LOGINชิ! หมั่นไส้พวกคนเนื้อหอมนัก
จริง ๆ การขับรถกลับบ้านก็ไม่ได้ทำให้เธอกลัวอะไรนักหรอก เพราะเขาขับตามเธอมาด้วย
เธอขับมอเตอร์ไซค์ฮอนด้ารุ่นเก่า ๆ ของพี่ชาย ซึ่งตกทอดมาจากรุ่นบิดามารดา ในขณะที่กายสิทธิ์ขับบิ๊กไบค์ราคาแพงลิ่ว
เป็นแค่ครูพละไม่ได้รวยขนาดนี้หรอก แต่เพราะมรดกที่บิดามารดาของเขาทิ้งเอาไว้ก่อนตาย หลังจากแบ่งกับพี่ ๆ เท่า ๆ กัน โดยพี่น้องทุกคนรักกันไม่แย่งสมบัติหรือทะเลาะกันเรื่องสมบัติเลยสักนิด กายสิทธิ์สามารถอยู่ได้อย่างสบายโดยที่ไม่ต้องทำงานเลย
พ่อแม่ของเธอก็ทิ้งเงินมรดกเอาไว้พอสมควร แถมด้วยบ้านอีกหนึ่งหลังให้เธอกับพี่ชายอยู่ แต่พี่ชายดันไปติดการพนัน ชีวิตของเธอถึงได้เป็นแบบนี้ ต้องมาอาศัยคนอื่นเขาอยู่ ยิ่งเธอไม่ได้ชอบหน้าเขาเท่าใดนัก เลยทำให้อึดอัดอยู่มาก
บัณฑิตาถึงบ้านก็ถอนใจด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ จบสิ้นกันเสียทีการเรียนในสัปดาห์นี้
เธอทิ้งตัวแผ่หลาลงบนเตียงอย่างมีความสุข แต่เสียงดุ ๆ ของกายสิทธิ์ก็ทำให้เธอต้องรีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนในทันที
“กลับมาจากโรงเรียนแทนที่จะรีบอาบน้ำ กระโดดขึ้นเตียงในชุดพละแบบนั้น ไม่เหม็นเหงื่อรึไง” เขาเข้มงวดพอสมควร เหมาะกับการเป็นครูพละจอมหยิ่งและไว้ตัวเสียเหลือเกิน
เขายกห้องให้เธอหนึ่งห้องทำให้เธอค่อนข้างเป็นส่วนตัว แต่สามีในนามของเธอคนนี้ก็ยังวางมาดครูพละจอมเนี๊ยบเข้ามาสำรวจห้องของเธออยู่เสมอ อะไรไม่เรียบร้อยเธอก็โดนบ่นหูชา
เขาเป็นผู้ชายที่สะอาดสะอ้าน ข้าวของในบ้านจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย ในขณะที่เธอไม่มีความเรียบร้อยเอาเสียเลย อาจเพราะว่าพี่ชายไม่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอก็เลยติดนิสัยนั้นมาด้วย
“เหนื่อย ขอนอนพักแป๊บไม่ได้เหรอคะ” บัณฑิตาทำหน้างอ
“นอนได้ แต่พรุ่งนี้เอาที่นอนไปซักด้วย เอาตัวเหม็น ๆ เต็มไปด้วยเหงื่อไปคลุก สกปรก!” เขาทำเสียงดุเข้ม ทำท่าจะเดินออกจากห้อง ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างหล่นอยู่บนพื้น
บัณฑิตาตาเหลือก เด็กสาวรีบตะเกียกตะกายลุกจากเตียงไปเก็บกางเกงในตัวน้อยที่ม้วนเป็นเลขแปดซ่อนเอาไว้ทางด้านหลังด้วยใบหน้าร้อนผ่าว
ใบหน้าของกายสิทธิ์แดงก่ำ หันมามองร่างน้อยที่ยืนก้มงุดอยู่ไม่วาง หลังจากนั้นบัณฑิตาก็หูชา รีบพยักหน้ารับค่ะ ๆ ไม่มีการเถียงเลยสักคำ
ผีดิบหมื่นปี
ใครจะกล้าเถียงผีดิบหมื่นปีอย่างเขาได้ล่ะ
ตอนคาบพละฯ ใครทำผิดวินัยในห้อง โดนเขาทำโทษให้ยืนขาเดียว คาบไม้บรรทัดทั้งคาบ
