Share

บทที่ 2

Author: ทาร์ตไข่อาเซิง
ความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็ดับลง ฉันลงจากรถแบบสุ่มที่ป้ายแห่งหนึ่ง

ขาทั้งสองฉันควบคุมไม่ได้เลย สุดท้ายก็ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นอย่างแรง

ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงแบบนี้มันอึดอัดจนหายใจไม่ออก ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เศษขยะ

อารมณ์ที่สะสมมานานพังทลายลงในพริบตา ฉันร้องไห้พลางทุบขาตัวเองอย่างบ้าคลั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วินาทีต่อมา เด็กสาวคนหนึ่งที่ถือกล้องอยู่ก็เข้ามาพยุงแขนฉัน พาฉันไปนั่งที่เก้าอี้ข้างทาง

เธอยื่นกระดาษทิชชูให้ แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า อยากให้ฉันช่วยอะไรไหม?”

ทั้งตัวฉันแข็งทื่อ

ไม่คิดเลยว่าความห่วงใยที่ฉันโหยหามาตลอดหลายปี จะไม่ได้มาจากครอบครัว แต่กลับเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

เมื่อ 6 ปีก่อน พี่ชายเกิดสงสารจีหลิงเหอ เด็กยากจนคนนั้น จึงทำผลตรวจดีเอ็นเอปลอมให้พ่อแม่ดู

“หลิงเหอต่างหากคือลูกแท้ ๆ ของพวกคุณ เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของผม”

ตอนที่รู้ความจริง ฉันเหมือนถูกฟ้าผ่า ร้องไห้จนแทบขาดใจ ขอให้เขาไปบอกความจริงกับพ่อแม่

แต่สิ่งที่ฉันได้รับกลับเป็นการถูกตบหน้าอย่างแรง

“แกช่วยรู้จักคิดบ้างได้ไหม? หลิงเหอเป็นเด็กกำพร้า ถ้าไม่มีใครหนุนหลังจะโดนรังแกเอาได้! ต้องให้คนในโรงเรียนรู้ว่าเธอมีครอบครัว ถึงจะไม่มีใครกล้าแกล้ง!”

“แกก็ได้รับความรักจากพ่อแม่กับฉันไปตั้งเท่าไหร่แล้ว ให้หลิงเหอยืมสถานะไปก่อนมันจะเป็นไรไป?”

วันแรกที่จีหลิงเหอกลับบ้าน เธอก็เริ่มใส่ร้ายฉันทันที บอกว่าฉันด่าเธอว่าเป็นพวกบ้านนอก ใช้เงินเหยียดหยามเธออยู่บ่อย ๆ

พี่ชายลงไม้ลงมือสั่งสอนฉัน ส่วนพ่อแม่ก็เลือกจะอดทนกับฉันแบบฝืน ๆ

จนกระทั่งครั้งนั้น จีหลิงเหอกลับจากโรงเรียน สภาพเสื้อผ้าแทบถูกถอดออกหมด แถมยังมีคำดูถูกถูกสลักไว้บนร่างกาย

เธอทรุดลงคุกเข่าต่อหน้าฉัน โขกศีรษะกับพื้นดังปัง ๆ

“พี่เนี่ยน หนูผิดไปแล้ว หนูเป็นแค่เด็กบ้านนอกไม่ควรแย่งพ่อแม่มาจากพี่ หนูสมควรตาย! หนูจะไปตายเดี๋ยวนี้เลย!”

เธอหันหลังแล้วกระโดดลงสระน้ำ ทำให้ทั้งบ้านโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

โดยเฉพาะพี่ชาย เขารีบไปจ้างสามีภรรยาคู่หนึ่งมาแกล้งแสดงเป็นพ่อแม่แท้ ๆ ของฉัน แล้วไล่ฉันออกจากบ้าน

“อย่าคิดว่าตัวเองสูงส่งนัก ออกไปลำบากข้างนอกบ้าง จะได้รู้จักปรับนิสัย เมื่อไหร่เลิกกลั่นแกล้งหลิงเหอได้ ค่อยกลับมา!”

ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตฉันก็เหมือนตกนรกไม่รู้จบ

ร้านอาหารของ 2 คนนั้น งานของ 10 คนถูกโยนมาให้ฉันทำคนเดียว

ผิวหนังบนมือเป็นแผลไม่เคยหายดี

ทุกครั้งที่ผู้ชายเมาแล้วทำร้ายคนในบ้าน ผู้หญิงก็จะดันฉันออกไปเป็นโล่รับแทน

ทั้งตบ ต่อย ขวดเหล้า ล้วนตกลงมาที่ฉันคนเดียว

หลายครั้งที่โดนทุบตีหนักสุด ๆ ฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอด

แต่พอเวลาผ่านไป พวกเขาก็เริ่มสังเกตว่าการเคลื่อนไหวของฉันผิดปกติ

ฉันพูดไม่ชัด จับตะเกียบไม่อยู่ ทำงานไม่มีแรง แม้แต่เดินยังดูแปลก

พอตรวจพบว่าเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง พวกเขาก็โยนฉันทิ้งเหมือนขยะโดยไม่ลังเล

ฉันไม่มีความสามารถจะทำงานหาเงินได้ จึงทำได้แค่ขายเลือดเพื่อประทังชีวิตขั้นพื้นฐาน

ยาที่เฝ้ารอมานาน ในที่สุดกำลังจะได้มาแล้วแท้ ๆ แต่กลับถูกจีเส้าสวี่ขัดขวาง

พอฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตลอด 6 ปีนี้จบ เด็กสาวคนนั้นก็เอามือปิดปาก น้ำตาไหลไม่หยุด ในสายตามีแต่ความสงสาร

เธอเช็ดน้ำตาแล้วพูดขึ้น

“ฉันเป็นบล็อกเกอร์ที่เพิ่งเริ่มทำคอนเทนต์ช่วยสานฝันให้คนแปลกหน้า คุณมีความปรารถนาอะไรไหม?”

ความปรารถนาเหรอ

ฉันเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้า คิดอยู่ครู่หนึ่งอย่างจริงจัง

“ฉันอยากได้… โลงศพสักใบ”

การมีชีวิตอยู่มันเจ็บปวดพอแล้ว หลังตายไป ฉันอยากได้ความสงบบ้าง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หลังเชื่อฟัง ครอบครัวก็พัง   บทที่ 8

    เขารีบติดต่อพ่อแม่ทันทีพ่อแม่ที่เดิมทียังนั่งครุ่นคิดอยู่ที่บ้านว่าจะชดเชยสิ่งที่ทำต่อจีเนี่ยนอย่างไรดี พอได้ยินข่าวนี้พวกเขาก็แทบช็อกจนวิญญาณเกือบจะหลุดออกจากร่างเมื่อมาถึงห้องเก็บศพก็ได้เห็นจีเส้าสวี่กำลังคุกเข่าร้องไห้อยู่หน้าโลงเย็น ทั้งพ่อและแม่เองก็ทนไม่ไหว พวกเขาขาอ่อนทรุดลงคุกเข่ากับพื้นทันทีแม่สติแตกทันที พลางพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด“เส้าสวี่ ! แกบอกว่าเสี่ยวเนี่ยนเสแสร้งไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเธอถึงนอนอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”“เอาเสี่ยวเนี่ยนของฉันคืนมานะ ! เอาลูกฉันคืนมา ! ”จีเส้าสวี่คุกเข่าอยู่แบบนั้น เขาปล่อยให้แม่ทุบตีแม้แต่พ่อที่ปกติเป็นคนสุขุมเยือกเย็น ตอนนี้เองก็ยังกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขาร้องไห้ออกมาเสียงดัง“เสี่ยวเนี่ยน... พ่อขอโทษนะลูก ! ”ตอนแรกฉันที่ลอยอยู่บนฟ้ายังสงบนิ่งไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย แต่ภาพตรงหน้าที่ทั้ง 3 คนร้องไห้แทบขาดใจ มันทำให้ฉันรู้สึกสะเทือนใจเกินไปจนวิญญาณของฉันยังสั่นไหวโดยไม่รู้ตัวพวกเขาไม่ใช่ว่าไม่เชื่อฉันหรอกเหรอ ไม่ใช่ว่าฉันคือคนที่พวกเขาเกลียดที่สุดหรอกเหรอ ส่วนคนที่พวกเขารักที่สุดก็คือจีหลิงเหอไม่ใช่เหรอแล้วทำไมหลังจากฉั

