LOGINมุมปากของริกเตอร์ยกขึ้นทันทีที่คำตอบหลุดจากริมฝีปากของริชา เพราะมันหมายความว่า...
เหยื่อติดกับแล้ว เขายักคิ้วให้ธีร์เพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องพูดอะไร เพื่อนก็เข้าใจทุกอย่าง ก่อนเพื่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วหันหลังเดินปลีกตัวออกไปตามทางเดินมืดมิด ทิ้งให้บริเวณนั้นเหลือเพียงเขาและเธอ มีเพียงความเงียบเข้ามาแทนที่เสียงหัวเราะจากภายในร้าน “ไปเลยนะ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น เป็นการเอ่ยชวน เมื่อเห็นเธอยังมองตามหลังเพื่อนของเขาจนสุดสายตา “อะ… เอ่อ ไปไหนคะ?” ริชาถามขึ้นทันที ดวงตายังเต็มไปด้วยความสับสน “ก็ไปเอาของขวัญไง” “ชา… ขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหมคะ?” “ที่โน่นมีห้องน้ำ” “ที่ไหนคะ…?” ใบหน้าหล่อขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกครั้ง ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาเป่ารินรดแก้มเธอ กลิ่นบุหรี่ที่เขาเพิ่งสูบลอยเข้าจมูก ได้กลิ่นชัดเจนจนเธอต้องกลั้นหายใจ “ก็ที่ที่เธอจะได้ของขวัญจากฉันไงล่ะ” มือหนายื่นมาจับมือเล็กเย็นเฉียบของเธอโดยไม่รอคำตอบ นิ้วของเขายาวและแข็งแรง กำมือเธอไว้ไม่ได้แน่นจนเจ็บ แต่ก็มากพอที่เธอจะไม่ชักกลับได้โดยง่าย ริชาถูกริกเตอร์พาเดินไปตามทางเดินหลังร้าน ผ่านลานจอดรถที่แสงไฟสลัว จนถึงรถสปอร์ตสีดำเงาวับคันหนึ่ง ร่างสูงเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้เธอขึ้นไปนั่ง ราวกับเป็นสุภาพบุรุษตัวจริง แต่ริชาไม่ทันเห็นรอยยิ้มเจ้่เล่ห์ ที่ผุดขึ้นที่มุมปากของเขาตอนที่เธอก้มตัวขึ้นรถ รถยนต์คันหรูเคลื่อนออกจากร้านเหล้าไปตามถนนใหญ่ในยามดึก แสงไฟนีออนสองข้างทางวิ่งผ่านหน้าต่างราวกับเส้นแสงยาว ๆ ริชานั่งนิ่ง มือทั้งสองวางบนตัก นิ้วเกาะกันแน่นจนข้อนิ้วขาว ด้วยความประหม่าที่มากขึ้น จนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว เธอไม่รู้ว่ากำลังจะไปที่ไหน และยิ่งไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินเข้าไปในกับดักแบบใด แต่ที่รู้คือเขาไม่ได้บังคับ จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าลานจอดรถวีไอพีของคอนโดมิเนียมหรูสูงระฟ้าแห่งหนึ่ง ริชาถึงได้รู้สึกว่าฝ่ามือตัวเองชื้นไปด้วยเหงื่อ ริกเตอร์ลงจากรถก่อน แล้วเดินมาเปิดประตูให้เธออีกครั้ง “ลงมาสิ” “ที่นี่คือ…” “คอนโดฉันเอง” คำตอบสั้น ๆ ทำให้ดวงตาของริชาเบิกกว้าง “พี่พาชามาทำไมคะ?” “อ้าว” เขายกคิ้วขึ้น มองเธอด้วยสายตาคมวาววับ แต่ยังคงมีความเย็นชาอยู่ “ก็ไหนว่าอยากได้ของขวัญ” ริชารู้ดีว่าของขวัญที่เขาพูดถึงไม่ได้วางอยู่ในกล่องริบบิ้นสวย