Share

บทที่ 1302

Author: จิ้งซิง
สายตาของทุกคนทอดไปยังเวินเฉวียนเซิ่งในทันที

แต่สีหน้าของเวินเฉวียนเซิ่งกลับไม่สู้ดีนัก

เดิมทีเขาคิดว่าจะถ่วงเวลาไปจนถึงซีถงเป็นอย่างน้อย นึกไม่ถึงว่าเพิ่งออกเดินทางได้เพียงวันที่สอง เสินอ๋องผู้เฒ่าก็บังคับให้เขาเอาภาพวาดออกมาเสียแล้ว

ใช่แล้ว ในมุมมองของเวินเฉวียนเซิ่ง เสินอ๋องผู้เฒ่ากำลังบังคับเขาอยู่จริง ๆ

ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ เขาเคยปฏิเสธไปแล้วครั้งหนึ่ง หากปฏิเสธอีกครั้ง เกรงว่าคนเหล่านี้จะเริ่มสงสัยว่าภาพวาดในมือของเขานั้นเป็นของจริงหรือปลอม

แต่หากจะให้เขานำออกมาง่าย ๆ เช่นนี้ เขาก็ไม่ยินดีนัก

เพราะอย่างไรเสียภาพวาด ‘หมู่บ้านเซียนเมาแห่งลำธารซีถง’ นี้ ก็คือที่พึ่งและไพ่ตายที่ใหญ่ที่สุดของเขาในตอนนี้

ยิ่งภาพวาดถูกเปิดเผยเร็วเท่าใด ก็ยิ่งเป็นผลเสียต่อเขามากเท่านั้น

เดิมทีเขาคิดจะประวิงเวลาออกไปอีกหน่อย แต่เห็นชัดว่าวันนี้ไม่อาจหลบเลี่ยงได้แล้ว

เวินเฉวียนเซิ่งขมวดคิ้วมุ่น แต่ในวินาทีต่อมา เขาก็พลันฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ พลางกวาดมองไปทางเอ้อถานหลัวอย่างรวดเร็ว แววตาเป็นประกายแปลบปลาบ

จากนั้น สีหน้าของเขาก็สงบเยือกเย็น

“ข้าสามารถนำภาพวาดออกมาให้ทุกท่านชมได้ แต่ก่อนหน้านั้
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1309

    นางเพิ่งยื่นมือออกไป เป่ยเฉินหยวนที่อยู่ด้านหลังก็นำกล่องยาของนางออกมาทันทีหลานซื่อมองเขาทีหนึ่งพลางแย้มยิ้ม จากนั้นจึงเปิดกล่องยาแล้วหยิบของหลายอย่างออกมาจากด้านในมีทั้งหน้ากากสำหรับสวมบนใบหน้า ถุงมือผ้าสำหรับสวมมือ พลางถกแขนเสื้อขึ้น แล้วรวบผมมัดสูงหลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น นางจึงหยิบมีดเล็กเล่มหนึ่ง รวมถึงเข็มเงินขนาดค่อนข้างหนาออกมาหลายเล่ม แล้วเริ่มทำการตรวจสอบศพเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนหน้านี้ที่นอกเขตหวงห้าม ในหมู่บ้านที่ไร้ผู้รอดชีวิตแห่งนั้น เป็นเพราะมีพวกชางชิงหลานอยู่ด้วย ทั้งยังต้องเร่งทำเวลา นางจึงใช้เพียงแมลงพิษตรวจสอบศพเหล่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ละเอียดเท่ากับลงมือด้วยตนเองในครั้งนี้นางตรวจสอบอย่างพิถีพิถัน แทบจะตรวจศพทั้งหลายตั้งแต่หัวจรดเท้า จากภายในสู่ภายนอกจนครบถ้วนสุดท้ายก็สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดสาเหตุการตายของศพเหล่านี้กับศพที่อยู่นอกเขตหวงห้ามเหล่านั้น เหมือนกันทุกประการพวกเขาทั้งหมดล้วนตายด้วยพิษประหลาดชนิดหนึ่ง!และเมื่อพิจารณาในตอนนี้ การที่พิษประหลาดชนิดนี้สามารถลุกลามไปจนถึงนอกเขตหวงห้ามได้ หากไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ ก็ย่อมมีค

