แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: จิ้งซิง
พิธีปักปิ่นอันใด?

พิธีปักปิ่นของยางผ่านไปนานแล้วไม่ใช่หรือ?

ความอัปยศที่ได้รับในพิธีปักปิ่นเวลานั้น นางยังคงได้จำได้จนถึงทุกวันนี้

เสียงหัวเราะเยาะของแขกทั้งหลาย การเยาะเย้ยถากถางของพี่ชาย การถอนหมั้นของคู่หมั้น รวมไปถึงการตำหนิของบิดามารดา...

นางเคยผ่านสถานการณ์เช่นนั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง

ทว่าตอนนี้ เหตุใดถึงเป็นพิธีปักปิ่นอีกเล่า?

หรือว่าเวินเยวี่ยจะเล่นปาหี่ใหม่อะไรอีก อยากให้นางอับอายขายหน้าอีกครั้งแล้วค่อยส่งนางไปตายหรือ?!

เวินซื่อหายใจถี่กระชั้นขึ้นในพริบตา

แต่ในตอนที่นางกำลังจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ สายตาของนางกลับหยุดชะงักไปทันที

เดี๋ยวก่อน!

นางเบิกตาโต จ้องมองมือสองข้างที่สมบูรณ์ไร้บาดแผลของตัวเอง แล้วก้มหน้ามองขาเท้าสองข้างของตัวเองทันที ใบหน้าค่อย ๆ ฉายแววเหมือนไม่อยากจะเชื่อ

มือและเท้าของนางถูกทำลายจนพิการไปแล้วไม่ใช่หรือ?

เหตุใดตอนนี้กลับหายดีหมดแล้ว?

นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?

ควรรู้เอาไว้ว่าเอ็นมือเอ็นเท้าของนางถูกตัดจนขาดหมดแล้ว ไม่มีทางฟื้นฟูกลับมาได้อีก!

เวินซื่อที่ตระหนักได้ถึงความผิดปกติจึงค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองห้องนี้อีกครั้ง

เป็นการตกแต่งทั้งหมดที่ค่อย ๆ ผสานเข้ากับในความทรงจำ

นางเบนสายตาไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ด้านหนึ่งของห้อง

เดินเข้าไปทีละก้าว เรือนร่างเพรียวบางค่อย ๆ สะท้อนอยู่บนกระจกทองแดง

ดวงหน้าอ่อนเยาว์ หน้าตาที่สมบูรณ์ดี และเครื่องแต่งกายที่อ่อนวัย...

นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นรูปลักษณ์ของนางก่อนที่จะโดยเวินเยวี่ยทำลายใบหน้า และเป็นรูปลักษณ์ของนางก่อนพิธีปักปิ่น!

มือเท้าที่สมบูรณ์ ห้องที่คุ้นเคย และใบหน้าที่ไม่มีรอยแผลเป็นสักนิดเดียว...

เวินซื่อพลันผุดการคาดเดาอันน่าเหลือเชื่อขึ้นในก้นบึ้งของจิตใจ...

...หรือว่านางกลับมาเกิดใหม่แล้ว?

ย้อนกลับมาวันพิธีปักปิ่นของนาง?

เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ เวินซื่อก็เอามือทั้งสองข้างปิดหน้าตัวเอง เผยให้เห็นสีหน้าคลุ้มคลั่ง

ใช่แล้ว ใช่แล้ว...

นางตายไปนานแล้ว!

ตายภายใต้ดาบของเวินจื่อเยวี่ย!

น่าเสียดาย นายไม่ได้ตายไปเลย

นางเกิดใหม่แล้ว?!

เหอะ!

สวรรค์ช่างชอบกลั่นแกล้งนางเสียจริง

ทั้ง ๆ ที่นางไม่อยากมีความเกี่ยวพันใด ๆ กับตระกูลเวินอีกต่อไปแล้ว แต่สวรรค์กลับอยากให้นางกลายเป็นบุตรสาวของตระกูลเวินอีกครั้ง!

