แชร์

หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย
หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย
ผู้แต่ง: ฉัตรชบา/ณิสา

บทนำ

ผู้เขียน: ฉัตรชบา/ณิสา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-23 22:37:03

บทนำ

“เฮ้ย นั่นมันผู้กำกับอรรถนพนี่” ปัณณวิชญ์ นายร้อยตำรวจโท ร้องลั่นอย่างตกตะลึงในขณะพวกตนกำลังดูลาดเลาแก๊งค้ายาที่กำลังตามสืบเพื่อหาหลักฐาน

“ผู้กอง ดูนั่นสิ” เสียงจ่าวิชิตกระซิบลอดไรฟัน สายตาจับจ้องไปยังตึกร้างฝั่งตรงข้าม

นารันยกกล้องส่องทางไกลขึ้นตาม ทันทีที่สายตาโฟกัสภาพชัด หัวใจเธอเหมือนถูกบีบ ผู้กำกับอรรถนพยืนเคียงหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ ร่างสูงใหญ่ของเขาดูผ่อนคลายราวกับอยู่ท่ามกลางคนสนิท

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของนารันเกร็งตึง ลมหายใจสะดุด ความมุ่งมั่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหนักอึ้ง เธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น

เกลือเป็นหนอน... ความคิดแวบเข้ามาเหมือนคมมีด เธอไม่ต้องการหลักฐานเพิ่มเพื่อยืนยัน สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพียงพอจะอธิบายว่าทำไมทุกภารกิจที่ผ่านมา ถึงล้มเหลวอย่างน่าเจ็บใจ

ความเงียบเข้าปกคลุมเหลือเพียงแต่เสียงสายลมดังหวีดหวิว บรรยากาศตึงเครียดเพิ่มเป็นทวีคูณ ทุกคนต่างเงียบตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง หลังบุคคลที่ไม่คาดคิดปรากฏตรงหน้า พร้อมกับเป้าหมายในท่าทีเป็นกันเอง ไม่มีวี่แววของการเป็นปรปักษ์เลยด้วยซ้ำ

“นี่มันหมายความว่าไงครับผู้กอง” จ่าวิชิตกระซิบถามผู้กองสาว ที่นั่งนิ่งไปร่วมหลายนาที อย่าว่าแต่เธอเลย เขาเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน

“หรือว่าผู้กำกับอยู่ฝั่งเดียวกับพวกมัน” หมวดปัณณวิชญ์คาดการณ์ซึ่งนั่นมันก็ตรงกับความเห็นของนารันที่สรุปอยู่ในใจเมื่อครู่

“ดูต่อไป” แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่เธอกลับมั่นใจแล้วว่าผู้กำกับอรรถนพเป็นพวกเดียวกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ ดูได้จากภาพตรงหน้า คนพวกนั้นกอดบ่ากันออกมา หนึ่งในลูกน้องของคนร้ายยื่นกระเป๋าดำใบใหญ่ให้ผู้กำกับ อรรถนพยื่นมือออกไปรับและส่งต่อให้ลูกน้อง นารันจำลูกน้องคนสนิทของเขาได้

ภูชิตเปิดกระเป๋า ล้วงของภายในออกมาตรวจเช็กและพยักหน้าด้วยความพอใจก่อนรายงานอรรถนพ

นารันยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดอัดคลิป ซูมจนเห็นใบหน้าชัดเพื่อเป็นหลักฐาน

“เรื่องนี้ห้ามบอกใคร เข้าใจไหม” นารันกำชับลูกน้องทั้งสองเสียงเข้ม สมองครุ่นคิดหนักหน่วง ใบหน้าเรียวรูปไข่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด พลอยทำให้ลูกน้องเครียดตาม

“ทำไมครับ” จ่าวิชิตไม่เข้าใจ ในเมื่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมต้องปิดบังไม่ให้พูด เพราะนี่มันเป็นเรื่องที่ดูร้ายแรงมาก

