공유

บทที่ 1303

작가: จิ้งซิง
บัดนี้เกรงว่าคงไม่อาจใช้งานได้อีกแล้ว จึงได้นั่งรถเข็นปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ตลอดเวลา

ดังนั้นในสายตาของชางชิงหลานและฮาหลาน ข้อเรียกร้องของเวินเฉวียนเซิ่งก็นับว่าสมเหตุสมผลอยู่บ้าง

สองพี่น้องสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากว่า “สิ่งของที่พวกเรานำมามีไม่มากนัก หากเป็นเรื่องโอสถแล้ว มีเพียงของสิ่งเดียว แต่ก็เป็นโอสถดีที่สามารถนำออกมาช่วยชีวิตได้ในยามคับขัน”

พวกเขาให้คนไปนำโอสถมา

นั่นคือกล่องสีดำขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่ง

“ภายในกล่องนี้บรรจุโอสถต่อชีวิตไว้หนึ่งเม็ด มาจากฝีมือของผู้อาวุโสใหญ่แห่งราชสำนักฝ่ายนอกของพวกเรา ในนั้นใช้ตัวยาล้ำค่าสิบแปดชนิด ต่อให้ท่านเหลือเพียงลมหายใจเดียว ขอเพียงกินยานี้ลงไป ก็จะสามารถยื้อชีวิตของท่านไว้ได้ถึงสิบสองชั่วยาม”

เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา หลายคนต่างมองออกไป

หลานซื่อเองก็มองไปด้วยความใคร่รู้เช่นกัน

โอสถเช่นนี้ นางเองก็มีอยู่

แต่ตัวยาที่ใส่ลงในโอสถของนางนั้นมีความพิถีพิถันยิ่งกว่า ตัวยาทั้งหมดแปดสิบแปดชนิด ล้วนมีอายุหนึ่งร้อยปีขึ้นไปทั้งสิ้น

โดยเฉพาะโสมคนที่เป็นหลักนั้นใช้น้ำทิพย์ในมิติเพาะเลี้ยงขึ้นมา สรรพคุณจึงเทียบเท่ากับหนึ่งพันปีเลยทีเดียว

ดังน
이 책을.
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요
잠긴 챕터

최신 챕터

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1309

    นางเพิ่งยื่นมือออกไป เป่ยเฉินหยวนที่อยู่ด้านหลังก็นำกล่องยาของนางออกมาทันทีหลานซื่อมองเขาทีหนึ่งพลางแย้มยิ้ม จากนั้นจึงเปิดกล่องยาแล้วหยิบของหลายอย่างออกมาจากด้านในมีทั้งหน้ากากสำหรับสวมบนใบหน้า ถุงมือผ้าสำหรับสวมมือ พลางถกแขนเสื้อขึ้น แล้วรวบผมมัดสูงหลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น นางจึงหยิบมีดเล็กเล่มหนึ่ง รวมถึงเข็มเงินขนาดค่อนข้างหนาออกมาหลายเล่ม แล้วเริ่มทำการตรวจสอบศพเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนหน้านี้ที่นอกเขตหวงห้าม ในหมู่บ้านที่ไร้ผู้รอดชีวิตแห่งนั้น เป็นเพราะมีพวกชางชิงหลานอยู่ด้วย ทั้งยังต้องเร่งทำเวลา นางจึงใช้เพียงแมลงพิษตรวจสอบศพเหล่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ละเอียดเท่ากับลงมือด้วยตนเองในครั้งนี้นางตรวจสอบอย่างพิถีพิถัน แทบจะตรวจศพทั้งหลายตั้งแต่หัวจรดเท้า จากภายในสู่ภายนอกจนครบถ้วนสุดท้ายก็สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดสาเหตุการตายของศพเหล่านี้กับศพที่อยู่นอกเขตหวงห้ามเหล่านั้น เหมือนกันทุกประการพวกเขาทั้งหมดล้วนตายด้วยพิษประหลาดชนิดหนึ่ง!และเมื่อพิจารณาในตอนนี้ การที่พิษประหลาดชนิดนี้สามารถลุกลามไปจนถึงนอกเขตหวงห้ามได้ หากไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ ก็ย่อมมีค

