เข้าสู่ระบบทว่าฉันถอยไปหนึ่งก้าว เขาก็ก้าวตามมาหนึ่งก้าวสุดท้ายฉันก็ถูกเขาต้อนไปจนมุมที่มุมห้องเขายันมือไว้กับผนัง กักขังฉันไว้ระหว่างตัวเขากับผนังห้อง ดวงตาดำมืดคู่นั้นเอาแต่จ้องฉันตาไม่กะพริบฉันเบือนหน้าหนีอย่างลนลาน ถามเขาว่า “คุณต้องการอะไรกันแน่”เมื่อกี้ในห้องน้ำของร้านอาหาร ฉันพูดกับเขาชัดเจนแล้วว่าฉันไม่มีทางกลับไปกับเขาเขายังต้องการอะไรอีกเฮ่อจือโจวก้มมองฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงบนใบหน้าฉันเป็นจังหวะใจฉันว้าวุ่นวุ่นวายไปหมด ฉันค้อมตัวลงคิดจะหนีแต่ท่อนแขนของเขากลับเลื่อนต่ำลงมา กั้นฉันไว้อีกครั้งฉันมองเขาอย่างหงุดหงิด “เฮ่อจือโจว...”เฮ่อจือโจวเหยียดยิ้ม ไม่รู้ว่าฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าในดวงตาดำของเขาคล้ายกับมีแววเจ็บปวดพาดผ่านแต่พอมองความดุดันเย็นชาและเย้ยหยันบนใบหน้าเขา ฉันก็รู้สึกว่าฉันคงคิดมากไปเองเฮ่อจือโจวพูดกับฉัน “คุณยอมอยู่ในที่แบบนี้ แต่ไม่ยอมกลับไปอยู่คฤหาสน์กับผมงั้นเหรอ”“ใช่!”ฉันตอบอย่างเด็ดขาดไม่ว่าจะเพื่อตัวฉันเอง หรือเพื่อลูกของฉัน ฉันก็ไม่มีทางกลับไปทนรับอารมณ์ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของเขา รวมถึงการหยามเกียรติราวกับคนโรคจิตของเขานั่นหรอกเฮ
ฉันเกร็งไปทั้งตัว ก่อนลุกขึ้นนั่ง ยังนึกว่าตัวเองหูแว่วไปเงียบไปไม่กี่วินาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกฉันขมวดคิ้ว ลุกขึ้นเดินเข้าไป “ใครน่ะ”นอกประตูไม่มีคนพูดลางสังหรณ์ไม่ดีสายหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในใจฉันถ้าเป็นพี่ชายกับอาเวย ฉันถามไปแบบนั้น พวกเขาต้องขานรับทันทีแน่แต่ตอนนี้ คนนอกประตูกลับเงียบงันคง...คงไม่ใช่เฮ่อจือโจวหรอกมั้งใจฉันลนลานขึ้นมา ฉันเค้นเสียงถามไปอีกประโยค “ใครน่ะ ถ้าไม่ส่งเสียงฉันไม่เปิดประตูให้นะ”นอกประตูยังคงเงียบฉันขมวดคิ้วย้ำว่า “ถ้าไม่ส่งเสียง ฉันไม่เปิดประตูให้จริง ๆ นะ”นอกประตูเงียบงันอยู่นาน ในที่สุดก็มีเสียงหนึ่งดังเข้ามาเย็นเยียบและทุ้มต่ำ “เปิดประตู!”น้ำเสียงที่แฝงแววออกคำสั่ง ทำให้ใจฉันสั่นสะท้านเป็นเสียงของเฮ่อจือโจวจริง ๆ ด้วยฉันยังคงประเมินอำนาจของเขาต่ำไป นี่เพิ่งผ่านไปแค่สองชั่วโมงกว่า เขาก็หาที่อยู่ของฉันเจอแล้วแบบนี้ฉันยังจะไปหลบที่ไหนได้อีกฉันพิงหลังแนบกับประตู ในใจทั้งลนลานและว้าวุ่นเขามาหาฉันตอนดึกดื่นค่อนคืน เขาคิดจะทำอะไรกันแน่“เปิดประตู ถังอันหราน!” เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับน้ำเสียงเย็นชากดดันของเข