“ถามว่า”“ทำไมพี่ถึงมาเป็นครูล่ะคะ”“เป็นครูไม่ดียังไง”“ไม่ใช่ไม่ดี แต่ทำไมพี่ถึงชอบอาชีพนี้คะ”“ไม่ได้ชอบ”“อ้าว...”“รักเลยล่ะ”“โหย...”“ตอนเด็ก ๆ พี่เจอแต่ครูใจดี โตขึ้นก็อยากเป็นครูใจดีบ้าง เหตุผลมีแค่นั้นแหละ”“แต่พี่กายไม่ได้เป็นครูใจดีนะคะ” เธอบ่นอุบ ทำหน้าเหยเกใส่“อะไรนะ”“ความฝันวัยเด็กเลยนะคะนี่” เธอเปลี่ยนเรื่อง แกล้งยิ้มกลบเกลื่อน“เราล่ะ ไม่มีความฝันเหรอ”“ก็เหมือนจะมีนะคะ”“ฝันว่า” เขามองหน้าเธอ“จะเป็นดารานางแบบชื่อดังค่ะ จะได้มีเงินเยอะ ๆ”“ก่อนจะเป็นดารานางแบบชื่อดัง เลิกนิสัยซกมกเสียก่อน” เขาตบหน้าผากของเธอเบา ๆ“โหย... พี่กายพูดเสียเบอร์รีเสียของหายเลยอะ” เธอทำหน้างอน พลางทำปากยื่น“ไหนบอกว่าจะไปนอน”“ไปดูดาวกันไหมคะ” เธอยิ้มแฉ่งขณะเอ่ยชวนเขาทำหน้างง บอกว่าง่วงนอน จู่ ๆ จะมาลากเขาไปดูดาวด้วยกัน“ไปเถอะค่ะ ไปดูดาวกัน” เธอลากเขาออกมาดูดาวที่ระเบียง คืนนี้ดาวสวยท้องฟ้ากว้างเต็มไปด้วยดวงดาวเต็มขอบฟ้า อาจเพราะเป็นคืนเดือนมืด“อากาศดีจัง เย็นสบายสุดๆ ไปเลยค่ะ” เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างมีความสุข“อากาศดีอะไรกัน กลางคืนต้นไม้คายก๊าซคาร์บอนไดออ
“โหย... พี่กายหั่นผักสวยจัง ชิ้นเท่า ๆ กัน ยังกับจับวาง ทำได้ไงนี่”“ต้องฝึก ฝึกมีด”“แต่มีดของพี่กายคมทุกด้ามเลยนะคะ”“ระวังให้ดี บาดนิ้วขึ้นมาถึงกับนิ้วขาดเลยนะ ทำอะไรต้องมีสติ สมาธิสำคัญเสมอเข้าใจไหม”“ค่ะ” เธอรับคำ แล้วก็ให้รู้สึกเกร็งเมื่อเขามายืนซ้อนอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสองมาจับมือเธอเอาไว้“พี่จะสอนหั่นผัก” บัณฑิตาถึงกับเกร็งไปทั้งตัว หัวใจเต้นรัวราวจะกระโดดออกมาจากอกเมื่อเรือนร่างหอมกรุ่นและแสนอบอุ่นแนบชิดมาทางด้านหลัง“หั่นแบบนี้” เขาจับมือของเธอเอาไว้ วูบหนึ่งบัณฑิตรู้สึกอบอุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในเวลานี้กายสิทธิ์เหมือนคนในครอบครัวที่เธอสามารถพึ่งพิงได้เพียงคนเดียวเท่านั้น แม้เขาจะดูดุไปหน่อยก็ตามที“เข้าใจไหม” เขากระซิบถามตรงริมหู เธอถึงกับเกร็ง แต่ก็รีบพยักหน้าในทันที“เข้าใจค่ะ”“งั้นก็หั่นผักได้แล้ว กินสุกี้จะไม่หนักท้องจนเกินไป เพราะว่ามีแต่ผัก” เขาผละออกห่าง เธอมองอย่างแสนเสียดาย ความอบอุ่นจางหายไปพร้อมกับสัมผัสแสนอ่อนโยนของเขา“สุกี้ฝีมือพี่กายนี่อร่อยจริงๆ เลย”“สุกี้ที่ไหนก็รสชาติเหมือนกันหมด พูดซะเวอร์”“พี่กาย”“ว่า”“ถามจริง”“ถามว่า”“พี่กายยังไ
