Masuk“แต่คุณย่าบอกว่า คุณหวงเต็มใจจดทะเบียนสมรสกับแพรนี่คะ”
หญิงสาวแย้งเสียงสั่น สามปีที่แล้วคุณย่าของเธอบอกเธอเช่นนั้นจริงๆ ท่านให้เหตุผลว่าคนเย่อหยิ่งจองหองและเอาแต่ใจอย่างมหรรณพ หากไม่เต็มใจทำอะไรแล้วใครหน้าไหนก็บังคับไม่ได้
“เธอโดนคนแก่หลอกน่ะสิ ไม่เห็นใบหย่าที่ฉันให้คนเอาไปให้หรือไง ฉันให้คนเอาไปให้เธอหลังจากที่เราจดทะเบียนสมรสกันเมื่อสามปีก่อน จำได้ไหม”
ใช้เวลาคิดไม่นานสาวน้อยก็พยักหน้าน้ำตาคลอ
“จำได้ค่ะ แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นใบหย่า อีกอย่างคุณย่าก็บอกว่ามันเป็นเอกสารสำคัญของคุณหวง ท่านกลัวว่าจะหายก็เลยขอเก็บเอาไว้เอง”
พับผ่าสิวะ! ยายเขาแสบจริงๆ
“ช่างเถอะ ไปขอใหม่ก็ได้ รอให้เธอเรียน fellow จบและได้เป็น staff ก่อน…ฉันจะเอาใบหย่ามาให้เซ็น”
“เรียน fellow จบ และได้เป็น staff…เหรอคะ?”
ปานระพีทวนคำอย่างงงๆ อีกทั้งตกใจกับคำพูดฉะฉานที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากหยักลึก คำว่า ‘หย่า’ แค่พูดเบาๆ ก็สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจแล้ว
“ใช่! ฉันมีข้อตกลงกับคุณหญิงย่าของเธอ ว่าถ้าเธอเรียน fellow จบและได้เป็น staff แล้ว หากเธอยังทำให้ฉันรักไม่ได้ หรือเราสองคนไม่ได้รักกัน คุณหญิงย่าของเธอจะยอมให้หย่า”
ทำไมเธอจะไม่รักเขาล่ะ เธอรักเขาจะตาย
“แต่แพรยังไม่ได้หาทางทำให้คุณหวงรักเลยนะคะ เราสองคนไม่เคยใช้เวลาร่วมกันด้วยซ้ำ ให้โอกาสแพรหน่อยไม่ได้เหรอคะ” หญิงสาวพยายามต่อรองเพราะไม่อยากเสียเขาไป
“อย่าเสียเวลาเลย เธอไม่ใช่สเปกฉัน ฉันไม่ชอบผู้หญิงอ้วน”
โอ๊ย! บอกเลยว่าประโยคสุดท้ายโคตรเจ็บ
เธอไม่ได้อ้วนเสียหน่อย ก็แค่ใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่เกินเบอร์ และเจ้าเนื้อขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เนื่องจากช่วงเรียนเป็นแพทย์ฝึกหัด (Extern) ปี 6 มันหนักหนาสาหัสมากจนเกินคำบรรยาย พอเครียดเลยฟาดแหลกแบบไม่คิดถึงมวลรวมของร่างกาย เอาให้อิ่มท้องสมองแล่นเป็นพอ
“แล้วคุณหวงรู้ไหมคะ ว่าเรียน fellow ต้องใช้เวลากี่ปี” ครั้นฉุกคิดขึ้นได้ปานระพีก็เอ่ยออกมา
“จะไปรู้เหรอ ฉันไม่ได้เรียนมาทางสายนี้ แต่ได้ยินคุณหญิงย่าของเธอเปรยว่า มันเป็นการเรียนต่อยอดไม่ใช่เหรอ” คนหน้านิ่งชักงุ่นง่านเมื่อโดนเด็กย้อนด้วยนัยน์ตาเป็นประกายคล้ายมีความหวัง
ยัยลูกหมูนั่นจะหวังบ้าอะไรวะ?
