Share

บทที่ 3

Penulis: ฟากฝั่งไร้กังวล
“โย่ว นี่มันอดีตคุณหนูใหญ่ถัง ภรรยาตัวน้อยของประธานเฮ่อไม่ใช่เหรอเนี่ย ทำไมล่ะ มาดื่มเหล้าเหรอ เอ๊ะ...จะมาดื่มก็มาดื่มสิ ทำไมต้องใส่ชุดพนักงานของที่นี่ด้วย”

พอผู้ชายคนนั้นพูดจบ ในห้องวีไอพีก็มีเสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นมาทันที

ฉันจับด้ามเข็นรถเครื่องดื่มแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆ

ช่างเถอะ ในเมื่อถูกพวกเขามาเจอเข้าแล้ว แถมพวกเขายังตั้งใจจะหยามเกียรติฉัน หนียังไงก็หนีไม่พ้น สู้หน้าด้านเดินเข้าไปเลยดีกว่า ไม่แน่อาจจะได้ทิปจากพวกเขากลับมาบ้างก็ได้

ตอนนี้พวกทวงหนี้ก็ทวงยิก ๆ ทุกวัน พ่อฉันพร่ำบอกทุกวันว่าไม่อยากอยู่แล้ว แม่ฉันก็เอาแต่นั่งร้องไห้ทุกวัน พี่ชายฉันก็วิ่งส่งอาหารทุกวัน แล้วฉันจะไปมัวแคร์ศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่จับต้องไม่ได้พวกนั้นไปทำไมกัน

ฉันเข็นรถเครื่องดื่มเข้าไป พยายามรักษาหน้ายิ้มแย้มที่แสนจะแข็งทื่อแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสุภาพ

ฉันยิ้มให้พวกเขา “บังเอิญจังเลยนะ ในเมื่อมาแล้ว ก็ช่วยอุดหนุนน้องสาวคนนี้หน่อยนะคะ ถ้าดื่มกันจนพอใจแล้ว จะให้ทิปน้องสาวคนนี้สักหน่อยก็ไม่ว่ากันค่ะ”

“จุ๊ ๆ ๆ ...” จางซานส่ายหน้าพลางแค่นหัวเราะเยาะขึ้นมาทันที

คิดถึงตอนนั้น เขามักจะคอยเดินตามก้นประจบฉันกับพี่ชาย ปากก็เรียกพี่สาวคำ พี่ชายคำ ตอนนี้บ้านฉันตกอับ พอเห็นท่าทางได้ใจของคนพรรค์นี้ ฉันละอยากตบหน้าเขาสักฉาด

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเอาแต่ใจ การหาเงินสำคัญที่สุด

ฉันยังคงยิ้มรับ ไม่ได้พูดอะไร

จู่ ๆ จางซานก็โน้มตัวลงมาใกล้ฉัน เอ่ยอย่างยินดีในความโชคร้ายของฉัน “ดูสิ ๆ นี่ใช่คุณหนูใหญ่ถังที่เคยไม่เห็นหัวใครคนนั้นหรือเปล่าเนี่ย ไม่เจอกันพักเดียว ทำไมตกอับกลายเป็นแบบนี้ล่ะ จุ๊ ๆ ๆ ...”

ในห้องวีไอพีพลันมีเสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นอีกระลอก

หลี่ซื่อก็ยิ้มร้ายให้ฉัน “เมื่อกี้เธอเพิ่งบอกให้ช่วยอุดหนุนหน่อย มาอยู่ในที่แบบนี้ หรือว่าจะเป็นธุรกิจขายเรือนร่าง ฮ่า ๆ ถ้าเป็นการขายเรือนร่างจริง ๆ งั้นเธอช่วยถอดเสื้อผ้าออกให้หมดก่อนเถอะ ให้พวกเราตรวจดูสินค้าหน่อย ถ้าสินค้ามันห่วยแตกเกินไป พวกเราจะไม่ขาดทุนแย่เหรอ ฮ่า ๆ ๆ ...”

