Share

บทที่ 3

Author: ฟากฝั่งไร้กังวล
“โย่ว นี่มันอดีตคุณหนูใหญ่ถัง ภรรยาตัวน้อยของประธานเฮ่อไม่ใช่เหรอเนี่ย ทำไมล่ะ มาดื่มเหล้าเหรอ เอ๊ะ...จะมาดื่มก็มาดื่มสิ ทำไมต้องใส่ชุดพนักงานของที่นี่ด้วย”

พอผู้ชายคนนั้นพูดจบ ในห้องวีไอพีก็มีเสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นมาทันที

ฉันจับด้ามเข็นรถเครื่องดื่มแน่น สูดหายใจเข้าลึก ๆ

ช่างเถอะ ในเมื่อถูกพวกเขามาเจอเข้าแล้ว แถมพวกเขายังตั้งใจจะหยามเกียรติฉัน หนียังไงก็หนีไม่พ้น สู้หน้าด้านเดินเข้าไปเลยดีกว่า ไม่แน่อาจจะได้ทิปจากพวกเขากลับมาบ้างก็ได้

ตอนนี้พวกทวงหนี้ก็ทวงยิก ๆ ทุกวัน พ่อฉันพร่ำบอกทุกวันว่าไม่อยากอยู่แล้ว แม่ฉันก็เอาแต่นั่งร้องไห้ทุกวัน พี่ชายฉันก็วิ่งส่งอาหารทุกวัน แล้วฉันจะไปมัวแคร์ศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่จับต้องไม่ได้พวกนั้นไปทำไมกัน

ฉันเข็นรถเครื่องดื่มเข้าไป พยายามรักษาหน้ายิ้มแย้มที่แสนจะแข็งทื่อแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสุภาพ

ฉันยิ้มให้พวกเขา “บังเอิญจังเลยนะ ในเมื่อมาแล้ว ก็ช่วยอุดหนุนน้องสาวคนนี้หน่อยนะคะ ถ้าดื่มกันจนพอใจแล้ว จะให้ทิปน้องสาวคนนี้สักหน่อยก็ไม่ว่ากันค่ะ”

“จุ๊ ๆ ๆ ...” จางซานส่ายหน้าพลางแค่นหัวเราะเยาะขึ้นมาทันที

คิดถึงตอนนั้น เขามักจะคอยเดินตามก้นประจบฉันกับพี่ชาย ปากก็เรียกพี่สาวคำ พี่ชายคำ ตอนนี้บ้านฉันตกอับ พอเห็นท่าทางได้ใจของคนพรรค์นี้ ฉันละอยากตบหน้าเขาสักฉาด

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเอาแต่ใจ การหาเงินสำคัญที่สุด

ฉันยังคงยิ้มรับ ไม่ได้พูดอะไร

จู่ ๆ จางซานก็โน้มตัวลงมาใกล้ฉัน เอ่ยอย่างยินดีในความโชคร้ายของฉัน “ดูสิ ๆ นี่ใช่คุณหนูใหญ่ถังที่เคยไม่เห็นหัวใครคนนั้นหรือเปล่าเนี่ย ไม่เจอกันพักเดียว ทำไมตกอับกลายเป็นแบบนี้ล่ะ จุ๊ ๆ ๆ ...”

ในห้องวีไอพีพลันมีเสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นอีกระลอก

หลี่ซื่อก็ยิ้มร้ายให้ฉัน “เมื่อกี้เธอเพิ่งบอกให้ช่วยอุดหนุนหน่อย มาอยู่ในที่แบบนี้ หรือว่าจะเป็นธุรกิจขายเรือนร่าง ฮ่า ๆ ถ้าเป็นการขายเรือนร่างจริง ๆ งั้นเธอช่วยถอดเสื้อผ้าออกให้หมดก่อนเถอะ ให้พวกเราตรวจดูสินค้าหน่อย ถ้าสินค้ามันห่วยแตกเกินไป พวกเราจะไม่ขาดทุนแย่เหรอ ฮ่า ๆ ๆ ...”

