เข้าสู่ระบบเฟยหย่าเงยหน้ามองพี่สาวยื่นมือน้อย ๆ ไปกุมมือพี่เอาไว้พรางเอ่ยถามเบา ๆ
“พี่อวี้เหม่ยพี่เจ็บมั้ยคะ ทำไมน้าหยวนหนิงไม่เหมือนตอนที่อยู่ต่อหน้าคุณพ่อเลย”
“เฟยหย่าพี่ไม่เป็นอะไรหรอก ส่วนเรื่องน้าหยวนหนิงเธอก็เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ที่เข้ามาในบ้านเราแล้วล่ะ ยังจำคำพี่บอกได้ใช่มั้ยอยู่ห่าง ๆสองคนนั้นเอาไว้ห้ามเถียงห้ามขัดใจเด็ดขาด”
“ค่ะแต่หนูไม่เข้าใจทำไมต้องเกลียดเราขนาดนี้ เมื่อครู่ได้ยินพี่เฟยหงคิดจะแย่งพี่ลี่หาน พี่อวี้เหม่ยอย่ายอมนะคะต้องรีบไปขัดขวาง”
“อย่าห่วงไปเลย ลี่หานนะเป็นคนจิตใจมั่นคงพี่เชื่อว่าเขาไม่หลงกลของเฟยหงหรอก เรารีบไปเลือกซื้อของกันเถอะ ถ้ากลับไปบ้านช้ามีหวังวันนี้ต้องโดนแน่ ๆ” อวี้เหม่ยยิ้มบางๆ ตอบกลับน้องสาวแม้ในใจจะว้าวุ่นทว่าเธอก็ยังเชื่อใจลี่หานอยู่ดี ในทศวรรษ1976 เงินจำนวน 10 หยวน สามารถซื้อไข่ ซื้อผักได้หลายอย่าง แต่ถ้าแบ่งไปซื้อเนื้อคงไม่พอแน่ ๆ อวี้เหม่ยตัดสินใจนำเงินของตัวเองเจียดออกมาเลือกซื้อกับข้าว อีกทั้งยังซื้อเนื้อเพื่อไปทำให้เฟยหย่ากินอีกด้วย ครั้งนี้เธอจะแอบให้เฟยหย่ากินเพียงลำพังไม่แบ่งและไม่ให้สองแม่ลูกรู้เด็ดขาด
ฝั่งด้านเฟยหง
เธอเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าถลุงเงินตระกูลหลี่ที่เหลือเพียงไม่มากหมดไปกับของใช้ส่วนตัวเสียส่วนใหญ่ เมื่อได้ของพึงพอใจก็พากันเข้าไปกินอาหารในร้านอาหารขนาดใหญ่ในหมู่บ้าน ระหว่างรออาหารที่สั่งอยู่นั้นได้ยินเสียงแว่ว ๆ ของโต๊ะที่อยู่ข้าง ๆ
“เฉินลี่หาน นี่ก็ใกล้กำหนดจะแต่งงานกับหนูอวี้เหม่ยแล้วใช่มั้ย งานเตรียมไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“ลุงโจวต้องมาให้ได้นะครับ เมื่อไหร่ที่ฤดูหนาวสิ้นสุดลงผมจะเข้าพิธีแต่งงานกับอวี้เหม่ยครับ ตอนนี้กำลังสร้างเรือนที่จะอยู่กับอวี้เหม่ย ไม่อยากให้เธออยู่ที่ร้านค้าเพราะรู้ดีว่าเธอขยันต้องไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ คงทำงานช่วยคนงานทั้งวันแน่ ๆ ผมรักและทะนุถนอมแต่งเธอมาก็อยากให้เธอสุขสบายรอทำหน้าที่ภรรยากับแม่ของลูกก็พอแล้วครับ” ลี่หานเอ่ยไปใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อคิดถึงอวี้เหม่ยจนลุงโจวเอ่ยแซว