เวินซื่อกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดเกือบจะไหลออกมา

หลังจากที่ได้ลิ้มรสชาติคาวเลือด นางถึงใจเย็นลงในที่สุด ก่อนจะทำสีหน้าเฉยเมย

แม้สวรรค์จะเล่นตลกกับนาง แต่ดูเหมือนว่าการเล่นตลกนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่อาจใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน

ถึงอย่างไรแม้แต่ความตายนางก็ยังไม่กลัว แล้วนางยังจะกลัวการมีชีวิตอยู่หรือไร?

ชาติที่แล้ว

นางเป็นบุตรสาวภรรยาเอกที่ได้รับความรักความเอ็นดูที่สุดของจวนเจิ้นกั๋วกง ตั้งแต่เล็กก็เป็นน้องห้าที่พี่ชายทั้งสี่คนโปรดปรานที่สุด เป็นบุตรสาวคนเล็กที่บิดาปกป้องมากที่สุด

กล่าวได้ว่าก่อนอายุสิบห้านางเป็นไข่มุกในมือของทั้งจวนเจิ้นกั๋วกง

ทว่าจนกระทั่งเวินซื่ออายุสิบห้า บิดาพาเด็กสาวคนหนึ่งมาจากข้างนอก บิดาบอกว่านั่นเป็นบุตรสาวอีกคนที่เขาทิ้งไว้ข้างนอก เป็นน้องสาวของพวกเขา ชื่อว่าเวินเยวี่ย

และตั้งแต่นั้นมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ท่านพ่อให้ความสนใจเวินซื่อน้อยลงเรื่อย ๆ และเอาใจใส่น้องสาวมากขึ้นเรื่อย ๆ

พี่ชายทั้งสี่คนก็พากันเก็บความรักความเอ็นดูที่เคยมอบให้นางคืนกลับไป แล้วเปลี่ยนไปมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับเวินเยวี่ยทั้งหมด

ชาติก่อนนางไม่รู้เลยว่าตนเองทำความผิดอันใด

นางพยายามคิดหาทางกู้กลับคืนมา แต่สิ่งที่แลกมาคืออะไร?

ขอเพียงเวินเยวี่ยร้องไห้

พี่ใหญ่บังคับให้นางคุกเข่าต่อหน้าผู้คน

พี่รองตัดมือเท้าทั้งสองข้างของนาง

พี่สามทรมานนางอย่างหนัก

พี่สี่ทำลายโฉมหน้าและชื่อเสียงของนาง

แม้แต่บิดาก็ขับนางออกจากวงศ์ตระกูล ไล่ออกจากบ้านเพื่อเวินเยวี่ยด้วยคำพูดประโยคเดียวว่า “ไม่คู่ควรกับแซ่เวิน” ตั้งแต่นั้นมานางก็กลายเป็นที่จงเกลียดจงชังที่ทุกคนในเมืองหลวง

เวลาสามปีสั้น ๆ บุตรสาวภรรยาเอกของจวนกั๋วกงที่สูงส่งอย่างนางก็มีจุดจบด้วยการสูญเสียทั้งฐานะและชื่อเสียงเกียรติยศ

นางสิ้นหวังหมดกำลังใจ เดิมทีเตรียมตัวจะออกจากสถานที่แห่งความโศกเศร้าเสียใจอย่างเมืองหลวง คิดจะหาสถานที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ ปิดบังตัวตน

ทว่าจู่ ๆ เวินเยวี่ยกลับใส่ความว่านางขโมยหยกแขวน สกุลเวินจึงส่งคนไปจับตัวนางกลับมาทันที บีบบังคับให้นางมอบหยกแขวนออกมา

เรื่องที่น่าขันคือ จนกระทั่งตอนสุดท้าย นางยังคาดหวังว่าพวกเวินเฉวียนเซิ่งจะเห็นแก่ความรักความผูกพันที่มีต่อนางอยู่บ้างหรือไม่

แต่ผลสรุปของการเอาชีวิตมาเดิมพันก็คือความผิดเพ้อฝัน!

