LOGINตอนที่ฉันลากร่างที่ทั้งเหนื่อยทั้งหิวปีนขึ้นมาถึงชั้นหก ชายหนุ่มก็กำลังรอฉันอยู่ตรงหน้าบันได “น้องสาว เธออยู่ห้องไหนเหรอ”“ฉัน...ฉันอยู่ห้อง 606 ค่ะ”ความจริงฉันอยากจะบอกว่าหลังจากนี้ฉันลากกระเป๋าไปเองก็ได้แต่ยังไงเขาก็อุตส่าห์ช่วยฉัน ฉันก็เลยไม่อยากปฏิเสธความกระตือรือร้นของเขาชายหนุ่มฟังจบก็ลากกระเป๋าเดินทางเดินไปทางห้อง 606 ทันที พลางหันกลับมาบอกฉันเป็นระยะ “ฉันกับแม่พักอยู่ห้อง 602 เธอมีธุระอะไรก็มาหาเราได้ตลอดเลยนะ”“ค่ะ ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”พอถึงหน้าห้อง 606 ชายหนุ่มก็มองฉัน เหมือนกำลังรอให้ฉันเปิดประตู ไม่มีทีท่าว่าจะไปเลยแม้แต่น้อยฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที แต่กลับไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงดีเงียบไปอึดใจหนึ่ง ฉันก็รับกระเป๋าเดินทางมา บอกเขาด้วยความซาบซึ้งใจว่า “วันนี้ขอบคุณคุณมากจริง ๆ ค่ะ วันหลังฉันจะเลี้ยงข้าวคุณกับคุณป้านะคะ”“ไม่เป็นไรน่า เรื่องเล็กน้อย” ชายหนุ่มพูดจบก็มองฉัน ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะไปฉันพลันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีไม่เชิญเขาเข้าไป ยืนอยู่ตรงนี้ก็พิลึกกระอักกระอ่วนจะเปิดประตูเชิญเขาเข้าไปก็กลัวว่าเขาจะเป็นคนไม่ดีทว่าเขาก็กระตือรือร้นมากจริง ๆ ก
ลมในคืนฤดูใบไม้ร่วงหนาวเย็นมากฉันลากกระเป๋าเดินทาง เดินไปตามท้องถนนอย่างคนไร้วิญญาณจู่ ๆ ฉันก็คิดขึ้นมาว่าถ้าชีวิตนี้ฉันไม่ได้เจอเฮ่อจือโจวก็คงดีตระกูลตกต่ำก็ตกต่ำไปสิ อย่างมากก็แค่เปลี่ยนวิถีชีวิตแล้วเริ่มต้นใหม่ อย่างน้อยฉันก็คงไม่เจ็บปวดเหมือนอย่างตอนนี้ฉันยืนอยู่ใต้ไฟถนน มองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะลืมผู้ชายคนนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ถึงจะเยียวยาบาดแผลนี้ได้อย่างสมบูรณ์ใบไม้ร่วงที่ถูกลมพัดหมุนวนอยู่ข้างกายฉัน ลมที่พัดพาละอองฝนปะทะลงบนใบหน้า ให้ความรู้สึกเย็นเฉียบฉันกระชับคอเสื้อ รู้สึกว่าฤดูใบไม้ร่วงปีนี้หนาวเย็นเป็นพิเศษฉันยืนเหม่ออยู่ใต้ไฟถนนเนิ่นนาน ถึงได้เดินไปที่ห้องเช่าของพี่ชายตามที่อยู่ที่เขาให้มาที่ที่เขาเช่าอยู่เป็นหมู่บ้านกลางเมือง รอบ ๆ มีบ้านเช่าราคาถูกมากมาย บ้านเรือนตั้งอยู่กันอย่างแออัด สภาพแวดล้อมไม่ค่อยดีนักเมื่อกี้เพิ่งจะมีฝนตกปรอย ๆ พื้นดินเฉอะแฉะ มีขยะให้เห็นอยู่ทุกที่ มองปราดเดียวก็เห็นว่าสภาพแวดล้อมค่อนข้างสกปรกแต่ว่าคนที่มาเช่าอาศัยอยู่ในแถบนี้กลับมีเยอะเป็นพิเศษตอนที่ฉันไปถึงเป็นเวล
