Share

หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย
หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย
Author: ฉัตรชบา/ณิสา

บทนำ

last update Last Updated: 2025-12-23 22:37:03

บทนำ

“เฮ้ย นั่นมันผู้กำกับอรรถนพนี่” ปัณณวิชญ์ นายร้อยตำรวจโท ร้องลั่นอย่างตกตะลึงในขณะพวกตนกำลังดูลาดเลาแก๊งค้ายาที่กำลังตามสืบเพื่อหาหลักฐาน

“ผู้กอง ดูนั่นสิ” เสียงจ่าวิชิตกระซิบลอดไรฟัน สายตาจับจ้องไปยังตึกร้างฝั่งตรงข้าม

นารันยกกล้องส่องทางไกลขึ้นตาม ทันทีที่สายตาโฟกัสภาพชัด หัวใจเธอเหมือนถูกบีบ ผู้กำกับอรรถนพยืนเคียงหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ ร่างสูงใหญ่ของเขาดูผ่อนคลายราวกับอยู่ท่ามกลางคนสนิท

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของนารันเกร็งตึง ลมหายใจสะดุด ความมุ่งมั่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหนักอึ้ง เธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น

เกลือเป็นหนอน... ความคิดแวบเข้ามาเหมือนคมมีด เธอไม่ต้องการหลักฐานเพิ่มเพื่อยืนยัน สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพียงพอจะอธิบายว่าทำไมทุกภารกิจที่ผ่านมา ถึงล้มเหลวอย่างน่าเจ็บใจ

ความเงียบเข้าปกคลุมเหลือเพียงแต่เสียงสายลมดังหวีดหวิว บรรยากาศตึงเครียดเพิ่มเป็นทวีคูณ ทุกคนต่างเงียบตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง หลังบุคคลที่ไม่คาดคิดปรากฏตรงหน้า พร้อมกับเป้าหมายในท่าทีเป็นกันเอง ไม่มีวี่แววของการเป็นปรปักษ์เลยด้วยซ้ำ

“นี่มันหมายความว่าไงครับผู้กอง” จ่าวิชิตกระซิบถามผู้กองสาว ที่นั่งนิ่งไปร่วมหลายนาที อย่าว่าแต่เธอเลย เขาเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน

“หรือว่าผู้กำกับอยู่ฝั่งเดียวกับพวกมัน” หมวดปัณณวิชญ์คาดการณ์ซึ่งนั่นมันก็ตรงกับความเห็นของนารันที่สรุปอยู่ในใจเมื่อครู่

“ดูต่อไป” แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่เธอกลับมั่นใจแล้วว่าผู้กำกับอรรถนพเป็นพวกเดียวกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ ดูได้จากภาพตรงหน้า คนพวกนั้นกอดบ่ากันออกมา หนึ่งในลูกน้องของคนร้ายยื่นกระเป๋าดำใบใหญ่ให้ผู้กำกับ อรรถนพยื่นมือออกไปรับและส่งต่อให้ลูกน้อง นารันจำลูกน้องคนสนิทของเขาได้

ภูชิตเปิดกระเป๋า ล้วงของภายในออกมาตรวจเช็กและพยักหน้าด้วยความพอใจก่อนรายงานอรรถนพ

นารันยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดอัดคลิป ซูมจนเห็นใบหน้าชัดเพื่อเป็นหลักฐาน

“เรื่องนี้ห้ามบอกใคร เข้าใจไหม” นารันกำชับลูกน้องทั้งสองเสียงเข้ม สมองครุ่นคิดหนักหน่วง ใบหน้าเรียวรูปไข่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด พลอยทำให้ลูกน้องเครียดตาม

“ทำไมครับ” จ่าวิชิตไม่เข้าใจ ในเมื่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมต้องปิดบังไม่ให้พูด เพราะนี่มันเป็นเรื่องที่ดูร้ายแรงมาก

