Masuk“เธออยากเอาคืนไหมชา” ไนท์เอ่ยถามออกมา หลังจากยอมที่จะเข้าใจเธอทุกอย่าง และพอให้ความโกรธในใจของเขาทุเลาเบาบางลงไปได้บ้าง เขามองเสี้ยวหน้าสวยด้านข้าง พอจะมองออกว่ารุ่นพี่คนนั้นดูไม่พอใจเขาที่เป็นเพื่อนของริชา ภาพเมื่อวานที่ลานจอดรถวิศวะที่แสดงตัวเองเดินจับมือถือแขนกัน และที่เธอตัดสายเขาทั้งที่ยังพูดไม่จบ รวมถึงการที่วันนี้ผู้ชายคนนั้นมาส่งเธอที่หน้าตึกคณะ ทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกันโดยที่เธอไม่ต้องบอกเขา ริชาเงยหน้าขึ้น “เอาคืนยังไง” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย เธอเลือกที่จะไม่ปฏิเสธทันที เพราะอยากรู้แผนของเขาก่อน “ก็เขาไม่พอใจเธอกับฉันไม่ใช่เหรอ” ไนท์พูดเสียงเรียบ ไม่ได้แสดงออกมากเกินไปว่าอยากให้เธอเอาคืนและยอมรับวิธีการของเขา “นายรู้ได้ยังไง” เขาแสยะยิ้มออกมา ด้วยความดีใจที่เดาถูกทุกอย่าง รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูเป็นคนขี้เล่นแบบมาริว มันเป็นรอยยิ้มของคนที่ปะติดปะต่อเรื่องได้ครบแล้วยังรอให้เจ้าของเรื่องยอมรับ “ใครจะไม่รู้บ้าง" "....." "มันก็แค่หวงก้างเธอ” คำว่าหวงก้างทำให้ริชาสะดุ้งในอก แล้วส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่จริง” เธอเอ่ยเร็วด้วยความมั่นใจ “เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันด
เขาถามออกไปทั้งที่รู้อยู่เต็มอก... เขาเห็นตั้งแต่เธอลงจากรถของผู้ชายคนนั้น เป็นรถคันเดียวกับเมื่อวานที่คณะวิศวะ อีกทั้งยังเห็นเจ้าของรถเปิดกระจก เลยเดาได้ไม่ยากว่าเธอคงยังไม่กลับหอ ทว่าที่เขาถามจึงไม่ใช่ถามเพราะอยากรู้คำตอบ แต่มันเป็นช่องให้เธอพูด ถ้าเธอยังอยากจะพูดทุกอย่างกับเขา ทว่าคำถามของเขากลับได้รับเพียงความเงียบและสีหน้าลำบากใจ ร่างเล็กเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยมีน้ำสีใสคลออยู่ ไม่ใช่เพราะเธออยากร้องไห้ต่อหน้าเขา แต่เพราะเธอกลั้นน้ำตามาตลอดทางตั้งแต่คอนโดของริกเตอร์จนถึงหน้าคณะ เธออยากโกหกว่าไม่มีอะไร อยากยิ้มให้เพื่อให้เรื่องที่เกิดขึ้นเบาลง แต่ทว่าปากเธอกลับอ้าไม่ออก ได้แต่หลุบสายตาต่ำมองพื้น ไนท์มองเธออีกคู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไม่ถามซ้ำอีกครั้ง จึงเดินนำเธอพ้นกลุ่มสายตา เลี้ยวไปหลังตึกคณะ ที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ จนเสียงซุบซิบก่อนหน้าค่อย ๆ หายไป “นั่งก่อน” เขาไม่ได้จับมือเธอ แค่นั่งลงฝั่งหนึ่งของม้าหิน เว้นที่ให้อีกฝั่ง ริชาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงแล้วเอากระเป๋าวางบนตัก ไนท์ไม่ได้เริ่มเอ่ยถามขึ้น ทั้งที่เขาอยากรู้ทุกอย่าง แต่เขากลับนั่งมองเธอนิ่ง เพราะต้องการรอเว