เวินซื่อสูดลมหายใจลึก หลับตาตัดขาดจากความทรงจำอันแสนทุกข์ทรมานในชาติที่แล้วของตน

บางทีของพวกนั้นอาจไม่ใช่ของนางเลย

ดังนั้นนางไม่ควรฝืนมาตั้งแต่แรกแล้ว

ไม่เป็นไร ชาติที่แล้วเลือกผิด ชาตินี้นางจะเปลี่ยน!

“แกรก”

ในตอนนี้เอง หยกแขวนที่คุ้นเคยพลันร่วงลงมาจากร่างของเวินซื่อ

เมื่อเวินซื่อที่ได้สติกลับมาเพราะความเคลื่อนไหวมองไป นางก็ดีอกดีใจไม่หยุดทันที “เป็นหยกแขวนของท่านแม่นี่นา!”

นางรีบหยิบหยกแขวนขึ้นมา เช็ดฝุ่นบนนั้นอย่างระมัดระวัง

แต่การเช็ดครั้งนี้กลับทำให้นางพบความผิดปกติ “หยกแขวนหักแล้ว?”

นางจำได้ว่าหยกแขวนที่มารดาให้นางคือหยกทรงวงกลมคู่ ทว่าตอนนี้หยกแขวนชิ้นนี้กลับหักไปครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงชิ้นตรงกลางเท่านั้น

นางค้นหาไปทั่ว แต่ก็ยังหาไม่เจอ

สุดท้ายนางทอดสายตาไปที่หยกแขวนอีกครั้ง มองรอยหักที่เรียบเสมอกันนั้นแล้วสงสัยเล็กน้อย

“หรือว่าอีกครึ่งหนึ่งของหยกแขวนนี้ไม่ได้ร่วงลงมา?”

นางยื่นมือไปลูบจุดที่หัก ใครจะรู้ว่าวินาทีต่อมา นางจะหายตัวไปจากที่เดิมในพริบตา

หลังจากที่วิงเวียนอยู่ชั่วครู่ เวินซื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในห้องเดิมแล้ว แต่ว่าอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลปกคลุมด้วยหมอกขาว

ที่นี่คือที่ใด?

เวินซื่อนั่งยองลงมาสัมผัสทุ่งหญ้าข้างใต้เท้าที่ให้ความรู้สึกสมจริงอย่างยิ่ง การคาดคะเนอย่างกล้าหาญพรั่งพรูขึ้นมาในความคิดของนาง

ที่นี่คงไม่ได้อยู่ในหยกแขวนกระมัง?

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเกิดใหม่ของนางอีก หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับหยกแขวนนี้ด้วย?

เวินซื่อข่มกลั้นความสงสัยในใจ มองไปรอบด้าน มิติแห่งนี้ไม่ได้ซับซ้อนเลย มีทุ่งราบ ลำธารใสกระจ่าง นอกจากนี้ยังมีกระท่อมฟางที่สร้างอย่างเรียบง่ายมาก

นางเดินเข้าไปดู น่าเสียดายที่ไม่มีคนอยู่ข้างใน ดูไม่เหมือนว่าเคยมีคนอาศัยมาก่อน

นางออกจากระท่อมฟางแล้วเดินไปข้างหน้า ถึงค่อยพบว่าปลายอีกฝั่งของลำธารเหมือนจะปลูกพืชพรรณดอกไม้ไว้มากมาย

ผิดแล้ว ไม่พืชพรรณดอกไม้

เวินซื่อรีบเดินเข้าไปใกล้ เบิกตาโตมองให้ละเอียด

นี่มันโสมคน?

เห็ดหลิงจือ?

โสมทะเลทราย?

สือหูผิวเหล็ก?

ยังมีถังเช่าด้วย?