ฉันบีบขวดเหล้าไว้แน่น หันไปมองเฮ่อจือโจวแวบหนึ่ง

เฮ่อจือโจวสูบบุหรี่เงียบ ๆ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดจาหยาบโลนของพวกเขา หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ เขาไม่แคร์เลยสักนิด

ฉันหลุบตาลง นำขวดเหล้าไปวางเรียงบนเคาน์เตอร์ทีละขวด ยิ้มกล่าว “ทุกคนเข้าใจผิดแล้วค่ะ ธุรกิจที่ฉันหมายถึงคือขายเครื่องดื่ม เห็นแก่ความสัมพันธ์เมื่อก่อนของพวกเรา ถ้าทุกคนอยากดื่มเหล้าก็สั่งจากฉันได้นะคะ แบบนี้ฉันจะได้ส่วนแบ่งเยอะหน่อย”

“ชิ คุณหนูใหญ่ถังอย่างเธอตอนนี้ร้อนเงินขนาดนี้เชียวเหรอ” จางซานโยนบัตรใบหนึ่งลงบนเคาน์เตอร์ ทำหน้าเหมือนกำลังทำทานให้ฉัน “ในบัตรนี้มีเงินอยู่แสนห้า ขอแค่เธอหมอบลงกับพื้นแล้วเห่าเหมือนหมาสักสองสามที เงินแสนห้านี่ก็เป็นของเธอแล้ว เป็นไง”

พอจางซานพูดจบ ในห้องวีไอพีก็มีเสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงผิวปากล้อเลียนอย่างนึกสนุก

กลุ่มคนที่รอชมเรื่องสนุกต่างจ้องมองฉันด้วยความสนใจ

แม้แต่เฮ่อจือโจวก็ยังมองฉัน สีหน้าเขาเรียบเฉย แต่แววตานั้นกลับล้ำลึกเสียจนคนไม่กล้าคาดเดา

ฉันเอาแต่อึ้งไม่ยอมขยับตัว จู่ ๆ หลี่ซื่อก็โยนบัตรลงบนเคาน์เตอร์อีกใบ “นี่ ตรงนี้มีอีกห้าแสน ขอแค่เธอเห่าเหมือนหมาสักสองสามที แล้วยอมให้พวกเราเล่นสนุกด้วยสักคืน เงินพวกนี้ก็จะเป็นของเธอทั้งหมด”

ฉันมองหลี่ซื่อด้วยความตกตะลึง

ถึงแม้ตอนนี้บ้านฉันจะตกอับ แต่ยังไงฉันก็เคยเป็นภรรยาของเฮ่อจือโจว และเขาก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ หลี่ซื่อกล้าเสนอเงื่อนไขแบบนี้ออกมาได้ยังไง

เว้นเสียแต่ว่าเฮ่อจือโจวจะบอกเรื่องที่เราหย่ากันให้พวกเขารู้ แถมยังบอกอีกว่าเกลียดฉันมาก ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะกล้าหยามเกียรติฉันต่อหน้าเฮ่อจือโจวได้ยังไง

“ว่าไง ร้อนเงินไม่ใช่เหรอ ศักดิ์ศรีแค่นี้ยังวางไม่ลง แล้วจะออกมาหากินทำไม” หลี่ซื่อแค่นหัวเราะเยาะ “ราคาที่พวกเราให้นี่ถือว่าสูงแล้วนะ ถ้าเธอไปขายข้างนอก ต้องขายกี่ครั้งถึงจะได้เงินเยอะขนาดนี้”

นั่นสิ ฉันกำลังร้อนเงิน จะมามัวแบกศักดิ์ศรีที่มันกินไม่ได้ไปเพื่ออะไร

แต่การทิ้งศักดิ์ศรี ก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะไม่มีขีดจำกัด

มองรอยยิ้มชั่วร้ายและกะล่อนของหลี่ซื่อแล้ว ในใจฉันก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันที

ฉันหยิบบัตรที่มีเงินห้าแสนใบนั้นปาใส่หน้าหลี่ซื่อ จงใจพูดว่า “เงินแค่ห้าแสนนี่ยังกล้าเอามาซื้อฉันไปนอนด้วยอีกเหรอ แน่จริงนายก็เอามาสักห้าสิบล้านสิ!”