ฉันบีบขวดเหล้าไว้แน่น หันไปมองเฮ่อจือโจวแวบหนึ่ง

เฮ่อจือโจวสูบบุหรี่เงียบ ๆ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดจาหยาบโลนของพวกเขา หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ เขาไม่แคร์เลยสักนิด

ฉันหลุบตาลง นำขวดเหล้าไปวางเรียงบนเคาน์เตอร์ทีละขวด ยิ้มกล่าว “ทุกคนเข้าใจผิดแล้วค่ะ ธุรกิจที่ฉันหมายถึงคือขายเครื่องดื่ม เห็นแก่ความสัมพันธ์เมื่อก่อนของพวกเรา ถ้าทุกคนอยากดื่มเหล้าก็สั่งจากฉันได้นะคะ แบบนี้ฉันจะได้ส่วนแบ่งเยอะหน่อย”

“ชิ คุณหนูใหญ่ถังอย่างเธอตอนนี้ร้อนเงินขนาดนี้เชียวเหรอ” จางซานโยนบัตรใบหนึ่งลงบนเคาน์เตอร์ ทำหน้าเหมือนกำลังทำทานให้ฉัน “ในบัตรนี้มีเงินอยู่แสนห้า ขอแค่เธอหมอบลงกับพื้นแล้วเห่าเหมือนหมาสักสองสามที เงินแสนห้านี่ก็เป็นของเธอแล้ว เป็นไง”

พอจางซานพูดจบ ในห้องวีไอพีก็มีเสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงผิวปากล้อเลียนอย่างนึกสนุก

กลุ่มคนที่รอชมเรื่องสนุกต่างจ้องมองฉันด้วยความสนใจ

แม้แต่เฮ่อจือโจวก็ยังมองฉัน สีหน้าเขาเรียบเฉย แต่แววตานั้นกลับล้ำลึกเสียจนคนไม่กล้าคาดเดา

ฉันเอาแต่อึ้งไม่ยอมขยับตัว จู่ ๆ หลี่ซื่อก็โยนบัตรลงบนเคาน์เตอร์อีกใบ “นี่ ตรงนี้มีอีกห้าแสน ขอแค่เธอเห่าเหมือนหมาสักสองสามที แล้วยอมให้พวกเราเล่นสนุกด้วยสักคืน เงินพวกนี้ก็จะเป็นของเธอทั้งหมด”

ฉันมองหลี่ซื่อด้วยความตกตะลึง

ถึงแม้ตอนนี้บ้านฉันจะตกอับ แต่ยังไงฉันก็เคยเป็นภรรยาของเฮ่อจือโจว และเขาก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ หลี่ซื่อกล้าเสนอเงื่อนไขแบบนี้ออกมาได้ยังไง

เว้นเสียแต่ว่าเฮ่อจือโจวจะบอกเรื่องที่เราหย่ากันให้พวกเขารู้ แถมยังบอกอีกว่าเกลียดฉันมาก ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะกล้าหยามเกียรติฉันต่อหน้าเฮ่อจือโจวได้ยังไง

“ว่าไง ร้อนเงินไม่ใช่เหรอ ศักดิ์ศรีแค่นี้ยังวางไม่ลง แล้วจะออกมาหากินทำไม” หลี่ซื่อแค่นหัวเราะเยาะ “ราคาที่พวกเราให้นี่ถือว่าสูงแล้วนะ ถ้าเธอไปขายข้างนอก ต้องขายกี่ครั้งถึงจะได้เงินเยอะขนาดนี้”

นั่นสิ ฉันกำลังร้อนเงิน จะมามัวแบกศักดิ์ศรีที่มันกินไม่ได้ไปเพื่ออะไร

แต่การทิ้งศักดิ์ศรี ก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะไม่มีขีดจำกัด

มองรอยยิ้มชั่วร้ายและกะล่อนของหลี่ซื่อแล้ว ในใจฉันก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันที

ฉันหยิบบัตรที่มีเงินห้าแสนใบนั้นปาใส่หน้าหลี่ซื่อ จงใจพูดว่า “เงินแค่ห้าแสนนี่ยังกล้าเอามาซื้อฉันไปนอนด้วยอีกเหรอ แน่จริงนายก็เอามาสักห้าสิบล้านสิ!”