นอกจากพวกนี้แล้ว ยังมีพืชสมุนไพรอีกมากมายที่เวินซื่อแทบไม่รู้จัก

ทว่าแค่นางจำออกมาได้หลายชนิดนั้นก็คาดเดาได้ว่าทั้งหมดที่ปลูกในนี้ล้วนเป็นสมุนไพร

นอกจากนี้มีหลายชนิดยังเป็นสมุนไพรมายากยิ่ง

แต่สมุนไพรเหล่านี้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางชนิดอยู่บนหน้าผา บางชนิดอยู่ในป่าลึก บางชนิดต้องการสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นสุดขีด หรือว่ามีความร้อนสูงจัด...

สมุนไพรที่มีความต้องการแตกต่างกันมากมายเช่นนี้ล้วนปลูกขึ้นที่นี่ได้ทั้งหมด!

หรือว่าเป็นเพราะมิติแห่งนี้?

ไม่สิ ยังมีน้ำด้วย!

เวินซื่อพบว่ายิ่งเป็นสมุนไพรที่ปลูกยากก็จะยิ่งอยู่ใกล้ลำธาร เกรงว่าน้ำในลำธารก็เป็นหนึ่งในปัจจัยท่ามารถทำให้สมุนไพรเหล่านี้เติบโตขึ้นที่นี่

เวินซื่อมองทุกสิ่งทุกอย่างนี้ แล้วอดพึมพำกับตัวเองไม่ได้ “ท่านแม่ หยกแขวนที่ท่านทิ้งไว้ให้ข้าคืออะไรกันแน่?”

หลังจากที่ตกตะลึง เวินซื่อพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

ชาติที่แล้วจู่ ๆ เวินเยวี่ยบีบบังคับให้นางมอบหยกแขวนออกมา หรือว่าเวลานั้นเป็นเพราะนางค้นพบมิติแห่งนี้?

แต่ก็ไม่ถูกเหมือนกัน หยกแขวนชิ้นนี้ไม่เคยออกห่างจากตัวนางเลย

หากไม่ใช่เพราะวันนี้นางเข้ามาในนี้โดยบังเอิญ นางก็คงไม่สามารถค้นพบมิติแห่งนี้ได้เลย

อีกทั้งดูจากท่าทางก่อนหน้านี้ของเวินเยวี่ย เห็นได้ชัดว่าไม่รู้เรื่องเช่นกัน

ดังนั้นหากไม่มีคนอื่นล่วงรู้ว่าหยกแขวนชิ้นนี้มีมิติอยู่แล้วค่อยบอกเวินเยวี่ย ก็เป็นเวินเยวี่ยไม่ได้ทำเพื่อมิติเลย แต่เป็นเพราะสาเหตุอื่น

ไม่รู้ว่าเหตุใดลางสังหรณ์ในใจของเวินซื่อเอนเอียงไปทางอย่างหลังมากกว่า

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนนี้นางรู้ความลับนี้แล้วก็ต้องซ่อนหยกแขวนไว้ให้ดี ไม่อาจให้ใครสังเกตเห็นได้เป็นอันขาด!

ตอนนี้มีมิติของหยกแขวนอยู่ในมือเช่นนี้ แผนการที่เวินซื่ออยากจะแก้แค้นเวินเยวี่ยกับคนของสกุลเวินก็ยิ่งมีความมั่นใจขึ้นเล็กน้อยว่าจะประสบความสำเร็จ

หลังจากที่นางทำความเข้าใจวิธีการเข้าออกมิติของหยกแขวน ไม่นานก็กลับมาที่ห้อง

นางไม่อาจอยู่ในมิตินานเกินไป ถึงอย่างไรวันนี้เป็นพิธีปักปิ่นของนาง นางรู้ว่าจะมีคนมาหานาง

แต่สิ่งที่เวินซื่อไม่รู้คือ หลังจากที่นางออกจากมิติของหยกแขวน จวนใหญ่อีกแห่งของเมืองหลวง หรือก็คือภายในจวนอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน ชายหนุ่มรูปงามที่พิงข้างหน้าต่างงีบหลับพลันตื่นขึ้นมาจากฝัน

เขาหยิบหยกแขวนบนโต๊ะขึ้นมา มองหยกแขวนทรงวงกลมคู่ที่ไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ ถึงเหลือเพียงครึ่งเดียว ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย

.....