“เชื่อฉันเถอะ เดี๋ยวฉันรายงานหัวหน้าเอง พวกนาย ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็พอ และห้ามบอกเรื่องนี้กับคนอื่นด้วย” นารันย้ำเสียงเข้ม ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดอย่างน้อยก็ไม่กระทบสองคนนี้มากนัก

“พวกเขาเป็นเพียงตำรวจชั้นผู้น้อย จะไปต่อกรกับผู้ใหญ่ที่มีเส้นสายก็มีแต่จะถูกเพ่งเล็งเปล่าๆ” นารันอยู่ในวงการนี้มานาน เธอย่อมรู้ดีว่าเบื้องหน้ากับเบื้องหลังมันต่างกันแค่ไหนแม้จะมีหลักฐานเอาผิดแต่นารันกลับรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขาอยู่ดี

จ่าวิชิตมีลูกเมียและพ่อแม่ที่ต้องดูแล ส่วนหมวดปัณณวิชญ์ก็มีเพียงแค่มารดา หากเกิดอะไรขึ้นมาคงดูลำบากและยุ่งยาก คงมีแค่เธอที่ไม่มีคนให้ห่วงหน้าพะวงหลังเพราะหล่อนไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ ส่วนพ่อแม่มีก็เหมือนไม่มี ยายที่เลี้ยงดูนารันตั้งแต่เด็กก็ป่วยตายเมื่อปีก่อน

“ครับ/ครับ” ลูกน้องรับคำหนักแน่นพร้อมเพรียงกัน

แต่จะว่านารันไม่มีคนข้างหลังเลยก็ไม่ถูก เธอยังมีเขาที่คอยห่วงใยไม่ห่าง

คิน ชยพล แฟนที่คบกันมาเกือบปี ผู้คอยส่งกำลังใจให้เธอในทุกภารกิจ และเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยิ้มได้เสมอ แม้ช่วงหลังเขาจะไม่ค่อยมีเวลาแวะมาหา โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่างานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาเหมือนเคย นารันไม่เคยคิดจะซักไซ้อะไร มีเพียงกำลังใจที่ส่งกลับไปให้เขา

ทว่าลึกๆ ในใจ เธอก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะข้อความที่ส่งมาหาเริ่มสั้นลง เงียบงันลง และเย็นชากว่าปกติ สัญชาตญาณบางอย่างกระซิบเตือนว่าเขาเปลี่ยนไป แต่เธอก็ยังไม่อยากซักไซ้ให้เสียบรรยากาศ นารันคิดเพียงว่า หากภารกิจนี้เสร็จสิ้นเมื่อไร เธอจะลองคุยกับเขาอย่างตรงไปตรงมาดูสักครั้ง

ติ้ง

เสียงข้อความจากมือถือเรียกความสนใจให้นารันสลับหน้าจอจากกล้องวิดีโอกดเข้าแอปไลน์

(คิดถึงนะครับ ตั้งใจทำงานนะ เดี๋ยวศุกร์นี้พาไปกินของอร่อยๆ)

ความขุ่นมัวหายไปเมื่อได้อ่านข้อความจากแฟนหนุ่ม เธอเองก็คิดถึงเขามากเช่นกัน นานแล้วที่ไม่ได้เจอหน้า พวกเธอสื่อสารกันเพียงแค่แชทไลน์เท่านั้น

ภายในห้องส่วนตัวของพล.ต.ต.ภาคภูมิ อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมและภาระหนักอึ้งแห่งความรับผิดชอบ ด้านหนึ่งของผนังมีชั้นวางหนังสือและแฟ้มเก็บเอกสารและแฟ้มคดีเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ บางแฟ้มดูเก่าและรอยขาดบ่งบอกถึงความเก่าแก่ของคดีที่อาจยังไม่ได้ข้อสรุปหรือปิดคดี

“เธอมีอะไรสงสัยงั้นหรือ เมื่อครู่ก็ได้ข้อสรุปไปแล้วนี่” ผู้บังคับบัญชาโดยตรงขมวดคิ้วมองผู้กองสาวที่ยืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้สีน้ำตาล ภาคภูมินั่งลงเก้าอี้แผ่นหลังยืดตรงสองมือวางบนโต๊ะด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ

“สารวัตรคะ ดิฉันมีเรื่องต้องรายงานสารวัตรค่ะ” น้ำเสียงหล่อนเคร่งเครียดกว่าตอนรายงานแผนการปฏิบัติกับทีมอยู่มากโข จึงพลอยทำให้สารวัตรดูจริงจังขึ้นมาทันที

“มีอะไรว่ามา”

“เรื่องจับกุมคราวก่อนที่เราพลาดดิฉันทราบแล้วว่าเพราะเหตุใด” นึกถึงเรื่องนั้นคิดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย กำลังจะจับมาเฟียและสาวถึงตัวการใหญ่อยู่ได้แล้วเชียว แต่สุดท้ายก็จับได้แต่พวกปลาซิวปลาสร้อย เหมือนรู้ว่าจะมีการจับกุมแล้วไหวตัวทันทั้งๆ ที่มีไม่กี่คนที่รู้

“เพราะอะไร”

“เพราะท่านผู้กำกับเป็นพวกเดียวกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬค่ะ” นารันไม่อ้อมค้อมเลยสักนิด พูดจบก็สังเกตสีหน้าท่าทางของท่านสารวัตรภาคภูมิไปด้วย เขาเองก็มีอาการตกใจ

“เธอพูดอะไรรู้ตัวบ้างหรือเปล่า” ภาคภูมินิ่วหน้าเสียงดุดันเมื่อได้ยินผู้ใต้บังคับบัญชากล่าวหาผู้กำกับซึ่งเป็นเจ้านายเธอและเขาข้อหาสมคบคิดกับแก๊งค้ายาที่พวกตนกำลังปราบปราม

“รู้ตัวดีค่ะ ดิฉันพูดเรื่องจริง” ผู้กองนารันยืนยันเสียงหนักแน่น ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปใส่ร้ายผู้กำกับเลยสักนิด อีกอย่างหล่อนมีหลักฐาน

“กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานแบบนี้ไม่ดีต่อผู้กองเลยนะ ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิดขึ้นมาเธอนั่นแหละจะแย่เอา”

“นี่หลักฐานค่ะ” ยื่นโทรศัพท์ให้ภาคภูมิดูคลิปเพื่อยืนยันคำพูดของตน “รันเป็นคนถ่ายเองกับมือ ไม่ใช่การตัดต่อแน่นอนค่ะ” นารันเสริมเพื่อยืนยันความจริง

“นี่มัน….มีใครรู้เรื่องนี้อีกไหมนอกจากเธอ” เสียงสารวัตรวัยกลางคนเคร่งเครียดทันทีที่ดูคลิปจนจบ

“ไม่มีค่ะ มีแค่ดิฉันคนเดียว” นารันโกหกเพราะนอกจากเธอแล้วยังมีจ่าวิชิตกับผู้หมวดปัณณวิชญ์ แต่อะไรบางอย่างทำให้เธอพูดโกหกไปอย่างนั้นเพื่อปกป้องลูกน้องในทีมตัวเอง

“แน่ใจนะ” ภาคภูมิถามย้ำหรี่ตามองคนตรงหน้า

“แน่ใจค่ะ”

“ผู้กอง เธอรู้ไหมว่านี่มันเรื่องใหญ่แค่ไหน การกล่าวหาผู้กำกับโดยไม่มีข้อมูลและหลักฐานที่แน่นหนาอาจจะทำให้เธอตกที่นั่งลำบาก” สารวัตรภาคภูมิละสายตาจากคลิปแล้วมองใบหน้าผู้กอง จากนั้นก็ถอนหายใจเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีนิ่งสงบต่างกับหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“เรื่องนี้ดิฉันทราบดีค่ะ แต่หลักฐานที่ได้มาก็มากพอที่จะสอบสวนแล้วไม่ใช่หรือคะ หรือเราจะปล่อยให้คนที่ถือกฎหมายกลับทำผิดกฎหมายเสียเอง เราต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะลุกลามไปมากกว่านี้” แววตาผู้กองนารันมองคนเป็นหัวหน้าด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรงไม่ปิดบัง นารันเริ่มสับสนกับคนตรงหน้า ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนสอนให้เธอยืดมั่นในความยุติธรรมเองแท้ๆ