คนอย่างหลี่ซื่อฉันรู้ไส้รู้พุงดี ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้มีเท่าไหร่ วัน ๆ เอาแต่ทำตัวว่างงานลอยไปลอยมา อยู่ข้างนอกก็ทำเป็นใจป้ำ แต่ความจริงขี้เหนียวมาก เมื่อก่อนก็มักจะคอยตามกินตามดื่มกับฉันและพี่ชายฟรี ๆ แค่จะซื้อกระเป๋าให้แฟนยังเสียดายเงินเลย

พูดได้ว่า ให้เขาควักเงินออกมาสักห้าหมื่นก็เท่ากับเฉือนเนื้อเขาแล้ว

แต่ตอนนี้เพื่อจะหยามฉัน เขาถึงกับยอมควักเงินมาตั้งห้าแสน เห็นชัดว่าเขาเกลียดฉันมากขนาดไหน

นี่ทำให้ฉันอดกลับมาทบทวนตัวเองไม่ได้ว่า เมื่อก่อนฉันทำตัวแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ

“ฮ่า ๆ ๆ หลี่ซื่อ นายก็ขี้เหนียวเกินไป ยังไงเธอก็เคยเป็นคุณหนูใหญ่ถังนะ นายจะซื้อเธอไปนอนด้วยทั้งคืน แต่กล้าควักเงินมาแค่ห้าแสนเนี่ยนะ”

ในห้องวีไอพีมีคนหัวเราะครื้นเครงขึ้นมาทันที

ใบหน้าของหลี่ซื่อแดงก่ำขึ้นมาทันที เขาจ้องฉันเขม็ง แค่นเสียงอย่างดูแคลน “ฉันว่าให้ห้าแสนก็ตีราคาเธอสูงไปแล้วด้วยซ้ำ”

ฉันไม่สนใจเสียงหัวเราะเยาะของหลี่ซื่อ หันไปหยิบบัตรที่มีเงินแสนห้าใบนั้นขึ้นมา แล้วถามจางซาน “ที่นายพูดเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงใช่ไหม แค่ฉันเห่าเหมือนหมาสองสามที เงินแสนห้านี่ก็จะเป็นของฉันแล้ว”

จางซานชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนจะคิดไม่ถึงว่าฉันจะเอาจริง

จางซานก็เหมือนกับหลี่ซื่อ เป็นพวกขี้เหนียวตัวยง

เงินแสนห้านี่ก็คงเป็นเงินก้อนใหญ่ของเขาเหมือนกัน

เห็นแค่จางซานหน้าเจื่อนลง “คุณหนูใหญ่ถังที่หยิ่งผยองจองหองอย่างเธอเนี่ยนะ จะมายอมเห่าเป็นหมาต่อหน้าพวกเรา เลิกพูดเล่นได้แล้ว”

จางซานพูดไป ก็พยายามจะเอื้อมมือมาดึงบัตรใบนั้นกลับไป

ฉันเบี่ยงหลบมือของเขาที่ยื่นมา พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันไม่ได้ล้อเล่น เห่าเป็นหมาไม่ใช่เรื่องยากอะไรสักหน่อย เห่าสองสามทีก็ได้เงินมาตั้งแสนห้า คิดยังไงก็เป็นธุรกิจที่ได้กำไรเห็น ๆ ไม่ใช่เหรอ”

จางซานหน้าเสียขึ้นมาทันที จ้องบัตรในมือฉันเขม็ง แทบอยากจะพุ่งเข้ามาแย่งบัตรคืนไปเสียเดี๋ยวนี้

หลี่ซื่อพูดอย่างยินดีบนความทุกข์ของฉัน “งั้นเธอก็รีบเห่าสิ ให้พวกเราได้ดูหน่อยว่าคุณหนูใหญ่ถังอย่างเธอจะทำตัวเหมือนหมาที่คอยกระดิกหางขอความสงสารอยู่บนพื้นได้ยังไง”