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1308

    หลานซื่อปรายตามองเอ้อถานหลัวแวบหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าหลวงจีนชั่วผู้นี้กำลังวางแผนอะไรอีก แต่คิ้วตาของนางก็โค้งลงพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ “แน่นอน ไต้ซือยินดีร่วมทางด้วย นับเป็นเกียรติของอู๋โยว”เมื่อเผชิญกับท่าทีนอบน้อมที่แสดงออกมาอย่างกะทันหันของนาง คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจส่วนเป่ยเฉินหยวนเพียงเลิกคิ้วขึ้นหลานซื่อยังผายมือ ‘เชิญ’ เชื้อเชิญให้เอ้อถานหลัวเดินนำไปก่อนอย่างค่อนข้างเคารพนบนอบเอ้อถานหลัวมองนางด้วยสายตามีเลศนัย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากเสินอ๋องผู้เฒ่าอนุญาต ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอกหลานซื่อถึงค่อยตามไปเมื่อเดินผ่านข้างกายสองสามีภรรยาไป๋เยวี่ยโหรว ได้เห็นสีหน้าฉงนสนเท่บนใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่นางเพียงยิ้มโดยไม่มีคำอธิบายดูแล้วท่าทีของนางสองวันก่อนหน้านี้จะวางตัวสูงส่งเกินไปหน่อยแล้วดูเอาเถิด คงลืมกันไปหมดแล้วว่านางเป็นเพียงแม่ชีน้อยบวชชีพราหมณ์ ส่วนเอ้อถานหลัวคือหลวงจีนระดับสูงต่อหน้าไต้ซือเช่นนี้ นางจะไปแก่งแย่งชิงดีเพื่ออะไร?อย่างไรเสียก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ของศพเหล่านั้น นางเพียงแต่นึกถึงศพเหล่านั้นที่อยู่นอกเขตหวงห้ามก่อนหน้านี้ จึงคิดจะไปตรวจสอบดูเสียหน่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1307

    เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ใบหน้าของเวินเฉวียนเซิ่ง ชางชิงหลาน และฮาหลานทั้งสามคนที่ยืนอยู่ในกระโจมต่างก็เผยแววประหลาดใจออกมาส่วนหลานซื่อนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังซากศพเหล่านั้นที่อยู่ไม่ไกล“เป็นโรคที่ติดต่อกันได้หรือ? หรือว่าจะเป็นโรคระบาด?!”เมื่อเสินอ๋องผู้เฒ่าได้ยินคำพูดของหมอกู่ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่อย่างมากในทันทีหมอกู่ผู้นั้นส่ายหน้า “ไม่ใช่โรคระบาด หากเป็นโรคระบาด เกรงว่าในเวลานี้พวกเราคงติดโรคร้ายไปนานแล้ว แต่ข้าได้ตรวจดูทุกคนแล้ว ไม่พบผู้ใดมีความผิดปกติเลย”“เช่นนั้นโรคนี้คืออะไรกันแน่? มีความร้ายแรงเพียงใด? จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของคณะในตอนนี้หรือไม่?”แน่นอนว่าหมอกู่ไม่แนะนำให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปเพราะอย่างไรเสียเมื่อดูจากจำนวนศพที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้ได้ว่าข้างหน้าต้องมีศพมากกว่านี้แน่ หรือกระทั่งอาจจะเป็นพื้นที่ที่โรคเริ่มระบาดพวกเขาเหล่านี้ตอนนี้ยังไม่ติด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่ติดดังนั้นหมอกู่จึงไม่กล้ารับประกันอย่างเด็ดขาดเขากัดฟันกล่าวออกมา “ทูลเสินอ๋อง เนื่องจากอาการทางร่างกายของโรคนี้มีน้อยเหลือเกิน อีกทั้งเวลามีจำกัด กระ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1306

    คนอื่น ๆ ที่นึกถึงสาเหตุในระดับนี้ได้เช่นกัน ต่างพากันมองหลานซื่อแวบหนึ่งอย่างอดไม่ได้สีหน้าของหลานซื่อเรียบเฉย ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้หรือสายตาของพวกเขาเลยเมื่อเห็นว่านางไม่ตอบสนองใด ๆ คนอื่น ๆ ที่มองอยู่ย่อมรู้สึกหมดสนุกไปด้วยไม่นานนัก หัวข้อสนทนาก็ดำเนินต่อไปเวินเฉวียนเซิ่งเอ่ยถาม “เสินอ๋อง ตอนแรกที่ท่านเข้าไปในประตูซีถงบานนั้น ถ้ำแห่งนั้นตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้หรือ?”เรื่องนี้ เสินอ๋องผู้เฒ่าไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด“อยู่ในภูเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่งตรงริมหมู่บ้าน ตำแหน่ง...น่าจะเป็นตรงนี้”เสินอ๋องผู้เฒ่าชี้ไปยังภูเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุดบนภาพวาด แล้วบอกกับทุกคนว่า “หากพวกท่านอยากลองไปดู เช่นนั้นจุดหมายแรกก็กำหนดไว้ที่นี่ได้”“เช่นนั้นก็ไปดูที่นี่กันเถอะ ในเมื่อประตูซีถงเคยปรากฏขึ้นที่นี่ บางทีอาจจะหลงเหลือเบาะแสอะไรไว้บ้างก็ได้”ถึงแม้เสินอ๋องผู้เฒ่าจะบอกว่าภายหลังเขากลับไปหาแล้วไม่พบ แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือเท็จ?อีกทั้งเขาไปแล้วหาไม่พบ แต่ตรงนี้มีธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้มีสายเลือดสกุลหลานอยู่ด้วยไม่ใช่หรือเผื่อว่าคนอื่นไปแล้วไม่ได้ผล แต่นางไปแ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1305

