เข้าสู่ระบบจมูกโด่งของริกเตอร์ปัดป่ายเบา ๆ ไปตามแก้มนวลของริชา ก่อนจะลากลงมาอย่างเชื่องช้า จนถึงซอกคอขาวที่เผยให้เห็นอกอวบอิ่มที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน
"อุ้ย!!!" ร่างเล็กสะดุ้งแรงทันที เธอรีบผละตัวออกห่างเขาด้วยความตกใจ มือเล็กดันไหล่กว้างของเขาออกเบา ๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองขึ้นมาด้วยความสั่นระริก “พี่จะทำอะไรคะ?” เสียงของเธอแผ่วเบาและสั่นเครือ ทว่าคนถูกผลักไม่ได้รู้สึกโกรธ เขายังคงนั่งนิ่ง มือข้างหนึ่งพาดพนักโซฟา อีกข้างวางบนตัก มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างเต็มที่ “ก็ให้ของขวัญเธอไง” “ไหนล่ะคะ… ของขวัญ?” มือหนายื่นขึ้นมาจับคางเธอเบา ๆ บังคับให้ใบหน้าสวยหันกลับมาสบตากับเขาตรง ๆ นิ้วโป้งของเขาลูบไล้ไปตามคางเล็กอย่างช้า ๆ ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “ก็ตัวฉันไงล่ะ” คำพูดนั้นทำให้ริชาอ้าปากค้าง เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ว่าของขวัญที่เขาจะให้เธอคือตัวเขา หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะจนรู้สึกเจ็บ เธอไม่ได้ใสซื่อถึงขนาดไม่เข้าใจความหมายของคำว่าตัวฉัน ที่เขากำลังสื่อสาร ตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาในคอนโดนี้ เธอก็คิดถึงเรื่องอย่างว่าอยู่บ้าง เพียงแต่เธอปัดทิ้งไปทันทีเพราะมั่นใจว่าผู้ชายอย่างริกเตอร์คงไม่สนใจผู้หญิงอย่างเธอขนาดนั้น เขาเคยมีผู้หญิงมากมายที่พร้อมจะมอบตัวให้โดยไม่ต้องขอร้อง แล้วทำไมต้องเป็นเธอ? “กลัวเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคมจับจ้องเหยื่อสาวที่เขาคิดว่าเธอคือเหยื่ออันโอชะ “ไม่ใช่ค่ะ…” ริชาส่ายหน้าทันที เสียงยังคงสั่น “แค่ไม่เข้าใจว่าพี่จะให้ตัวพี่กับฉันทำไม” “แสดงว่าไม่อยากได้สินะ” คำพูดนั้นทำให้ศีรษะเล็กของเธอรีบส่ายไปมาแรงขึ้น “ไม่ใช่ค่ะ! แต่ที่ผ่านมาพี่ไม่เคยสนใจฉันเลย” ประโยคนั้นหลุดออกมาพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบที่ถูกฝังไว้ตั้งแต่สมัยมัธยม ริกเตอร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเขาจะหลุดหัวเราะออกมาในลำคอ นิ้วโป้งยังคงลูบแก้มเธอช้า ๆ ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับความแดงก่ำที่ลามขึ้นไปถึงใบหู “ก็นี่ไง…” สายตาคมมองเธอราวกับต้องการสะกดจิตให้เธอเชื่อในสิ่งที่เขาพูด “ฉันสนใจเธอแล้ว” ดวงตากลมโตของริชากระพริบถี่ ๆ หลายครั้ง เธอมองเขาด้วยสายตาไม่เชื่อ เพราะคำว่าสนใจ ที่เขาเอ่ยออกมา คำนั้นมันฟังดูง่ายเกินไปสำหรับผู้ชายที่เคยเมินเฉยต่อเธอมาตลอด “บอกมาคำเดียวริชา” จากที่คิดว่าจะใจแข็ง ทว่าพอได้ยินชื่อของเธอที่หลุดจากริมฝีปากของเขา