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1308

    หลานซื่อปรายตามองเอ้อถานหลัวแวบหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าหลวงจีนชั่วผู้นี้กำลังวางแผนอะไรอีก แต่คิ้วตาของนางก็โค้งลงพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ “แน่นอน ไต้ซือยินดีร่วมทางด้วย นับเป็นเกียรติของอู๋โยว”เมื่อเผชิญกับท่าทีนอบน้อมที่แสดงออกมาอย่างกะทันหันของนาง คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจส่วนเป่ยเฉินหยวนเพียงเลิกคิ้วขึ้นหลานซื่อยังผายมือ ‘เชิญ’ เชื้อเชิญให้เอ้อถานหลัวเดินนำไปก่อนอย่างค่อนข้างเคารพนบนอบเอ้อถานหลัวมองนางด้วยสายตามีเลศนัย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากเสินอ๋องผู้เฒ่าอนุญาต ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอกหลานซื่อถึงค่อยตามไปเมื่อเดินผ่านข้างกายสองสามีภรรยาไป๋เยวี่ยโหรว ได้เห็นสีหน้าฉงนสนเท่บนใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่นางเพียงยิ้มโดยไม่มีคำอธิบายดูแล้วท่าทีของนางสองวันก่อนหน้านี้จะวางตัวสูงส่งเกินไปหน่อยแล้วดูเอาเถิด คงลืมกันไปหมดแล้วว่านางเป็นเพียงแม่ชีน้อยบวชชีพราหมณ์ ส่วนเอ้อถานหลัวคือหลวงจีนระดับสูงต่อหน้าไต้ซือเช่นนี้ นางจะไปแก่งแย่งชิงดีเพื่ออะไร?อย่างไรเสียก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ของศพเหล่านั้น นางเพียงแต่นึกถึงศพเหล่านั้นที่อยู่นอกเขตหวงห้ามก่อนหน้านี้ จึงคิดจะไปตรวจสอบดูเสียหน่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1307

    เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ใบหน้าของเวินเฉวียนเซิ่ง ชางชิงหลาน และฮาหลานทั้งสามคนที่ยืนอยู่ในกระโจมต่างก็เผยแววประหลาดใจออกมาส่วนหลานซื่อนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังซากศพเหล่านั้นที่อยู่ไม่ไกล“เป็นโรคที่ติดต่อกันได้หรือ? หรือว่าจะเป็นโรคระบาด?!”เมื่อเสินอ๋องผู้เฒ่าได้ยินคำพูดของหมอกู่ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่อย่างมากในทันทีหมอกู่ผู้นั้นส่ายหน้า “ไม่ใช่โรคระบาด หากเป็นโรคระบาด เกรงว่าในเวลานี้พวกเราคงติดโรคร้ายไปนานแล้ว แต่ข้าได้ตรวจดูทุกคนแล้ว ไม่พบผู้ใดมีความผิดปกติเลย”“เช่นนั้นโรคนี้คืออะไรกันแน่? มีความร้ายแรงเพียงใด? จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของคณะในตอนนี้หรือไม่?”แน่นอนว่าหมอกู่ไม่แนะนำให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปเพราะอย่างไรเสียเมื่อดูจากจำนวนศพที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้ได้ว่าข้างหน้าต้องมีศพมากกว่านี้แน่ หรือกระทั่งอาจจะเป็นพื้นที่ที่โรคเริ่มระบาดพวกเขาเหล่านี้ตอนนี้ยังไม่ติด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่ติดดังนั้นหมอกู่จึงไม่กล้ารับประกันอย่างเด็ดขาดเขากัดฟันกล่าวออกมา “ทูลเสินอ๋อง เนื่องจากอาการทางร่างกายของโรคนี้มีน้อยเหลือเกิน อีกทั้งเวลามีจำกัด กระ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1306

    คนอื่น ๆ ที่นึกถึงสาเหตุในระดับนี้ได้เช่นกัน ต่างพากันมองหลานซื่อแวบหนึ่งอย่างอดไม่ได้สีหน้าของหลานซื่อเรียบเฉย ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้หรือสายตาของพวกเขาเลยเมื่อเห็นว่านางไม่ตอบสนองใด ๆ คนอื่น ๆ ที่มองอยู่ย่อมรู้สึกหมดสนุกไปด้วยไม่นานนัก หัวข้อสนทนาก็ดำเนินต่อไปเวินเฉวียนเซิ่งเอ่ยถาม “เสินอ๋อง ตอนแรกที่ท่านเข้าไปในประตูซีถงบานนั้น ถ้ำแห่งนั้นตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้หรือ?”เรื่องนี้ เสินอ๋องผู้เฒ่าไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด“อยู่ในภูเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่งตรงริมหมู่บ้าน ตำแหน่ง...น่าจะเป็นตรงนี้”เสินอ๋องผู้เฒ่าชี้ไปยังภูเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุดบนภาพวาด แล้วบอกกับทุกคนว่า “หากพวกท่านอยากลองไปดู เช่นนั้นจุดหมายแรกก็กำหนดไว้ที่นี่ได้”“เช่นนั้นก็ไปดูที่นี่กันเถอะ ในเมื่อประตูซีถงเคยปรากฏขึ้นที่นี่ บางทีอาจจะหลงเหลือเบาะแสอะไรไว้บ้างก็ได้”ถึงแม้เสินอ๋องผู้เฒ่าจะบอกว่าภายหลังเขากลับไปหาแล้วไม่พบ แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือเท็จ?อีกทั้งเขาไปแล้วหาไม่พบ แต่ตรงนี้มีธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้มีสายเลือดสกุลหลานอยู่ด้วยไม่ใช่หรือเผื่อว่าคนอื่นไปแล้วไม่ได้ผล แต่นางไปแ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1305

