Masukฉันร้องไห้ออกมาด้วยความร้อนใจทันทีฉันถามเขาว่าอยู่โรงพยาบาลไหน เขาไม่ได้บอกฉัน บอกแค่ว่าจะมารับฉันฉันนั่งเหม่ออยู่หน้าประตูบ้านตระกูลเฮ่อพระอาทิตย์ยามเช้าค่อย ๆ ขึ้น ทั้งที่มันอบอุ่นมาก แต่ฉันกลับหนาวสะท้านไปทั้งตัวถ้าคุณย่าเป็นอะไรไปจริง ๆ ฉันควรจะทำยังไงดีต่อให้ฉันตาย ก็คงไถ่บาปนี้ไม่ได้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเฮ่ออี้เฉินก็กลับมาเขาลงจากรถ รีบเดินมาตรงหน้าฉัน “อันอัน ทำไมเธอมานั่งตรงนี้ล่ะ เธอไม่เป็นไรใช่ไหม ทำไมสีหน้าถึงแย่ขนาดนี้”ฉันส่ายหน้า พลางรีบถามเขา “คุณย่าออกมาจากห้องฉุกเฉินหรือยัง”เฮ่ออี้เฉินส่ายหน้า “ยังเลย”ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความหน้ามืดเล็กน้อย รู้สึกว่าร่างกายหนาวเยือกยิ่งกว่าเดิมเฮ่ออี้เฉินรีบคว้าตัวฉันไปกอดไว้ เขาปลอบฉัน “เธอก็อย่ากังวลไปเลย คุณย่าต้องไม่เป็นอะไรแน่สองปีก่อน อาการของคุณย่าหนักกว่าครั้งนี้อีก สุดท้ายก็ยังปลอดภัยมาได้”สองปีก่อน...แต่เมื่อสองปีก่อนนั้น ฉันก็ทำให้คุณย่าเจ็บปวดเหมือนกันหัวใจบีบรัดจนปวดหนึบ ฉันบอกเขา “ฉันอยากไปเยี่ยมคุณย่า นายไปส่งฉันที่โรงพยาบาลหน่อยสิ”เฮ่ออี้เฉินมองฉันด้วยแววตาซับซ้อน “อันอั
ตอนนี้แทบจะมั่นใจได้แล้วว่าคุณย่าเฮ่อเป็นโรคอัลไซเมอร์จริง ๆ เมื่อกี้ฉันก็เข้าใจคุณย่าเฮ่อผิดไปจริง ๆและในตอนนี้ คุณนายก็คิดจะอาศัยเรื่องนี้มาใส่ร้ายฉันคุณนายถอนหายใจใส่เฮ่อจือโจวอีกครั้ง “เฮ้อ ถึงฉันจะทำไม่ดีกับเธอเท่าไหร่ แต่ฉันก็เคารพคุณนายผู้เฒ่ามาตลอด เรื่องนี้เธอก็รู้ดีเมื่อกี้ฉันก็บอกไปแล้วว่าคุณนายผู้เฒ่าอาการกำเริบ บอกไม่ให้เขาล่วงเกินคุณนายผู้เฒ่าแต่เขากลับไม่ฟัง แถมยังจงใจทำกำไลวงนั้นแตกต่อหน้าคุณนายผู้เฒ่า ฉันว่าเขาจงใจอยากทำให้คุณนายผู้เฒ่าโมโหตายนั่นแหละ!”“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แบบนั้น” ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาอันเย็นเยียบของเฮ่อจือโจว พลางสะอื้นบอก “ฉันไม่รู้ว่าคุณย่าป่วย ฉันไม่รู้จริง ๆ”พอมองคุณย่าเฮ่อที่ยังคงกอดกำไลที่หักท่อนนั้นไว้ ในใจฉันก็ปวดร้าวอย่างหนักถ้าฉันรู้ว่าคุณย่าเป็นโรคแบบนี้ ต่อให้ฉันต้องทนรับความน้อยเนื้อต่ำใจมากแค่ไหน ฉันก็คงไม่ทำกำไลวงนั้นแตกหรอก“คุณแม่ คุณแม่...คุณแม่เป็นอะไรไป คุณแม่...”“คุณนายผู้เฒ่า คุณนายผู้เฒ่า...”ทันใดนั้น เสียงร้องอุทานด้วยความร้อนรนก็ดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าคุณย่าเฮ่อเป็นลมหมดสติไปแล้วคุณเฮ่อรีบสั่ง “เร็วเข้า ร