ทำให้หัวใจเต้นรัวจนแทบจะระเบิด “ว่าอยากได้ตัวฉันหรือเปล่า” ในหัวของเธอตอนนี้ เต็มไปด้วยความคิดที่วุ่นวายและสับสน เธอรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ใช่ความรัก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้ แต่ในใจลึก ๆ เธอกลับคิดเข้าข้างตัวเองว่าบางทีทางนี้อาจจะเป็นทางเดียวที่ทำให้ผู้ชายที่เป็นรักแรกของเธอเริ่มมีความรู้สึกอะไรบางอย่างให้เธอ แม้จะเป็นเพียงความสนใจชั่วคราวก็ตาม มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากเม้มแน่นจนซีดขาว และในที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขาตรง ๆ ด้วยดวงตาที่สั่นเครือ แต่เต็มไปด้วยความหวังที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง “อยากได้ค่ะ” คำตอบแผ่วเบาเพิ่งหลุดจากริมฝีปากของริชาไม่ทันขาดคำ ร่างสูงก็พุ่งเข้ามาทันที ริมฝีปากร้อนผ่าวของริกเตอร์กดลงมาทับลงมาบนกลีบปากเธออย่างไม่ยั้งแรง ไม่มีการร้องขอหรือการเกริ่นนำ เพียงแค่กดลงมาหนักแน่น ราวกับต้องการกลืนกินทุกอย่างที่เธอมี ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือเล็กยกขึ้นมาผลักไหล่เขาเบา ๆ แต่แรงนั้นเบาเกินไปจนแทบไม่มีผล ลิ้นร้อนของเขาตวัดเลียริมฝีปากเธออย่างหิวกระหาย ก่อนจะรุกเข้าไปในปากโดยไม่รออนุญาต ดูดเม้มและเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็ก จนเธอต้องครางออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “อืมมม” เสียงครางนั้นทำให้ริกเตอร์ถูกใจ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาจับท้ายทอยเธอไว้แน่น บังคับให้ใบหน้าสวยเงยขึ้น เพื่อจะได้จูบลึกซึ้งและดุดันขึ้นไปอีก ริชาไม่เคยถูกจูบแบบนี้มาก่อน เธอเคยเห็นแค่ฉากจูบของซีรีย์วัยใส ที่ทำเพียงการแตะริมฝีปากเบา ๆ แต่จูบของริกเตอร์ มันต่างออกไปสิ้นเชิง มันทั้งเร่าร้อน ดุดัน และมันทำให้ตัวเธออ่อนจนแทบจะล้มหงายลงไปบนโซฟา ลิ้นของเขาวนเวียนอยู่ในปากเธออย่างเชี่ยวชาญ ดูดความหวานล้ำในโพรงปากของเธอเข้าไป แล้วส่งลิ้นตัวเองกลับไปสำรวจทุกซอกมุมจนเธอตัวสั่น มือเล็กที่เคยผลักไหล่เขาค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปเกาะแผ่นหลังของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจของทั้งสองคนเริ่มถูกดูดกลืนหายไปทีละนิด ก่อนริมฝีปากจะแยกจากกันเพียงเสี้ยววินาที เส้นน้ำลายบาง ๆ ยังเชื่อมต่อระหว่างริมฝีปากทั้งสองคน ริชาหอบหายใจแรง แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเป่งจากแรงจูบ แต่ทว่าชายหนุ่มยังไม่หยุด เขาโน้มลงมาอีกครั้ง จูบรัวเร็วไปที่มุมปาก แล้วเลื่อนลงมาที่คางเล็ก ก่อนจะปัดจมูกโด่งไปตามแนวสันกราม จนถึงซอกคอขาว “อ๊ะ” ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากร้อนผ่าวและฟันขบกัดเบา ๆ ลงบนผิวหนังบางที่ลำคอ ริกเตอร์หายใจรดต้นคอเธอแรง แล้วดูดผิวหนังอ่อนนุ่มและหอมกรุ่นเข้าปากอย่างไม่ยั้งแรง ลิ้นร้อนเลียวนเป็นวงกลม ก่อนจะขบฟันอีกครั้งจนเกิดรอยแดงขึ้นทันทีทั้งสี่คนเก็บของเตรียมตัวไปเข้าเรียนคาบเช้า โดยเดินจากม้าหินอ่อนกลับไปทางหน้าตึก มาริวเดินคุยเรื่อยเปื่อยกับพราวฟ้าไปตลอดทาง ส่วนไนท์เดินข้างริชาในระยะที่ไม่แนบชิดจนคนอื่นสงสัย แต่ก็ไม่ห่างเหมือนทุกครั้ง ริชาจับสายกระเป๋า พยายามสลัดภาพทุกอย่างในหัวออกไปให้หมด เธอไม่อยากให้เรื่องนี้ตามหลอกหลอนจนเธอไม่เป็นอันเรียน กระทั่งถึงหน้าห้องเรียน พราวฟ้าก็ก้าวมาชิดเธอด้วยท่าทางปกติในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเพื่อนที่คบกันมานาน เธอรู้ว่าพราวฟ้าไม่ใช่คนโง่ แต่เพื่อนแค่ไม่พูดและถามในสิ่งที่เธอไม่อยากตอบ อีกทั้งคงแค่รอเวลาที่จะคุยกับเธอแค่สองคนเท่านั้น เวลาต่อมา ช่วงพักเที่ยงกลุ่มของริชาลงมาที่โรงอาหารของคณะ พบว่าวันนี้นักศึกษาแน่นจนไม่มีที่นั่งและไม่มีที่ว่างให้เบียดเข้าไปได้ เสียงช้อนส้อมและเสียงพูดคุยดังก้องจนรู้สึกเวียนหัว ริชายืนถือกระเป๋ารั้งท้ายกลุ่ม มองหาช่องว่างแล้วยอมแพ้ในไม่กี่วินาที ส่วนพราวฟ้าก็ขมวดคิ้ว มาริวหันซ้ายขวาแล้วถอนหายใจ มาริวเลยเสนอให้ไปทานร้านอาหารตามสั่งหลังมหาลัย เพราะเขาได้ยินมาว่าอร่อยและเป็นขวัญใจของนักศึกษาที่นี่ “ไปร้านหลังมอเถอะ เป็นร้านอาหารตามสั่ง” ซึ่งทั้งกล
“เธออยากเอาคืนไหมชา” ไนท์เอ่ยถามออกมา หลังจากยอมที่จะเข้าใจเธอทุกอย่าง และพอให้ความโกรธในใจของเขาทุเลาเบาบางลงไปได้บ้าง เขามองเสี้ยวหน้าสวยด้านข้าง พอจะมองออกว่ารุ่นพี่คนนั้นดูไม่พอใจเขาที่เป็นเพื่อนของริชา ภาพเมื่อวานที่ลานจอดรถวิศวะที่แสดงตัวเองเดินจับมือถือแขนกัน และที่เธอตัดสายเขาทั้งที่ยังพูดไม่จบ รวมถึงการที่วันนี้ผู้ชายคนนั้นมาส่งเธอที่หน้าตึกคณะ ทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกันโดยที่เธอไม่ต้องบอกเขา ริชาเงยหน้าขึ้น “เอาคืนยังไง” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย เธอเลือกที่จะไม่ปฏิเสธทันที เพราะอยากรู้แผนของเขาก่อน “ก็เขาไม่พอใจเธอกับฉันไม่ใช่เหรอ” ไนท์พูดเสียงเรียบ ไม่ได้แสดงออกมากเกินไปว่าอยากให้เธอเอาคืนและยอมรับวิธีการของเขา “นายรู้ได้ยังไง” เขาแสยะยิ้มออกมา ด้วยความดีใจที่เดาถูกทุกอย่าง รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูเป็นคนขี้เล่นแบบมาริว มันเป็นรอยยิ้มของคนที่ปะติดปะต่อเรื่องได้ครบแล้วยังรอให้เจ้าของเรื่องยอมรับ “ใครจะไม่รู้บ้าง" "....." "มันก็แค่หวงก้างเธอ” คำว่าหวงก้างทำให้ริชาสะดุ้งในอก แล้วส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่จริง” เธอเอ่ยเร็วด้วยความมั่นใจ “เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันด
เขาถามออกไปทั้งที่รู้อยู่เต็มอก... เขาเห็นตั้งแต่เธอลงจากรถของผู้ชายคนนั้น เป็นรถคันเดียวกับเมื่อวานที่คณะวิศวะ อีกทั้งยังเห็นเจ้าของรถเปิดกระจก เลยเดาได้ไม่ยากว่าเธอคงยังไม่กลับหอ ทว่าที่เขาถามจึงไม่ใช่ถามเพราะอยากรู้คำตอบ แต่มันเป็นช่องให้เธอพูด ถ้าเธอยังอยากจะพูดทุกอย่างกับเขา ทว่าคำถามของเขากลับได้รับเพียงความเงียบและสีหน้าลำบากใจ ร่างเล็กเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยมีน้ำสีใสคลออยู่ ไม่ใช่เพราะเธออยากร้องไห้ต่อหน้าเขา แต่เพราะเธอกลั้นน้ำตามาตลอดทางตั้งแต่คอนโดของริกเตอร์จนถึงหน้าคณะ เธออยากโกหกว่าไม่มีอะไร อยากยิ้มให้เพื่อให้เรื่องที่เกิดขึ้นเบาลง แต่ทว่าปากเธอกลับอ้าไม่ออก ได้แต่หลุบสายตาต่ำมองพื้น ไนท์มองเธออีกคู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไม่ถามซ้ำอีกครั้ง จึงเดินนำเธอพ้นกลุ่มสายตา เลี้ยวไปหลังตึกคณะ ที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ จนเสียงซุบซิบก่อนหน้าค่อย ๆ หายไป “นั่งก่อน” เขาไม่ได้จับมือเธอ แค่นั่งลงฝั่งหนึ่งของม้าหิน เว้นที่ให้อีกฝั่ง ริชาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงแล้วเอากระเป๋าวางบนตัก ไนท์ไม่ได้เริ่มเอ่ยถามขึ้น ทั้งที่เขาอยากรู้ทุกอย่าง แต่เขากลับนั่งมองเธอนิ่ง เพราะต้องการรอเว
ริชาเอ่ยขึ้นช้า ๆ ชัด ๆ ให้เขาได้ยินทุกคำที่ออกมาจากปากของเธอ ทำเอาคนตัวสูงที่ไม่เคยเห็นอาการแบบนี้ถึงกับตกใจเล็กน้อย นิ้วที่บีบคางชะงัก รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า ก่อนจะหรี่ตาจับผิดอาการของเธอที่แสดงออกมา “นี่เธอเป็นอะไร... ริชา” ร่างเล็กนั่งนิ่งไม่ตอบ เธอไม่แม้แต่จะหันหน้าไปมองเขา เมื่อเขาคลายมือออก เธอก็ดึงผ้าห่มขึ้นปิดถึงลำคอ เธอรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงเขาที่สุด เมื่อคืนไม่รู้ว่าเขาไประเริงรักกับเพื่อนสนิทของเขามานานแค่ไหน เพราะเธอเผลอหลับไปก่อน ภาพช่องประตูห้องน้ำที่แง้มยังติดตา จูบที่สุดแสนจะเร่าร่อนที่คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ และที่เขาอุ้มเธอมาทิ้งไว้ในห้องนอน ทุกอย่างมันตอกย้ำความรู้สึกของเธอ ทว่าตอนเช้าเขายังมาทำแบบนี้กับเธอ เหมือนคนอดยากปากแห้ง ปรนเปรอร่องรักของเธอทั้งที่เธอยังหลับ สอดใส่ของเขาเข้ามาทั้งที่เธอพยายามจะผลักเขาออก ที่สำคัญคือเขาไม่เคยคิดจะป้องกันเลยสักครั้ง มันไม่ใช่แค่คำหยาบ มันคือทุกอย่างของเขาที่ทำให้เธอคลื่นไส้จนอยากอาเจียน ยิ่งรู้ว่าเขาคงเอาแก่นกายของเขาไปแหย่ของผู้หญิงคนอื่นมา แล้วจะมาให้เธออมต่อ มันยิ่งรู้สึกขนลุก เขาทำราวกับว่าเธอไม่มีความรู้สึกอย่า