“งั้นแพรจะอธิบายให้ฟังนะคะ…”
ปานระพียิ้มอ่อน สีหน้ามีเลศนัยชอบกล จากนั้นก็ร่ายยาว โดยเริ่มตั้งแต่หลังจากที่เธอจบปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต 6 ปี แล้วไปเป็นแพทย์ใช้ทุน (Intern) เป็นเวลา 3 ปี จากนั้นก็ไปต่อแพทย์ประจำบ้าน (Resident) หรือเรียนแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งเธอตั้งใจว่าจะเรียนสาขาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ หรือที่เรียกว่าศัลยแพทย์กระดูกและข้อ หรือหมอกระดูกและข้อ หรือเรียกสั้นๆ ว่าหมอออร์โธฯ โดยใช้เวลาเรียน 4 ปี จบก็ไปเรียนต่อแพทย์ผู้ช่วยอาจารย์ หรือแพทย์เฉพาะทางต่อยอด (Fellow) ซึ่งก็คือแพทย์ที่จบสาขาเฉพาะทาง แล้วยังต้องการเป็นแพทย์เฉพาะทางอนุสาขาย่อยลงไปอีก โดยใช้เวลาเรียนรวมๆ แล้วก็ 3 ปี เพราะเธอต้องการเรียนให้ครบถ้วนและครอบคลุม หลังจากจบ Fellow เธอถึงจะได้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรืออาจารย์หมอ หรือที่เรียกว่า Staff นั่นเอง
“พอๆ ยิ่งฟังยิ่งปวดหัว สรุปมาเลยดีกว่า ว่าเธอจะเรียน fellow จบ และได้เป็น staff ต้องใช้เวลาทั้งหมดกี่ปี่” หลังจากขมวดคิ้วนิ่วหน้าฟังอยู่นานสองนานเขาก็ยกมือเป็นเชิงห้าม แล้วตัดบทด้วยท่าทางหงุดหงิด
“รวมแล้วก็…สิบปีค่ะ”
“สิบปี!”
คราวนี้คนหน้านิ่งถึงกับหลุดอุทานออกมา ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบดำแทบถลนเพราะสติหลุด
“ใช่ค่ะ”
อีกสิบปีเชียวเหรอวะ ยัยเด็กนี่ถึงจะเรียนจบ
เวรล่ะ! เขาโดนคุณหญิงแม้นมาศตลบหลังเข้าแล้ว!
“เธอไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหม”
“ไม่ค่ะ แพรพูดจริง”
ยัยตัวอวบพยักหน้าตาใส ท่าทางซื่อๆ ทำให้เขางุ่นง่านจนนึกอยากจะอาละวาดให้ลั่น หากแต่จำต้องกัดฟันข่มกลั้นโทสะ แล้วเอ่ยประชดเสียงห้วนจัด
“ถ้าจะเรียนเยอะขนาดนั้น ทำไมไม่เรียนปริญญาเอกแพทย์เลยล่ะ”
“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงค่ะ”
เด็กบ้า! ยังมีหน้ามายิ้มแป้น นี่เธอตั้งใจจะปั่นประสาทเขาใช่ไหม?
“ฉันให้สิบล้าน แลกกับการที่เธอไม่ต้องเรียนต่อห่าเหวอะไรทั้งสิ้น และเซ็นใบหย่าให้ฉัน”
“แพรไม่สนเงินของคุณหวงหรอกค่ะ”
“ยี่สิบล้าน”
“คุณหวงเก็บไว้ใช้เองเถอะค่ะ”
คำตอบของแม่สาวหัวดื้อทำให้คนฟังสะอึก ด้วยไม่เคยรับมือกับผู้หญิงอะไรแบบนี้ แต่เขาจะไม่ยอมเป็นผัวตีทะเบียนของเธอ โดยไม่ได้อะไรตอบแทนต่อไปอีกตั้งสิบปีหรอกโว้ย!