ๆ แต่เธอไม่คิดว่ามันจะอยู่ที่คอนโดส่วนตัวของเขาแบบนี้ “กำลังคิดอะไร?” เสียงของเขาถามขึ้นดังก้องในลานจอดรถที่เงียบกริบ “……” “หรือไม่อยากได้แล้ว?” คำถามนั้นทำให้เธอชะงัก ถ้าเธอปฏิเสธตอนนี้ เขาคงหันหลังเดินจากไปเหมือนก่อนหน้านี้ และเธออาจจะไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้เขาอีก มือเล็กกำชายกระโปรงแน่น เพราะความกังวลที่เกิดขึ้น แต่ก็เลือกทำตามหัวใจคือลงจากรถ เดินตามเขาเข้าไปในโถงคอนโดที่หรูหราและเงียบสงัด จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าลิฟต์ที่เปิดออก ริกเตอร์กดปุ่มชั้นสูงสุดโดยไม่พูดอะไร ประตูลิฟต์ปิดลง เหลือเพียงสองคนยืนอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ตลอดเวลาอยู่ในลิฟต์ เธอหลุบสายตามองพื้น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา เธอรู้สึกได้ถึงสายตาคมของเขาที่จับจ้องอยู่บนใบหน้าเธอตลอดเวลา ซึ่งมั่นใจว่าใบหน้าเธอคงแดงก่ำ จนเขาเห็นชัดเจนภายใต้แสงไฟสีขาวของลิฟต์ ร่างสูงยืนมองเธอเงียบ ๆ และกำลังประเมินเธอในใจ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนหน้าแดงขนาดนี้มาก่อน แค่ถูกจับมือและพามาที่คอนโดก็ทำเอาใบหน้าแดงไปจนถึงใบหู ติ้ง! เสียงลิฟต์ดังขึ้น ประตูเปิดออก เขาเดินนำหน้าไปตามทางเดินยาว แล้วหยุดหน้าประตูห้องชุดสุดทางเดิน นิ้วเรียวกดรหัสผ่าน ก่อนจะผลักประตูเปิดออก “เข้ามาสิ” ริชาเดินตามเขาเข้าไปในห้องที่กว้างขวางและทันสมัย แสงไฟสลัวทำให้บรรยากาศดูนุ่มนวลกว่าความเป็นจริง เธอเพิ่งจะก้าวพ้นประตูได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีเข้ม กางแขนทั้งสองข้างพาดพนักเต็มพื้นที่ “นั่งสิ” “นั่ง… ตรงไหนคะ?” เธอถามเพราะเขากางแขนเต็มพื้นที่โซฟาจนดูเหมือนไม่มีที่ว่างเหลือให้ใคร แต่สายตาของเขาเพียงแค่เหลือบลงมาที่ว่างแคบ ๆ ข้างลำตัว แล้วมองกลับขึ้นมาที่ใบหน้าเธออีกครั้ง คล้ายกำลังออกคำสั่งด้วยสายตา ริชาสูดหายใจเข้าลึก แล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งข้างเขาอย่างระมัดระวัง พรึ่บ!! ทันทีที่เธอทิ้งตัวลงนั่ง วงแขนแกร่งก็โอบเข้ามารัดรอบเอวเล็กไว้แน่นในทันที ร่างสูงโน้มเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาวางพาดลงบนไหล่บางของเธอ ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารินรดใบหูและซอกคอขาว “อยากได้ของขวัญ… หรือยัง?” เสียงแหบพร่ากระซิบชิดหู ทำให้ขนอ่อนตามท้ายทอยของหญิงสาวลุกชัน ก่อนเธอจะกลืนน้ำลายลงคอ มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นจนเนื้อผ้ายับย่น “อะ… เอ่อ” เธอรู้สึกถึงลมหายใจของเขาใกล้จนเกินไป