“เอ่อ ฉันได้ยินมาว่าเหมือนคุณย่าจะอาการกำเริบ ปรักปรำว่าเธอขโมยกำไลวงนั้นไป ก็เลย...”“เพราะงั้นนี่ก็คือเหตุผลที่เธอทำกำไลวงนั้นแตกงั้นเหรอ ขอแค่เธอแคร์ฉันสักนิด เธอคงไม่ทำแบบนั้น เธอไม่ใช่ไม่รู้ว่ากำไลวงนั้นหมายถึงอะไร”“พรืด เพราะงั้นที่นายโกรธขนาดนี้ ก็เพราะเธอไม่แคร์นายงั้นเหรอ”ฉันฟังคำพูดของลู่ฉางเจ๋อด้วยความตกใจจะเป็นไปได้ยังไง เฮ่อจือโจวจะโกรธเพราะเรื่องนี้ได้ยังไงกันในใจของเฮ่อจือโจว ฉันเป็นแค่คู่นอนต่ำต้อยคนหนึ่ง เรื่องฉันแคร์หรือไม่จะไปส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเขาได้ยังไงเป็นอย่างที่คิด เฮ่อจือโจวแค่นเสียง “สิ่งที่ฉันโกรธคือความรักและความจริงใจทั้งหมดของคุณย่ากลับไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาเธอ แถมเธอยังรังเกียจอีกต่างหาก”ไม่ใช่นะ ฉันเปล่า ฉันไม่เคยรังเกียจคุณย่าเลย!ฉันตะโกนก้องในใจ น้ำตาร่วงอย่างควบคุมไม่อยู่มาถึงตอนนี้ ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรเฮ่อจือโจวก็คงไม่เชื่อแล้วในห้องหนังสือ ลู่ฉางเจ๋อทอดถอนใจ “ยังดีที่ครั้งนี้คุณย่าไม่เป็นอะไร นี่ถ้า...อ่า ฉันหมายถึงว่าถ้า ถ้าครั้งนี้คุณย่าเป็นอะไรไปจริง ๆ นายตั้งใจจะทำยังไง ตัดใจแก้แค้นเธอลงเหรอ”“ตัดใจงั้นเหรอ” เฮ่อจือโจวแค่นเ
หัวใจฉันสั่นสะท้าน ขณะที่รีบขยับไปดูที่หน้าต่างเห็นเพียงรถยนต์อเนกประสงค์สีดำคันหนึ่งมาจอดในลานบ้าน ผู้ชายสองคนเดินลงมาจากรถคนหนึ่งคือเฮ่อจือโจว อีกคนคือลู่ฉางเจ๋อในใจฉันพลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันทีจู่ ๆ เฮ่อจือโจวกลับมาที่นี่ทำไมฉันเพิ่งทำให้คุณย่าโมโหจนล้มป่วย แถมพ่อฉันยังเพิ่งไปอาละวาดต่อหน้าเขามาอีกตอนนี้เขารังเกียจไม่อยากเห็นหน้าฉันที่สุด ถ้าให้เขาเห็นฉันอยู่ที่นี่ เขาต้องโมโหแน่ ดีไม่ดีอาจจะไล่ฉันไปเลยก็ได้ไม่ได้การละ ฉันต้องซ่อนตัวก่อน รอเขาไปแล้ว ฉันค่อยรีบเก็บของออกไปทว่าฉันซ่อนตัวรออยู่ในห้องน้ำตั้งนาน ก็ไม่เห็นมีใครเข้ามาหรือว่าพวกเขาไปแล้วพอคิดแบบนี้ ฉันจึงค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องน้ำอย่างระมัดระวังฉันเดินมาที่หน้าต่าง แล้วมองลงไปข้างล่างอีกครั้งทว่ารถของเฮ่อจือโจวยังจอดอยู่ข้างล่าง เป็นการยืนยันว่าพวกเขายังไม่ได้ไปไหนฉันเดินไปที่โถงทางเดิน มองลงไปยังห้องรับแขกชั้นล่างในห้องรับแขกก็ไม่มีคน ทั่วทั้งคฤหาสน์เงียบกริบแปลกจัง พวกเขาอยู่ไหนล่ะหรือว่ากำลังคุยธุระกันอยู่ในห้องหนังสือช่างเถอะ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน ขอแค่ไม่มาที่ห้องนอนก็พอแต่พอมาคิดด