ความเย่อหยิ่งในอดีตไม่มีอีกแล้ว ในหัวฉันเต็มไปด้วยภาพอันดุร้ายของพวกแก๊งทวงหนี้ เต็มไปด้วยฉากที่พ่อแม่ฉันร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตาย เต็มไปด้วยภาพที่พี่ชายฉันต้องไปทำงานรับจ้างอย่างยากลำบาก

ฉันสูดหายใจเข้าลึก “ได้”

แต่ในตอนที่ฉันกำลังจะค่อย ๆ คุกเข่าลงกับพื้น จู่ ๆ ก็มีมือใหญ่ข้างหนึ่งมาประคองข้อศอกฉันเอาไว้

ฉันหันไปมองด้วยความประหลาดใจ ก็สบเข้ากับดวงตาอันล้ำลึกของเฮ่อจือโจวพอดี หัวใจฉันกระตุกวูบ

“ออกไปให้หมด”

เฮ่อจือโจวเอ่ยเสียงเรียบ คำพูดนั้นจงใจพูดกับพวกคุณชายเสเพลเหล่านั้น

พวกคุณชายเสเพลเหล่านั้นพากันเดินออกไปทันที เพราะกลัวจะทำให้เขาโมโห

ตอนที่จางซานเดินออกไป ยังอุตส่าห์ดึงบัตรที่มีเงินแสนห้าใบนั้นกลับไปจากมือฉันจนได้ น่าขำชะมัด

ดวงตาดำราวกับน้ำหมึกของเฮ่อจือโจวจ้องมองฉัน “ร้อนเงินขนาดนั้นเลยเหรอ”

ฉันดึงข้อศอกตัวเองออกจากการเกาะกุมของมือใหญ่ ขยับถอยรักษาระยะห่างจากเขา “ประธานเฮ่อรู้อยู่แล้วยังจะแกล้งถามอีกนะคะ”

หลังจากบ้านฉันตกอับก็เป็นหนี้สินล้นตัว เรื่องนี้เป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งเมืองเจียง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่รู้

“ประธานเฮ่อ?” เฮ่อจือโจวหัวเราะออกมาเบา ๆ ขบเคี้ยวสองคำนี้อย่างนึกสนุก

ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ และไม่มีอารมณ์จะมาต่อล้อต่อเถียงกับเขาด้วย

ฉันชี้ไปที่เหล้าบนเคาน์เตอร์ “ประธานเฮ่อ นี่เหล้าที่พวกคุณเพิ่งสั่งไป ฉันเอามาเสิร์ฟให้หมดแล้ว ถ้าคุณคิดว่าฉันบริการดี จะให้ทิปฉันสักหน่อยก็ได้นะคะ”

เฮ่อจือโจวจ้องมองฉันนิ่ง ๆ สายตานั้นมักจะทำให้คนเดาใจเขาไม่ออกเสมอ

เรื่องทิปฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้หวังว่าเขาจะให้จริง ๆ

ฉันยิ้มบาง ๆ กำลังจะเดินออกไป จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็พูดขึ้นมา “ผมให้คุณห้าสิบล้าน”

ฉันชะงักเท้าทันที หันไปมองเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “คุณว่าไงนะ”

เฮ่อจือโจวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ดวงตาดำจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน “ผมให้คุณห้าสิบล้าน แลกกับการที่คุณมานอนกับผมหนึ่งคืน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 148