“ฮ่ะ ฮ่ะ หลานชายของฉันเป็นพ่อหนุ่มคลั่งรักสินะ ดี ๆ สามีรักภรรยาเทิดทูนภรรยามีแต่เจริญไปข้างหน้าให้เกียรติกันและกันเป็นสิ่งที่ดี ฝากของนี่ไปให้แม่ของหลานด้วย ตอนนี้คงไม่มีเวลาดูแลร่างกายมากสินะ ได้ยินว่าร้านค้าขายดิบขายดีนี่คือชาสมุนไพรดื่มทุกเช้าร่างกายจะได้แข็งแรง”
“ขอบคุณครับลุงโจว” ยิ่งได้ยินเฟยหงยิ่งอยากได้ผู้ชายคนนี้มากกว่าเดิม รีบกระซิบบอกคุณแม่ทันที
“คุณแม่คะนั่นไงคะ คู่หมั้นของนังอวี้เหม่ย”
“เด็กหนุ่มคนนั้นหรือ ? น่าตาดีรูปร่างก็สมส่วนโหงวเฮ้งดีจริง ๆ เข้าไปทักทายสักหน่อยดีมั้ย ? จะได้ทำความรู้จักเอาไว้”
“ดีเลยค่ะ ยิ่งเราเข้าหามากเท่าไหร่ยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้นฉันจะได้ใกล้ชิด และจะคอยหว่านเสน่ห์ให้เขาปันใจมาหาฉันไม่ว่าจะด้วยวิธีใดฉันจะทำให้เขามาเป็นของฉันให้ได้ค่ะ คุณแม่ได้ยินที่เขาพูดเมื่อครู่มั้ยคะ ? เขาต้องเป็นผู้ชายที่อบอุ่นแสนดีมาก ๆ แน่ ๆ ” หยวนหนิงยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างภาคภูมิใจลูกสาวที่เธอเฝ้าเลี้ยงด้วยความรัก ช่างรู้ใจแม่จริง ๆ ทั้งสองลุกขึ้นเดินไปหาลี่หานทันที
“สวัสดีค่ะพี่เฉินลี่หานบังเอิญจังเลยนะคะที่พบกันที่นี่ จำฉันได้มั้ยคะ” เฟยหงรีบเสนอหน้าเอ่ยทักทายทั้งสองที่กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมาด้วยความสงสัยก่อนจะครุ่นคิดก็นึกออกว่าคนที่เข้ามาทักทายตนเองคือใคร
“หลี่เฟยหงเหรอ ? เธอมาทำอะไรที่นี่แล้วอวี้เหม่ยมาด้วยหรือไม่” เมื่อจำได้เขารีบเหลียวมองหาอวี้เหม่ยทันที
“อวี้เหม่ยไม่ได้มาด้วยหรอกค่ะ เธอไม่ค่อยสบายวันนี้พวกเรามาส่งพี่หลี่เจี๋ยหลงที่ท่าเรือ เลยแวะกินข้าวก่อนกลับเข้าบ้าน ฉันซือหยวนหนิงภรรยาของหลี่เจี๋ยหลงยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หยวนหนิงยิ้มระรื่นรีบแนะนำตัวเองต่อหน้าของทั้งสองคน
“คุณเองหรือครับ น้าหยวนหนิงที่อวี้เหม่ยเอ่ยถึง”
“เดี๋ยวนะ ภรรยาใหม่ของหลี่เจี๋ยหลงเหรอมันเรื่องอะไรกัน ภรรยาตายไปไม่ถึงเดือนแต่มีภรรยาใหม่แล้วอย่าบอกนะว่านี่คือลูกเลี้ยงของหลี่เจี๋ยหลงนะ”ลุงโจวคิ้วขมวดผูกกันเป็นโบว์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ใช่ค่ะฉันภรรยาใหม่ของพี่หลี่เจี๋ยหลง ความรักไม่มีวันตายตัวค่ะ หากถูกใจและใจตรงกันเพียงวันสองวันก็สามารถรักกันได้อีกอย่างนี่ไม่ใช่ลูกเลี้ยงของหลี่เจี๋ยหลงแต่เป็นลูกสาวคนที่สองต่างหากล่ะคะ ในเมื่ออีกไม่นานเราสองบ้านจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันฉันจึงไม่อยากปิดบังเรื่องนี้ ”หยวนหนิงเอ่ยออกมาได้ไม่อายปากแต่เฉินลี่หานกลับอายแทนจะมีผู้หญิงคนไหนหน้าด้านได้ขนาดนี้มั้ย ก่อนที่เรื่องมันจะไปไกลกว่านี้เขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“เมื่อครู่บอกว่าอวี้เหม่ยไม่สบายใช่มั้ยครับ คุณลุงครับวันนี้ผมอิ่มแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะครับจะไปเยี่ยมไข้อวี้เหม่ย”
“อย่างนั้นก็ไปเถอะ ค่าอาหารวันนี้ลุงจ่ายเอง”
“ขอบคุณครับ” ลี่หานลุกขึ้นอย่างรีบร้อน เฟยหงใบหน้าซีดเซียวเมื่อครู่คุณแม่ไม่น่าจะโกหกเลยว่านังอวี้เหม่ยไม่สบายแทนที่เธอจะได้นั่งกินข้าวกับลี่หานกลายเป็นว่าเร่งให้เขาไปหานังอวี้เหม่ย
“พี่ลี่หานไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่อวี้เหม่ยเป็นไข้หวัดเท่านั้น แถมยังบอกให้ฉันมาบอกพี่อีกนะคะว่าอยากกินข้าวต้มใส่เนื้อหมู หากพี่ไปพี่อวี้เหม่ยคงออกมาหาไม่ได้เดี๋ยวฉันอาสาไปเอาเนื้อหมูที่ร้านพี่เองนะคะ ไว้พี่อวี้เหม่ยหายเมื่อไหร่ฉันจะรีบไปบอกพี่ลี่หานที่ร้านค่ะ ได้ยินมาว่าที่ร้านของพี่มีของใช้มากมายฉันพึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ยังขาดของใช้หลายอย่างพี่ช่วยพาฉันไปที่ร้านของพี่จะได้มั้ยคะ” เฟยหงรีบเข้าไปกอดแขนของลี่หานอย่างสนิทสนมหน้าอกอวบอิ่มแนบที่แขนของเขาอย่างตั้งใจ จนเขามองออกรีบแกะมือของเธอและถอยห่างไปสองก้าว
“ก็ได้ฉันจะพาเธอไปที่ร้านเอง อวี้เหม่ยอยากกินข้าวต้มหมูฉันจะเอาเนื้อหมูฝากเธอไปก็แล้วกัน” เฟยหงยิ้มระรื่นแม้ว่าจะเสียหน้าเล็กน้อยที่เขาถอยห่างและทำเป็นรังเกียจเธอ
“ทำยังไงดีล่ะ ลูกเดินทางไปกับเฉินลี่หานก็แล้งกันนะ อาหารที่สั่งไว้ยังไม่มาเลย แล้วแม่จะให้เขาห่อกลับไปกินที่บ้านก็แล้วกัน” หยวนหนิงได้ทีรีบยัดเยียดลูกสาวของตัวเองให้ไปสองต่อสองกับลี่หานทันที
ตอนที่ 40 ไม่ให้อภัย รุ่งเช้าวันต่อมา กรี๊ด !! เสียงกรีดร้องของเฟยหงดังสนั่นปลุกให้หยวนหนิงตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสาวดังจากข้างนอกห้อง เฟยหงแกะเชือกที่มัดขาไว้จนสำเร็จ หยวนหนิงรีบลุกพรวดวิ่งออกไปหาเฟยหงก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า เฟยหงนั่งทรุดตัวลงที่พื้นร้องไห้เสียสติภาพเบื้องหน้าคือหลี่เจี๋ยหลงผูกคอห้อยอยู่ที่ขื่อในห้องพัก เฟยหงสะเทือนใจมากกว่าเดิม ทำให้เธอหวาดกลัวกรี๊ดร้องร่ำไห้ ชาวบ้านใกล้ ๆ ได้ยินเสียงต่างพากันมาดู ทุกคนใบหน้าตื่นตระหนก “พี่เจี๋ยหลงทำไม ทำไมพี่ถึงทำแบบนี้ พี่เห็นแก่ตัวจนถึงวินาทีสุดท้ายแล้วแบบนี้ฉันกับลูกจะอยู่ยังไง อึก อึก” หยวนหนิงกอดเฟยหงพร่ำเอ่ยต่อว่าเจี๋ยหลงที่ทิ้งตัวเองกับลูกให้เผชิญโลกตามลำพัง นี่นะหรือผู้ชายที่เธอคิดฝากชีวิต โลกของหยวนหนิงแตกสลายอีกครั้ง บ้านหลี่ วันนี้อวี้เหม่ยเตรียมตัวแต่เช้าตรู่เพื่อออกเดินทางไปที่ศาล ทว่าช่วงนั้นเองเสียงของลี่หานได้ดังขึ้นหน้าบ้านเสียงดัง“อวี้เหม่ยแย่แล้ว แย่แล้ว”“ลี่หานโวยวายอะไรแต่เช้า ”“ลุงเจี๋ยหลงนะสิ ลุงเจี๋ยหลงเสียชีวิตแล้ว” ราวกับโลกหยุดหมุนแม้จะโกรธเกลียดพ่อเพียงใดแต่เธอ
ตอนที่ 39 ตัดขาด เจี๋ยหลงเดินไปหาหยวนหนิงคอตก หยวนหนิงเห็นเจี๋ยหลงเดินเข้ามายิ้มระรื่นเอ่ยถามทันที “เป็นอย่างไรบ้างคะพี่เจี๋ยหลงจัดการกับอวี้เหม่ยแล้วใช่มั้ย ฉันกลัวเหลือเกินจนไม่อยากอยู่บ้านหลังเดียวกับอวี้เหม่ยได้ ”“ใช่แล้วล่ะ ต่อจากนี้เราไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกับอวี้เหม่ยแล้ว”“พี่เจี๋ยหลงไล่ลูกสาวออกจากบ้านหรือคะ ทำอย่างนี้ไม่รุนแรงเกินไปหรือ”“คนที่ออกจากบ้านไม่ใช่อวี้เหม่ยแต่เป็นเราสามคนต่างหาก รีบไปเก็บของใช้ที่จำเป็นและเตรียมพาเฟยหงออกไปกันก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าเถอะ เดี๋ยวจะหาห้องเช่ายาก” เมื่อครู่หยวนหนิงพึ่งยิ้มระรื่นดีใจว่าต่อจากนี้เธอจะได้อยู่บ้านหลังนี้อย่างสุขสบาย ทว่าเมื่อสิ้นคำพูดของเจี๋ยหลงเธอใบหน้าพลันเปลี่ยนสีเอ่ยถามติด ๆ ขัด ๆ ด้วยความงวยงง“ทะ..ทำไมต้องเป็นเราที่ออกไปคะ พี่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ นังอวี้เหม่ยมีสิทธิ์อะไรมาขับไล่เรา”“ซือหยวนหนิงบ้านหลังนี้นะเดิมทีเป็นของหลี่หลุนหลง ตอนนี้ตกมาเป็นของหลี่อวี้เหม่ยทายาทโดยถูกต้องตามกฎหมาย เธอมอบบ้านหลังนี้ให้กับอวี้เหม่ยตั้งแต่ยังไม่หมดลมหายใจ รีบไปจัดการเรื่องที่ฉันบอกเถอะ ” เจี๋ยหลงมืดแปดด้าน ไม่ร
ตอนที่ 38 เวรกรรม เฟยหงสติฟั่นเฟือนเพ้อหวาดกลัวผู้คนถูกมัดติดเตียงเอาไว้ หยวนหนิงคอยเฝ้าไม่ห่างกายเมื่อได้ยินเสียงของเจี๋ยหลง เฟยหงกรี๊ดร้องเสียงดังด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง “กรี๊ดดดดด ออกไป บอกให้ออกไป” เฟยหงหลบอยู่ด้านหลังของหยวนหนิง ร่างเล็กสั่นสะท้าน เจี๋ยหลงตกใจมากกว่าเดิม พยายามเดินไปหาลูกสาว“เฟยหงนี่พ่อเอง พ่อของลูก มองพ่อสินี่พ่อไง”“ไม่ออกไป