คนอย่างหลี่ซื่อฉันรู้ไส้รู้พุงดี ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้มีเท่าไหร่ วัน ๆ เอาแต่ทำตัวว่างงานลอยไปลอยมา อยู่ข้างนอกก็ทำเป็นใจป้ำ แต่ความจริงขี้เหนียวมาก เมื่อก่อนก็มักจะคอยตามกินตามดื่มกับฉันและพี่ชายฟรี ๆ แค่จะซื้อกระเป๋าให้แฟนยังเสียดายเงินเลย

พูดได้ว่า ให้เขาควักเงินออกมาสักห้าหมื่นก็เท่ากับเฉือนเนื้อเขาแล้ว

แต่ตอนนี้เพื่อจะหยามฉัน เขาถึงกับยอมควักเงินมาตั้งห้าแสน เห็นชัดว่าเขาเกลียดฉันมากขนาดไหน

นี่ทำให้ฉันอดกลับมาทบทวนตัวเองไม่ได้ว่า เมื่อก่อนฉันทำตัวแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ

“ฮ่า ๆ ๆ หลี่ซื่อ นายก็ขี้เหนียวเกินไป ยังไงเธอก็เคยเป็นคุณหนูใหญ่ถังนะ นายจะซื้อเธอไปนอนด้วยทั้งคืน แต่กล้าควักเงินมาแค่ห้าแสนเนี่ยนะ”

ในห้องวีไอพีมีคนหัวเราะครื้นเครงขึ้นมาทันที

ใบหน้าของหลี่ซื่อแดงก่ำขึ้นมาทันที เขาจ้องฉันเขม็ง แค่นเสียงอย่างดูแคลน “ฉันว่าให้ห้าแสนก็ตีราคาเธอสูงไปแล้วด้วยซ้ำ”

ฉันไม่สนใจเสียงหัวเราะเยาะของหลี่ซื่อ หันไปหยิบบัตรที่มีเงินแสนห้าใบนั้นขึ้นมา แล้วถามจางซาน “ที่นายพูดเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงใช่ไหม แค่ฉันเห่าเหมือนหมาสองสามที เงินแสนห้านี่ก็จะเป็นของฉันแล้ว”

จางซานชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนจะคิดไม่ถึงว่าฉันจะเอาจริง

จางซานก็เหมือนกับหลี่ซื่อ เป็นพวกขี้เหนียวตัวยง

เงินแสนห้านี่ก็คงเป็นเงินก้อนใหญ่ของเขาเหมือนกัน

เห็นแค่จางซานหน้าเจื่อนลง “คุณหนูใหญ่ถังที่หยิ่งผยองจองหองอย่างเธอเนี่ยนะ จะมายอมเห่าเป็นหมาต่อหน้าพวกเรา เลิกพูดเล่นได้แล้ว”

จางซานพูดไป ก็พยายามจะเอื้อมมือมาดึงบัตรใบนั้นกลับไป

ฉันเบี่ยงหลบมือของเขาที่ยื่นมา พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันไม่ได้ล้อเล่น เห่าเป็นหมาไม่ใช่เรื่องยากอะไรสักหน่อย เห่าสองสามทีก็ได้เงินมาตั้งแสนห้า คิดยังไงก็เป็นธุรกิจที่ได้กำไรเห็น ๆ ไม่ใช่เหรอ”

จางซานหน้าเสียขึ้นมาทันที จ้องบัตรในมือฉันเขม็ง แทบอยากจะพุ่งเข้ามาแย่งบัตรคืนไปเสียเดี๋ยวนี้

