Share

บทที่ 1308

Author: จิ้งซิง
หลานซื่อปรายตามองเอ้อถานหลัวแวบหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าหลวงจีนชั่วผู้นี้กำลังวางแผนอะไรอีก แต่คิ้วตาของนางก็โค้งลงพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ “แน่นอน ไต้ซือยินดีร่วมทางด้วย นับเป็นเกียรติของอู๋โยว”

เมื่อเผชิญกับท่าทีนอบน้อมที่แสดงออกมาอย่างกะทันหันของนาง คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจ

ส่วนเป่ยเฉินหยวนเพียงเลิกคิ้วขึ้น

หลานซื่อยังผายมือ ‘เชิญ’ เชื้อเชิญให้เอ้อถานหลัวเดินนำไปก่อนอย่างค่อนข้างเคารพนบนอบ

เอ้อถานหลัวมองนางด้วยสายตามีเลศนัย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากเสินอ๋องผู้เฒ่าอนุญาต ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอก

หลานซื่อถึงค่อยตามไป

เมื่อเดินผ่านข้างกายสองสามีภรรยาไป๋เยวี่ยโหรว ได้เห็นสีหน้าฉงนสนเท่บนใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่

นางเพียงยิ้มโดยไม่มีคำอธิบาย

ดูแล้วท่าทีของนางสองวันก่อนหน้านี้จะวางตัวสูงส่งเกินไปหน่อยแล้ว

ดูเอาเถิด คงลืมกันไปหมดแล้วว่านางเป็นเพียงแม่ชีน้อยบวชชีพราหมณ์ ส่วนเอ้อถานหลัวคือหลวงจีนระดับสูง

ต่อหน้าไต้ซือเช่นนี้ นางจะไปแก่งแย่งชิงดีเพื่ออะไร?

อย่างไรเสียก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ของศพเหล่านั้น นางเพียงแต่นึกถึงศพเหล่านั้นที่อยู่นอกเขตหวงห้ามก่อนหน้านี้ จึงคิดจะไปตรวจสอบดูเสียหน่
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1309

    นางเพิ่งยื่นมือออกไป เป่ยเฉินหยวนที่อยู่ด้านหลังก็นำกล่องยาของนางออกมาทันทีหลานซื่อมองเขาทีหนึ่งพลางแย้มยิ้ม จากนั้นจึงเปิดกล่องยาแล้วหยิบของหลายอย่างออกมาจากด้านในมีทั้งหน้ากากสำหรับสวมบนใบหน้า ถุงมือผ้าสำหรับสวมมือ พลางถกแขนเสื้อขึ้น แล้วรวบผมมัดสูงหลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น นางจึงหยิบมีดเล็กเล่มหนึ่ง รวมถึงเข็มเงินขนาดค่อนข้างหนาออกมาหลายเล่ม แล้วเริ่มทำการตรวจสอบศพเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนหน้านี้ที่นอกเขตหวงห้าม ในหมู่บ้านที่ไร้ผู้รอดชีวิตแห่งนั้น เป็นเพราะมีพวกชางชิงหลานอยู่ด้วย ทั้งยังต้องเร่งทำเวลา นางจึงใช้เพียงแมลงพิษตรวจสอบศพเหล่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ละเอียดเท่ากับลงมือด้วยตนเองในครั้งนี้นางตรวจสอบอย่างพิถีพิถัน แทบจะตรวจศพทั้งหลายตั้งแต่หัวจรดเท้า จากภายในสู่ภายนอกจนครบถ้วนสุดท้ายก็สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดสาเหตุการตายของศพเหล่านี้กับศพที่อยู่นอกเขตหวงห้ามเหล่านั้น เหมือนกันทุกประการพวกเขาทั้งหมดล้วนตายด้วยพิษประหลาดชนิดหนึ่ง!และเมื่อพิจารณาในตอนนี้ การที่พิษประหลาดชนิดนี้สามารถลุกลามไปจนถึงนอกเขตหวงห้ามได้ หากไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ ก็ย่อมมีค