เฮ่อจือโจวเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน มองฉันด้วยรอยยิ้มเย็นชา คล้ายกับกำลังรอฟังคำตอบของฉันฉันหลุบตาลง แล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหาฉันมองกู้ชิงชิง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้อแรก อาเวยไม่ใช่แฟนฉันข้อสอง พวกเราคนธรรมดาก็เป็นแบบนี้แหละ ยังไงก็เทียบกับความสูงส่งของคุณกู้ไม่ได้อยู่แล้วเพราะงั้นวันหลังถ้าคุณกู้เจอฉัน ทางที่ดีอย่าเข้ามาทักเลยค่ะ จะได้ไม่ทำให้ระดับของคุณกู้ตกต่ำลงไปด้วย”กู้ชิงชิงทำหน้าเหมือนถูกรังแกขึ้นมาทันที “คุณถัง ฉันแค่แปลกใจรสนิยมของคุณเฉย ๆ ทำไมคุณต้องพูดขนาดนี้ด้วยยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน แถมคุณกับพี่จือโจวก็ยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งนั่น...”“ความสัมพันธ์อะไรคะ”ฉันเริ่มโมโหขึ้นมาแล้ว เดิมทีการต้องมาเจอพวกเขาก็ทำให้ฉันหงุดหงิดมากพออยู่แล้ว กู้ชิงชิงยังจะมาพูดจาเหน็บแนมฉันไม่หยุดอีกฉันจ้องกู้ชิงชิง เน้นย้ำทีละคำ “ฉันกับพี่จือโจวของคุณไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้น...”ยังพูดไม่ทันจบ เฮ่อจือโจวก็ลุกพรวดขึ้นมาเขาดูโมโหอยู่บ้าง เก้าอี้ตัวนั้นถูกเขาขยับจนเกิดเสียงดังกู้ชิงชิงมองเขาอย่างระมัดระวัง “พี่จือโจวคะ...”เฮ่อจือโจวปร
ฉันรีบหลุบตาลง ในใจว้าวุ่นถึงขีดสุดตอนนี้เฮ่อจือโจวรู้แล้วว่าฉันอยู่ที่ย่านแออัดกลางเมืองนี่ ขอแค่เขาอยากจะสืบ ไม่นานก็ต้องรู้ที่อยู่กับที่ทำงานปัจจุบันของฉันแน่ไม่รู้ว่าเขาจะยอมปล่อยฉันไปไหมถ้าเขาตั้งใจจะแก้แค้นฉัน อย่าว่าแต่จะทำงานนั้นต่อไม่ได้เลย แม้แต่ที่พักเล็ก ๆ นั่นฉันก็คงกลับไปไม่ได้ด้วยซ้ำน่าหงุดหงิดชะมัด!กว่าชีวิตกับหน้าที่การงานของฉันจะลงตัวได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทำไมต้องมาเจอเขาด้วยนะเขานี่ก็แปลกคน สภาพแวดล้อมดี ๆ ในเมืองมีตั้งเยอะแยะไม่ยอมอยู่ จะพากู้ชิงชิงถ่อมาทำอะไรที่ย่านแออัดกลางเมืองนี่ระหว่างกำลังคิดด้วยใจที่ว้าวุ่นจู่ ๆ อาเวยก็หันมาพูดกับฉัน “เสี่ยวถัง ฉันสั่งเพิ่มไปอีกตั้งหลายอย่างเลยนะ ทั้งเนื้อวัวผัดพริกดอง กบภูเขาผัดพริกดอง แล้วก็หอยเป๋าฮื้อปลิงทะเลอีกอย่างละจาน ยังไงซะก็มีคนเลี้ยง เดี๋ยวเธอต้องกินเยอะ ๆ เลยนะ”พอได้ยินอาเวยพูดแบบนั้น ฉันก็ยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมฉันไม่เคยคิดจะให้กู้ชิงชิงกับเฮ่อจือโจวเป็นคนเลี้ยงเลยสักนิดอาหารที่เขาสั่งไปมื้อนี้ อย่างน้อยก็ใช้เงินเดือนฉันไปครึ่งหนึ่งแล้วกลุ้มใจจริง ๆ!ต่อไปถ้าเจอกู้ชิงชิง ฉันต้องอยู่ให้ห่าง