“เชื่อฉันเถอะ เดี๋ยวฉันรายงานหัวหน้าเอง พวกนาย ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็พอ และห้ามบอกเรื่องนี้กับคนอื่นด้วย” นารันย้ำเสียงเข้ม ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดอย่างน้อยก็ไม่กระทบสองคนนี้มากนัก

“พวกเขาเป็นเพียงตำรวจชั้นผู้น้อย จะไปต่อกรกับผู้ใหญ่ที่มีเส้นสายก็มีแต่จะถูกเพ่งเล็งเปล่าๆ” นารันอยู่ในวงการนี้มานาน เธอย่อมรู้ดีว่าเบื้องหน้ากับเบื้องหลังมันต่างกันแค่ไหนแม้จะมีหลักฐานเอาผิดแต่นารันกลับรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขาอยู่ดี

จ่าวิชิตมีลูกเมียและพ่อแม่ที่ต้องดูแล ส่วนหมวดปัณณวิชญ์ก็มีเพียงแค่มารดา หากเกิดอะไรขึ้นมาคงดูลำบากและยุ่งยาก คงมีแค่เธอที่ไม่มีคนให้ห่วงหน้าพะวงหลังเพราะหล่อนไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ ส่วนพ่อแม่มีก็เหมือนไม่มี ยายที่เลี้ยงดูนารันตั้งแต่เด็กก็ป่วยตายเมื่อปีก่อน

“ครับ/ครับ” ลูกน้องรับคำหนักแน่นพร้อมเพรียงกัน

แต่จะว่านารันไม่มีคนข้างหลังเลยก็ไม่ถูก เธอยังมีเขาที่คอยห่วงใยไม่ห่าง

คิน ชยพล แฟนที่คบกันมาเกือบปี ผู้คอยส่งกำลังใจให้เธอในทุกภารกิจ และเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยิ้มได้เสมอ แม้ช่วงหลังเขาจะไม่ค่อยมีเวลาแวะมาหา โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่างานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาเหมือนเคย นารันไม่เคยคิดจะซักไซ้อะไร มีเพียงกำลังใจที่ส่งกลับไปให้เขา

ทว่าลึกๆ ในใจ เธอก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะข้อความที่ส่งมาหาเริ่มสั้นลง เงียบงันลง และเย็นชากว่าปกติ สัญชาตญาณบางอย่างกระซิบเตือนว่าเขาเปลี่ยนไป แต่เธอก็ยังไม่อยากซักไซ้ให้เสียบรรยากาศ นารันคิดเพียงว่า หากภารกิจนี้เสร็จสิ้นเมื่อไร เธอจะลองคุยกับเขาอย่างตรงไปตรงมาดูสักครั้ง

ติ้ง

เสียงข้อความจากมือถือเรียกความสนใจให้นารันสลับหน้าจอจากกล้องวิดีโอกดเข้าแอปไลน์

(คิดถึงนะครับ ตั้งใจทำงานนะ เดี๋ยวศุกร์นี้พาไปกินของอร่อยๆ)

ความขุ่นมัวหายไปเมื่อได้อ่านข้อความจากแฟนหนุ่ม เธอเองก็คิดถึงเขามากเช่นกัน นานแล้วที่ไม่ได้เจอหน้า พวกเธอสื่อสารกันเพียงแค่แชทไลน์เท่านั้น

ภายในห้องส่วนตัวของพล.ต.ต.ภาคภูมิ อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมและภาระหนักอึ้งแห่งความรับผิดชอบ ด้านหนึ่งของผนังมีชั้นวางหนังสือและแฟ้มเก็บเอกสารและแฟ้มคดีเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ บางแฟ้มดูเก่าและรอยขาดบ่งบอกถึงความเก่าแก่ของคดีที่อาจยังไม่ได้ข้อสรุปหรือปิดคดี