“ปัง!”

“น้องห้า ไสหัวออกมานะ!”

“อย่าคิดว่าเจ้าหลบอยู่ในห้องแล้ว ข้าจะไม่กล้ามาหาเจ้า!”

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ท่าทางดุดัน น้ำเสียงดูหัวเสีย ราวกับสิงโตที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดบุกเข้ามาในห้องของคุณหนูห้าเวินซื่อ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (6)
goodnovel comment avatar
onnalin
กลับมาที่เก่า เริ่มต้นใหม่ เช็ง
goodnovel comment avatar
Suthada
อ่านอย่างทำใจ
goodnovel comment avatar
ฉัตรชนก วงค์สูน
น่าสนใจมาก
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1413

    อวิ่นซิงกำลังนำทุกอย่างที่แมลงพิษด้านนอกสังเกตเห็น ถ่ายทอดให้หลานซื่อฟังอย่างไม่ตกหล่นหลานซื่อรับฟังไปพลาง โยนสมุนไพรต้นสุดท้ายลงในหม้อไปพลาง “นักพรตกู่จัดการได้ไม่เลว ถือว่ายังรู้จักหนักเบา ไม่ได้ทำให้ผู้คนถึงตาย เจียวชิงจูผู้นั้นก็ไม่ธรรมดา ปล่อยให้นางไปต่อกรกับนายน้อยเผ่าร้อยอสูรผู้นั้นก่อนสักตั้งเถิด”ที่นางพูดเช่นนี้ เป็นเพราะในสายตาของนาง เจียวชิงจูกับหลิงอวิ๋นไม่น่าจะไม่ใช่พวกเดียวกันผู้หนึ่งคือนายน้อยเผ่า ผู้หนึ่งคือบุตรีผู้อาวุโส ต่างมีเจตนาแอบแฝงแม้ทั้งหมดเป็นคนของเผ่าร้อยอสูร แต่ที่ใดมีผู้คนก็ย่อมมีการต่อสู้เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้ก็เป็นเช่นนั้นมิเช่นนั้นหลังจากที่มหาปุโรหิตของพวกเขามีคำสั่งชัดเจนว่าห้ามมารบกวนที่นี่ จะไม่แอบมาหานางลับหลังผู้อื่นเช่นนี้อีกหลานซื่อไม่อยากออกหน้า ก็เป็นเพราะนางคร้านที่จะเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวการต่อสู้ภายในของเผ่าร้อยอสูรแม้ว่าตอนนี้นางจะถูกเพ่งเล็งแล้ว ไม่อยากเข้าไปพัวพันก็เป็นไปไม่ได้อีกแต่การให้นักพรตกู่จัดการ หรือให้ฉีเซิงผู้เป็นมหาปุโรหิตของพวกเขาจัดการเอง อย่างไรเสียก็ย่อมแตกต่างจากการที่นางออกหน้าเองนอกจากนี้ยังมีอีกประ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1412