ออกไป” “พี่เจี๋ยหลงกลับมาแล้วหรือคะ ระหว่างที่พี่ไม่อยู่เกิดเรื่องมากมาย ตอนนี้อย่าพึ่งเข้าใกล้เฟยหงเลย แล้วฉันจะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟังช่วยออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ” หยวนหนิงน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันเมื่อเห็นสามีกลับมาต่อจากนี้เธอจะได้อยู่อย่างสุขสบาย เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเธอจะบอกกับเจี๋ยหลงให้หมด อวี้เหม่ยจะต้องถูกลงโทษตามที่เธอกระทำเอาไว้ เจี๋ยหลงพยักหน้าไปคอยหยวนหนิงอยู่หน้าห้อง เธอพยายามปลอบประโลมเฟยหงจนเงียบสงบสติอารมณ์ ก่อนจะเดินออกมาเล่าทุกอย่างให้เจี๋ยหลงฟังที่ห้องของทั้งสอง เจี๋ยหลงแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่เมื่อเห็นสภาพของเฟยหงและมือข้างขวาของหยวนหนิงที่ถูกตัด เจี๋ยหลงโมโหใบหน้าแดงก่ำ“เรื่องนี
ตอนที่ 37 เสียสติอวี้เหม่ยพาหยวนหนิงไปที่ห้องของเฟยหง ครั้งแรกที่เห็นสภาพของลูกสาว ตื่นตระหนกกลัวทุกคนที่เข้าใกล้ เดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ ดวงตาเหม่อลอยมองไปมองมากรี๊ดร้อง ดึงผ้าห่มปิดหน้าเอาไว้เหมือนกลัวทุกอย่างแม้แต่เสียงสายลมที่พัดอยู่ริมหน้าต่าง “ออกไปนะ ออกไป อย่าเข้ามา บอกว่าอย่าเข้ามา” หยวนหนิงสั่นสะท้านไปทั้งตัว หัวใจแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ลูกสาว“เฟยหงนี่แม่เอง ลูกไม่ต้องกลัวนะแม่อยู่ตรงนี้แล้ว” น้ำเสียงสั่นคลอนมิอาจจะหักห้ามไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาได้ ยิ่งลูกเจ็บแค่ไหนคนเป็นแม่มักจะเจ็บยิ่งกว่าร้อยเท่า คล้ายกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบเคล้นหัวใจจนแหลกละเอียด เมื่อเห็นสายตาของเฟยหงจ้องมองมาที่เธอด้วยความหวาดระแวงความหนาวเหน็บในใจยิ่งเพิ่มพูนถวี“กรี๊ด ..!! ออกไป ” เพี้ยะ ! เพี้ยะ ! เฟยหงฟาดมือเข้าตบตีหยวนหนิงอย่างแรงเพราะจำไม่ได้ว่านี่คือแม่ของตัวเอง หยวนหนิงไม่เจ็บสักนิดตัวของเธอชาไปทั้งตัวยอมให้ลูกตีเพื่อได้เข้าใกล้ จนเธอสามารถกอดลูกสาวในที่สุด “อึก อึก เฟยหงแม่อยู่ตรงนี้ไม่ต้องกลัว ไม่มีใครมาทำร้ายลูกได้อีก แม่จะดูแลลูกเอง แม่ขอโทษที่ไม่ห้ามลูกเอาไว้