    เสินอ๋องผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ในเวลานี้ต่างอดไม่ได้ที่จะนึกผวาขึ้นมาวูบหนึ่งภาพวาดประหนึ่งแผนที่ภูมิประเทศนี้ เรียกได้ว่าเป็นการ ‘ข่มขวัญ’ เสินอ๋องผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ตั้งแต่แรกเริ่มหลายคนที่เมื่อครู่ยังนึกดูแคลนภาพเลียนแบบ บัดนี้กลับพากันมองดูอย่างสงบเสงี่ยมส่วนสายตาของเสินอ๋องผู้เฒ่าที่กวาดผ่านเวินเฉวียนเซิ่งไปนั้น ในใจก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นภาพจริงหรือภาพเลียนแบบ ก็จำเป็นต้องเอากลับคืนมาให้หมด!ภาพวาดที่เป็นภัยต่อร้อยชนเผ่าเช่นนี้ จะปล่อยให้ตกอยู่ในมือของผู้อื่นโดยง่ายไม่ได้เป็นอันขาด!เมื่อกวาดสายตามองไปจนทั่วทั้งภาพ นอกจากปัญหาเรื่องเทือกเขาแล้ว จุดที่ทุกคนให้ความสนใจมากที่สุดก็คือลวดลายที่เด่นชัดตรงสุดปลายเทือกเขานั้นลวดลายนั้นคือลายดอกบัวแฝดด้านนอกของลายดอกบัวยังมีลายก้อนเมฆสีทองสลับน้ำเงินล้อมรอบเป็นวงกลมเห็นได้ชัดว่า สถานที่ที่มีลวดลายนี้อยู่ก็คือชื่อของภาพวาดนี้...หมู่บ้านเซียนเมาแห่งลำธารซีถงแต่เมื่อมองถึงตรงนี้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เสินอ๋องผู้เฒ่า รวมถึงพวกไป๋เยวี่ยโหรวและปาถูเอ่อร์ทั้งสามกลับพากันชะงักไปครู่หนึ่งหลานซื่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1304

    “ว่าอย่างไรธิดาศักดิ์สิทธิ์?”เห็นใครบางคนวกกลับมาที่นางอย่างไม่ยอมเลิกราหลานซื่อปรายตามองเขาอย่างเฉยชา “เดิมทีนี่ก็เป็นของสกุลหลานข้า ท่านยังเรียกค่าชมภาพจากข้าอีกหรือ?”เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ก็ทำเอาเวินเฉวียนเซิ่งถึงกับพูดไม่ออกทันทีแน่นอนว่า ไม่ใช่ว่าเขาจะบีบบังคับไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียตอนนี้ภาพวาดก็อยู่ในมือเขา หากเขาไม่นำออกมา ใครจะได้ดู?แต่หากเขาทำเช่นนั้นจริง ๆ นั่นคงจะเสียศักดิ์ศรียิ่งนักผู้คนที่นั่งอยู่ในกระโจมนี้ มีใครบ้างที่ไร้ซึ่งฐานะ?หากทำตัวไร้ยางอายเกินไป ก็จะมีแต่จะถูกดูแคลนเหยียดหยามแต่เวินเฉวียนเซิ่งยังคงรักศักดิ์ศรีอยู่บ้าง ดังนั้นหลังจากหลานซื่อตอกกลับเขาด้วยคำพูดนี้ เขาจึงไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่หันหนีไปด้วยสีหน้าเย็นชาในเมื่อเก็บค่าชมภาพมาแล้ว ภาพวาดนี้ก็ควรนำออกมาเสียทีเวินเฉวียนเซิ่งกลับเข้าไปในกระโจมเพียงลำพังแล้วหยิบภาพวาดมา จากนั้นจึงค่อย ๆ คลี่ออก แสดงต่อสายตาของผู้คนหลานซื่อมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าสิ่งที่เวินเฉวียนเซิ่งนำออกมานั้น ไม่ใช่ภาพวาด ‘หมู่บ้านเซียนเมาแห่งลำธารซีถง’ ของจริง หากแต่เป็นภาพเลียนแบบที่พวกเขาให้คนคัดลอกไว้ก่อนจะออกเ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 책을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 책을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status