“ซักยังไงคะ” คนพูดเอ่ยถามตาปริบ ๆ“อย่าบอกนะว่าเธอซักผ้าไม่เป็น” เขาเอ่ยถามอย่างตกใจ“ปกติใส่ลงเครื่องแล้วก็ให้มันซักเองค่ะ” ประโยคคำตอบนั้นทำให้กายสิทธิ์ทำเสียงในลำคอ“ภาระเสียจริง” เขานั่งลงบนม้านั่งหน้ากะละมังใบโต“ถูตรงนี้ก่อนตรงคอเสื้อนักเรียน” เขาใช้แปรงถูให้เธอดู“แต่ต้องแช่ผ้าเอาไว้ก่อนไม่อย่างนั้นจะซักไม่สะอาด”“ค่ะ” เธอรับคำก่อนจะอมยิ้ม เธอพอรู้ว่ากายสิทธิ์ทำงานบ้านเองทุกอย่าง แต่ไม่คิดว่าจะทำได้เนี๊ยบขนาดนี้การซักผ้าในเย็นวันนั้นค่อนข้างวุ่นวาย เมื่อบัณฑิตาแกล้งเขาไปด้วยซักผ้าไปด้วย“เฮ้ย! ทำอะไรนี่ยายตัวแสบ” เธอเอาฟองผงซักฟอกมาแปะที่แก้มของเขา“หน้าของพี่กายพอมีฟองแบบนี้แล้วหล่อขึ้นเยอะเลยค่ะ ดีกว่าหน้าดุ ๆ แบบนี้เสียอีกค่ะ”“นี่เธอแกล้งพี่เหรอ”“พี่กายอย่าแยกเขี้ยวใส่กันสิคะ เบอร์รีกลัวนะ”“กลัวเหรอ ยายตัวแสบแบบเธอกลัวด้วยเหรอ” เขาเอาฟองผงซักผ้าแปะที่แก้มเธอบ้าง“พี่กายน่ะ”“ทำไม เธอทำคนอื่นได้ คนอื่นทำเธอไม่ได้หรือไง” แล้วการซักผ้าก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย กว่าจะซักผ้าเสร็จก็กินเวลาไปหลายชั่วโมงสองหนุ่มสาวนั่งพักอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ก่อนที่ท้องของบัณฑิตาจะร้องออกมา“หิวแ
เขาไม่ได้สอนแต่วิชาพละศึกษา แต่สอนวิชาสุขศึกษาด้วยและเทอมนี้เธอก็ต้องเรียนกับเขาปัง! ประตูปิดลงเสียงดัง ทำเอาบัณฑิตสะดุ้งสุดตัว บ่งบอกถึงอารมณ์ของเขาได้ดี ร่างสูงจอมดุออกไปจากห้องของเธอเรียบร้อยแล้ว บัณฑิตก็พากางเกงในที่ม้วนเป็นเลขแปดเพื่อใบ้หวยสามีจอมเนี๊ยบไปใส่ในตะกร้าอย่างอ่อนแรงเด็กสาวรีบตาลีตาเหลือกไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำในทันทีเพราะเขาบอกว่าจะต้องลงไปช่วยกันทำงานบ้านตอนนี้เลยเธอไม่มีเวลาคิดอะไรมาก ขืนไม่ลงไป ได้คอขาดแน่ ๆเพียงไม่ถึงอึดใจร่างสาวน้อยแสนสวยเนื้อตัวหอมกรุ่นก็ลงมาในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเพื่อมาช่วยเขาทำงานบ้านความจริงกายสิทธิ์รวยมาก เขาจะจ้างแม่บ้านมาทำงานบ้านก็ย่อมได้ แต่ที่เขาไม่จ้างเพราะชอบทำเอง แล้วก็เป็นพวกโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวาย ถ้าเป็นเธอน่ะเหรอจ้างสิ รออะไร!“ไปเอาเสื้อผ้าลงมาซักสิ ซักให้เสร็จตอนนี้ เสาร์อาทิตย์จะได้ทำการบ้าน และมีเวลาส่วนตัวทำอย่างอื่นด้วย”เธอลืมไปได้อย่างไรนะว่าเย็นวันศุกร์คือวันซักผ้า จึงรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านเพื่อที่จะได้ไปนำเสื้อผ้ามาซัก“อย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม” เขาพูดไม่ทันขาดคำเธอก็สะดุดขั้นบันได ดีที่ผวาเกาะราวบันไดเอ