“ผมขอเตือนคุณในฐานะหัวหน้า การยุ่งเกี่ยวเรื่องใหญ่เกินตัวอาจจะทำให้เราเดือดร้อน เธอคงรับไม่ไหวถ้าหากเกิดอะไรขึ้นมา อย่าหาว่าผมไม่เตือน” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่ก็เต็มไปด้วยการข่มขู่ในที

“แต่ท่านคะ นี่มันเรื่องใหญ่นะคะ” นารันเอ่ยเสียงสั่นด้วยความขุ่นเคืองที่เริ่มคุมไม่อยู่ “พวกเราเป็นตำรวจ หน้าที่ของเราคือปกป้องประชาชนและปราบปรามยาเสพติด ไม่ใช่ปิดตาข้างเดียวเพียงเพราะกลัวปัญหาหรือเอื้อผลประโยชน์ให้กันเอง” คำพูดนั้นหลุดออกมาพร้อมแรงอารมณ์ที่กลั้นไว้ไม่อยู่ ยิ่งได้ยินสารวัตรพูดให้เธอปล่อยวางทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เรื่องนี้ใหญ่ระดับชาติก็ไม่ปาน หัวใจของหล่อนสั่นสะท้านไปด้วยทั้งโทสะและความผิดหวัง นายตำรวจใหญ่มีส่วนพัวพันกับแก๊งมาเฟีย แต่หัวหน้ากลับสั่งให้เธอเงียบเฉย

นี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ

“ผู้กองนารันอย่าลืมว่าวันนี้ตัวเองมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำ มีหลายชีวิตที่ต้องรอคำสั่งจากเธอ” ภาคภูมิย้ำเตือนกลายๆ ให้หญิงสาวปล่อยผ่านเรื่องนี้โดยเอาชีวิตลูกน้องอีกหลายสิบคนมาเป็นข้ออ้าง

“ได้ แต่เรื่องนี้ดิฉันคงปล่อยผ่านไปไม่ได้ ดิฉันขออนุญาตรายงานเรื่องนี้ต่อผู้บังคับการระดับสูง ถ้าสารวัตรไม่อยากยุ่งก็ไม่เป็นไร ดิฉันขอตัวค่ะ” นารันเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ยินจากปากหัวหน้าตนเอง แต่เธอยังคงยืนหยัดในความถูกต้องและขอตัวออกมาจากห้องที่อัดแน่นไปด้วยความผิดหวังและหดหู่ใจกับสิ่งที่ตนได้ยินมา

นารันไม่คิดเลยว่าวงการสีกากีมันจะเน่าเฟะได้ขนาดนี้

หลังจากที่ผู้กองนารันออกจากห้องเขาไปสารวัตรภาคภูมิก็ต่อสายตรงถึงใครบางคนทันที

“เปลี่ยนแผน เธอรู้เรื่องแล้ว ถ้ามีโอกาสก็เก็บได้เลย” เสียงคลิกปิดโทรศัพท์ดังขึ้น พร้อมกับความเงียบที่เย็นเยียบกว่าเสียงปืน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ชื่อพราว

    ลานจอดรถโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง“ลุงด่วนรออยู่นี่นะคะ” มุกพิชชาสั่งคนขับรถแล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในโรงพยาบาลแต่เมื่อลับตาของลุงด่วน ตำรวจสาวในร่างคุณหนูผู้อ่อนแอก็เดินเร็วปรี่ออกไปจากประตูด้านหลัง เรียกแท็กซี่ที่จอดรอคนแถวนั้นไปยังสน.ที่หล่อนเคยทำงาน โชคดีที่ระยะทางไม่ได้ห่างกันมาก ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้วตึกสี่ชั้นสีขาวตั้งตระหง่าน ตราโล่ตำรวจสีน้ำตาลและอักษรคำว่า ‘โรงพักเพื่อประชาชน’ เด่นหราอยู่หน้าอาคาร เธอก็เหยียดมุมปากขึ้นยิ้ม แววตาหม่นหมองเศร้าใจ ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้พร่าเลือนด้วยม่านน้ำตา หล่อนเงยหน้าขึ้นหวังให้สายลมพัดผ่านพาหยาดละอองน้ำให้แห้งเหือด มือที่ตกข้างลำตัวสั่นระริกความรู้สึกอันหลากหลายก็กระแทกเข้าใส่นารันอย่างจัง เธอชื่นชอบอาชีพตำรวจ หล่อนใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นที่พึ่งของประชาชน แต่ตอนนี้หล่อนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เธอตายเพราะผู้ถือกฎหมายในมือหักหลังและตายด้วยน้ำมือคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนความโศกเศร้าเสียใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงอาฆาตแค้นพยาบาทจนดวงตาแดงก่ำหล่อนยืนนิ่งนานเท่าไหร่ไม่รู้ตัว ตัดสินใจเดินไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ข้างๆ โรงจอด

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ฝากดูแลพ่อแทนด้วยนะ

    บทที่ 6แสงจันทร์นวลทาบลงบนพื้นดิน สวนดอกไม้ทอดยาวสุดสายตา กลีบดอกไม้พลิ้วไหวอาบด้วยหมอกจางๆ ท่ามกลางความสงัดเงียบ ร่างหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวในชุดเรียบง่ายสีขาว ดวงตาโอบอุ่นอ่อนโยน หากลึกลงไปกลับซ่อนร่องรอยเศร้าลึกที่บาดหัวใจผู้มองทันที“เธอมาแล้ว” เสียงหวานแผ่วคล้ายสายลมพัดผ่าน แต่กลับดังชัดในใจจนร่างของนารันสะท้าน ผู้หญิงคนนี้คือเจ้าของร่างที่หล่อนมาอาศัยอยู่สายตาทั้งคู่สบกันโดยไม่ต้องถามว่าเป็นใคร ราวกับหัวใจรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว มุกพิชชายกมือแตะไหล่นารันเบาๆ รอยยิ้มบางพาให้ความอบอุ่นซึมเข้ามาแทนที่ความว่างเปล่า“ฉันมีบางสิ่งจะฝากเธอ” เสียงนั้นขาดหายไปชั่วครู่ ก่อนดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกจะทอดยาวไปในความมืด“ฝากดูแลพ่อแทนฉันได้ไหม” มุกพิชชาพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น เวลาบนโลกนี้ของเธอน้อยเหลือเกิน น้อยเสียจนไม่อาจจะอยู่กับบิดาได้ตราบเท่าที่ใจต้องการคำขอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ทิ้งน้ำหนักกดลงกลางอก ความเงียบงันรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นความแน่นอึดอัด ความรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียบางสิ่งชั่วนิรันดร์พุ่งเข้ามาเต็มแรง“ได้ ฉันจะดูแลคุณเมธานินท์แทนเธอ” นารันรับปาก ทันทีที่รับข้อเสนอความ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   หล่อนเป็นใคร