ไม่รู้ว่าเพราะหนาวหรือโกรธจัด ฉันถึงได้สั่นสะท้านไปทั้งตัวฉันจ้องเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ แล้วแผดเสียงใส่ “ฉันจะทำให้มันแตก พวกคุณมันจอมหลอกลวง หลอกลวง!เฮ่อจือโจว ถ้าคุณเกลียดฉัน คุณก็ฆ่าฉันให้ตายไปเลยสิ ร่วมมือกับคุณย่าของคุณมาปั่นหัวฉันแบบนี้มันสนุกมากใช่ไหมคุณน่ะเป็นยอดนักแสดง ส่วนคุณย่าของคุณยิ่งเป็นยอดนักแสดง พวกคุณแกล้งแสดงละครตบตากัน น่าสะอิดสะเอียนจริง ๆ!”“ถังอันหราน!” เฮ่อจือโจวกัดฟันคำรามเรียกชื่อฉัน ท่าทางเหี้ยมโหดนั้นราวกับจะสับฉันเป็นชิ้น ๆช่างเถอะ ช่างมันแล้วจริง ๆฉันไม่กลัวเลยสักนิด อย่างมากเขาก็แค่ฆ่าฉันให้ตายฉันตวาดใส่เขาด้วยความรังเกียจ “คุณกับคุณย่าของคุณแสดงละครได้แนบเนียนจริง ๆ นะ คนหนึ่งบอกว่ากำไลนั่นเป็นของประจำตระกูล บอกว่าจะยกให้ฉัน บอกว่าเอ็นดูหลานสะใภ้คนนี้อีกคนก็แสร้งข่มขู่ฉัน เตือนให้ฉันเก็บกำไลวงนั้นไว้ให้ดีแต่ที่แท้ เรื่องทั้งหมดนั้นก็เป็นแค่กับดักที่พวกคุณเตี๊ยมกันไว้จงใจใส่ร้ายว่าฉันขโมยกำไลวงนั้น จงใจทำให้ฉันอับอาย จงใจกลั่นแกล้งฉันฉันเกลียดพวกคุณ ฉันเกลียดพวกคุณที่สุด!”“ใครบอกคุณว่าเรากำลังแสดงละคร”“หรือว่าไม่ใช่ล่ะ คุณดูคุณย่าของค
ฉันผลักคุณย่าเฮ่อออกไปแน่นอนว่าฉันไม่ได้ออกแรงมากนัก เพราะถึงยังไงท่านก็เป็นคนแก่ที่อายุเกินหกสิบแล้วคุณย่าเฮ่อผงะถอยหลังไปหลายก้าวคุณเฮ่อรีบเข้าไปประคองท่านไว้ พลางถลึงตาใส่ฉันอย่างเย็นชา “ถังอันหราน ระวังท่าทีของเธอด้วย!”เพียะ!วินาทีต่อมา ฝ่ามือของคุณนายก็ตบฉาดลงบนหน้าฉันเธอเย้ยหยันใส่ฉันว่า “ขโมยของของคุณนายผู้เฒ่าไปยังจะมีหน้ามาทำเป็นมีเหตุผลอีก กล้าดียังไงมาผลักคุณนายผู้เฒ่า!”ฉันกุมใบหน้าที่บวมแดงของตัวเองไว้ มองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบเธอแค่นเสียงเย็นใส่ฉัน “มองฉันแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ จะบอกให้ว่าอี้เฉินออกไปตั้งแต่ตอนงานเลี้ยงเลิกแล้ว อย่าหวังเลยว่าเขาจะโผล่มาปกป้องเธอ”“ใช่ หน้าไม่อาย เที่ยวอ่อยผู้ชายไปทั่ว ตอนนี้ยังกล้าขโมยแม้กระทั่งกำไลของคุณนายผู้เฒ่าอีก!”“ฉันว่าครอบครัวพวกเขาคงตกต่ำ อยากได้เงินจนบ้าไปแล้ว ถึงได้มาขโมยของถึงที่นี่”“น่าขำชะมัด ก่อนหน้านี้เธอยังดูถูกคุณชายใหญ่ด้วยซ้ำ น่าจะให้คุณชายใหญ่มาเห็นสภาพตอนเธอทำตัวเป็นพวกขโมยลักเล็กขโมยน้อยแบบนี้จริง ๆ”“โชคดีที่จับตัวเธอได้ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าเธอจะฉวยโอกาสขโมยของที่นี่ไปอีกเท่าไหร่”บรรดาสาวใช