    “แม่นางชิงจูกระมัง ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเรายังคงปิดด่านรักษาสัตว์อสูรอยู่ หากยังไม่ถึงเวลา ก็จะไม่ออกมา และจะไม่พบใครทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านจงกลับไปเถิด”นางผู้นี้ก้าวเข้ามาอย่างเกรงอกเกรงใจ บอกฐานะของตนเองแก่นักพรตกู่ขึ้นมาก่อนเจียวชิงจู บุตรีของผู้อาวุโสแห่งเผ่าร้อยอสูรเนื่องจากสัตว์อสูรกำลังรับการรักษาอยู่กับหลานซื่อ นางรู้สึกได้ว่าดูเหมือนจะหายดีแล้ว ดังนั้นจึงอยากมาเยี่ยมสัตว์อสูร และต้องการมาขอบคุณหลานซื่อต่อหน้าสักครั้งแต่นักพรตกู่ยังคงขัดขวางนางเอาไว้โดยไร้การยกเว้นเห็นแก่ที่นางดูมีมารยาทกว่าคนก่อนหน้านี้ แม้ภายในใจนักพรตกู่จะรำคาญยิ่งนัก แต่ก็ยังผ่อนปรนท่าทีลง ไม่ได้ลงมือ เพียงใช้น้ำเสียงราบเรียบปฏิเสธนางไป“อย่างนั้นหรือ? แล้วไม่ทราบว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์จะออกจากด่านเมื่อไหร่?”เจียวชิงจูไม่ได้ดึงดันจะบุกเข้าไปเหมือนหลิงอวิ๋นหลังจากได้ยินนักพรตกู่ปฏิเสธนาง นางก็ทำหน้าเสียดาย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นโดยลดความต้องการลงนักพรตกู่กล่าวเพียงว่า “ธิดาศักดิ์สิทธิ์จำเป็นต้องปิดด่านสามวัน วันนี้คือวันที่สอง”เจียวชิงจูย่อมรู้เรื่องที่หลานซื่อต้องปิดด่านสามวันอยู่แล้ว ดังนั้นที่นางถาม

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1411

    “จริงสิ ข้าเห็นแก่หน้าของท่าน ถึงไม่ได้ลงมือสังหารพวกเขาให้ตายทันที ยังพอเหลือช่องทางให้พวกเขาอยู่บ้าง เวลาสามวัน ตราบใดที่พวกท่านสามารถหาวิธีถอนพิษให้พวกเขาได้ภายในเวลาสามวัน ย่อมไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”นักพรตกู่เอ่ยถ้อยคำนี้อย่างง่ายดายแต่สิ่งที่คนเหล่านั้นโดนเข้าไปคือพิษร้าย!มองดูใบหน้าที่เขียวคล้ำของแต่ละคนนั้น ไม่ต้องคาดเดาฉีเซิงก็รู้ว่า สิ่งที่เรียกว่ายาถอนพิษนี้ไม่อาจมีวิธีอื่นใดอีก หนทางช่วยชีวิตเพียงหนึ่งเดียวล้วนอยู่ในกำมือของตาเฒ่าผู้นี้น่าเสียดาย ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะเอามันออกมาฉีเซิงเหลือบมองนักพรตกู่ปราดหนึ่ง นักพรตกู่ประสานสายตาที่ท้าทายยิ่งนักกับเขา “แน่นอน หากมหาปุโรหิตฉีอยากจะเป็นเหมือนพวกเขา อยากจะลองแย่งชิงดูสักตั้งล่ะก็ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเล่นสนุกกับมหาปุโรหิตฉี”ตะขาบพิษร้ายหวนกลับมาอยู่แทบเท้านักพรตกู่ในทันที แล้วหันไปทางฉีเซิงพร้อมชูตัวขึ้นครึ่งร่าง ส่งเสียงเตือนเป็นการข่มขู่ฉีเซิงไม่มีทางลงไม้ลงมือกับเขาอยู่แล้วเมื่อครู่นายน้อยเผ่าเพิ่งจะล่วงเกินคนผู้นี้ไป ตาเฒ่าผู้นี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนใจแคบยิ่งนัก หากไปล่วงเกินเขาเข้าอีก แล้วคนในเ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1410