เอ่อ!ดูจากแบบนี้แล้ว พี่ชายฉันคงตกหลุมรักผู้หญิงคนนั้นเข้าอย่างจังแล้วเพียงแต่เขาไม่มีแม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์ของเธอ และเธอก็ไม่ได้บอกเวลาที่แน่นอนว่าจะมาเยี่ยมเขาเมื่อไหร่ไม่แน่ว่าเธออาจจะมาเยี่ยมญาติของตัวเอง แล้วเห็นเขาอยู่คนเดียวน่าสงสาร ก็เลยแวะมาเยี่ยมเขาด้วยจิ๊ ดูจากแบบนี้ พี่ชายฉันคงคิดไปเองฝ่ายเดียวแหง ๆ ผู้หญิงเขาไม่ได้คิดแบบนั้นเลยสักนิดฉันเม้มริมฝีปาก ถามพี่ชายอย่างระมัดระวังว่า “เอ่อ...พี่รู้หรือเปล่าคะว่าเขามีแฟนหรือยัง”“ไม่มี!” พี่ชายตอบกลับมาอย่างหนักแน่นมากมุมปากฉันกระตุก “พี่รู้ได้ยังไง”“เธอบอกพี่เอง”เอ่อ เอาเถอะถ้าผู้หญิงคนนั้นบอกกับพี่ชายฉันเองว่าตัวเองโสด งั้น ‘ความรักที่ไม่แน่นอน’ ครั้งนี้ก็อาจจะยังมีหวังฉันตบไหล่พี่ชายเบา ๆ ยิ้มบอกเขา “สู้ ๆ นะคะ ครั้งหน้าถ้าเจอผู้หญิงคนนั้นต้องขอเบอร์เธอมาให้ได้นะ แหม ฉันตั้งตารอเลยว่าว่าที่พี่สะใภ้ของฉันจะหน้าตาเป็นยังไง”“ไป ๆ ๆ ยังไม่ทันเป็นชิ้นเป็นอันเลย พี่สะใภ้อะไรกัน” พี่ชายทุบฉันเบา ๆ แบบขำ ๆถึงเขาจะพูดแบบนั้น แต่บนใบหน้าหล่อเหลากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหนียมอายตอนนั้นเอง จู่ ๆ ฉันก็เหลือบไปเห็นชาย
ตอนที่พี่ชายพูดเรื่องนี้กับฉัน ฉันก็นึกขึ้นได้พอดีว่าก่อนหน้านี้เขาเคยบอกว่าเช่าห้องไว้ฉันหยิบนิตยสารที่เขายื่นมาให้ออกไป ก่อนถามเขา “พี่คะ ก่อนหน้านี้พี่เช่าห้องไว้ใช่ไหม”พี่ชายชะงักไปเล็กน้อย พยักหน้า “ใช่ ทำไมเหรอ”“คืนห้องนั้นไปหรือยังคะ ฉันอยาก...”“ยังไม่ได้คืน เธออยากไปอยู่เหรอ” พี่ชายรีบถาม สายตาที่มองฉันแฝงไปด้วยความกังวล“อันอัน ก่อนหน้านี้เธออยู่ข้างเฮ่อจือโจวไม่ใช่เหรอ หรือว่า...เขาจะไล่เธอเหรอ”พอพูดถึงเฮ่อจือโจว ในใจฉันก็มักจะมีความเจ็บปวดวาบผ่านเข้ามาเสมอฉันยิ้มสบาย ๆ ให้พี่ชาย “เปล่าค่ะ เขาไม่ได้ไล่ฉันหรอก แค่พี่ก็รู้ว่าฉันกับเขาหย่ากันแล้ว จะให้อยู่ข้างเขาต่อไปก็คงไม่เหมาะตอนนี้ฉันหางานทำได้แล้วเลยอยากเช่าห้องอยู่เอง ใช้ชีวิตของตัวเองน่ะค่ะ”พี่ชายถอนหายใจโล่งอก พยักหน้าบอก “เธอวางแผนแบบนี้ได้ก็ดีที่สุดแล้ว ความจริงพี่ไม่เห็นด้วยที่เธอไปอยู่ข้างเขาตั้งแต่แรก ตอนยังไม่หย่าก็ยังดีอยู่หรอก พอหย่าแล้วไปอยู่ข้างเขาแบบนั้นมันก็ไม่มีชื่อไม่มีฐานะตอนนี้เธอมีงานของตัวเอง มีชีวิตของตัวเอง แล้วก็มีการวางแผนของตัวเอง พี่ก็วางใจขึ้นเยอะแล้วเอ้า นี่กุญแจห้องเช่าพี่”



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