หลี่ซื่อพูดอย่างยินดีบนความทุกข์ของฉัน “งั้นเธอก็รีบเห่าสิ ให้พวกเราได้ดูหน่อยว่าคุณหนูใหญ่ถังอย่างเธอจะทำตัวเหมือนหมาที่คอยกระดิกหางขอความสงสารอยู่บนพื้นได้ยังไง”

ความเย่อหยิ่งในอดีตไม่มีอีกแล้ว ในหัวฉันเต็มไปด้วยภาพอันดุร้ายของพวกแก๊งทวงหนี้ เต็มไปด้วยฉากที่พ่อแม่ฉันร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตาย เต็มไปด้วยภาพที่พี่ชายฉันต้องไปทำงานรับจ้างอย่างยากลำบาก

ฉันสูดหายใจเข้าลึก “ได้”

แต่ในตอนที่ฉันกำลังจะค่อย ๆ คุกเข่าลงกับพื้น จู่ ๆ ก็มีมือใหญ่ข้างหนึ่งมาประคองข้อศอกฉันเอาไว้

ฉันหันไปมองด้วยความประหลาดใจ ก็สบเข้ากับดวงตาอันล้ำลึกของเฮ่อจือโจวพอดี หัวใจฉันกระตุกวูบ

“ออกไปให้หมด”

เฮ่อจือโจวเอ่ยเสียงเรียบ คำพูดนั้นจงใจพูดกับพวกคุณชายเสเพลเหล่านั้น

พวกคุณชายเสเพลเหล่านั้นพากันเดินออกไปทันที เพราะกลัวจะทำให้เขาโมโห

ตอนที่จางซานเดินออกไป ยังอุตส่าห์ดึงบัตรที่มีเงินแสนห้าใบนั้นกลับไปจากมือฉันจนได้ น่าขำชะมัด

ดวงตาดำราวกับน้ำหมึกของเฮ่อจือโจวจ้องมองฉัน “ร้อนเงินขนาดนั้นเลยเหรอ”

ฉันดึงข้อศอกตัวเองออกจากการเกาะกุมของมือใหญ่ ขยับถอยรักษาระยะห่างจากเขา “ประธานเฮ่อรู้อยู่แล้วยังจะแกล้งถามอีกนะคะ”

หลังจากบ้านฉันตกอับก็เป็นหนี้สินล้นตัว เรื่องนี้เป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งเมืองเจียง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่รู้

“ประธานเฮ่อ?” เฮ่อจือโจวหัวเราะออกมาเบา ๆ ขบเคี้ยวสองคำนี้อย่างนึกสนุก

ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ และไม่มีอารมณ์จะมาต่อล้อต่อเถียงกับเขาด้วย

ฉันชี้ไปที่เหล้าบนเคาน์เตอร์ “ประธานเฮ่อ นี่เหล้าที่พวกคุณเพิ่งสั่งไป ฉันเอามาเสิร์ฟให้หมดแล้ว ถ้าคุณคิดว่าฉันบริการดี จะให้ทิปฉันสักหน่อยก็ได้นะคะ”

เฮ่อจือโจวจ้องมองฉันนิ่ง ๆ สายตานั้นมักจะทำให้คนเดาใจเขาไม่ออกเสมอ

เรื่องทิปฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้หวังว่าเขาจะให้จริง ๆ

ฉันยิ้มบาง ๆ กำลังจะเดินออกไป จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็พูดขึ้นมา “ผมให้คุณห้าสิบล้าน”

ฉันชะงักเท้าทันที หันไปมองเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “คุณว่าไงนะ”

เฮ่อจือโจวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ดวงตาดำจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน “ผมให้คุณห้าสิบล้าน แลกกับการที่คุณมานอนกับผมหนึ่งคืน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 360