“สามสิบล้านก็ได้เอ้า”
“ไม่เอาค่ะ เงินเยอะแค่ไหนก็ซื้อความฝันและอุดมการณ์ของแพรไม่ได้” ปานระพียังคงส่ายหน้าและยืนกรานคำเดิม ท่าทางมุ่งมั่นทำให้เขาแทบหลุดคำรามออกมา
เด็กบ้าอะไรวะ! ถึงได้หลอกล่อยากขนาดนี้
“แต่เธอไม่มีสิทธิ์มารั้งฉันให้ติดแหง็กอยู่กับเธออีกตั้งสิบปีนะเว้ย!”
น้ำคำร้ายกาจที่พ่นออกมาจากปากโอหังทำให้คนฟังหน้าเสีย แต่เรื่องอะไรล่ะที่เธอจะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เขาเป็นของเธอมาตั้งสามปี จะเป็นต่ออีกสิบปีจะเป็นไรไป
“แล้วคุณหวงไปรับปากคุณย่าทำไมล่ะคะ”
ระยำเอ๊ย! เขาโดนเด็กย้อนอีกแล้วเหรอวะเนี่ย!
“ฉันจะไปรู้เหรอ ว่าย่าเธอจะเจ้าเล่ห์ขนาดนั้น”
“แต่รับปากแล้วก็ต้องทำค่ะ”
ให้ตายห่าสิวะ! เด็กนี่ฉลาดไล่ต้อนให้เขาจนมุมเกินไปแล้ว แต่ขอโทษทีเถอะ! คนอย่างมหรรณพ นิธิธาดา ไม่ได้เกิดมาเพื่อพ่ายแพ้และสยบให้แก่ผู้หญิงหน้าไหน และเธอ…ก็ไม่ใช่เช่นกัน
“ฉันไม่ทำซะอย่าง ใครจะทำไม” ไหล่กว้างยกขึ้นอย่างถือดี
“คนผิดสัญญาเขาไม่เรียก ‘ลูกผู้ชาย’ หรอกนะคะ”
“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ!”
หลังจากชะงักไปวูบหนึ่ง มหรรณพก็ตวัดตาขุ่นคลั่กมองใบหน้าใสกิ๊ก พร้อมเค้นเสียงดุกระด้างลอดไรฟัน ทำเอาคนที่ยึดมั่นถือมั่นว่าเขาเป็นของตัวเองก้มหน้าหลบตา ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อยๆ
“เอ่อ…แพรบอกว่า คนผิดสัญญาเขาไม่เรียกลูกผู้ชายหรอกค่ะ”
หึ! สัญญาระยำน่ะสิ
“อย่ามาปากดีนะเว้ย! เธอก็รู้นี่ ว่าฉันน่ะมันลูกผู้ชาย…ทั้งแท่ง”
วาจาย้อนกลับทำให้คนฟังหน้าร้อนวาบ
“…”
“สรุปจะเรียนต่อให้ได้ใช่ไหม?”
คนไม่มีทักษะในการเกลี้ยกล่อมใครวกกลับมาเข้าประเด็น ด้วยความใจร้อนยิ่งกว่าไฟ อีกอย่างก็เกรงว่าหากต่อความยาวสาวความยืดมากไปกว่านี้ตนจะเผลอเล่นงานเด็กเข้า
“ค่ะ”
“นี่เธอจะเรียนไปเป็น ‘วันเดอร์ วูแมน’ หรือไงวะแม่คุณ” หลังจากเงยหน้ากลอกตาขึ้นฟ้ามหรรณพก็เอ่ยอย่างฉุนๆ
“แพรอยากช่วยคนค่ะ”
แม่พระฉิบหาย!