    ฉันมองไปที่เฮ่ออี้เฉิน ในใจก็เริ่มสับสนวุ่นวายขึ้นมาแล้วพอนึกถึงตอนที่เขาดึงดันโน้มน้าวให้ฉันมาดึงการลงทุน ในใจของฉันก็อดรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาไม่ได้เขาไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าบอสใหญ่ของกลุ่มบริษัท HYA คือเฮ่อจือโจวหรือว่าเขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าคนที่มาจะเป็นเฮ่อจือโจวฉันมองใบหน้าและแววตาอันอ่อนโยนของเฮ่ออี้เฉิน แต่ในใจกลับเย็นเยียบเฮ่ออี้เฉินหลุบตาลงแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย “ผมคิดว่าพี่ใหญ่คงเข้าใจผิดแล้ว ตอนนั้นเป็นเพราะผมต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็เลยจำเป็นต้องให้กู้อี้เป็นคนดูแลบริษัท พอเวลาผ่านไปนานเข้า เขาก็เลยกลายเป็นประธานกู้ที่ทุกคนชื่นชมส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพี่ใหญ่กับประธานลู่คนนั้น ผมไม่รู้เลยจริง ๆถ้ารู้แต่แรกว่าคนที่มาจะเป็นพี่ใหญ่ ผมก็คงไม่ต้องเหนื่อยยากจัดงานเจรจาครั้งนี้ขึ้นมาหรอก จริงไหมครับ”เฮ่อจือโจวหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดเย้ยหยัน “งั้นทำไมนายถึงให้ผู้หญิงคนนี้มาช่วยหาเงินลงทุนล่ะถ้าฉันจำไม่ผิด เธอเพิ่งเข้าบริษัทของพวกนายมาได้ไม่กี่วัน ไม่มีทั้งประสบการณ์และความสามารถโปรเจกต์สำคัญขนาดนี้ นายกลับส่งเธอมา นายดูถูกโปรเจกต์ของพวกนาย หรือว่าดูถูกนักลงทุนอย่างพวกฉ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 147

    ฉันเห็นเฮ่อจือโจวในชุดสูทดูภูมิฐานกำลังเดินเข้ามาจากด้านนอกท่าทางของชายหนุ่มดูสูงส่งสง่างาม แววตาเย็นชาแฝงไปด้วยความกดดันและห่างเหินอยู่หลายส่วนเขามองฉันพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ มุมปากยกโค้งเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อยฉันตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง หนาวเยือกตั้งแต่หัวจรดเท้าเกิดอะไรขึ้นทำไมเฮ่อจือโจวถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้นักลงทุนรายใหญ่ที่สุดไม่ใช่ลู่ฉางเจ๋อเหรอ ทำไมคนที่มาถึงเป็นเฮ่อจือโจวล่ะฉันหันขวับไปมองเฮ่ออี้เฉินอย่างแข็งทื่อราวกับหุ่นยนต์เฮ่ออี้เฉินหลุบตาลงต่ำ ทำให้มองไม่เห็นสีหน้าใครบอกฉันได้บ้างว่าทำไมถึงตกลงกันไว้ว่าจะมาเจรจาเรื่องการลงทุนกับลู่ฉางเจ๋อ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเฮ่อจือโจวไปได้วินาทีนี้ฉันอยากจะหนีไปให้พ้น แต่ขาทั้งสองข้างกลับราวกับหยั่งรากลึกลงไป ก้าวไม่ออกเลยแม้แต่ก้าวเดียวพอเฮ่อจือโจวมาถึง ประธานอีกสองคนก็พากันลุกขึ้นยืนทักทายเขาอย่างนอบน้อมกระทั่งเขานั่งลง ประธานทั้งสองคนนั้นถึงได้กล้านั่งตามเห็นได้ชัดถึงสถานะผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวงธุรกิจของเขาในตอนนี้เฮ่อจือโจวปรายตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ กับเฮ่ออี้เฉิน “เธอ...คือเลขาคนใหม่ที่นายรับเข้ามาง