มันยิ่งทำให้เธอพูดไม่ออก เธอพยายามเรียบเรียงคำพูด ทว่าสุดท้ายคำพูดที่อยู่ในใจก็หลุดออกมา พร้อมกับหัวใจดวงน้อยที่กระหน่ำเต้นรัว “อยากได้ค่ะ…”ทั้งสี่คนเก็บของเตรียมตัวไปเข้าเรียนคาบเช้า โดยเดินจากม้าหินอ่อนกลับไปทางหน้าตึก มาริวเดินคุยเรื่อยเปื่อยกับพราวฟ้าไปตลอดทาง ส่วนไนท์เดินข้างริชาในระยะที่ไม่แนบชิดจนคนอื่นสงสัย แต่ก็ไม่ห่างเหมือนทุกครั้ง ริชาจับสายกระเป๋า พยายามสลัดภาพทุกอย่างในหัวออกไปให้หมด เธอไม่อยากให้เรื่องนี้ตามหลอกหลอนจนเธอไม่เป็นอันเรียน กระทั่งถึงหน้าห้องเรียน พราวฟ้าก็ก้าวมาชิดเธอด้วยท่าทางปกติในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเพื่อนที่คบกันมานาน เธอรู้ว่าพราวฟ้าไม่ใช่คนโง่ แต่เพื่อนแค่ไม่พูดและถามในสิ่งที่เธอไม่อยากตอบ อีกทั้งคงแค่รอเวลาที่จะคุยกับเธอแค่สองคนเท่านั้น เวลาต่อมา ช่วงพักเที่ยงกลุ่มของริชาลงมาที่โรงอาหารของคณะ พบว่าวันนี้นักศึกษาแน่นจนไม่มีที่นั่งและไม่มีที่ว่างให้เบียดเข้าไปได้ เสียงช้อนส้อมและเสียงพูดคุยดังก้องจนรู้สึกเวียนหัว ริชายืนถือกระเป๋ารั้งท้ายกลุ่ม มองหาช่องว่างแล้วยอมแพ้ในไม่กี่วินาที ส่วนพราวฟ้าก็ขมวดคิ้ว มาริวหันซ้ายขวาแล้วถอนหายใจ มาริวเลยเสนอให้ไปทานร้านอาหารตามสั่งหลังมหาลัย เพราะเขาได้ยินมาว่าอร่อยและเป็นขวัญใจของนักศึกษาที่นี่ “ไปร้านหลังมอเถอะ เป็นร้านอาหารตามสั่ง” ซึ่งทั้งกล
“เธออยากเอาคืนไหมชา” ไนท์เอ่ยถามออกมา หลังจากยอมที่จะเข้าใจเธอทุกอย่าง และพอให้ความโกรธในใจของเขาทุเลาเบาบางลงไปได้บ้าง เขามองเสี้ยวหน้าสวยด้านข้าง พอจะมองออกว่ารุ่นพี่คนนั้นดูไม่พอใจเขาที่เป็นเพื่อนของริชา ภาพเมื่อวานที่ลานจอดรถวิศวะที่แสดงตัวเองเดินจับมือถือแขนกัน และที่เธอตัดสายเขาทั้งที่ยังพูดไม่จบ รวมถึงการที่วันนี้ผู้ชายคนนั้นมาส่งเธอที่หน้าตึกคณะ ทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกันโดยที่เธอไม่ต้องบอกเขา ริชาเงยหน้าขึ้น “เอาคืนยังไง” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย เธอเลือกที่จะไม่ปฏิเสธทันที เพราะอยากรู้แผนของเขาก่อน “ก็เขาไม่พอใจเธอกับฉันไม่ใช่เหรอ” ไนท์พูดเสียงเรียบ ไม่ได้แสดงออกมากเกินไปว่าอยากให้เธอเอาคืนและยอมรับวิธีการของเขา “นายรู้ได้ยังไง” เขาแสยะยิ้มออกมา ด้วยความดีใจที่เดาถูกทุกอย่าง รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูเป็นคนขี้เล่นแบบมาริว มันเป็นรอยยิ้มของคนที่ปะติดปะต่อเรื่องได้ครบแล้วยังรอให้เจ้าของเรื่องยอมรับ “ใครจะไม่รู้บ้าง" "....." "มันก็แค่หวงก้างเธอ” คำว่าหวงก้างทำให้ริชาสะดุ้งในอก แล้วส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่จริง” เธอเอ่ยเร็วด้วยความมั่นใจ “เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันด
เขาถามออกไปทั้งที่รู้อยู่เต็มอก... เขาเห็นตั้งแต่เธอลงจากรถของผู้ชายคนนั้น เป็นรถคันเดียวกับเมื่อวานที่คณะวิศวะ อีกทั้งยังเห็นเจ้าของรถเปิดกระจก เลยเดาได้ไม่ยากว่าเธอคงยังไม่กลับหอ ทว่าที่เขาถามจึงไม่ใช่ถามเพราะอยากรู้คำตอบ แต่มันเป็นช่องให้เธอพูด ถ้าเธอยังอยากจะพูดทุกอย่างกับเขา ทว่าคำถามของเขากลับได้รับเพียงความเงียบและสีหน้าลำบากใจ ร่างเล็กเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยมีน้ำสีใสคลออยู่ ไม่ใช่เพราะเธออยากร้องไห้ต่อหน้าเขา แต่เพราะเธอกลั้นน้ำตามาตลอดทางตั้งแต่คอนโดของริกเตอร์จนถึงหน้าคณะ เธออยากโกหกว่าไม่มีอะไร อยากยิ้มให้เพื่อให้เรื่องที่เกิดขึ้นเบาลง แต่ทว่าปากเธอกลับอ้าไม่ออก ได้แต่หลุบสายตาต่ำมองพื้น ไนท์มองเธออีกคู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไม่ถามซ้ำอีกครั้ง จึงเดินนำเธอพ้นกลุ่มสายตา เลี้ยวไปหลังตึกคณะ ที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ จนเสียงซุบซิบก่อนหน้าค่อย ๆ หายไป “นั่งก่อน” เขาไม่ได้จับมือเธอ แค่นั่งลงฝั่งหนึ่งของม้าหิน เว้นที่ให้อีกฝั่ง ริชาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงแล้วเอากระเป๋าวางบนตัก ไนท์ไม่ได้เริ่มเอ่ยถามขึ้น ทั้งที่เขาอยากรู้ทุกอย่าง แต่เขากลับนั่งมองเธอนิ่ง เพราะต้องการรอเว
ริชาเอ่ยขึ้นช้า ๆ ชัด ๆ ให้เขาได้ยินทุกคำที่ออกมาจากปากของเธอ ทำเอาคนตัวสูงที่ไม่เคยเห็นอาการแบบนี้ถึงกับตกใจเล็กน้อย นิ้วที่บีบคางชะงัก รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า ก่อนจะหรี่ตาจับผิดอาการของเธอที่แสดงออกมา “นี่เธอเป็นอะไร... ริชา” ร่างเล็กนั่งนิ่งไม่ตอบ เธอไม่แม้แต่จะหันหน้าไปมองเขา เมื่อเขาคลายมือออก เธอก็ดึงผ้าห่มขึ้นปิดถึงลำคอ เธอรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงเขาที่สุด เมื่อคืนไม่รู้ว่าเขาไประเริงรักกับเพื่อนสนิทของเขามานานแค่ไหน เพราะเธอเผลอหลับไปก่อน ภาพช่องประตูห้องน้ำที่แง้มยังติดตา จูบที่สุดแสนจะเร่าร่อนที่คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ และที่เขาอุ้มเธอมาทิ้งไว้ในห้องนอน ทุกอย่างมันตอกย้ำความรู้สึกของเธอ ทว่าตอนเช้าเขายังมาทำแบบนี้กับเธอ เหมือนคนอดยากปากแห้ง ปรนเปรอร่องรักของเธอทั้งที่เธอยังหลับ สอดใส่ของเขาเข้ามาทั้งที่เธอพยายามจะผลักเขาออก ที่สำคัญคือเขาไม่เคยคิดจะป้องกันเลยสักครั้ง มันไม่ใช่แค่คำหยาบ มันคือทุกอย่างของเขาที่ทำให้เธอคลื่นไส้จนอยากอาเจียน ยิ่งรู้ว่าเขาคงเอาแก่นกายของเขาไปแหย่ของผู้หญิงคนอื่นมา แล้วจะมาให้เธออมต่อ มันยิ่งรู้สึกขนลุก เขาทำราวกับว่าเธอไม่มีความรู้สึกอย่า