  • หลังเชื่อฟัง ครอบครัวก็พัง   บทที่ 7

    ณ งานเลี้ยง จีเส้าสวี่มาถึงก่อนใคร เพื่อนของจีเนี่ยนยังไม่มีใครมาเลยแม้แต่คนเดียวเขายกข้อมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกาแทบทุกนาทีทำไมผู้ช่วยยังไม่พาจีเนี่ยนกลับมาอีกเมืองไห่เฉิงก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น ปกติแล้วเขาน่าจะพาเธอกลับมาถึงนานด้วยซ้ำแล้วเขาก็เริ่มกระวนกระวายมากขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั่งแขกคนแรกของงานมาถึงก่อนคนคนนั้นก็คือไป๋เวย คนที่เคยทำคลิปสั้นกับจีเนี่ยนในใจเขาเลิกโกรธจีเนี่ยนไปนานแล้ว ท่าทีต่อไป๋เวยจึงอ่อนลงมาก“เธอมาทำอะไร? ความเสียหายที่ฉันก่อขึ้นในตอนนั้น ฉันจะชดใช้ให้ 10 เท่าเลย”ฉันลอยอยู่บนฟ้า พลางพยักหน้าเบา ๆอย่างน้อยก็ยังพอมีสำนึกอยู่บ้างไป๋เวยไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงยื่นแฟลชไดรฟ์ให้จีเส้าสวี่“นี่เป็นของที่จีเนี่ยนทิ้งไว้กับฉันก่อนที่เธอจะตาย เธอ… เธอน่าสงสารมาก ถ้าคุณยังเห็นจีเนี่ยนเป็นน้องสาว ฉันขอร้องล่ะนะ ไปที่ห้องเก็บศพเพื่อรับร่างของเธอกลับมา ให้ร่างของเธอได้ถูกฝังอย่างเหมาะสม”“ทุกอย่างของฉันถูกคุณกดดันไว้จนหมดหนทาง ตอนนี้เรื่องค่ารักษาของคุณย่า ฉันก็ยังไม่รู้จะหาเงินจากไหน ฉันไม่มีเงินจัดงานศพให้จีเนี่ยนด้วยซ้ำ ถึงต้องมาหาคุณนี่ไง”ในอกที่ว่างเปล่าของฉั

  • หลังเชื่อฟัง ครอบครัวก็พัง   บทที่ 6

    เขาสั่งให้ผู้ช่วยจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับบ้านให้จีเนี่ยนเป็นอย่างดีก่อนหน้านี้ตอนที่ชี้ตัวว่าเธอเป็นลูกสาวตัวปลอม เพื่อน ๆ ของเธอหลายคนก็ได้ต่างเห็นเธอกลายเป็นตัวตลกไปโดยปริยายครั้งนี้ที่มายืนยันตัวตนว่าเธอเป็นลูกแท้ ๆ แล้ว แน่นอนว่าต้องทำให้ทุกคนรู้ว่าจีเนี่ยนคือลูกสาวผู้ร่ำรวยตัวจริงของตระกูลจีเขาเลือกซื้อของเล็กน้อย ๆ ที่ใช้ในงานเลี้ยงด้วยตัวเองอย่างใส่ใจ ตามความชอบของจีเนี่ยนเขาอยากทำให้เธอประหลาดใจแม้แต่ห้องเจ้าหญิงที่เคยเป็นของจีเนี่ยนเพียงคนเดียว เขาก็ทำการจัดเตรียมคืนให้เป็นอย่างดีเขาทำความสะอาดทุกมุมอย่างตั้งใจ เพื่อฟื้นฟูห้องที่เคยเป็นของเธอให้กลับไปสวยงามเหมือนเดิมตอนนี้ฉันกำลังลอยอยู่กลางอากาศ พลางมองดูทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ ไม่คิดเลยว่าจีเส้าสวี่จะยังใส่ใจฉันขนาดนี้แต่ทำไมกันนะ ทำไมถึงได้กดดันฉันทุกทางแถมยังไม่เชื่อใจฉัน เพื่อจีหลิงเหอ จนผลักฉันไปสู่ทางตันแบบนี้เฮ้อ ฉันคิดไม่ตกจริง ๆ และก็ไม่อยากนึกถึงเรื่องที่ทำให้เจ็บปวดพวกนี้อีกแล้วทันใดนั้นเอง เขาค้นเจอกล่องใบหนึ่ง ข้างในเป็นรูปถ่ายตอนเด็ก ๆ ของฉันทั้งหมดเขาหยิบออกมาเช็ดทีละใบ ก่อนจะวางกลับในตำแห