ริชาเอ่ยขึ้นช้า ๆ ชัด ๆ ให้เขาได้ยินทุกคำที่ออกมาจากปากของเธอ ทำเอาคนตัวสูงที่ไม่เคยเห็นอาการแบบนี้ถึงกับตกใจเล็กน้อย นิ้วที่บีบคางชะงัก รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า ก่อนจะหรี่ตาจับผิดอาการของเธอที่แสดงออกมา “นี่เธอเป็นอะไร... ริชา” ร่างเล็กนั่งนิ่งไม่ตอบ เธอไม่แม้แต่จะหันหน้าไปมองเขา เมื่อเขาคลายมือออก เธอก็ดึงผ้าห่มขึ้นปิดถึงลำคอ เธอรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงเขาที่สุด เมื่อคืนไม่รู้ว่าเขาไประเริงรักกับเพื่อนสนิทของเขามานานแค่ไหน เพราะเธอเผลอหลับไปก่อน ภาพช่องประตูห้องน้ำที่แง้มยังติดตา จูบที่สุดแสนจะเร่าร่อนที่คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ และที่เขาอุ้มเธอมาทิ้งไว้ในห้องนอน ทุกอย่างมันตอกย้ำความรู้สึกของเธอ ทว่าตอนเช้าเขายังมาทำแบบนี้กับเธอ เหมือนคนอดยากปากแห้ง ปรนเปรอร่องรักของเธอทั้งที่เธอยังหลับ สอดใส่ของเขาเข้ามาทั้งที่เธอพยายามจะผลักเขาออก ที่สำคัญคือเขาไม่เคยคิดจะป้องกันเลยสักครั้ง มันไม่ใช่แค่คำหยาบ มันคือทุกอย่างของเขาที่ทำให้เธอคลื่นไส้จนอยากอาเจียน ยิ่งรู้ว่าเขาคงเอาแก่นกายของเขาไปแหย่ของผู้หญิงคนอื่นมา แล้วจะมาให้เธออมต่อ มันยิ่งรู้สึกขนลุก เขาทำราวกับว่าเธอไม่มีความรู้สึกอย่า
“อื้อ~” เสียงครางหวานหลุดจากลำคอของริชาพร้อมความจุกที่พุ่งจากท้องน้อยถึงหน้าอก แท่งเนื้อร้อนฉ่าถ่างร่องเธอเต็มขนาดโดยไม่มีเครื่องป้องกัน เธอเบิกตาโพลง เผยอริมฝีปากอ้าออก เล็บจิกลงบนแผงอกแกร่งของเขาด้วยความเสียดเสียว “ซี้ดดด แน่นฉิบหาย” คนตัวสูงขบกรามเข้าหากันแน่น เมื่อถูกร่องสาวตอดรัดเอ็นร้อนจนแทบขาด ก่อนเอวสอบจะหมุนควงสะโพกช้า ๆ ให้ร่องรักของเธอปรับขนาดให้เข้ากับเขา และยังทำให้เธอรู้สึกถึงทุกตารางนิ้วของความใหญ่ยาว ก่อนจะเริ่มกระแทกเข้าใส่ร่องสีหวานอย่างหนักหน่วง จนเตียงโยกขยับ ศรีษะเธอเด้งขึ้นลงบนหมอน เสียงเนื้อกระทบดังตั้งแต่เริ่ม ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! “เอาเช้า ๆ แบบนี้โคตรดี” เขาพูดเสียงแหบพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารินรดตรงซอกคอหอม สะโพกสอบซอยลึกสุดโคนทุกครั้ง ไม่เร่งความเร็วตั้งแต่แรก แต่เน้นจังหวะที่หนักหน่วงจนริชาครางออกมาไม่หยุด มือที่ถูกกดไว้เหนือศรีษะถูกคลายออก เมื่อเขาคว้าหมับเข้าที่อกอวบอิ่ม โดยการดึงเสื้อเธอขึ้น ก้มลงดูดจุกสีหวานเข้าปาก ดูดแรงจนเธอแอ่นอกส่งให้เขาที่ดูดเม้มสลับกับตวัดลิ้นเลียถี่รัว "อ๊ะ อ๊าสส" เสียงหวานครางออกมาอย่างไม่อาจกลั้
