ตำรวจสาวในร่างคุณหนูผู้อ่อนแอก็เดินเร็วปรี่ออกไปจากประตูด้านหลัง เรียกแท็กซี่ที่จอดรอคนแถวนั้นไปยังสน.ที่หล่อนเคยทำงาน โชคดีที่ระยะทางไม่ได้ห่างกันมาก ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้วตึกสี่ชั้นสีขาวตั้งตระหง่าน ตราโล่ตำรวจสีน้ำตาลและอักษรคำว่า ‘โรงพักเพื่อประชาชน’ เด่นหราอยู่หน้าอาคาร เธอก็เหยียดมุมปากขึ้นยิ้ม แววตาหม่นหมองเศร้าใจ ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้พร่าเลือนด้วยม่านน้ำตา หล่อนเงยหน้าขึ้นหวังให้สายลมพัดผ่านพาหยาดละอองน้ำให้แห้งเหือด มือที่ตกข้างลำตัวสั่นระริกความรู้สึกอันหลากหลายก็กระแทกเข้าใส่นารันอย่างจัง เธอชื่นชอบอาชีพตำรวจ หล่อนใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นที่พึ่งของประชาชน แต่ตอนนี้หล่อนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เธอตายเพราะผู้ถือกฎหมายในมือหักหลังและตายด้วยน้ำมือคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนความโศกเศร้าเสียใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงอาฆาตแค้นพยาบาทจนดวงตาแดงก่ำหล่อนยืนนิ่งนานเท่าไหร่ไม่รู้ตัว ตัดสินใจเดินไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ข้างๆ โรงจอด

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ฝากดูแลพ่อแทนด้วยนะ

    บทที่ 6แสงจันทร์นวลทาบลงบนพื้นดิน สวนดอกไม้ทอดยาวสุดสายตา กลีบดอกไม้พลิ้วไหวอาบด้วยหมอกจางๆ ท่ามกลางความสงัดเงียบ ร่างหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวในชุดเรียบง่ายสีขาว ดวงตาโอบอุ่นอ่อนโยน หากลึกลงไปกลับซ่อนร่องรอยเศร้าลึกที่บาดหัวใจผู้มองทันที“เธอมาแล้ว” เสียงหวานแผ่วคล้ายสายลมพัดผ่าน แต่กลับดังชัดในใจจนร่างของนารันสะท้าน ผู้หญิงคนนี้คือเจ้าของร่างที่หล่อนมาอาศัยอยู่สายตาทั้งคู่สบกันโดยไม่ต้องถามว่าเป็นใคร ราวกับหัวใจรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว มุกพิชชายกมือแตะไหล่นารันเบาๆ รอยยิ้มบางพาให้ความอบอุ่นซึมเข้ามาแทนที่ความว่างเปล่า“ฉันมีบางสิ่งจะฝากเธอ” เสียงนั้นขาดหายไปชั่วครู่ ก่อนดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกจะทอดยาวไปในความมืด“ฝากดูแลพ่อแทนฉันได้ไหม” มุกพิชชาพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น เวลาบนโลกนี้ของเธอน้อยเหลือเกิน น้อยเสียจนไม่อาจจะอยู่กับบิดาได้ตราบเท่าที่ใจต้องการคำขอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ทิ้งน้ำหนักกดลงกลางอก ความเงียบงันรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นความแน่นอึดอัด ความรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียบางสิ่งชั่วนิรันดร์พุ่งเข้ามาเต็มแรง“ได้ ฉันจะดูแลคุณเมธานินท์แทนเธอ” นารันรับปาก ทันทีที่รับข้อเสนอความ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   หล่อนเป็นใคร