    เรื่องอับอายในบ้านไม่ควรแพร่งพรายสู่ภายนอกยิ่งไปกว่านั้น หลิงอวิ๋นยังเป็นถึงนายน้อยของเผ่าร้อยอสูรเขาไม่ต้องการศักดิ์ศรี แต่เผ่าร้อยอสูรยังต้องรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้ฉีเซิงกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาให้หลิงอวิ๋นได้ส่วนหนึ่ง แต่หลิงอวิ๋นกลับไม่คิดจะขอบคุณเขาเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าเขาเกะกะขวางหูขวางตาเสียอีกไอ้สุนัขรับใช้ได้กลิ่นมาไวถึงเพียงนี้เชียวหรือเวลานี้ภายในใจของหลิงอวิ๋นหงุดหงิดถึงขีดสุด เป็นเพราะตาแก่บัดซบผู้นี้ และเป็นเพราะท่าทีเสแสร้งของฉีเซิงด้วยเขาพ่นลมหายใจเย็นชาทีหนึ่ง ไม่สนใจทางลงที่ฉีเซิงมอบให้เลยแม้แต่น้อยเมื่อรู้ว่าเรื่องของวันนี้ไม่มีโอกาสเหลือแล้ว หลิงอวิ๋นจึงไม่อ้อมค้อม เพียงมองไปยังผู้ใต้บัญชาและสัตว์อสูรของพวกเขาที่ถูกพิษล้มกองเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น“ตาเฒ่า รีบส่งยาถอนพิษออกมาเดี๋ยวนี้!”หากคนของเขาและสัตว์อสูรของพวกเขาเป็นอะไรไป เขาจะไม่มีทางปล่อยตาแก่บัดซบผู้นี้ไปเด็ดขาด!แต่นักพรตกู่กลับมีสีหน้าเรียบเฉย ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่มี”“ว่าอะไรนะ?!”หลิงอวิ๋นกำลังจะระเบิดอารมณ์ในทันทีฉีเซิงที่อยู่ด้านข้างรีบเข้ามาขวางเขาเอาไว้ “ยั้ง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1409

    “ท่านกล้าแตะต้องข้าก็ลองดูสิ! ข้าคือนายน้อยเผ่าร้อยอสูร หากท่านปล่อยให้แมลงโสโครกตัวนี้มากัดข้าอีก ไม่ว่าจะเป็นท่านหรือนายของท่าน ก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดได้เห็นดวงตะวันของวันพรุ่งนี้!”เขาก็นึกอยู่ว่าเหตุใดเจ้าหนูคนนี้ถึงได้โอหังนัก ที่แท้ก็เป็นนายน้อยเผ่าของที่นี่นี่เองนักพรตกู่นึกตำหนิในใจอยู่สองคำ สีหน้ายังคงเหยียดหยาม “เป็นนายน้อยเผ่าแล้วจะอย่างไร? ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกข้ามีจิตใจเมตตา จึงได้สงสารยอมรักษาสัตว์อสูรให้แก่ชาวเผ่าร้อยอสูรของพวกท่าน ได้ยินว่ายังเป็นสิบตัวที่ถูกพิษศพเน่าเปื่อยรุนแรงที่สุดในหมู่พวกท่านเสียด้วย เวลานี้กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่อนุญาตให้ผู้ใดรบกวน ท่านผู้เป็นนายน้อยเผ่ากลับยังกล้าพาคนบุกรุกเข้ามา ไม่กลัวว่าหากพลั้งเผลอไปจะทำให้สัตว์อสูรในชนเผ่าของพวกท่านต้องตายอย่างนั้นหรือ?”ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานอะไรกัน ชัดเจนว่ารักษาหายแล้ว ยังจะต้องรออะไรอีก?ที่เขาร้อนใจเช่นนี้ในตอนนี้ นอกจากต้องการพบหน้าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเซียนผู้นั้นในทันทีแล้ว การอยากรีบไปดูอาการของสัตว์อสูรเสือดาวของตนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกันเพียงแต่นึกไม่ถึงว่า ยังไม่ทันจะได