“เธอมีอะไรสงสัยงั้นหรือ เมื่อครู่ก็ได้ข้อสรุปไปแล้วนี่” ผู้บังคับบัญชาโดยตรงขมวดคิ้วมองผู้กองสาวที่ยืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้สีน้ำตาล ภาคภูมินั่งลงเก้าอี้แผ่นหลังยืดตรงสองมือวางบนโต๊ะด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ

“สารวัตรคะ ดิฉันมีเรื่องต้องรายงานสารวัตรค่ะ” น้ำเสียงหล่อนเคร่งเครียดกว่าตอนรายงานแผนการปฏิบัติกับทีมอยู่มากโข จึงพลอยทำให้สารวัตรดูจริงจังขึ้นมาทันที

“มีอะไรว่ามา”

“เรื่องจับกุมคราวก่อนที่เราพลาดดิฉันทราบแล้วว่าเพราะเหตุใด” นึกถึงเรื่องนั้นคิดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย กำลังจะจับมาเฟียและสาวถึงตัวการใหญ่อยู่ได้แล้วเชียว แต่สุดท้ายก็จับได้แต่พวกปลาซิวปลาสร้อย เหมือนรู้ว่าจะมีการจับกุมแล้วไหวตัวทันทั้งๆ ที่มีไม่กี่คนที่รู้

“เพราะอะไร”

“เพราะท่านผู้กำกับเป็นพวกเดียวกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬค่ะ” นารันไม่อ้อมค้อมเลยสักนิด พูดจบก็สังเกตสีหน้าท่าทางของท่านสารวัตรภาคภูมิไปด้วย เขาเองก็มีอาการตกใจ

“เธอพูดอะไรรู้ตัวบ้างหรือเปล่า” ภาคภูมินิ่วหน้าเสียงดุดันเมื่อได้ยินผู้ใต้บังคับบัญชากล่าวหาผู้กำกับซึ่งเป็นเจ้านายเธอและเขาข้อหาสมคบคิดกับแก๊งค้ายาที่พวกตนกำลังปราบปราม

“รู้ตัวดีค่ะ ดิฉันพูดเรื่องจริง” ผู้กองนารันยืนยันเสียงหนักแน่น ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปใส่ร้ายผู้กำกับเลยสักนิด อีกอย่างหล่อนมีหลักฐาน

“กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานแบบนี้ไม่ดีต่อผู้กองเลยนะ ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิดขึ้นมาเธอนั่นแหละจะแย่เอา”

“นี่หลักฐานค่ะ” ยื่นโทรศัพท์ให้ภาคภูมิดูคลิปเพื่อยืนยันคำพูดของตน “รันเป็นคนถ่ายเองกับมือ ไม่ใช่การตัดต่อแน่นอนค่ะ” นารันเสริมเพื่อยืนยันความจริง

“นี่มัน….มีใครรู้เรื่องนี้อีกไหมนอกจากเธอ” เสียงสารวัตรวัยกลางคนเคร่งเครียดทันทีที่ดูคลิปจนจบ

“ไม่มีค่ะ มีแค่ดิฉันคนเดียว” นารันโกหกเพราะนอกจากเธอแล้วยังมีจ่าวิชิตกับผู้หมวดปัณณวิชญ์ แต่อะไรบางอย่างทำให้เธอพูดโกหกไปอย่างนั้นเพื่อปกป้องลูกน้องในทีมตัวเอง

“แน่ใจนะ” ภาคภูมิถามย้ำหรี่ตามองคนตรงหน้า

“แน่ใจค่ะ”