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 146

    ฉันกับเฮ่ออี้เฉินนั่งอยู่ด้านหลังเฮ่ออี้เฉินมองฉัน แล้วพูดอย่างรู้สึกผิดว่า “ขอโทษนะอันอัน ครั้งนี้ต้องใช้เส้นสายของเธอมาช่วยฉันแล้ว”“นายไม่ต้องขอโทษฉันหรอก ฉันกับพ่อก็เป็นหนี้นายอยู่แล้วนี่”ฉันทิ้งช่วงครู่หนึ่งก็พูดอีก “แต่ว่าฉันกับลู่ฉางเจ๋อไม่ได้สนิทกันจริง ๆ เพราะงั้นฉันก็ไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะช่วยนายคว้าการลงทุนของเขามาได้”“ไม่เป็นไร เธอทำเต็มที่ก็พอแล้ว” เฮ่ออี้เฉินยิ้มพลางตบไหล่ฉันเบา ๆ สีหน้าแววตายังคงอ่อนโยนเช่นเคยฉันมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ในใจรู้สึกสับสนวุ่นวายอยู่บ้างลู่ฉางเจ๋อนั่นดูเหมือนจะเป็นคนเจ้าชู้รักอิสระและชอบหัวเราะเฮฮา แต่จริง ๆ คุยด้วยยากมากอีกทั้งลู่ฉางเจ๋อยังชอบเอาฉันไปยั่วโมโหเฮ่อจือโจวอยู่บ่อย ๆเฮ้อ เดี๋ยวคงต้องหาโอกาสคุยกับลู่ฉางเจ๋อสักหน่อย บอกเขาว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกเฮ่อจือโจวขณะที่ฉันกำลังคิดในใจ จู่ ๆ ก็เห็นเงาคนสะท้อนอยู่บนกระจกรถเหมือนกู้อี้กำลังมองฉันอยู่ฉันหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ แล้วสบเข้ากับสายตาของกู้อี้เข้าพอดีใจฉันกระตุกไปเล็กน้อย ฉันถามเขา “ประธานกู้ มีอะไรเหรอคะ”กู้อี้ยกย

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 145

    เขาพูดต่อ “อันอัน พูดตามตรงนะ โปรเจกต์นี้ค่อนข้างนอกกระแส พวกเขาคิดว่าจะขาดทุน ดังนั้นแทบไม่มีนักลงทุนคนไหนยอมลงทุนเลยแต่ฉันคิดว่าโปรเจกต์นี้มีศักยภาพมากพอที่จะลองดูสักตั้ง ถ้าทำสำเร็จ กำไรจะเพิ่มขึ้นตรง ๆ หลายเท่าตัว บริษัทของเราก็จะมีชื่อเสียงขึ้นมาด้วยต้องรู้ไว้นะว่า บริษัทนี้เพิ่งก่อตั้งมาได้ไม่กี่ปี ฉันเองก็เพิ่งกลับประเทศมาได้ไม่นาน ไม่มีทรัพยากรอะไรเลย เพราะงั้นตอนนี้ฉันเลยต้องพึ่งโปรเจกต์นี้พลิกฟื้นสถานการณ์เพราะงั้นอันอัน ฉันหวังว่าเธอจะช่วยฉันคว้าการลงทุนนี้มาให้ได้จริง ๆ”“แต่ฉันก็ไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้น”ฉันรู้สึกว่าเฮ่ออี้เฉินประเมินฉันสูงเกินไปแล้วคุณหนูตกอับอย่างฉัน ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพยากร ไม่มีความสามารถ ฉันจะเอาอะไรไปช่วยเขาคว้าการลงทุนพวกนั้นมายิ่งไปกว่านั้น ในบริษัทก็มีคนเก่งตั้งเยอะแยะ ให้คนที่มีความสามารถไปเจรจาเรื่องการลงทุน โอกาสสำเร็จจะไม่สูงกว่าเหรอจากคำพูดเมื่อกี้ของเขาก็มองออกได้เลยว่าโปรเจกต์นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในอนาคตของบริษัทพวกเขาพนักงานใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์อย่างฉัน ไม่กล้าไปเจรจาจริง ๆขืนทำโปรเจกต์พังขึ้นมา ความผิดของฉันคงใหญ่หล