แสงแดดอ่อนยามเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนคอนโดหรู ในตอนที่ริชากำลังหลับสบาย ผ้าห่มยังคลุมถึงหน้าอก ลมหายใจเธอยังเข้าออกสม่ำเสมอ ทว่าความเสียวแปลบที่กลางกายก็ฉุดเธอออกจากความฝัน มันไม่ใช่ความเสียวที่เกิดจากการขยับตัวผิดท่า ทว่ามันรู้สึกร้อนรุ่มและเปียกชัดเจนจนเธอสะดุ้งในผ้าห่ม ดวงตาคู่สวยเปิดเปลือกตาขึ้นมา ก้มไปมองที่หว่างขาของตัวเอง แล้วดวงตากลมโตก็เบิกโพลงทันที อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง เรียวขาสวยหุบเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ทว่าก็ถูกมือหนาของริกเตอร์จับเอาไว้ ฝ่ามือร้อนผ่าวดันต้นขาออกให้อ้าเหมือนเดิมสำเร็จ ขณะที่ศรีษะยังอยู่ระหว่างขาเธอ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาคมช้อนมองจากด้านล่าง ริมฝีปากยังไม่ห่างจากจุดอ่อนไหว สิ่งที่เขาทำคือกำลังใช้ลิ้นปาดเลียร่องรักของเธอจนได้ยินเสียงชื้นแฉะดังชัดในห้องที่ยังเงียบสงบ ลิ้นร้อนลากผ่านช้า ๆ ตลอดร่อง แล้วกลับไปวนที่จุดเดิมซ้ำ ร่างกายเธอเสียววูบวาบจนต้องอ้าปากกลั้นเสียงครางเอาไว้ มือเล็กกำผ้าปูแน่น ศรีษะกดลงบนหมอน ก่อนจะเผลอยกสะโพกขึ้นรับในจังหวะเดียวกัน “ฉันเลียจนจะแตกอยู่แล้ว” ร่างสูงมองเธอด้วยความเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากเปรอะเปื้อน น้ำเสียงแ
ความโกรธกับความเกลียดทวีคูณจนมือเย็นเฉียบปลายนิ้วชา หน้าอกบีบเข้าหากันแน่น เธอยืนตัวสั่น แต่ไม่คิดจะเดินเข้าไป ไม่อยากส่งเสียงให้ทั้งสองคนรู้ตัว และไม่คิดจะผลักประตูเพื่อมองภาพอุดจาดตาให้ชัดขึ้น การวิ่งหนีออกจากห้องนี้เหมือนสองเดือนที่แล้ว สำหรับเธอตอนนี้ไม่ใช่ทางออกที่ดี เธอไม่ได้ต้องการเป็นคนแพ้และยอมถอยออกไปง่าย ๆ การที่เขาเอาเธอกลับมา เปอร์เซ็นต์ที่เธอจะเป็นคนชนะมันย่อมมีมากกว่า การเอาคืนผู้ชายแบบเขาจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถ้าเธอออกไปตอนนี้ เธอจะเป็นได้แค่ภาพผู้หญิงขี้แพ้และโดนถีบออกจากคอนโดของเขาเกือบเที่ยงคืน ปล่อยให้เขาได้เสวยสุขกับเพื่อนรักที่ไม่รู้ว่าแอบทำแบบนี้กันมานานแค่ไหนแล้ว เธอจึงค่อย ๆ หันหลังเดินกลับไปล้มตัวลงนอนหนุนศรีษะที่เดิมบนโซฟา ดึงกระเป๋าผ้ามากุมไว้ใกล้หน้าท้อง หลับตาลงและปรับระดับลมหายใจให้สม่ำเสมอเหมือนคนกำลังนอนหลับไม่รู้เรื่อง ทั้งที่ภาพยังฉายชัดในหัว ไม่นานเสียงคนคุยในห้องน้ำดังอู้อี้มาถึงห้องนั่งเล่น ทว่าไม่สามารถจับใจความได้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน มีบางช่วงที่ดังและบางช่วงที่เบา มีเสียงคนขยับตัวที่ไม่สามารถคิดเป็นแบบอื่นได้ ก่อนจะเงียบลงไปอีกครั้ง