“ผู้กอง เธอรู้ไหมว่านี่มันเรื่องใหญ่แค่ไหน การกล่าวหาผู้กำกับโดยไม่มีข้อมูลและหลักฐานที่แน่นหนาอาจจะทำให้เธอตกที่นั่งลำบาก” สารวัตรภาคภูมิละสายตาจากคลิปแล้วมองใบหน้าผู้กอง จากนั้นก็ถอนหายใจเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีนิ่งสงบต่างกับหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“เรื่องนี้ดิฉันทราบดีค่ะ แต่หลักฐานที่ได้มาก็มากพอที่จะสอบสวนแล้วไม่ใช่หรือคะ หรือเราจะปล่อยให้คนที่ถือกฎหมายกลับทำผิดกฎหมายเสียเอง เราต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะลุกลามไปมากกว่านี้” แววตาผู้กองนารันมองคนเป็นหัวหน้าด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรงไม่ปิดบัง นารันเริ่มสับสนกับคนตรงหน้า ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนสอนให้เธอยืดมั่นในความยุติธรรมเองแท้ๆ

“ผมขอเตือนคุณในฐานะหัวหน้า การยุ่งเกี่ยวเรื่องใหญ่เกินตัวอาจจะทำให้เราเดือดร้อน เธอคงรับไม่ไหวถ้าหากเกิดอะไรขึ้นมา อย่าหาว่าผมไม่เตือน” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่ก็เต็มไปด้วยการข่มขู่ในที

“แต่ท่านคะ นี่มันเรื่องใหญ่นะคะ” นารันเอ่ยเสียงสั่นด้วยความขุ่นเคืองที่เริ่มคุมไม่อยู่ “พวกเราเป็นตำรวจ หน้าที่ของเราคือปกป้องประชาชนและปราบปรามยาเสพติด ไม่ใช่ปิดตาข้างเดียวเพียงเพราะกลัวปัญหาหรือเอื้อผลประโยชน์ให้กันเอง” คำพูดนั้นหลุดออกมาพร้อมแรงอารมณ์ที่กลั้นไว้ไม่อยู่ ยิ่งได้ยินสารวัตรพูดให้เธอปล่อยวางทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เรื่องนี้ใหญ่ระดับชาติก็ไม่ปาน หัวใจของหล่อนสั่นสะท้านไปด้วยทั้งโทสะและความผิดหวัง นายตำรวจใหญ่มีส่วนพัวพันกับแก๊งมาเฟีย แต่หัวหน้ากลับสั่งให้เธอเงียบเฉย

นี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ

“ผู้กองนารันอย่าลืมว่าวันนี้ตัวเองมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำ มีหลายชีวิตที่ต้องรอคำสั่งจากเธอ” ภาคภูมิย้ำเตือนกลายๆ ให้หญิงสาวปล่อยผ่านเรื่องนี้โดยเอาชีวิตลูกน้องอีกหลายสิบคนมาเป็นข้ออ้าง

“ได้ แต่เรื่องนี้ดิฉันคงปล่อยผ่านไปไม่ได้ ดิฉันขออนุญาตรายงานเรื่องนี้ต่อผู้บังคับการระดับสูง ถ้าสารวัตรไม่อยากยุ่งก็ไม่เป็นไร ดิฉันขอตัวค่ะ” นารันเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ยินจากปากหัวหน้าตนเอง แต่เธอยังคงยืนหยัดในความถูกต้องและขอตัวออกมาจากห้องที่อัดแน่นไปด้วยความผิดหวังและหดหู่ใจกับสิ่งที่ตนได้ยินมา

นารันไม่คิดเลยว่าวงการสีกากีมันจะเน่าเฟะได้ขนาดนี้

หลังจากที่ผู้กองนารันออกจากห้องเขาไปสารวัตรภาคภูมิก็ต่อสายตรงถึงใครบางคนทันที

“เปลี่ยนแผน เธอรู้เรื่องแล้ว ถ้ามีโอกาสก็เก็บได้เลย” เสียงคลิกปิดโทรศัพท์ดังขึ้น พร้อมกับความเงียบที่เย็นเยียบกว่าเสียงปืน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   จบบริบูรณ์

    นารันเรียกพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ พูดคุยบางอย่างไม่ถึงนาที พนักงานคนนั้นมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับแล้วเดินตรงมายังพวกเขายืนอยู่ “สวัสดีค่ะ พอดีมีโปรโมชั่นใหม่มาแนะนำสำหรับสมาชิกห้าสิบคนแรก สมัครวันนี้ลดทันที เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ” เมื่อครู่เธอก็แนะนำโปรโมชั่นแก่ลูกค้าสองท่านนี้ไปแล้วเพียงแต่ไม่ใช่ลดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อย่างที่คุณมุกพิชชาบอก“เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยเหรอครับ” วัฒน์กับปัณณ์หันมามองหน้ากันอย่างตกใจ เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้าแทบพร้อมกันแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา“ตกลงครับ/สมัครครับ”นี่มันโชคหล่นทับกันชัดๆ ทั้งส่วนลดที่ได้มาอย่างไม่น่าเชื่อ และเจ้าของยิมที่ชื่อมุกพิชชา ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกคุ้นเคยอย่างอธิบายไม่ถูก ความรู้สึกนั้นไม่ใช่แค่การพบกันครั้งแรก แต่คล้ายกับเคยรู้จักกันมาก่อนลึกกว่านั้น ใกล้ชิดกว่านั้น ราวกับความผูกพันบางอย่างยังคงหลงเหลืออยู่ แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนทุกสิ่งไปแล้วก็ตามห่างออกไปนั้น สองร่างที่ความสูงต่างกัน เดินเคียงคู่ออกมาจากยิม“เป็นยังไงบ้าง ได้เจอเพื่อนร่วมงานเก่า”ภีมวัจน์ถามเสียงเบา สายตายังคอยมองใบหน้าภรรยาไม่วาง เห็นชัดว่าห

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   เหมือนจนไม่อยากจะเชื่อ

    เพราะเรื่องราวที่พ่อกำลังเล่าอย่างจริงใจคือเรื่องของเธอคือชีวิตของเธอคือความเจ็บปวดของเธอ ทั้งหมด ตรงหน้าและเขาพ่อแท้ๆ ของเธอ กำลังกอดเธออยู่แต่ไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงที่เขาคิดว่าตายไปแล้วกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนเขาเองนารันร้องไห้เงียบๆ อย่างเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เพราะนี่เป็นครั้งแรก และอาจเป็นครั้งเดียว ที่เธอได้ยินคำว่าพ่อ พูดถึงเธอด้วยความรักแบบนี้คืนนั้นนารันกลับมานอนที่บ้านพ่อพร้อมภีมวัจน์ หลังจากวันที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวและความจริงมากมาย เธอกลับรู้สึกเหมือนได้พักใจในที่ที่ควรจะเป็นตั้งแต่แรก เสียงหัวเราะเบาๆ ลอยมาตามลมตั้งแต่ก่อนจะก้าวเข้าประตู เพราะภีมวัจน์ให้ลูกน้องไปรับภูธเนศ พ่อของเขา และเพื่อนรักของเมธานินท์ ให้มาทานมื้อเย็นร่วมกันที่คฤหาสน์โต๊ะอาหารยาวโอ่อ่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเงียบเหงา กลับอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เมื่อทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะเดียวกัน กลิ่นอาหารจากครัวลอยฟุ้ง เสียงถ้วยชามสีกระทบกันดังจังหวะเบาๆ ปะปนไปกับบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติอย่างน่าประหลาดเมธานินท์คอยตักกับข้าวให้ลูกสาวไม่ห่าง เห็นหล่อนทานได้ดี เขาก็ยิ้มได้ทั้งหน้า น้ำเสียงที่ใช้คุยกับทั้งนารันและภีมวัจน์เต็