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 144

    เขาหันไปพูดกับกู้อี้ว่า “นายออกไปก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อย”“ได้” กู้อี้ยิ้ม แล้วลุกขึ้นเดินออกไปอย่างรวดเร็วตอนที่เดินผ่านข้างฉัน เขาก็ยิ้มให้ฉันอีกครั้งรอยยิ้มนั้น คล้ายกับแฝงความหมายลึกซึ้งเอาไว้หลังจากกู้อี้ออกไป เฮ่ออี้เฉินก็ดึงฉันเข้าไปในห้องประธานเขาพูดกับฉันอย่างร้อนรน “อันอัน เธอก็ทำงานนี้ได้ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องลาออกล่ะ เพราะบอสใหญ่ของบริษัทนี้คือฉันงั้นเหรอ แต่มันเกี่ยวอะไรด้วย เราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนแนะนำงานให้กันมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง”ฉันส่ายหน้า “มันไม่เหมือนกัน”“ไม่เหมือนกันยังไง”“ฉันเคยรับปากกับเฮ่อจือโจวไว้ว่าจะไม่เข้าไปยุ่งอะไรกับนายอีก แล้วฉันก็เคยพูดอย่างหนักแน่นต่อหน้าเขาด้วยว่าไม่มีทางมาทำงานเป็นลูกน้องนายเด็ดขาดเพราะงั้นในเมื่อฉันเป็นคนพูดเอง ฉันก็ต้องทำให้ได้”“เฮ่อจือโจว เฮ่อจือโจวอีกแล้ว อันอัน เรื่องคุณย่าคราวก่อน เขายังทำร้ายเธอไม่หนักพออีกเหรอ นอกจากทำร้ายเธอแล้ว เขาทำอะไรเป็นอีกบ้าง”ฉันเม้มริมฝีปาก ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีความจริงที่อยากลาออก ไม่ใช่แค่เพราะเฮ่อจือโจวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเพราะความดื้อรั้นในใจด้วยฉั

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 143

    เห็นเพียงเฮ่ออี้เฉินในชุดสูทเต็มยศกำลังเดินเข้ามาแปลกจริง ๆ ทำไมเฮ่ออี้เฉินถึงมาที่นี่ได้ล่ะเขาคงไม่ได้มาหาฉันหรอกนะฉันรีบลุกขึ้นยืน กำลังจะเข้าไปทักทายเขา แต่กลับเห็นเขาเดินตรงดิ่งไปยังห้องประธาน โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองมาทางฉันเลยสักนิดฉันชะงักไปดูท่าว่าฉันจะเดาผิด เขาไม่ได้มาหาฉัน แต่มาคุยธุระกับประธานกู้ฉันเห็นเขาเดินเข้าไปในห้องประธานโดยตรง ไม่จำเป็นต้องให้เลขาแจ้งก่อนด้วยซ้ำ ในใจจึงอดประหลาดใจไม่ได้ เฮ่ออี้เฉินเพิ่งกลับประเทศมาได้ไม่นานไม่ใช่เหรอ เขาไปสนิทกับประธานกู้ของเราตั้งแต่เมื่อไหร่ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ ๆ ด้านข้างก็มีเสียงซุบซิบดังขึ้น“นี่ ๆ ...ได้ยินมานานแล้วนะว่าประธานกู้ของเราก็เป็นแค่ลูกจ้าง เบื้องหลังยังมีบอสใหญ่อีกคน”“ใช่ ๆ ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน หนุ่มหล่อที่เพิ่งเดินเข้ามาเมื่อกี้บุคลิกไม่ธรรมดาเลย อย่าบอกนะว่าเขาเป็นบอสใหญ่น่ะ”“พวกเธอไม่รู้จักเขาเหรอ เขาคือคุณชายรองแห่งตระกูลเฮ่อ เป็นน้องชายของเฮ่อจือโจวไง พวกเธอรู้จักเฮ่อจือโจวใช่ไหม ก็คนที่ช่วงนี้เก่งกาจในแวดวงธุรกิจมาก ๆ คนนั้นไง”พอได้ยินพวกเธอพูดถึงเฮ่อจือโจว ใจฉันก็สั่นไหวเล็กน้อยโช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status