    บทที่ 5ภายในห้องโถงของบ้านชั้นล่าง“หล่อนเป็นใคร มาที่นี่ทำไม” เสียงแหลมสูงตะโกนถามหญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่ เดรสสั้นเสียจนน่าหวาดเสียว ใบหน้าหล่อนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ วาวาได้แต่คิดคำนวณว่าหล่อนต้องใช้สำลีกี่แผ่นถึงจะเช็ดเครื่องสำอางออกหมด “แล้วหล่อนล่ะเป็นใคร” ฟางแก้วไม่ยอมแพ้ ถามอีกฝ่ายกลับ หล่อนใช้สายตาสำรวจผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจแล้วเบะปากมองบน ก็เป็นแค่เด็กเอ็นเหมือนกัน แต่เสือกมาถามเธอราวกับเป็นเมียเจ้าของบ้าน“ฉันเป็นใครแล้วทำไมจะต้องแจ้งให้หล่อนทราบ” วาวากอดอกเชิดใบหน้าขึ้น หัวเราะเสียงดังราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน“คนอะไรหัวเราะได้น่าเกลียดมาก เหมือนคนไม่เต็ม” ฟางแก้วเหมือนคนถูกหยามเลยตอบกลับเจ็บแสบไม่แพ้กันเสียงโหวกเหวกของแขกสาวทั้งสองในห้องรับแขก ดังลั่นจนเหล่าแม่บ้านต้องออกมามองด้วยความหวาดหวั่น ไม่กล้าเข้ามาห้ามศึกเพราะกลัวจะโดนลูกหลง แต่ละนางก็ดูแรงใช่ย่อยจะห้ามไม่ให้เข้าบ้านก็ไม่ได้เพราะพวกหล่อนอ้างว่ามาเรื่องงาน มีเอกสารครบทุกอย่างจึงได้แต่ปล่อยมาให้นั่งรอคุณภูสิงห์ยังห้องนี้ ไม่คิดว่าพวกเธอจะทะเลาะกันเอง“น่าเกลียดเหรอ แกสิน่าเกลียดมาเร่ขายให้ผู้ชายถึงบ้

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ไม่ขอเป็นศัตรูกับภีมวัจน์

    ท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ตู้คอนเทนเนอร์เรียงซ้อนเหมือนกำแพงบนลานกว้าง ทำให้พื้นที่ดูคับแคบลงภีมวัจน์ยืนนิ่ง มือหนึ่งถือมวนบุหรี่ที่เผาไปแล้วมากกว่าครึ่ง อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋า ส่วนมืออีกข้างล้วงกระเป๋า ใบหน้านิ่งสงบ หากมองจากไกลๆ กิริยาท่าทางของเขาเหมือนดูผ่อนคลายแต่ใครจะไปรู้เท่าชายคนที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวตรงหน้านี้วันชัยก้มหน้ามองพื้น สองมือถูกมัดไพล่หลัง เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงเงียบๆ อย่างจนปัญญาและกลัวตาย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเจ้านายหนุ่มที่มีแววดุดันดุจฆ่าผู้คนได้เพียงแค่สบตาแม้เขาคนนั้นจะไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรแต่บรรยากาศชวนอึดอัดและชวนขนหัวลุกราวกับคนตรงหน้าเป็นภูตผีปีศาจก็ไม่ปานแถมยังถูกบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกห้าคนล้อมเขาไว้ประหนึ่งถูกขังคุกด้วยกำแพงมนุษย์“ทำไมไอซ์ เฮโรอีนถึงมาอยู่ในคลังสินค้าล็อตนี้ เตือนแล้วไม่ฟังสินะ” หากน้ำเสียงเย็นเยือกแช่แข็งคนฟังได้ ตอนนี้วันชัยคงแข็งค้างไปทั้งตัว ฟันหน้ากระทบกันดังกึกๆ วันชัยร้องไห้ปล่อยโฮอย่างไม่นึกอาย เขาไม่น่าฆ่าตัวตายด้วยการทำเรื่องแบบนี้เลย ไม่น่าเลย วันชัยได้แต่คร่ำครวญนึกเสียใจกับการ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ร่างใหม่