“อื้อ~” เสียงครางหวานหลุดจากลำคอของริชาพร้อมความจุกที่พุ่งจากท้องน้อยถึงหน้าอก แท่งเนื้อร้อนฉ่าถ่างร่องเธอเต็มขนาดโดยไม่มีเครื่องป้องกัน เธอเบิกตาโพลง เผยอริมฝีปากอ้าออก เล็บจิกลงบนแผงอกแกร่งของเขาด้วยความเสียดเสียว “ซี้ดดด แน่นฉิบหาย” คนตัวสูงขบกรามเข้าหากันแน่น เมื่อถูกร่องสาวตอดรัดเอ็นร้อนจนแทบขาด ก่อนเอวสอบจะหมุนควงสะโพกช้า ๆ ให้ร่องรักของเธอปรับขนาดให้เข้ากับเขา และยังทำให้เธอรู้สึกถึงทุกตารางนิ้วของความใหญ่ยาว ก่อนจะเริ่มกระแทกเข้าใส่ร่องสีหวานอย่างหนักหน่วง จนเตียงโยกขยับ ศรีษะเธอเด้งขึ้นลงบนหมอน เสียงเนื้อกระทบดังตั้งแต่เริ่ม ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! “เอาเช้า ๆ แบบนี้โคตรดี” เขาพูดเสียงแหบพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารินรดตรงซอกคอหอม สะโพกสอบซอยลึกสุดโคนทุกครั้ง ไม่เร่งความเร็วตั้งแต่แรก แต่เน้นจังหวะที่หนักหน่วงจนริชาครางออกมาไม่หยุด มือที่ถูกกดไว้เหนือศรีษะถูกคลายออก เมื่อเขาคว้าหมับเข้าที่อกอวบอิ่ม โดยการดึงเสื้อเธอขึ้น ก้มลงดูดจุกสีหวานเข้าปาก ดูดแรงจนเธอแอ่นอกส่งให้เขาที่ดูดเม้มสลับกับตวัดลิ้นเลียถี่รัว "อ๊ะ อ๊าสส" เสียงหวานครางออกมาอย่างไม่อาจกลั้
แสงแดดอ่อนยามเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนคอนโดหรู ในตอนที่ริชากำลังหลับสบาย ผ้าห่มยังคลุมถึงหน้าอก ลมหายใจเธอยังเข้าออกสม่ำเสมอ ทว่าความเสียวแปลบที่กลางกายก็ฉุดเธอออกจากความฝัน มันไม่ใช่ความเสียวที่เกิดจากการขยับตัวผิดท่า ทว่ามันรู้สึกร้อนรุ่มและเปียกชัดเจนจนเธอสะดุ้งในผ้าห่ม ดวงตาคู่สวยเปิดเปลือกตาขึ้นมา ก้มไปมองที่หว่างขาของตัวเอง แล้วดวงตากลมโตก็เบิกโพลงทันที อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง เรียวขาสวยหุบเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ทว่าก็ถูกมือหนาของริกเตอร์จับเอาไว้ ฝ่ามือร้อนผ่าวดันต้นขาออกให้อ้าเหมือนเดิมสำเร็จ ขณะที่ศรีษะยังอยู่ระหว่างขาเธอ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาคมช้อนมองจากด้านล่าง ริมฝีปากยังไม่ห่างจากจุดอ่อนไหว สิ่งที่เขาทำคือกำลังใช้ลิ้นปาดเลียร่องรักของเธอจนได้ยินเสียงชื้นแฉะดังชัดในห้องที่ยังเงียบสงบ ลิ้นร้อนลากผ่านช้า ๆ ตลอดร่อง แล้วกลับไปวนที่จุดเดิมซ้ำ ร่างกายเธอเสียววูบวาบจนต้องอ้าปากกลั้นเสียงครางเอาไว้ มือเล็กกำผ้าปูแน่น ศรีษะกดลงบนหมอน ก่อนจะเผลอยกสะโพกขึ้นรับในจังหวะเดียวกัน “ฉันเลียจนจะแตกอยู่แล้ว” ร่างสูงมองเธอด้วยความเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากเปรอะเปื้อน น้ำเสียงแ