    เสินอ๋องผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ในเวลานี้ต่างอดไม่ได้ที่จะนึกผวาขึ้นมาวูบหนึ่งภาพวาดประหนึ่งแผนที่ภูมิประเทศนี้ เรียกได้ว่าเป็นการ ‘ข่มขวัญ’ เสินอ๋องผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ตั้งแต่แรกเริ่มหลายคนที่เมื่อครู่ยังนึกดูแคลนภาพเลียนแบบ บัดนี้กลับพากันมองดูอย่างสงบเสงี่ยมส่วนสายตาของเสินอ๋องผู้เฒ่าที่กวาดผ่านเวินเฉวียนเซิ่งไปนั้น ในใจก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นภาพจริงหรือภาพเลียนแบบ ก็จำเป็นต้องเอากลับคืนมาให้หมด!ภาพวาดที่เป็นภัยต่อร้อยชนเผ่าเช่นนี้ จะปล่อยให้ตกอยู่ในมือของผู้อื่นโดยง่ายไม่ได้เป็นอันขาด!เมื่อกวาดสายตามองไปจนทั่วทั้งภาพ นอกจากปัญหาเรื่องเทือกเขาแล้ว จุดที่ทุกคนให้ความสนใจมากที่สุดก็คือลวดลายที่เด่นชัดตรงสุดปลายเทือกเขานั้นลวดลายนั้นคือลายดอกบัวแฝดด้านนอกของลายดอกบัวยังมีลายก้อนเมฆสีทองสลับน้ำเงินล้อมรอบเป็นวงกลมเห็นได้ชัดว่า สถานที่ที่มีลวดลายนี้อยู่ก็คือชื่อของภาพวาดนี้...หมู่บ้านเซียนเมาแห่งลำธารซีถงแต่เมื่อมองถึงตรงนี้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เสินอ๋องผู้เฒ่า รวมถึงพวกไป๋เยวี่ยโหรวและปาถูเอ่อร์ทั้งสามกลับพากันชะงักไปครู่หนึ่งหลานซื่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1304

    “ว่าอย่างไรธิดาศักดิ์สิทธิ์?”เห็นใครบางคนวกกลับมาที่นางอย่างไม่ยอมเลิกราหลานซื่อปรายตามองเขาอย่างเฉยชา “เดิมทีนี่ก็เป็นของสกุลหลานข้า ท่านยังเรียกค่าชมภาพจากข้าอีกหรือ?”เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ก็ทำเอาเวินเฉวียนเซิ่งถึงกับพูดไม่ออกทันทีแน่นอนว่า ไม่ใช่ว่าเขาจะบีบบังคับไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียตอนนี้ภาพวาดก็อยู่ในมือเขา หากเขาไม่นำออกมา ใครจะได้ดู?แต่หากเขาทำเช่นนั้นจริง ๆ นั่นคงจะเสียศักดิ์ศรียิ่งนักผู้คนที่นั่งอยู่ในกระโจมนี้ มีใครบ้างที่ไร้ซึ่งฐานะ?หากทำตัวไร้ยางอายเกินไป ก็จะมีแต่จะถูกดูแคลนเหยียดหยามแต่เวินเฉวียนเซิ่งยังคงรักศักดิ์ศรีอยู่บ้าง ดังนั้นหลังจากหลานซื่อตอกกลับเขาด้วยคำพูดนี้ เขาจึงไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่หันหนีไปด้วยสีหน้าเย็นชาในเมื่อเก็บค่าชมภาพมาแล้ว ภาพวาดนี้ก็ควรนำออกมาเสียทีเวินเฉวียนเซิ่งกลับเข้าไปในกระโจมเพียงลำพังแล้วหยิบภาพวาดมา จากนั้นจึงค่อย ๆ คลี่ออก แสดงต่อสายตาของผู้คนหลานซื่อมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าสิ่งที่เวินเฉวียนเซิ่งนำออกมานั้น ไม่ใช่ภาพวาด ‘หมู่บ้านเซียนเมาแห่งลำธารซีถง’ ของจริง หากแต่เป็นภาพเลียนแบบที่พวกเขาให้คนคัดลอกไว้ก่อนจะออกเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status