    เขาอยากจะหักเงินเดือนฉันก็หักไปเถอะ ไล่ฉันออกไปเลยก็ยิ่งดีโทรศัพท์ดังอยู่สองครั้งก็เงียบไปฉันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นวดคลึงหว่างคิ้วด้วยความทรมาน บังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้อีกเวลาผ่านไปไม่นาน จู่ ๆ ก็มีเสียง ‘ติ๊ด’ ดังมาจากหน้าประตู มีคนใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้ามาไม่ต้องลืมตาดูฉันก็รู้ว่าเป็นเฮ่อจือโจวคีย์การ์ดของห้องนี้ ฉันมีใบหนึ่ง เขามีใบหนึ่งฉันนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้โดยไม่ขยับเขยื้อนมีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ ฝีเท้านั้นหนักอึ้งมากทิ้งช่วงครู่หนึ่ง เสียงเย็นชาก็ดังขึ้นในห้องนอน “ทำไมไม่รับโทรศัพท์ผม”“เลียนแบบกู้ชิงชิงไง” ฉันแค่นหัวเราะเยาะ ยังคงหลับตาอยู่ ไม่อยากจะมองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำทว่าวินาทีต่อมา คอเสื้อก็ถูกเขากระชากขึ้นจากนั้น ตัวฉันก็ถูกเขาหิ้วขึ้นมาจากเก้าอี้ฉันถูกบังคับให้ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าที่มืดครึ้มถึงขีดสุดของเขา“อาการป่วยของเธอกำเริบ คุณต้องพูดจาถากถางเธอถึงขนาดนี้เลยเหรอ”“อ๋อ...” ฉันกระตุกยิ้มมุมปาก พลางถามอย่างประชดประชัน “เธอตายหรือยังล่ะ”“ถัง! อัน! หราน!”เขากำคอเสื้อฉันแน่น รังสีอำมหิตน

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 359

    เขาแต่งตัวเสร็จอย่างรวดเร็วเขาหันมามองฉัน สีหน้าดูซับซ้อนอยู่บ้าง “ผมจะไปดูเธอหน่อย”“...อืม” ฉันตอบรับเสียงเรียบเขาเม้มริมฝีปาก มองฉันราวกับมีเรื่องอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมาทิ้งช่วงครู่ใหญ่ เขาถึงได้พูดออกมาประโยคหนึ่ง “เธอไม่ค่อยแข็งแรงน่ะ”พูดจบ เขาก็ก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอกฉันกำผ้าห่มแน่น จู่ ๆ ความเคียดแค้นในใจก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนระงับไว้ไม่อยู่ตอนที่เขาเดินไปถึงหน้าประตูห้องนอน ฉันก็ทนไม่ไหวจนต้องพูดประชดแผ่นหลังของเขา “คุณดูไม่ออกเลยเหรอว่าหลายครั้งเธอแกล้งทำ คืนนี้เธอต้องตั้งใจโทรมาแล้วก็ตั้งใจไม่รับสายแน่ ๆเธอมีเล่ห์เหลี่ยมเต็มไปหมด เสแสร้งดัดจริต ทุกครั้งก็ทำท่าเหมือนจะตายให้ได้ แล้วสรุปว่าตายจริงสักครั้งไหมล่ะถ้าเธอตายไปจริง ๆ ฉันอาจจะมองเธอดีขึ้นมาหน่อยก็ได้ ผู้หญิงแบบนี้ น่าสะอิดสะเอียนจะได้ไป...”“ถังอันหราน!”จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็ตวาดเสียงต่ำใส่ฉันเขาหันกลับมา จ้องฉันด้วยสายตาเย็นเยียบ “อย่าพูดถึงเธอแบบนั้น ไม่ใช่ทุกคนหรอกจะมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเหมือนคุณ เธอป่วยเป็นโรคแบบนั้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการสักหน่อย”“เหอะ พูดเหมือนการที่ฉันมีร่างกายสมบูรณ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 358