  • หลังเชื่อฟัง ครอบครัวก็พัง   บทที่ 5

    จู่ ๆ จีเส้าสวี่ก็นึกถึงก่อนหน้านี้ที่จีเนี่ยนเคยเอาเรื่องโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไปโพสต์ในอินเทอร์เน็ตนั่นทำให้ความไม่สบายใจเขาค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น เขาซูมภาพในมือถือดูซ้ำไปซ้ำมาดูไปดูมา 10 กว่ารอบทว่าคนในภาพถูกเซ็นเซอร์บางส่วนของร่างกายเอาไว้ ใบหน้าก็ผอมซูบจนแทบไม่เหลือเนื้ออยู่เลยดูแล้วแทบไม่ต่างจากโครงกระดูกนั่นทำให้เขาแยกไม่ออกเลยว่าคนตรงหน้านั้นคือใครแต่เมื่อเขาคิดไปคิดมา ยังไงก็ไม่มีทางเป็นจีเนี่ยนเพราะเขารู้จักนิสัยของจีเนี่ยนเป็นอย่างดี คนแบบเธอเจ้าเล่ห์ที่สุด ขอแค่มีความหวังเพียงนิดเดียว เธอก็ต้องหาทางมีชีวิตต่อไปให้ได้อย่างแน่นอนยิ่งไม่ต้องพูดถึงโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่หาพบได้ยาก เพราะทางครอบครัวไม่มีพันธุกรรมของโรคนี้มาก่อนเลย เธอจะเป็นขึ้นมาได้ง่าย ๆ ได้อย่างไรกันในตอนนั้นเอง พ่อกับแม่ตระกูลจีก็ถูกจีเส้าสวี่เรียกกลับบ้านมาภายใต้บรรยากาศบ้านที่ว่างเปล่า บวกกับสีหน้าเคร่งเครียดของเขา ทำให้แม่ถามอย่างไม่สบายใจ“เส้าสวี่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ วันนี้เรียกพวกเรากลับมากะทันหันทำไม?”“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” จีเส้าสวี่ปิดหน้าจอมือถือลง พลางเม้มปากก่อนจะลุกขึ้นยืนเขาใช