คุณนายพูดพลางกอดอกเดินมาตรงหน้าฉัน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “จุ๊ ๆ ๆ ...คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าตระกูลถังของพวกเธอตกต่ำจนถึงขั้นต้องมาทำเรื่องลักเล็กขโมยน้อยแบบนี้แล้ว”“ฉันไม่ได้ทำนะ!” ฉันมองเธอและคุณเฮ่อ เอ่ยอย่างใจเย็น “นี่เป็นของที่คุณย่าให้ฉัน ถ้าไม่เชื่อพวกคุณก็ไปถามท่านดูสิ หรือจะไปถามเฮ่อจือโจวก็ได้”ถึงยังไงเรื่องกำไลวงนี้ เฮ่อจือโจวก็รู้เรื่อง เขายังบอกให้ฉันเก็บมันไว้ให้ดี ดังนั้นในใจฉันจึงไม่ได้ตื่นตระหนกเท่าไหร่นักเพียงแต่ฉันยังคงรู้สึกแปลกใจอยู่ในใจทั้งที่ของชิ้นนี้คุณย่าเป็นคนมอบให้ฉัน แล้วทำไมท่านถึงบอกว่าทำหายล่ะฉันหลุบตาลง ในใจเกิดข้อสันนิษฐานที่ทั้งน่ากลัวและชวนให้ปวดใจขึ้นมาเลือนรางหวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดนะไม่นานคุณเฮ่อก็สั่งให้คนไปเชิญคุณย่าเฮ่อมารอเพียงครู่เดียว คุณย่าเฮ่อก็ถือไม้เท้าเดินตัวสั่นเทาเข้ามาโดยมีสาวใช้คอยพยุง“หาเจอแล้วเหรอ กำไลที่ย่าเก็บไว้ให้หลานสะใภ้หาเจอแล้วใช่ไหม”สีหน้าของคุณย่าเฮ่อดูตื่นเต้นมากหัวใจของฉันดิ่งวูบทั้งที่ท่านเป็นคนมอบกำไลให้ฉันเอง แล้วทำไมถึงมีปฏิกิริยาแบบนี้ล่ะคุณเฮ่อประคองท่านไว้ ชี้มาทางฉัน แล้วเอ่
ดูจากสถานการณ์แล้ว ไม่เหมือนว่าคุณนายจงใจจัดฉากเพื่อใส่ร้ายฉันเลยเหมือนบ้านตระกูลเฮ่อจะมีของมีค่าหายไปจริง ๆคิดดูแล้วก็จริง ต่อให้คุณนายจะรังเกียจฉันหรือคัดค้านการคบหากันระหว่างฉันกับเฮ่ออี้เฉินมากแค่ไหน เธอก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเล่นใหญ่จัดฉากใส่ร้ายฉันขนาดนี้เลยระหว่างที่กำลังคิด คุณนายก็เดินไปหาคุณเฮ่อแล้วเอ่ยปลอบใจ “โธ่ คุณท่านคะ วางใจเถอะค่ะ ยังไงของก็ไม่ได้หายพ้นลานบ้านนี้หรอก เราหากันให้ละเอียด เดี๋ยวก็ต้องหาเจอแน่อีกอย่าง ต่อให้โดนขโมยไป คนก็ยังรวมตัวกันอยู่ที่นี่หมด เราก็แค่ค้นตัวทีละคนก็สิ้นเรื่อง”ฟังจากที่เธอพูด ดูเหมือนของที่หายไปจะล้ำค่าเอามาก ๆฉันอดถามสาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ “ของอะไรหายไปเหรอ”สาวใช้ส่ายหน้า “ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ แต่ได้ยินว่าของที่หายไปเป็นของคุณนายผู้เฒ่า”ของคุณย่างั้นเหรอฉันลูบกำไลหยกที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อโดยสัญชาตญาณ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาตงิด ๆแต่พอคิดดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะคุณย่าเป็นคนมอบให้ฉันด้วยตัวเอง ของที่หายไปต้องไม่ใช่เจ้านี่แน่ขณะกำลังคิด สาวใช้ก็พูดกับฉันอีกว่า “คุณท่านกตัญญูต่อคุณนายผู้เฒ่าที่สุด พอของรักของหวงขอ