    บทที่ 5ภายในห้องโถงของบ้านชั้นล่าง“หล่อนเป็นใคร มาที่นี่ทำไม” เสียงแหลมสูงตะโกนถามหญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่ เดรสสั้นเสียจนน่าหวาดเสียว ใบหน้าหล่อนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ วาวาได้แต่คิดคำนวณว่าหล่อนต้องใช้สำลีกี่แผ่นถึงจะเช็ดเครื่องสำอางออกหมด “แล้วหล่อนล่ะเป็นใคร” ฟางแก้วไม่ยอมแพ้ ถามอีกฝ่ายกลับ หล่อนใช้สายตาสำรวจผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจแล้วเบะปากมองบน ก็เป็นแค่เด็กเอ็นเหมือนกัน แต่เสือกมาถามเธอราวกับเป็นเมียเจ้าของบ้าน“ฉันเป็นใครแล้วทำไมจะต้องแจ้งให้หล่อนทราบ” วาวากอดอกเชิดใบหน้าขึ้น หัวเราะเสียงดังราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน“คนอะไรหัวเราะได้น่าเกลียดมาก เหมือนคนไม่เต็ม” ฟางแก้วเหมือนคนถูกหยามเลยตอบกลับเจ็บแสบไม่แพ้กันเสียงโหวกเหวกของแขกสาวทั้งสองในห้องรับแขก ดังลั่นจนเหล่าแม่บ้านต้องออกมามองด้วยความหวาดหวั่น ไม่กล้าเข้ามาห้ามศึกเพราะกลัวจะโดนลูกหลง แต่ละนางก็ดูแรงใช่ย่อยจะห้ามไม่ให้เข้าบ้านก็ไม่ได้เพราะพวกหล่อนอ้างว่ามาเรื่องงาน มีเอกสารครบทุกอย่างจึงได้แต่ปล่อยมาให้นั่งรอคุณภูสิงห์ยังห้องนี้ ไม่คิดว่าพวกเธอจะทะเลาะกันเอง“น่าเกลียดเหรอ แกสิน่าเกลียดมาเร่ขายให้ผู้ชายถึงบ้

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ไม่ขอเป็นศัตรูกับภีมวัจน์

    ท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ตู้คอนเทนเนอร์เรียงซ้อนเหมือนกำแพงบนลานกว้าง ทำให้พื้นที่ดูคับแคบลงภีมวัจน์ยืนนิ่ง มือหนึ่งถือมวนบุหรี่ที่เผาไปแล้วมากกว่าครึ่ง อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋า ส่วนมืออีกข้างล้วงกระเป๋า ใบหน้านิ่งสงบ หากมองจากไกลๆ กิริยาท่าทางของเขาเหมือนดูผ่อนคลายแต่ใครจะไปรู้เท่าชายคนที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวตรงหน้านี้วันชัยก้มหน้ามองพื้น สองมือถูกมัดไพล่หลัง เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงเงียบๆ อย่างจนปัญญาและกลัวตาย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเจ้านายหนุ่มที่มีแววดุดันดุจฆ่าผู้คนได้เพียงแค่สบตาแม้เขาคนนั้นจะไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรแต่บรรยากาศชวนอึดอัดและชวนขนหัวลุกราวกับคนตรงหน้าเป็นภูตผีปีศาจก็ไม่ปานแถมยังถูกบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกห้าคนล้อมเขาไว้ประหนึ่งถูกขังคุกด้วยกำแพงมนุษย์“ทำไมไอซ์ เฮโรอีนถึงมาอยู่ในคลังสินค้าล็อตนี้ เตือนแล้วไม่ฟังสินะ” หากน้ำเสียงเย็นเยือกแช่แข็งคนฟังได้ ตอนนี้วันชัยคงแข็งค้างไปทั้งตัว ฟันหน้ากระทบกันดังกึกๆ วันชัยร้องไห้ปล่อยโฮอย่างไม่นึกอาย เขาไม่น่าฆ่าตัวตายด้วยการทำเรื่องแบบนี้เลย ไม่น่าเลย วันชัยได้แต่คร่ำครวญนึกเสียใจกับการ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ร่างใหม่