  • หลังเชื่อฟัง ครอบครัวก็พัง   บทที่ 4

    คราวนี้เป็นพ่อกับแม่ของตระกูลจี ที่พอเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของฉันก็ชะงักแข็งไปทันทีพวกเขาจ้องฉันอยู่นาน กว่าจะมั่นใจว่าขอทานตรงหน้าที่ถือถุงขยะใบใหญ่ คนที่ดูไม่เข้ากับคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้เลยนั้น คือฉันจริง ๆแม่ตาแดงก่ำทันที ก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมาอีกครั้ง“แกมาทำอะไรที่บ้านหลังนี้ของพวกเรา? แกทรมานหลิงเหอจนจะตายอยู่แล้ว!”“ไสหัวไป ! ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ !”พ่อปลอบแม่ สายตาคมกริบจ้องมองมาที่ฉัน ก่อนจะไล่ฉันออกไปแต่ฉันแค่จ้องจีเส้าสวี่เขม็ง ขอแค่เขายอมปล่อยเด็กสาวคนนั้น ฉันก็จะไม่อยู่ที่นี่นานกว่านี้แม้แต่วินาทีเดียวหลังจากเงียบงันอยู่ไม่กี่วินาที จีหลิงเหอก็เดินออกมาจากห้อง ยังคงเป็นภาพหญิงสาวอ่อนแอกำลังร้องห่มร้องไห้ตามเคย“พ่อแม่ หนูไม่โทษพี่เนี่ยนเลย กลับกัน หนูรู้สึกผิดกับเธอมาตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะหนูโผล่มาแบบนี้ พี่เนี่ยนก็จะยังเป็นลูกสาวสุดที่รักของพ่อแม่ต่อไป”เธอโค้งตัวขอโทษฉัน“พี่เนี่ยน ขอโทษนะ หนูควรเป็นโรคซึมเศร้านี้เอง หนูรู้ว่าถ้าหนูตายไป พี่ถึงจะพอใจ ขอแค่ต่อจากนี้พี่ช่วยดูแลพ่อแม่แทนหนูด้วยนะ”พูดจบ เธอก็หันหลังวิ่งออกไปกลางถนนที่รถที่กำลังวิ่งพลุกพล่านการแสดง

  • หลังเชื่อฟัง ครอบครัวก็พัง   บทที่ 3

    เด็กสาวคนนั้นตอบตกลงทันทีสุดท้ายเธอก็ถามความเห็นฉันอย่างระมัดระวัง แล้วนำเรื่องของฉันไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตเมื่อมองดูใบหน้าซูบซีดเหลืองหม่นกับเสื้อผ้าขาด ๆ ในหน้าจอ ฉันแทบจำตัวเองในอดีตที่เคยรักสวยรักงามไม่ได้อีกแล้วจู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ตอนตาย ฉันอยากตายแบบสวย ๆฉันนับเงินในมือ เงินที่มียังไม่พอซื้อชุดสำหรับคนตาย ยังขาดอีกไม่กี่สิบบาทไม่กี่บาทสิบนี้ เก็บขวดไปขายก็น่าจะพอได้กล้ามเนื้อบนร่างกายฝ่อลงแทบหมดแล้ว ฉันเดินแทบไม่ไหวทำได้แค่ขยับตัวไปที่หน้าห้าง ขอให้คนช่วยเขียนป้ายให้"ช่วยยกขวดพลาสติกเปล่าที่คุณมีให้ฉันได้ไหม ขอบคุณค่ะ ! "คนใจดีมีเยอะมาก แค่วันเดียวถุงตรงหน้าก็เต็มแน่น ขายได้ 10 กว่าบาทเพียงแต่ไม่คิดเลยว่าวิดีโอที่เด็กสาวโพสต์จะดังเป็นพลุแตกในอินเทอร์เน็ต ดึงดูดทั้งความสงสารและความสนใจจากผู้คนมากมายวันที่สอง พอฉันไปถึงห้าง ถุงขวดก็ได้รับการบรรจุจนเต็มแล้ว กำลังจะฝืนยกขึ้นมา จู่ ๆ ก็มีคนเตะถุงกระเด็นออกไปอย่างแรง“จีเนี่ยน! คลิปที่แกโพสต์ลงเน็ตมันหมายความว่ายังไง? ตั้งใจเรียกร้องความน่าสงสารให้ชาวเน็ตมารุมด่าหลิงเหอ ให้เธอถูกกดดันจนเสียสติใช่ไหม?

  • หลังเชื่อฟัง ครอบครัวก็พัง   บทที่ 1

    นิ้วมือที่แทบไม่เหลือเรี่ยวแรง ธนบัตรที่จับไว้ไม่อยู่จึงถูกลมพัดปลิวไปฉันลากขาทั้งสองที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง ไล่ตามเงินไปโดยสัญชาตญาณสายตาของผู้คนรอบข้างที่มองมาราวกับเห็นตัวประหลาดแต่ฉันไม่สนใจเลยแม้แต่นิดเดียวฉันรู้แค่ว่าถ้าเงินพวกนั้นหายไป ยาพิเศษที่วางแผนเก็บเงินมานานก็จะหมดหวังอีกครั้ง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status