“จบหมอหกปี ก็ช่วยคนได้แล้วไหม” เสียงกระด้างประชด
“ช่วยได้ค่ะ แต่มันจะไม่จำเพาะเจาะจง”
โถแม่คุณ…ดีเกิ๊น! ไม่เหมาะกับคนบาปอย่างเขาสักนิด
“จะเป็นคนดีไปไหม”
“นอกจากจะเป็นคนดีแล้ว แพรยังอยากเป็นหมอที่ดีด้วยค่ะ”
โลกสวยสุดๆ เมียเขา
มหรรณพเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้แม่เด็กอัจฉริยะ นับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ ก่อนจะเอ่ยเป็นเชิงสรุปอย่างช่วยไม่ได้
“โอเค…งั้นอีกสิบปีฉันจะเอาใบหย่ามาให้เซ็น หรือไม่เธอก็เซ็นรอไว้เลยก็ได้”
โห! ใจร้ายไปไหม?
“ให้โอกาสแพรหน่อยไม่ได้เหรอคะ ถ้าแพรทำให้คุณหวงรักไม่ได้ หลังจากเรียน fellow จบ แพรจะเป็นฝ่ายไปเอง” ปานระพียังคงตื้อไม่ถอย ครั้งนี้เธอเอาหัวใจเป็นเดิมพัน
“นี่ยัยลูกหมู! เธอกำลังจะเรียนจบหมอและจะได้เกียรตินิยมเหรียญทองจริงๆ เหรอวะ ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรยากนัก งั้นจะบอกให้ชัดๆ นะ ว่าฉันไม่ต้องการเธอ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ช่าง ฉะนั้นในระหว่างจะครบกำหนดที่เธอจะเรียนจบช่วยอยู่ให้ห่างๆ ฉัน ห้ามก้าวก่ายชีวิตฉัน และห้ามบอกใครเป็นอันขาดว่าเธอเป็นเมียฉัน…ทีนี้เข้าใจหรือยัง”
หลังจากสะอึกไปกับน้ำคำสิ้นเยื่อขาดใย เสียใจเพราะตั้งหลักไม่ทันกับความจริงอันแสนเจ็บปวด สาวน้อยผู้เก่งแต่ตำราเรียนทว่าอ่อนต่อโลกก็ยอมจำนนด้วยการพยักหน้า พร้อมกลั้นน้ำตา
“เข้าใจแล้วค่ะ”
น่าแปลกที่เด็กนั่นไม่ร้องไห้สักแอะ
แต่ให้ตาย! ทำไมเขาต้องรู้สึกผิดเพียงแค่เห็นแววตาตัดพ้อคู่นั้นด้วยวะ
“เข้าใจแล้วก็เชิญ…ลงจากรถฉันได้แล้ว”
“ค่ะ”
เธอตอบรับสั้นๆ เสียงที่เปล่งออกมานั้นแสนจะสั่นเครือ ก่อนจะก้าวขาลงจากรถคันหรูด้วยสภาพเหมือนคนละเมอ หัวใจสลาย และสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ที่สุดปานระพีก็ประจักษ์แก่ใจว่ามหรรณพไม่ได้ต้องการเธอตั้งแต่แรก และที่เขากลับมาหลังจากหายไปสามปี ไม่ใช่กลับมาเพื่อทำหน้าที่สามี แต่กลับมาเพื่อเฉดหัวเธอทิ้งอย่างเป็นทางการ รสชาติของการถูกเฉดหัวทิ้งไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิด มันทั้งขมปร่า ปวดหนึบ หน่วงในอก และทรมานเกินจะทนไหว