    บทที่ 4มุกพิชชาพาร่างอ่อนระโหย ระหงเดินสะเปะสะปะไปยังห้องน้ำ ใบหน้าเธอซีดเซียว ริมฝีปากแห้งแตกเหมือนกระดาษ ดวงตาพยายามปรือมองทางข้างหน้า หล่อนมีไข้สูง กินยานอนพัก แต่กลางดึกรู้สึกปวดปัสสาวะ จึงจำใจลุกจากเตียงไปยังห้องน้ำซึ่งไม่ไกลนักขณะที่ทำธุระและล้างมือ เธอก็พลัดลื่น ร่างที่ยืนไม่มั่นคงเป็นทุนเดิมล้มไปทางด้านหลังอย่างจัง หัวกระแทกขอบอ่างล้างหน้า สติครั้งสุดท้ายที่หล่อนรับรู้คือเพดานห้องน้ำ แล้วภาพค่อยๆ มืดลง ก่อนที่วิญญาณจะถูกกระชากออกไปผ่านไปกี่นาทีกี่ชั่วโมงไม่อาจรู้ จนกระทั่งมีคนมาพบร่างเธอนอนกองบนพื้นห้องน้ำ“ว้าย คุณพราว มาทำอะไรตรงนี้คะ” กิ่ง พี่เลี้ยงวัยใกล้สี่สิบร้องตกใจ ขณะเดินค้นหาเจ้านายจนพบมุกพิชชานอนเป็นลมในห้องน้ำกิ่งพยายามพยุงร่างอ่อนปวกเปียกของเจ้านายขึ้นเตียงอย่างยากลำบาก คืนนี้เธอมานอนเฝ้าเพราะผู้เป็นเจ้านายไข้ขึ้นสูง ทว่าเมื่อครู่ปวดเบาจึงลงไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่างสำหรับแม่บ้านจึงไม่รู้ว่าเจ้านายสาวก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกันพี่เลี้ยงวางเรือนร่างผอมแห้งลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แล้วถอนหายใจด้วยความเหนื่อย เธอเกลี่ยปอยผมที่ปกคลุมใบหน้าออก แล้วไล่สายตาตรวจดูบาดแผลต

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   น่าเสียดาย

    ปัง ปังจ่าวิชิตลั่นไกไปตามกลุ่มคนร้ายขณะวิ่งเข้ามาหาผู้กองนารันเมื่อปิดงานเสร็จชยพลก็หันหลังเดินขึ้นรถ กลุ่มคนร้ายก็แตกซ่านหาที่หลบซ่อนเพราะตำรวจกำลังมาทางนี้ทิ้งไว้แต่ร่างตำรวจสาวในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเลือดนอนคว่ำหน้าอย่างน่าอนาถากับดินแข็งๆก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะสิ้นสุด เธอรวบรวมพลังสาบานกับตัวเองในใจอย่างแน่วแน่ราวกับเสียงกระซิบจากนรก“ถ้าพระเจ้ามีจริง ขอให้ฉันได้กลับมา แก้แค้นพวกแกอย่างสาสม ลิ้มรสการถูกหักหลังแบบที่ฉันเจอ นารันคนนี้ขอสาบาน”ดวงตาเธอปิดลงอย่างช้าๆ ความดำมืดเข้าปกคลุม หลงเหลือไว้แต่กลิ่นอายแห่งความอาฆาตแค้นที่คุกรุ่น รอวันฟื้นคืนเพื่อล้างแค้นพวกมันอย่างที่สาบานไว้ด้วยชีวิตและวิญญาณ“ผู้กอง ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลมาที่นี่ที” ร่างที่ไร้วิญญาณถูกประคองขึ้นด้วยจ่าวิชิต หมวดปัณณวิชญ์ที่บาดเจ็บที่ต้นขาเดินกระเผกๆ ตามมาทีหลังเห็นภาพเบื้องหน้าก็เข่าทรุดลงกับพื้น จ่าวิชิตใช้นิ้วอังจมูกหญิงสาวราวกับมีความหวังลึกๆ ว่าเธอยังคงมีลมหายใจอยู่มีเพียงสายลมเย็นเยือกพัดผ่านจนสองตำรวจหนาวเย็นยะเยือกเข้ากระดูก วิชิตเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์มาโดยตลอดแต่มันน่าเศร้าที่มันไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status