    บทที่ 4มุกพิชชาพาร่างอ่อนระโหย ระหงเดินสะเปะสะปะไปยังห้องน้ำ ใบหน้าเธอซีดเซียว ริมฝีปากแห้งแตกเหมือนกระดาษ ดวงตาพยายามปรือมองทางข้างหน้า หล่อนมีไข้สูง กินยานอนพัก แต่กลางดึกรู้สึกปวดปัสสาวะ จึงจำใจลุกจากเตียงไปยังห้องน้ำซึ่งไม่ไกลนักขณะที่ทำธุระและล้างมือ เธอก็พลัดลื่น ร่างที่ยืนไม่มั่นคงเป็นทุนเดิมล้มไปทางด้านหลังอย่างจัง หัวกระแทกขอบอ่างล้างหน้า สติครั้งสุดท้ายที่หล่อนรับรู้คือเพดานห้องน้ำ แล้วภาพค่อยๆ มืดลง ก่อนที่วิญญาณจะถูกกระชากออกไปผ่านไปกี่นาทีกี่ชั่วโมงไม่อาจรู้ จนกระทั่งมีคนมาพบร่างเธอนอนกองบนพื้นห้องน้ำ“ว้าย คุณพราว มาทำอะไรตรงนี้คะ” กิ่ง พี่เลี้ยงวัยใกล้สี่สิบร้องตกใจ ขณะเดินค้นหาเจ้านายจนพบมุกพิชชานอนเป็นลมในห้องน้ำกิ่งพยายามพยุงร่างอ่อนปวกเปียกของเจ้านายขึ้นเตียงอย่างยากลำบาก คืนนี้เธอมานอนเฝ้าเพราะผู้เป็นเจ้านายไข้ขึ้นสูง ทว่าเมื่อครู่ปวดเบาจึงลงไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่างสำหรับแม่บ้านจึงไม่รู้ว่าเจ้านายสาวก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกันพี่เลี้ยงวางเรือนร่างผอมแห้งลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แล้วถอนหายใจด้วยความเหนื่อย เธอเกลี่ยปอยผมที่ปกคลุมใบหน้าออก แล้วไล่สายตาตรวจดูบาดแผลต

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   น่าเสียดาย

    ปัง ปังจ่าวิชิตลั่นไกไปตามกลุ่มคนร้ายขณะวิ่งเข้ามาหาผู้กองนารันเมื่อปิดงานเสร็จชยพลก็หันหลังเดินขึ้นรถ กลุ่มคนร้ายก็แตกซ่านหาที่หลบซ่อนเพราะตำรวจกำลังมาทางนี้ทิ้งไว้แต่ร่างตำรวจสาวในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเลือดนอนคว่ำหน้าอย่างน่าอนาถากับดินแข็งๆก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะสิ้นสุด เธอรวบรวมพลังสาบานกับตัวเองในใจอย่างแน่วแน่ราวกับเสียงกระซิบจากนรก“ถ้าพระเจ้ามีจริง ขอให้ฉันได้กลับมา แก้แค้นพวกแกอย่างสาสม ลิ้มรสการถูกหักหลังแบบที่ฉันเจอ นารันคนนี้ขอสาบาน”ดวงตาเธอปิดลงอย่างช้าๆ ความดำมืดเข้าปกคลุม หลงเหลือไว้แต่กลิ่นอายแห่งความอาฆาตแค้นที่คุกรุ่น รอวันฟื้นคืนเพื่อล้างแค้นพวกมันอย่างที่สาบานไว้ด้วยชีวิตและวิญญาณ“ผู้กอง ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลมาที่นี่ที” ร่างที่ไร้วิญญาณถูกประคองขึ้นด้วยจ่าวิชิต หมวดปัณณวิชญ์ที่บาดเจ็บที่ต้นขาเดินกระเผกๆ ตามมาทีหลังเห็นภาพเบื้องหน้าก็เข่าทรุดลงกับพื้น จ่าวิชิตใช้นิ้วอังจมูกหญิงสาวราวกับมีความหวังลึกๆ ว่าเธอยังคงมีลมหายใจอยู่มีเพียงสายลมเย็นเยือกพัดผ่านจนสองตำรวจหนาวเย็นยะเยือกเข้ากระดูก วิชิตเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์มาโดยตลอดแต่มันน่าเศร้าที่มันไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status