นักศึกษาหลายคนที่เดินผ่านไปมาตรงบริเวณลานใต้ต้นไม้หน้าคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ต่างเมียงมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ไหล่กว้าง ที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านอะไรบางอย่างบนกระดาษสีขาวอย่างสนใจ โดยเฉพาะสาวๆ เพราะไม่บ่อยนักที่จะมีชายหนุ่มหน้าตาดี ภูมิฐาน และท่าทางสมาร์ท เหมือนหลุดออกมาจากปกนิตยสารหัวนอกที่เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ จะมานั่งทอดหุ่นล่ำๆ ยั่วสายตาอยู่หน้าคณะแบบนี้ นักศึกษาสาวบางคนถึงขั้นใจกล้าเดินเฉียดกายมาใกล้โต๊ะ แต่กลับต้องหน้าหงาย เพราะเขาดูไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่ากระดาษที่กำลังเพ่งอยู่ มีบ้างที่จะก้มลงไปมองร่างจ้ำม่ำที่นอนเอาหัวหนุนตักอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกัน และท่าทางอ่อนโยนนั้นก็ทำให้สาวๆ ต่างมองตาเยิ้ม กระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น “พ่อจ๋า”น้ำเสียงออดอ้อนชวนเอ็นดูติดจะงัวเงียทำให้คนที่เงยหน้ากลับไปอ่านเอกสารในมือได้ไม่นาน วางงานลงบนโต๊ะหินอ่อน แล้วก้มลงไปมองร่างอ้วนจ้ำม่ำที่กำลังบิดขี้เกียจน้อยๆ “จ๋า…ว่าไงครับลูก”คำว่า ‘ลูก’ ที่หลุดออกมาจากปากหยักลึกทำให้สาวๆ ที่รอลุ้นพากันทำหน้าผิดหวังแกมเสียดาย“น้องเลิฟปวดชิ้งฉ่องค่า”เด็กหญิงปาฏิหาริย์ นิธิธาดา หรื
เสียงรองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะชวนใจสั่น ทำให้ร่างใหญ่ที่กำลังนั่งปลดกระดุมกางเกงอยู่บนปลายเตียง หลังจากที่สลัดเสื้อออกจากกาย ถึงกับชะงักกึก เงยหน้าขึ้น แล้วก็ต้องตาค้าง ร่างเย้ายวนยั่วน้ำลายสวมเสื้อคุณหมอสีขาวที่ชายสั้นเต่อจนเห็นสะดือบุ๋ม และหน้าท้องที่เริ่มนูนน้อยๆ โดยบนอกเสื้อมีรูปหูฟังของหมอ ส่วนช่วงล่างก็เป็นกระโปรงบานสั้นจู๋ โอยยยย…หัวใจจะวาย น้ำลายจะหกในวินาทีที่แม่เจ้าประคุณเยื้องย่างมาหยุดลงตรงหน้า กางขาน้อยๆ กอดอกยืนจังก้า แล้วส่งสายตาหยาดเยิ้มเชิญชวนมาให้เขาก็แทบจะกระโจนเข้าใส่ “ขี้ยั่ว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างมันเขี้ยวปนคาดโทษ “แล้วชอบไหมล่ะ?”เธอแสร้งวางมือทาบตรงหน้าอกตัวเอง จากนั้นก็ขยำเบาๆ พลางกัดปากทำท่าเซ็กซี่ขยี้ใจ แว่วเสียงคำรามกระหึ่มหลุดออกมาจากปากหยักลึกของคนที่จ้องเธอตาวาบวับ “ที่สุด”“คนหื่น”ก็จริง เขายอมรับว่าหื่นหนักมาก“พี่ดุนะหนูไหวเหรอ”“ถ้าอยากรู้ว่าไหวไม่ไหว ก็นอนลงไปจ้ะพี่จ๋า” ยังไม่ทันจะขาดคำคนตัวเล็กก็ผลักอกเขาแรงๆ จนร่างทรงพลังลงไปนอนแผ่หลาบนเตียง จากนั้นก็ขยิบตาให้หนึ่งที ตวัดลิ้นเลียปากด้วยท่าทางเซ็กซี่ แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยอง
“พี่จะส่งเราไปให้หมอเฉพาะทางดูแลต่อนะ”“อายขอเป็นคนไข้ของพี่แพรไม่ได้เหรอคะ”น้ำคำเว้าวอน และแววตาสั่นระริกที่ส่งมาทำให้คุณหมอสาวต้องเอื้อมมือไปกุมมือเรียว แล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ แกมปลอบประโลมให้อีกฝ่ายคลายกังวล“พี่เป็นหมอกระดูก ไม่ใช่นิวโรศัลย์ อาจดูเคสของเราได้ แต่ไม่สามารถผ่าตัดให้เราได้ แต่สัญญาว่าจะขอทางผู้อำนวยการของโรงพยาบาลไปสังเกตการณ์ตอนผ่าตัด” “พี่แพรสัญญาแล้วนะคะ”“จ้ะ”“อายขอร้องว่าอย่าบอกใครได้ไหมคะ”“หืม?”“เอ่อ…อายหมายถึง คนที่อาจรู้จักอายน่ะค่ะ เผื่อเขามาถามอะไรเกี่ยวกับอายจากพี่แพร”คนที่ออกอาการหวาดระแวงเอ่ยพลางบีบมือตัวเองแน่น กระทั่งเห็นคุณหมอสาวพยักหน้าเบาๆ ถึงได้ลอบผ่อนลมหายใจออกมา ปานระพีคงไม่รู้หรอกว่าตั้งแต่เหตุการณ์เลวร้ายที่อารญาเคยเล่าให้ฟัง สาวน้อยตรงหน้าก็ไม่เคยเปิดใจรับใครเข้ามาในชีวิตในทุกๆ แง่ของความสัมพันธ์ อาจจะมีบ้าง แต่ก็แค่ฉาบฉวย เพราะอารญามีแผลใจจากการถูกคนใกล้ตัวหักหลังและทำร้ายอย่างเลือดเย็น ซึ่งปานระพีเป็นคนแรกที่เธอยอมเปิดใจคบหาเป็นเพื่อนตอนอยู่ต่างแดน เพราะตอนนั้นปานระพีตามองไม่เห็น ส่วนเธอก็แค่คนระหกระเหินพลัดถิ่นที่อยากได้เพื่อ
ไชโย! เมียไลน์หาถามว่าแค่เมียไลน์หาจำเป็นต้องดีใจจนเนื้อเต้นขนาดนั้นไหม สำหรับมหรรณพต้องดีใจมากอยู่แล้ว เพราะเขากับปานระพีมีข้อตกลงร่วมกัน ว่าในระหว่างที่เธอตั้งครรภ์อ่อนๆ จะไม่มีการร่วมรัก ด้วยกลัวว่าจะกระทบกระเทือนไปถึงลูก ซึ่งมันเป็นอะไรที่ทรมานฉิบหาย เขาเกือบลงแดงตายไปหลายหน แต่บอกตัวเองให้อดทน เพราะกว่าลูกจะติดได้ไม่ใช่ง่ายๆ เขากับเธอรอมาตั้งนาน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เมียเป็นฝ่ายสะกิด ก็แสดงว่าพ้นระยะอันตราย ฟีเจอริงกันได้ พิกกี้ตัวอวบ : คุณหวงขา อยู่เป็นก็เมียเขานี่แหละ อยากได้อะไรทีชอบเอาคำอ้อนหวานๆ มาล่อลวงสามี แถมพอแม่คุณท้องแล้วมันคือดี ชีวิตคู่ดีอย่างไร้คำบรรยาย เพราะเธอขี้อ้อนขึ้น ปากหวานขึ้น และที่สำคัญคือติดผัวแจ และอย่างหลังนี่แหละที่ทำให้เขาหลงเมียหนักมากจนหน้ามืดตามัว แทบจะไม่อยากห่างจากเธอ เจ้าของฟาร์มหมู (ที่มีหมูสองตัว) : ว่าไงครับพิกกี้?หมูสองตัวที่ว่าก็คือเมียกับลูกของเขานั่นเอง เมียเขาอวบเพราะช่วงนี้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ แม่ยอดยาหยีของเขามีน้ำมีนวลน่าจับฟัด แต่ก็ยังไม่ถึงกับอ้วน เพราะท้องยังไม่โตมากมายอะไร ยังไม่ต้องใส่ชุดคลุมท้อง พิกกี้ตัวอวบ : คิดถึงจั