    เฮ่อจือโจวเองก็เหมือนจะเริ่มรำคาญเสียงริงโทนนั้นแล้วเหมือนกันภายใต้แสงสว่างที่สาดส่องมาจากหน้าจอโทรศัพท์ ฉันเห็นเขาขมวดคิ้วแน่น หว่างคิ้วแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตอย่างรุนแรงฉันเม้มริมฝีปาก แล้วพูดเสียงเบา “คุณอย่าเพิ่งโกรธสิ อาจจะเป็นลู่ฉางเจ๋อโทรมาคุยเรื่องงานก็ได้ คุณรับสายก่อนเถอะ”ทิ้งช่วงครู่หนึ่ง ฉันก็อดพูดเสริมขึ้นมาไม่ได้ “เดี๋ยวพอคุณคุยโทรศัพท์เสร็จ ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เราค่อยทำต่อก็ได้”ประโยคสุดท้ายของฉันเห็นได้ชัดเลยว่าทำให้เขาพอใจมากความหงุดหงิดบริเวณหว่างคิ้วของเขาคลายลงไปไม่น้อยเขาบอกว่า “คราวหน้าผมปิดเครื่องแน่”พูดจบ เขาก็โน้มตัวลงมา ยื่นแขนยาว ๆ ออกไปคว้าโทรศัพท์บนตู้ข้างเตียงชั่วขณะที่สายตาพร่ามัว ฉันก็เหมือนจะเหลือบเห็นชื่อของกู้ชิงชิงดังนั้นสายนี้กู้ชิงชิงเป็นคนโทรมางั้นเหรอเฮ่อจือโจวมองรายชื่อคนโทรเข้า คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่นอีกครั้งแต่เขากลับไม่รับสาย หนำซ้ำยังกดตัดสายทิ้งไปดื้อ ๆ แล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้าง ๆฉันมองเขาด้วยความประหลาดใจเขาถึงกับไม่ยอมรับสายกู้ชิงชิงเชียวเหรอความหอมหวานสายหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในใจอย่างเงียบเชียบไม่ว่าเขาจะไ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 357

    จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็จับตัวฉันนอนหงาย จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับบนร่างฉันแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามาฉันมองเห็นดวงตาสีดำของเขาอย่างเลือนราง มันดูลึกล้ำราวกับจะดูดกลืนวิญญาณของคนเข้าไปได้จู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูฉัน ความดุดันในน้ำเสียงหายไป กลับกลายเป็นความอ่อนโยนที่เพิ่มเข้ามาแทนเขายิ้มให้ “ก็ได้ ๆ คุณไม่ได้อยาก ผมเป็นคนอยากเอง”ฉันไม่พูดอะไรเฮ่อจือโจวที่จู่ ๆ ก็อ่อนโยนขึ้นมา ทำเอาหงุดหงิดต่อไม่ลงไปชั่วขณะชุดนอนถูกเขาถอดออกหมดโดยไม่รู้ตัวเขาจูบริมฝีปากฉันเบา ๆ น้ำเสียงแหบพร่าคล้ายกำลังหว่านล้อมฉัน “คุณก็เป็นฝ่ายเริ่มบ้างดีไหม ผมชอบเวลาที่คุณเป็นฝ่ายเริ่มนะ”เขาเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างบอกไม่ถูก อ่อนโยนจนเหลือเชื่อ อ่อนโยนเสียจนดูไม่ค่อยสมจริงฉันเผลอยกมือขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของเขาโดยไม่รู้ตัวจู่ ๆ เขาก็จับข้อมือฉันไว้ ริมฝีปากอุ่นประทับลงบนฝ่ามือของฉัน ทำเอาหัวใจฉันสั่นสะท้านอย่างหนักเฮ่อจือโจวในความมืดมิดเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้วเขาโน้มตัวลงมา อาศัยจังหวะนั้นกดมือฉันตรึงไว้เหนือหัว สอดประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกันก่อนพรมจูบลงมาแบบ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 356