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1308

    หลานซื่อปรายตามองเอ้อถานหลัวแวบหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าหลวงจีนชั่วผู้นี้กำลังวางแผนอะไรอีก แต่คิ้วตาของนางก็โค้งลงพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ “แน่นอน ไต้ซือยินดีร่วมทางด้วย นับเป็นเกียรติของอู๋โยว”เมื่อเผชิญกับท่าทีนอบน้อมที่แสดงออกมาอย่างกะทันหันของนาง คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจส่วนเป่ยเฉินหยวนเพียงเลิกคิ้วขึ้นหลานซื่อยังผายมือ ‘เชิญ’ เชื้อเชิญให้เอ้อถานหลัวเดินนำไปก่อนอย่างค่อนข้างเคารพนบนอบเอ้อถานหลัวมองนางด้วยสายตามีเลศนัย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากเสินอ๋องผู้เฒ่าอนุญาต ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอกหลานซื่อถึงค่อยตามไปเมื่อเดินผ่านข้างกายสองสามีภรรยาไป๋เยวี่ยโหรว ได้เห็นสีหน้าฉงนสนเท่บนใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่นางเพียงยิ้มโดยไม่มีคำอธิบายดูแล้วท่าทีของนางสองวันก่อนหน้านี้จะวางตัวสูงส่งเกินไปหน่อยแล้วดูเอาเถิด คงลืมกันไปหมดแล้วว่านางเป็นเพียงแม่ชีน้อยบวชชีพราหมณ์ ส่วนเอ้อถานหลัวคือหลวงจีนระดับสูงต่อหน้าไต้ซือเช่นนี้ นางจะไปแก่งแย่งชิงดีเพื่ออะไร?อย่างไรเสียก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ของศพเหล่านั้น นางเพียงแต่นึกถึงศพเหล่านั้นที่อยู่นอกเขตหวงห้ามก่อนหน้านี้ จึงคิดจะไปตรวจสอบดูเสียหน่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1307

    เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ใบหน้าของเวินเฉวียนเซิ่ง ชางชิงหลาน และฮาหลานทั้งสามคนที่ยืนอยู่ในกระโจมต่างก็เผยแววประหลาดใจออกมาส่วนหลานซื่อนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังซากศพเหล่านั้นที่อยู่ไม่ไกล“เป็นโรคที่ติดต่อกันได้หรือ? หรือว่าจะเป็นโรคระบาด?!”เมื่อเสินอ๋องผู้เฒ่าได้ยินคำพูดของหมอกู่ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่อย่างมากในทันทีหมอกู่ผู้นั้นส่ายหน้า “ไม่ใช่โรคระบาด หากเป็นโรคระบาด เกรงว่าในเวลานี้พวกเราคงติดโรคร้ายไปนานแล้ว แต่ข้าได้ตรวจดูทุกคนแล้ว ไม่พบผู้ใดมีความผิดปกติเลย”“เช่นนั้นโรคนี้คืออะไรกันแน่? มีความร้ายแรงเพียงใด? จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของคณะในตอนนี้หรือไม่?”แน่นอนว่าหมอกู่ไม่แนะนำให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปเพราะอย่างไรเสียเมื่อดูจากจำนวนศพที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้ได้ว่าข้างหน้าต้องมีศพมากกว่านี้แน่ หรือกระทั่งอาจจะเป็นพื้นที่ที่โรคเริ่มระบาดพวกเขาเหล่านี้ตอนนี้ยังไม่ติด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่ติดดังนั้นหมอกู่จึงไม่กล้ารับประกันอย่างเด็ดขาดเขากัดฟันกล่าวออกมา “ทูลเสินอ๋อง เนื่องจากอาการทางร่างกายของโรคนี้มีน้อยเหลือเกิน อีกทั้งเวลามีจำกัด กระ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1306

    คนอื่น ๆ ที่นึกถึงสาเหตุในระดับนี้ได้เช่นกัน ต่างพากันมองหลานซื่อแวบหนึ่งอย่างอดไม่ได้สีหน้าของหลานซื่อเรียบเฉย ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้หรือสายตาของพวกเขาเลยเมื่อเห็นว่านางไม่ตอบสนองใด ๆ คนอื่น ๆ ที่มองอยู่ย่อมรู้สึกหมดสนุกไปด้วยไม่นานนัก หัวข้อสนทนาก็ดำเนินต่อไปเวินเฉวียนเซิ่งเอ่ยถาม “เสินอ๋อง ตอนแรกที่ท่านเข้าไปในประตูซีถงบานนั้น ถ้ำแห่งนั้นตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้หรือ?”เรื่องนี้ เสินอ๋องผู้เฒ่าไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด“อยู่ในภูเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่งตรงริมหมู่บ้าน ตำแหน่ง...น่าจะเป็นตรงนี้”เสินอ๋องผู้เฒ่าชี้ไปยังภูเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุดบนภาพวาด แล้วบอกกับทุกคนว่า “หากพวกท่านอยากลองไปดู เช่นนั้นจุดหมายแรกก็กำหนดไว้ที่นี่ได้”“เช่นนั้นก็ไปดูที่นี่กันเถอะ ในเมื่อประตูซีถงเคยปรากฏขึ้นที่นี่ บางทีอาจจะหลงเหลือเบาะแสอะไรไว้บ้างก็ได้”ถึงแม้เสินอ๋องผู้เฒ่าจะบอกว่าภายหลังเขากลับไปหาแล้วไม่พบ แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือเท็จ?อีกทั้งเขาไปแล้วหาไม่พบ แต่ตรงนี้มีธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้มีสายเลือดสกุลหลานอยู่ด้วยไม่ใช่หรือเผื่อว่าคนอื่นไปแล้วไม่ได้ผล แต่นางไปแ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1305