สองปีผ่านไป“โอ๊ก! โอ๊ก! โอ๊ก!”เสียงประหลาดที่แว่วเข้ามาในหูตอนที่มหรรณพงัวเงียตื่น เพราะวาดมือไปข้างกาย แล้วไม่พบคนที่ตัวเองกกกอดไว้ทั้งคืน ทำให้คิ้วเข้มเหนือนัยน์ตาคมขมวดเข้าหากัน ก่อนที่เสียงประหลาดที่ว่าจะดังขึ้นอีกระลอก ทำเอาร่างใหญ่เด้งขึ้นจากที่นอน แล้วเดินแกมวิ่งไปยังห้องน้ำในสภาพที่ไม่มีเสื้อผ้าติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว “แพร!”ทันทีที่เห็นร่างแน่งน้อยนั่งยองๆ เกาะขอบชักโครกโก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงห้าวก็หลุดอุทานออกมา ร่างใหญ่ถลาไปลูบหลังให้เบาๆ ครั้นเห็นเธอทำท่าขย้อนด้วยท่าทางสุดแสนทรมานก็ทำหน้าเหยเก จากนั้นก็คอยลูบหลังให้ไม่ห่าง กระทั่งเธอเงยหน้าขึ้นจากชักโครกด้วยสภาพเหนื่อยหอบ ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยหยาดเงื่อ“มานี่มาที่รัก ผมพาไปล้างหน้า” ว่าแล้วเขาก็จัดการโอบประคองร่างอ่อนแรงไปยังเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เปิดน้ำ แล้ววักน้ำล้างหน้าให้คนที่ยืนเอามือทั้งสองข้างค้ำขอบอ่างด้วยท่าทางยังไม่หายเหนื่อย จากนั้นก็หยิบแก้วมารองน้ำแตะมือเรียวให้เธอบ้วนปาก ปานระพีรับไปอย่างว่าง่าย บ้วนปากเสร็จก็พึมพำขอบคุณเสียงเนือยๆ ก่อนจะถูกสามีอุ้มกลับไปวางที่เตียงนอน“สีหน้าแพรไม่ดีเ
ไอ้หมาเวรติดสัด!แน่นอนมหรรณพเข้าใจในพฤติกรรมของสัตว์ ว่าจะต้องมีช่วงที่ถึงฤดูกาลหาคู่ผสมพันธุ์ แต่มันน่าโมโหตรงที่ไอ้หมาเวรลูกเทพของเมียเขา มันดันไปถูกตาต้องใจสาวเสียไกลถึงนนทบุรี และไม่ว่าจะหาหมาสาวๆ สวยๆ มาให้ไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัว เจ้าซีซาร์ก็เข้าตำราหมาเมิน ไม่สน ทำเชิดหยิ่ง ไม่เข้าใกล้ และหวงตัวจนน่าหมั่นไส้ แต่อะไรก็ไม่น่าถีบเท่าตกดึกไอ้หมาจอมเรื่องมากจะร้องโหยหวนกวนประสาทรบกวนเวลานอน แถมเสียงของมันยังทำให้เมียเขาอยู่ไม่สุข จนต้องออกปากถามไถ่ถึงพฤติกรรมของมันในช่วงที่กลับมาจากไปเที่ยวในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าซีซาร์ดันไปเจอสาวที่ปั๊มน้ำมันตรงเซเว่นแห่งหนึ่งในชานเมืองนนทบุรี และไม่รู้ไปคุยกันอีท่าไหน ไม่นานมันก็พาสาวหายเข้าไปทางสุมทุมพุ่มไม้หลังห้องน้ำ ต่อมาก็มองตาละห้อยไปยังเบื้องหลังตลอดทางกลับบ้านจากนั้นไม่นานก็มีอาการกระวนกระวาย ไม่กิน ไม่นอน แถมยังทำท่าจะจับตุ๊กตาที่เขาซื้อไว้ให้ลูกที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมาเกิดกระทำชำเรา ตีความหมายว่า ‘ติดสัด’ แต่หาสาวมาให้ดันไม่เอา ไม่ยอมฟีเจอริง ซึ่งเขาก็เดาว่ามันคงติดใจสาวเมืองนนท์เข้าเสียแล้ว ถึงได้มีอาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับ กร