    เขาอยู่ใกล้ฉันมาก แทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังของฉันถึงขั้นว่าพอฉันหันขวับกลับไป มือก็ไปสัมผัสโดนแผงอกของเขาเข้า แทบจะซุกเข้าไปในอ้อมกอดของเขาทั้งตัวฉันรีบชักมือออก แล้วกระซิบถามเขาเสียงเบา “เฮ่อจือโจว คุณหลับแล้วเหรอ”“ทำไม”ผู้ชายคนนั้นถามฉันเสียงเรียบ กลับเป็นฉันซะเองที่ถูกถามจนชะงักไปเขาไม่ได้บอกว่าคืนนี้จะ...จะทำเรื่องนั้นหรือไงหรือว่าเขาไม่อยากทำแล้ว“ดึกมากแล้ว นอนเถอะ” ผู้ชายคนนั้นพูดเสียงเรียบอีกครั้งฉันถึงกับงงไปหมดหมายความว่ายังไงที่แท้เมื่อกี้ก็มีแค่ฉันคนเดียวที่พยายามโน้มน้าวตัวเอง คิดอกุศลไปเองฝ่ายเดียว แต่สุดท้ายผู้ชายคนนี้กลับไม่มีอารมณ์เลยสักนิดเหรอพอคิดถึงตรงนี้ แก้มของฉันก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาหงุดหงิดชะมัดผู้ชายคนนี้ก็บ้าเหมือนกัน ตอนฉันไม่อยาก เขาก็จะดึงดันทำให้ได้พอตอนนี้ในใจฉันยอมรับแล้ว แถมยังคิดลึกไปถึงไหนต่อไหน สุดท้ายเขากลับไม่เอาแล้วเนี่ยนะหรือว่าเขาจะชอบแบบบังคับขืนใจขณะที่กำลังคิดไปเรื่อย จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็พลิกตัวตะแคงข้าง รวบร่างฉันเข้าไปกอดไว้ทั้งตัวแผงอกอันร้อนรุ่มแนบชิดกับหน้าอกของฉัน ร้อนผ่าวจนแทบจะแผดเผาเสียงแหบพร่าของเขาดังขึ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 355

    เนื่องจากไปแตะเส้นความโกรธของเขาหลายครั้ง ฉันก็เลยไม่กล้าหาทางบ่ายเบี่ยงแบบเนียน ๆ อีกดังนั้นครั้งนี้พอเขาถามเรื่องโรงแรม ฉันก็เลยไม่หนี และบอกไปตรง ๆ ว่ากลับไปพักที่โรงแรมเดิมของพวกเราก็แล้วกันยังไงซะกระเป๋าเดินทางก็ยังอยู่ที่โรงแรมนั่น อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอะไรก็สะดวกกว่าด้วยพอกลับถึงโรงแรม เฮ่อจือโจวก็ให้ฉันไปอาบน้ำก่อนฉันหยิบเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยน แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไรพอกลับมาจากข้างนอก ร่างกายก็เย็นเฉียบไปทั้งตัวพอได้อาบน้ำอุ่น ก็รู้สึกสบายและอบอุ่นขึ้นมากฉันอาบน้ำอยู่ในนั้นพักใหญ่ ถึงได้เปลี่ยนชุดนอนแล้วเดินออกมาทันทีที่เปิดประตูห้องน้ำ เฮ่อจือโจวก็หันมามองฉันทันทีแต่ก็แค่มองแวบเดียว เขาก็ละสายตาไป แล้วลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองในกระเป๋าเดินทางจู่ ๆ บรรยากาศระหว่างเราสองคนก็เงียบลง อาศัยเพียงความเงียบในการโหมโรงเรื่องพรรค์นั้น ใจฉันก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเฮ่อจือโจวเดินเข้ามาแล้ว ฉันจึงรีบขยับหลบไปด้านข้าง เพื่อให้เขาเข้าไปพอเขาเดินเข้าไปปุ๊บก็ปิดประตูห้องน้ำดังปังฉันหันกลับไปมองประตูบานนั้นแวบหนึ่ง: เอ๊ะ ผู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status