“อื้อ~” เสียงครางหวานหลุดจากลำคอของริชาพร้อมความจุกที่พุ่งจากท้องน้อยถึงหน้าอก แท่งเนื้อร้อนฉ่าถ่างร่องเธอเต็มขนาดโดยไม่มีเครื่องป้องกัน เธอเบิกตาโพลง เผยอริมฝีปากอ้าออก เล็บจิกลงบนแผงอกแกร่งของเขาด้วยความเสียดเสียว “ซี้ดดด แน่นฉิบหาย” คนตัวสูงขบกรามเข้าหากันแน่น เมื่อถูกร่องสาวตอดรัดเอ็นร้อนจนแทบขาด ก่อนเอวสอบจะหมุนควงสะโพกช้า ๆ ให้ร่องรักของเธอปรับขนาดให้เข้ากับเขา และยังทำให้เธอรู้สึกถึงทุกตารางนิ้วของความใหญ่ยาว ก่อนจะเริ่มกระแทกเข้าใส่ร่องสีหวานอย่างหนักหน่วง จนเตียงโยกขยับ ศรีษะเธอเด้งขึ้นลงบนหมอน เสียงเนื้อกระทบดังตั้งแต่เริ่ม ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! “เอาเช้า ๆ แบบนี้โคตรดี” เขาพูดเสียงแหบพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารินรดตรงซอกคอหอม สะโพกสอบซอยลึกสุดโคนทุกครั้ง ไม่เร่งความเร็วตั้งแต่แรก แต่เน้นจังหวะที่หนักหน่วงจนริชาครางออกมาไม่หยุด มือที่ถูกกดไว้เหนือศรีษะถูกคลายออก เมื่อเขาคว้าหมับเข้าที่อกอวบอิ่ม โดยการดึงเสื้อเธอขึ้น ก้มลงดูดจุกสีหวานเข้าปาก ดูดแรงจนเธอแอ่นอกส่งให้เขาที่ดูดเม้มสลับกับตวัดลิ้นเลียถี่รัว "อ๊ะ อ๊าสส" เสียงหวานครางออกมาอย่างไม่อาจกลั้
แสงแดดอ่อนยามเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนคอนโดหรู ในตอนที่ริชากำลังหลับสบาย ผ้าห่มยังคลุมถึงหน้าอก ลมหายใจเธอยังเข้าออกสม่ำเสมอ ทว่าความเสียวแปลบที่กลางกายก็ฉุดเธอออกจากความฝัน มันไม่ใช่ความเสียวที่เกิดจากการขยับตัวผิดท่า ทว่ามันรู้สึกร้อนรุ่มและเปียกชัดเจนจนเธอสะดุ้งในผ้าห่ม ดวงตาคู่สวยเปิดเปลือกตาขึ้นมา ก้มไปมองที่หว่างขาของตัวเอง แล้วดวงตากลมโตก็เบิกโพลงทันที อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง เรียวขาสวยหุบเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ทว่าก็ถูกมือหนาของริกเตอร์จับเอาไว้ ฝ่ามือร้อนผ่าวดันต้นขาออกให้อ้าเหมือนเดิมสำเร็จ ขณะที่ศรีษะยังอยู่ระหว่างขาเธอ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาคมช้อนมองจากด้านล่าง ริมฝีปากยังไม่ห่างจากจุดอ่อนไหว สิ่งที่เขาทำคือกำลังใช้ลิ้นปาดเลียร่องรักของเธอจนได้ยินเสียงชื้นแฉะดังชัดในห้องที่ยังเงียบสงบ ลิ้นร้อนลากผ่านช้า ๆ ตลอดร่อง แล้วกลับไปวนที่จุดเดิมซ้ำ ร่างกายเธอเสียววูบวาบจนต้องอ้าปากกลั้นเสียงครางเอาไว้ มือเล็กกำผ้าปูแน่น ศรีษะกดลงบนหมอน ก่อนจะเผลอยกสะโพกขึ้นรับในจังหวะเดียวกัน “ฉันเลียจนจะแตกอยู่แล้ว” ร่างสูงมองเธอด้วยความเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากเปรอะเปื้อน น้ำเสียงแ