    เสินอ๋องผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ในเวลานี้ต่างอดไม่ได้ที่จะนึกผวาขึ้นมาวูบหนึ่งภาพวาดประหนึ่งแผนที่ภูมิประเทศนี้ เรียกได้ว่าเป็นการ ‘ข่มขวัญ’ เสินอ๋องผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ตั้งแต่แรกเริ่มหลายคนที่เมื่อครู่ยังนึกดูแคลนภาพเลียนแบบ บัดนี้กลับพากันมองดูอย่างสงบเสงี่ยมส่วนสายตาของเสินอ๋องผู้เฒ่าที่กวาดผ่านเวินเฉวียนเซิ่งไปนั้น ในใจก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นภาพจริงหรือภาพเลียนแบบ ก็จำเป็นต้องเอากลับคืนมาให้หมด!ภาพวาดที่เป็นภัยต่อร้อยชนเผ่าเช่นนี้ จะปล่อยให้ตกอยู่ในมือของผู้อื่นโดยง่ายไม่ได้เป็นอันขาด!เมื่อกวาดสายตามองไปจนทั่วทั้งภาพ นอกจากปัญหาเรื่องเทือกเขาแล้ว จุดที่ทุกคนให้ความสนใจมากที่สุดก็คือลวดลายที่เด่นชัดตรงสุดปลายเทือกเขานั้นลวดลายนั้นคือลายดอกบัวแฝดด้านนอกของลายดอกบัวยังมีลายก้อนเมฆสีทองสลับน้ำเงินล้อมรอบเป็นวงกลมเห็นได้ชัดว่า สถานที่ที่มีลวดลายนี้อยู่ก็คือชื่อของภาพวาดนี้...หมู่บ้านเซียนเมาแห่งลำธารซีถงแต่เมื่อมองถึงตรงนี้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เสินอ๋องผู้เฒ่า รวมถึงพวกไป๋เยวี่ยโหรวและปาถูเอ่อร์ทั้งสามกลับพากันชะงักไปครู่หนึ่งหลานซื่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1304

    “ว่าอย่างไรธิดาศักดิ์สิทธิ์?”เห็นใครบางคนวกกลับมาที่นางอย่างไม่ยอมเลิกราหลานซื่อปรายตามองเขาอย่างเฉยชา “เดิมทีนี่ก็เป็นของสกุลหลานข้า ท่านยังเรียกค่าชมภาพจากข้าอีกหรือ?”เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ก็ทำเอาเวินเฉวียนเซิ่งถึงกับพูดไม่ออกทันทีแน่นอนว่า ไม่ใช่ว่าเขาจะบีบบังคับไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียตอนนี้ภาพวาดก็อยู่ในมือเขา หากเขาไม่นำออกมา ใครจะได้ดู?แต่หากเขาทำเช่นนั้นจริง ๆ นั่นคงจะเสียศักดิ์ศรียิ่งนักผู้คนที่นั่งอยู่ในกระโจมนี้ มีใครบ้างที่ไร้ซึ่งฐานะ?หากทำตัวไร้ยางอายเกินไป ก็จะมีแต่จะถูกดูแคลนเหยียดหยามแต่เวินเฉวียนเซิ่งยังคงรักศักดิ์ศรีอยู่บ้าง ดังนั้นหลังจากหลานซื่อตอกกลับเขาด้วยคำพูดนี้ เขาจึงไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่หันหนีไปด้วยสีหน้าเย็นชาในเมื่อเก็บค่าชมภาพมาแล้ว ภาพวาดนี้ก็ควรนำออกมาเสียทีเวินเฉวียนเซิ่งกลับเข้าไปในกระโจมเพียงลำพังแล้วหยิบภาพวาดมา จากนั้นจึงค่อย ๆ คลี่ออก แสดงต่อสายตาของผู้คนหลานซื่อมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าสิ่งที่เวินเฉวียนเซิ่งนำออกมานั้น ไม่ใช่ภาพวาด ‘หมู่บ้านเซียนเมาแห่งลำธารซีถง’ ของจริง หากแต่เป็นภาพเลียนแบบที่พวกเขาให้คนคัดลอกไว้ก่อนจะออกเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status