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1408

    คนของเผ่าร้อยอสูรหลายคนแม้จะหวาดกลัวตะขาบพิษร้ายแรงตัวนั้น แต่เมื่อมีคำสั่งของนายน้อยเผ่าอยู่ พวกเขาจึงทำได้เพียงกัดฟันปล่อยสัตว์อสูรของตนเองออกมามีหมี หมู มีเพียงพอนและวานรสัตว์อสูรทั้งสี่ห้าตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าสัตว์ป่าทั่วไปประมาณหนึ่ง ต่างปรากฏกายขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยภายนอกถ้ำพำนักของหลานซื่อ แต่ละตัวล้วนเผยแววตาดุร้าย ตีวงล้อมครึ่งวงกลมใส่นักพรตกู่ที่อยู่บริเวณปากถ้ำพำนักพร้อมกับผู้เป็นนายของพวกเขา“อาศัยเพียงเดรัจฉานไม่กี่ตัวนี้ ก็คิดจะบุกรุกถ้ำพำนักของธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเราอย่างนั้นหรือ?”นักพรตกู่ไม่เห็นสัตว์อสูรเหล่านั้นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เขาเชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งยโส ส่งเสียงยิ้มเยาะทีหนึ่ง “หึ อยากตายก็เข้ามา! ข้าจะสงเคราะห์พวกเจ้าเอง!”หลิงอวิ๋นตีหน้าขรึม “ไม่ต้องเล่นถึงตาย แค่ทำให้เขาพิการก็พอ”หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น แค่ตาเฒ่าชั่วช้าผู้นี้ยั่วยุครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่มีทางไว้ชีวิตเขาผู้นั้นแน่ตอนนี้เก็บชีวิตต่ำต้อยของเขาไว้ก่อน รอจนกว่าจะจับตัวธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเซียนผู้นั้นได้แล้ว เขาย่อมมีสารพัดวิธีที่จะเล่นงานตาเฒ่าชั่วช้าผู้

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 561

    “รอข้า อาซื่อ ข้าจะกลับไปหาเจ้าอย่างแน่นอน”“พวกสารเลวสมควรตายพวกนั้น อย่าหวังว่าจะมาขวางข้าได้!”ก่อนหน้านี้ อันหลันซินพอนึกถึงหลินเนี่ยนฉือทีไร ก็แทบอยากจะถลกหนังนาง ดื่มเลือดนางเสียให้รู้แล้วรู้รอดตอนนี้ นางก็มีคนที่เกลียดชังในระดับเดียวกันเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วนั่นก็คือเป่ยเฉินหยวน!บุรุษสา

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 540

    เวินซื่อไม่ได้บอกให้ไปเรียกเหล่าซือไท่มาช่วยหามคน แต่เลือกที่จะให้ไปแจ้งแก่ทางจวนจงหย่งโหวหรือไม่ก็จวนเจิ้นกั๋วกงโดยตรง ให้พวกเขาส่งคนของตนเข้ามา ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้คนบางคนมากล่าวหาใส่ความนางกลับระหว่างที่เหล่าคุณหนูทั้งสามออกไปแจ้งข่าวนั้น เวินซื่อก็ไม่ได้อยู่ว่างๆนางลงมือเก็บกวาดเศษชาม

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 505

    “ข้าเคยกลัวท่านตั้งแต่เมื่อใดกัน!”หลินเนี่ยนฉือเตะเขากระเด็นออกไปหลายเมตร จากนั้นก็ยืนอยู่ที่เดิม เชิดคางขึ้นแล้วแค่นเสียงเย็น “หากมีปัญญาก็ลองดูสิ มาดูกันว่าวันนี้ท่านจะล้มข้าลงได้ หรือจะเป็นข้าที่เล่นงานไอ้คนสารเลวอย่างท่าน!”“นังบ้า!”เวินจื่อเยวี่ยด่าทอด้วยความโมโห “เจ้ายังจะช่วยเวินซื่อนั่น

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 563

    อันหลันซินที่ได้ยินคำพูดนี้ รูม่านตาก็หดลงในทันทีนางถอยหลังไปยังปากตรอกด้านหลังทีละก้าว พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เจ้า...เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้าไม่ได้บอกหรอกหรือว่า ท่านพ่อของข้าเป็นคนที่จ่ายเงินสองพันตำลึงเพื่อว่าจ้างพวกเจ้าให้คุ้มครองข้ากลับเมืองหลวง?!”“ใช่แล้ว ถูกต้อง ใต้เท้าอันจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status