อาเวยไม่สนใจความเป็นตายของฉันแล้ว เขาหันไปสั่งพนักงานเสิร์ฟคนนั้น “ผมเอาปูคิงแครบที่หนึ่ง แล้วก็...”เขาพูดพลางเปิดเมนูไปด้านหลังอย่างรวดเร็วฉันเริ่มร้อนรน นี่เขาคิดจะสั่งไวน์แดงราคาสองแสนห้าหมื่นนั่นจริง ๆ หรือไงฉันรีบตะครุบเมนูเอาไว้ หันไปบอกพนักงานเสิร์ฟคนนั้น “ไม่เอาปูคิงแครบแล้วค่ะ เราจะสั่งใหม่”“เสี่ยวถัง!” อาเวยมองฉันอย่างขัดใจถึงตอนนี้ สายตาที่พนักงานเสิร์ฟมองฉันก็แฝงแววเหยียดหยามอยู่หลายส่วนกู้ชิงชิงเหยียดยิ้ม หันไปบอกพนักงานเสิร์ฟ “ไม่เป็นไรค่ะ ยังเอาปูคิงแครบอยู่ พวกคุณไปทำมาก่อนเลย”“ได้ครับ รอสักครู่นะครับ”คล้อยหลังพนักงานเสิร์ฟ อาเวยถึงค่อยถอนหายใจโล่งอก ราวกับกลัวว่าฉันจะยกเลิกปูคิงแครบตัวนั้นอีกกู้ชิงชิงมองฉัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังให้ทาน “ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะคุณถัง ปูคิงแครบเนี่ย ฉันกับพี่จือโจวกินกันจนแทบจะอ้วกแล้ววันนี้อุตส่าห์บังเอิญเจอกัน พี่จือโจวเลยบอกว่าจะเลี้ยงพวกคุณ ถึงยังไงถ้าพลาดโอกาสนี้ไป พวกคุณก็คงไม่มีโอกาสได้กินของดี ๆ แบบนี้”อาเวยยิ้มซื่อ พลางพยักหน้าเห็นด้วยฉันเหยียดยิ้ม เอ่ยกับกู้ชิงชิง “เมื่อก่อนต่อให้เอาปูคิงแครบมาวางตรงหน้
ฉันขมวดคิ้ว รู้สึกต่อต้านในใจเล็กน้อยฉันไม่ค่อยชอบกู้ชิงชิงมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่เฮ่อจือโจวรัก แต่ยังเพราะเธอดูเป็นมิตรจนเกินพอดีสรุปคือการอยู่ร่วมกับเธอ ทำให้รู้สึกอึดอัดอยู่บ้างกู้ชิงชิงเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“เอ๊ะ คุณถัง บังเอิญจังเลยนะคะ”อาเวยได้ยินเสียงจึงรีบหันขวับไปมองกู้ชิงชิงหน้าตาสะสวยน่ารัก ทั้งยังแต่งตัวทันสมัยอาเวยมองแล้วตาแทบจะเปล่งประกาย หันมาถามฉัน “เสี่ยวถัง นี่เพื่อนเธอเหรอ”“ใช่ค่ะ ฉันกับคุณถังเป็นเพื่อนกัน”กู้ชิงชิงชิงตอบอาเวยด้วยรอยยิ้มทั้งที่ฉันยังไม่ทันได้อ้าปากอาเวยพลันทำหน้าประหลาดใจแล้วหันมาพูดกับฉัน “เสี่ยวถัง ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะมีเพื่อนแบบนี้ด้วย ผู้หญิงคนนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีสง่าราศี เหมือนลูกคุณหนูเลย”ฉันไม่สนใจท่าทางตื่นตูมของอาเวย ทำเพียงเอ่ยถามกู้ชิงชิงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เห็นว่าเราบังเอิญเจอกันพอดี งั้นมื้อนี้ฉันเลี้ยงเองนะ พวกคุณอยากกินอะไรสั่งได้ตามสบายเลย”“ไม่ต้อง...”“จริงเหรอครับ”ฉันยังพูดไม่ทันจบ อาเวยก็หันไปมองกู้ชิงชิงอย่างตื่นเต้น “สั่






![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