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ความลับ ความบังเอิญ โชคชะตา

    พอโตขึ้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นแล้ว ไม่ได้ต้องการจากพวกเขาอย่างที่เคยตัดพ้อในช่วงเด็ก” น้ำเสียงหล่อนราบเรียบไร้อารมณ์ ภีมวัจน์รับรู้ได้ทันทีว่ากว่าเธอจะเข้มแข็งได้มากขนาดนี้ เธอต้องแตกสลายไปแล้วกี่รอบ ร้องไห้ไปแล้วกี่หน เรื่องราวของเขาที่พบเจอเทียบไม่ได้กับเรื่องของเธอเลยสักนิด เขาโชคดีที่ยังมีพ่อ แต่นารันกลับมีเพียงแค่คุณยาย อยู่กันเพียงสองคนลำพัง“แล้วถ้าหากตอนนี้จู่ๆ พ่อรันโผล่มาล่ะ รันจะทำยังไง” นานกว่านาที ภีมวัจน์ถึงตัดสินใจถามคำถามนี้พร้อมกุมมือเธอเบาๆ ราวกับกำลังปลอบโยนหล่อน“คงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะถ้าจะมาคงโผล่มานานแล้ว คงไม่ต้องรอจนถึงป่านนี้ จะสามสิบปีแล้ว เขาคงมีลูกโตแล้วป่านนี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ยินดียินร้ายใดๆนารันไม่ได้คาดหวังว่าในชีวิตนี้จะได้เจอกับคนที่เป็นพ่อ เพราะหล่อนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจอเขา หล่อนไม่ชอบความรู้สึกของการถูกทิ้ง ความรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการของใครอีกแล้ว หากต้องเจอเขา ความรู้สึกนี้ก็คงวนเวียนกวนใจหล่อนไม่เลิกภีมวัจน์สังเกตภรรยาสาวแล้วก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่งที่เธอไม่ได้มีความรู้สึกเกลียดหรือโกรธแค้นคนเป็นบิดา แต่กว่าเธอจะเข้มแข็

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ธุรกิจใหม่

    บทที่ 30หลังจากจบเรื่องราวต่างๆ รวมไปถึงพิธีศพของฉัตรตฤณ ฉัตรปวีย์หนีไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ หล่อนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงบุตรและทายาทเท่านั้นยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เธอจึงไม่ได้ถูกจับกุมใดๆ แต่ถึงอย่างนั้นสังคมกลับตราหน้าเธอ ที่หล่อนเสวยสุขมีเงินซื้อของแพงๆ ได้เพราะเงินผิดกฎหมาย เพื่อนพ้องที่เคยอ้อมล้อมต่างพากันหนีหายฉัตรปวีย์กลายเป็นไฮโซตกอับไร้มิตร แถมสภาพจิตใจก็ยังย่ำแย่ อยู่ที่นี่ต่อไม่เป็นผลดี หล่อนจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ต่างประเทศอย่างถาวร“คุณพราวครับ คุณณิรชาขอเข้าพบครับ” บลูเดินมารายงานนายหญิงของบ้านยังห้องนั่งเล่น ขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านนิยายสอบสวนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด“ให้เธอเข้ามาเลยค่ะ” หลังจากจบภารกิจ เธอก็เกือบลืมเรื่องนี้ไปเลย“สวัสดีค่ะคุณพราว คือแพรมาขอลาค่ะ เพราะผู้ชายคนนั้นก็ถูกจับแล้ว” เธอไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านหลังนี้กับบ้านตัวเองเพื่อเยี่ยมยาย หลังจากผ่าตัดครั้งนั้น ทุกอย่างก็ดูราบรื่นดี คุณมุกพิชชาจ้างพยาบาลส่วนตัวไปดูแลยายเธอที่บ้านให้ ขณะที่เธอต้องออกมาทำงาน ซึ่งหล่อนอยากจะขอบคุณผู้หญิงตรงหน้าจนไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว“แล้วต่อ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   เอาคืน