ชิ! หมั่นไส้พวกคนเนื้อหอมนักจริง ๆ การขับรถกลับบ้านก็ไม่ได้ทำให้เธอกลัวอะไรนักหรอก เพราะเขาขับตามเธอมาด้วยเธอขับมอเตอร์ไซค์ฮอนด้ารุ่นเก่า ๆ ของพี่ชาย ซึ่งตกทอดมาจากรุ่นบิดามารดา ในขณะที่กายสิทธิ์ขับบิ๊กไบค์ราคาแพงลิ่วเป็นแค่ครูพละไม่ได้รวยขนาดนี้หรอก แต่เพราะมรดกที่บิดามารดาของเขาทิ้งเอาไว้ก่อนตาย หลังจากแบ่งกับพี่ ๆ เท่า ๆ กัน โดยพี่น้องทุกคนรักกันไม่แย่งสมบัติหรือทะเลาะกันเรื่องสมบัติเลยสักนิด กายสิทธิ์สามารถอยู่ได้อย่างสบายโดยที่ไม่ต้องทำงานเลยพ่อแม่ของเธอก็ทิ้งเงินมรดกเอาไว้พอสมควร แถมด้วยบ้านอีกหนึ่งหลังให้เธอกับพี่ชายอยู่ แต่พี่ชายดันไปติดการพนัน ชีวิตของเธอถึงได้เป็นแบบนี้ ต้องมาอาศัยคนอื่นเขาอยู่ ยิ่งเธอไม่ได้ชอบหน้าเขาเท่าใดนัก เลยทำให้อึดอัดอยู่มากบัณฑิตาถึงบ้านก็ถอนใจด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ จบสิ้นกันเสียทีการเรียนในสัปดาห์นี้เธอทิ้งตัวแผ่หลาลงบนเตียงอย่างมีความสุข แต่เสียงดุ ๆ ของกายสิทธิ์ก็ทำให้เธอต้องรีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนในทันที“กลับมาจากโรงเรียนแทนที่จะรีบอาบน้ำ กระโดดขึ้นเตียงในชุดพละแบบนั้น ไม่เหม็นเหงื่อรึไง” เขาเข้มงวดพอสมควร เหมาะกับก
สามีของฉันเป็นครูพละ“โอ๊ย!” เบอร์รีหรือบัณฑิตาร้องด้วยความเจ็บเมื่อลูกวอลเลย์บอลมากระแทกกับใบหน้าเข้าอย่างจัง“โทษทีเบอร์รี ทำไมแกไม่รับลูกล่ะ” ปันปันหรือปณิตาเอ่ยถามเพื่อนรัก พลางเดินมาดูอาการของเพื่อน“เจ็บ” บัณฑิตาไม่ตอบว่าทำไมไม่รับลูก แต่ลูบหน้าตัวเองไปมา และมันก็กำลังแดงก่ำ“แกมัวแต่มองอะไรของแก” ปณิตาหันไปมองตามสายตาของเพื่อนก่อนที่จะตาโต“แกมองครูกายอยู่เหรอ”“ฉันน่ะเหรอจะมองครูจอมขี้เก๊กนั่น ไม่ได้มองเสียหน่อย”“มันชักจะยังไง ๆ แล้วสิ” ปณิตากระแทกไหล่เพื่อนรัก ในคาบนี้เป็นวิชาพละศึกษา โดยกายสิทธิ์หรือครูกายเป็นคนสอนวอลเลย์บอลให้ชั้นเรียนของเธอ “ยังไงยังไงคือยังไงเหรอ” คนถามกัดปากตัวเองเบา ๆ กลัวเพื่อนรู้ความลับของเธอกับกายสิทธิ์เข้า"ก็ยายส้มจี๊ดยังไงล่ะ ดูสิให้ครูกายสอนตัวเองอยู่คนเดียว เสนอหน้าสุด ๆ” บัณฑิตามองตามสายตาของเพื่อนรัก ก็เห็นว่ากายสิทธิ์กำลังช่วยจับบอลและจัดท่าให้ส้มจี๊ดหรือสารภีอยู่“เขาคงอยากสอนส้มจี๊ดกระมัง” คนพูดกัดปาก อยู่ในโรงเรียนเช่นนี้เธอจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่ากายสิทธิ์คือสามีบ้าจริง!มีผัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลาย เพราะพี่ชายของเธอที่จากโลกนี้ไปแท้