ตอนที่ 36 ตัดมือ สาย ๆ ของวันหยวนหนิงฟื้นขึ้นมามีตำรวจสองนายเข้ามาตรวจสอบปากคำเกี่ยวกับคดีข่มขืนของเฟยหงที่ลี่หานไปแจ้งความเอาไว้ หยวนหนิงพยายามเล่าและบอกตำรวจทั้งน้ำตา เธอบอกเกี่ยวกับเรื่องที่อวี้เหม่ยจับเธอกับลูกสาวขังเอาไว้ ทว่าเรื่องนี้ลี่หานกับอวี้เหม่ยก็จัดการเรียบร้อยแล้ว เพราะมือของหยวนหนิงติดเชื้อมีอาการไข้ทำให้เบลอและเพ้อไปทั่ว คืนนั้นที่เฟยหงออกไปหยวนหนิงไม่ได้สติและหลับไปแล้ว ตื่นเช้ามาลี่หานเป็นคนแบกเธอมาหาหมอที่นี่ทำให้มีหลักฐานว่าตอนนั้นหยวนหนิงหมดสติไปจริง ๆ ไม่อาจจะเอาผิดเรื่องถูกขังได้เลย ตำรวจรับปากจะหาตัวคนร้ายมาให้ได้แม้ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรที่เฟยหงหนีออกมาจากบ้าน แต่มณฑลนี้มีคดีเกี่ยวกับการข่มขืนอยู่ก็มาก ส่วนมากผู้หญิงจะเป็นคนหัวรั้นมักแอบครอบครัวออกมาเที่ยวยามค่ำคืน จึงไม่สงสัยในตัวของอวี้เหม่ย “นังอวี้เหม่ยแก แกทำอะไรเอาไว้ขอให้กรรมตามสนองแก” เมื่อในห้องไม่มีเหลือใครมีเพียงอวี้เหม่ยกับหยวนหนิงเธอก็ส่งเสียงต่อว่าอวี้เหม่ยอย่างโกรธแค้น“กรรมหรือ ? คงใช่นั้นแหละ เพราะตอนนี้กรรมกำลังตามสนองคนชั่ว ชั่วทั้งจิตใจและการกระทำ ทำอะไรไว้กับแม่ของฉันเอาไว้บ้างล
ตอนที่ 35 ข่าวร้ายรุ่งเช้าวันต่อมา “อวี้เหม่ย อวี้เหม่ยได้ยินฉันมั้ย ” เสียงของลี่หานดังขึ้นหน้าบ้านตอนนั้นเองอวี้เหม่ยกำลังเดินไปที่ห้องครัวพอดีได้ยินจึงออกมาหา วันนี้หิมะเริ่มเบาลงมากกว่าทุกวัน“เฉินลี่หานมาทำอะไรแต่เช้าตรู่กัน มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือสีหน้าของนายเหมือนมีเรื่องกังวล” “หลี่เฟยหง หลี่เฟยหงถูกพบอยู่ที่ป้ายรถประจำทาง แม่ค้าตลาดเช้าไปพบเข้าตอนนี้ส่งตัวเธอไปที่โรงพยาบาลแล้ว ดูจากร่างกายของเธออิดโรยสภาพเหมือนเอ่อ.. เหมือนถูกข่มขืน” ลี่หานพูดน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างเศร้าสลดหดหู่ “อะไรนะ ! จะเป็นเฟยหงได้อย่างไรในเมื่อฉันขังเธอเอาไว้ที่ห้องเก็บของ” อวี้เหม่ยแทบไม่อยากจะเชื่อคำพูดของลี่หาน ตกใจใบหน้าซีดเผือดแม้จะเกลียดชัง แค้นในอกขนาดไหนแต่เธอก็ไม่ได้อยากให้เฟยหงถูกกระทำชำเราแบบนั้น เธอรีบวิ่งไปที่ห้องเก็บของลี่หานเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งตามมาด้วย เมื่อมาถึงห้องเก็บของเห็นเฟยหย่าเดินไปเดินมาใบหน้าเคร่งเครียด“เฟยหย่าทำไมอยู่ที่นี่ มาอยู่ที่นี่ทำไม” “พะ..พี่อวี้เหม่ย คือว่า...คือว่า... หนูขอโทษหนูแค่อยากช่วยพี่เฟยหงเธอขอร้องให้หนูช่วยเปิดประตูพาน้าหยวนหนิงไปหาหมอแต่ว่าพี่เฟยหง