    ตอนที่เธอถูกเชือดมัดมือ นารันแก้มัดเชือกด้วยการพยายามใช้นิ้วล้วงมีดใบเล็กมาจากกางเกงขาสั้นที่หล่อนสวมไว้ด้านในชุดเดรสขณะนอนคุดคู้ในรถค่อยๆ ตัดเชือกอย่างระมัดระวัง พลางร้องไห้ ให้ชยพลตายใจวันนี้หล่อนสวมเดรสกระโปรงยาว โดยที่ข้างในมีกางเกงขาสั้น สายรัดต้นขาไว้สำหรับพกปืนสั้นเรื่องที่เธอถูกชยพลจับตัวมานั้น คือสิ่งที่หล่อนคาดการณ์ไว้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้น คนอย่างเธอจะยอมให้ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้จับมาง่ายๆ อย่างนั้นนะเหรอ ฝันไปเถอะ นารันยอมโดนให้มันจับ ให้มันตบก็เพื่อให้มันโผล่หัวออกมาให้เธอล้างแค้นถึงที่ก็เท่านั้นเองชยพลส่ายหน้าไปมาอย่างสับสน ช่วงหลังๆ เขามักเห็นนารันราวกับภาพหลอน จนเริ่มคิดว่าตัวเองเป็นบ้าไปแล้วและเขาไม่รู้เลยว่าภาพหลอนที่เขากลัวนักหนา กำลังหายใจอยู่ตรงนั้นจริงๆแม้แต่มุกพิชชา ผู้หญิงที่ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนารันแม้แต่น้อย ยังกล้าอ้างตัวว่าหล่อนคือนารัน นั่นยิ่งซ้ำเติมสติของเขาให้แตกร้าวลงไปอีก ชยพลเริ่มแยกไม่ออกว่าอะไรคือความจริง อะไรคือภาพหลอนที่สมองเขาสร้างขึ้นเอง ความหวาดผวาแปรเปลี่ยนเป็นความคลุ้มคลั่งจนฉายชัดออกมาทางแววตาและท่าทางที่ควบคุมไม่อยู่อดีตผู้กองสาวฉ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ชยพล

    “คุณยายครับผม ภูสิงห์ ภีมวัจน์นะครับ” เสียงทุ้มของเขาอ่อนลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับตั้งใจพูดให้คนที่มองไม่เห็นได้ยินอย่างชัดเจน“ตอนนี้นารันเป็นภรรยาของผมแล้ว คุณยายไม่ต้องเป็นห่วงเธออีกต่อไปนะครับ ตั้งแต่นี้ไปผมจะดูแลหลานสาวของคุณยายให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ไม่ว่าเธอจะล้มป่วย เจ็บไข้ จะชราไปตามวัย หรือรูปลักษณ์เปลี่ยนไปแค่ไหน ผมก็ยังจะรัก และจะอยู่ข้างเธอเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”เขาหยุดหายใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเอ่ยคำที่หนักแน่นกว่าเดิม“ผมรักนารันนะครับคุณยาย และผมขอบคุณจากใจที่คุณยายเลี้ยงดูเธอด้วยความอดทนและความรักจนกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและงดงามขนาดนี้ ต่อไปนี้ เธอไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียวอีกแล้วครับ มีอะไรให้พี่ช่วย พี่จะจัดการให้เอง”ประโยคท้ายเป็นถ้อยคำที่เขาหันมาพูดกับนารันโดยตรง น้ำเสียงเบาลงอย่างละมุนราวกับกลัวทำให้เธอร้องไห้หญิงสาวฟังแล้วน้ำตาก็รื้นขึ้นทันที ความอบอุ่นจากคำของเขากลับไปแตะความฝันเล็กๆ ที่เธอเคยมีความฝันที่อยากให้มีผู้ชายสักคนเอ่ยสัญญาเช่นนี้ต่อหน้ายายในวันแต่งงาน แต่ยายจากไปก่อน และความฝันนั้นก็เลือนหายไปพร้อมกันไม่เคยคิดเล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status