Masukใบหน้าสวยของริชาเงยขึ้นตามเสียงเรียก ดวงตากลมโตเบิกโพลงทันทีที่เห็นใบหน้าแสนคุ้นเคย
ถึงจะไม่ใช่คนที่เธอคิด แต่ก็ใกล้เคียง เพราะเขาคือธีร์… เพื่อนสนิทของริกเตอร์ รุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วสองปี เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่ ยิ่งไปกว่านั้น ข้างหลังเขายังมีเงาร่างสูงใหญ่แสนคุ้นเคยอีกคนยืนพิงกำแพง นิ้วเรียวคีบบุหรี่ ก้มหน้าพ่นควันขาวคลุ้งอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาคือ... ริกเตอร์ หัวใจของริชาเต้นผิดจังหวะ แม้เขาจะแค่เหลือบตามามองเธอเพียงเสี้ยววินาที แล้วหันกลับไปสนใจกับบุหรี่ในมือต่อ แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้มือเล็กเธอเย็นเฉียบ ในฐานะที่เคยเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกัน จะให้ทำเป็นไม่รู้จักกันก็ไม่ได้ เธอจึงก้มศรีษะทักทายอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ… พี่ธีร์ พี่ริกเตอร์” ธีร์ยิ้มกว้างทันที ดวงตาเป็นประกายราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่ “สวยขึ้นเยอะเลยนะ” “อะ... เอ่อ…” ริชาอ้ำอึ้ง ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว “มากับใครเหรอ?” “ชามากับเพื่อนค่ะ” “อ๋อ กลุ่มใหญ่ ๆ นั่นใช่ไหม” ธีร์ชี้ไปทางโต๊ะด้านในร้าน “แล้วมาฉลองอะไรกันครับ” “ฉลองสอบ…” “ไปเถอะวะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตัดบทขึ้นมาอย่างเย็นชา ก่อนที่ริชาจะพูดจบประโยค ริกเตอร์ดึงบุหรี่ออกจากปาก แล้วทิ้งลงบนพื้น ใช้เท้าเหยียบอย่างแรงจนดับ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปอีกทางโดยไม่แม้แต่จะมองเธออีกครั้ง ราวกับว่าการยืนอยู่ตรงนี้กับเธอเป็นเรื่องที่รบกวนเวลาของเขา ทว่าธีร์รีบยื่นมือไปจับแขนเพื่อนไว้ทัน “จะรีบไปไหนวะ ไม่ทักทายน้องเขาหน่อยเหรอ” สายตาคมกริบหันกลับมาจับจ้องเข้าที่ใบหน้าสวยของริชา ไม่มีรอยยิ้ม หรือกระแสของความอบอุ่น มีเพียงความเย็นชาที่แผ่ซ่าน และสีหน้ารำคาญที่ชัดเจนจนเธอรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว “ทำไมต้องทัก” เขาเอ่ยออกมาด้วยความรำคาญ “กูไม่ได้รู้จักผู้หญิงคนนี้” “เห้ยย!!!” ธีร์หัวเราะคิกคัก เพื่อกลบเกลื่อนว่าเพื่อนกำลังพูดเล่น “จำไม่ได้เหรอวะ น้องเขาเคยเรียนมัธยมเดียวกับเราไง แล้วเขาชอบมึงไง ปลื้มมึงมากด้วยนะ" "....." "ดูสิ... ตอนนี้น้องเขาสวยมากเลย” คำพูดนั้นทำให้ริชาก้มหน้าลงทันที เธออายที่ธีร์พูดแบบนั้น แต่ก็ไม่มีคำพูดโต้แย้ง เธอคิดว่าตัวเองลืมความรู้สึกแบบเด็กสาวคนนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ ความรู้สึกที่คอยมองตามเงาของผู้ชายที่เป็นรักแรก ลืมหัวใจที่เต้นแรงทุกครั้งที่เห็นเขาเดินผ่านไป แต่ทว่าพอถูกขุดอดีตขึ้นมา เธอถึงได้รู้ว่ามันยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำ มันยังฝังลึกอยู่ตรงหน้าอกข้างซ้ายของเธอ “ตอนนี้ยังชอบอยู่ไหม” เสียงถามของธีร์ดังขึ้น "หืม?" ริชาเงยหน้าขึ้นอย่างงง ๆ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบอะไร ร่างสูงตรงหน้าก็ขยับเข้ามาใกล้เธอในทันที ใกล้จนเธอได้กลิ่นเหล้าและบุหรี่ รวมถึงกลิ่นน้ำหอมบนเสื้อของเขา ที่สำคัญคือใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวกระทบใบหน้า “เพื่อนฉันถามว่า…” ริกเตอร์พูดย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงเย็นชา แต่ดวงตาจ้องเธอตาไม่กะพริบ “เธอยังชอบฉันอยู่ไหม” ธีร์ที่ยืนอยู่ข้างกันส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทันที เขารู้ดีว่าเพื่อนกำลังจะทำอะไร ทว่าริชากลับเม้มปากแน่น มือทั้งสองข้างกำเข้าหากัน ด้วยความรู้สึกประหม่าที่เริ่มถาโถมเข้ามา “ฉะ… ฉัน” “ตอบมาสิ” ยิ่งเขามองกดดัน เธอยิ่งรู้สึกหายใจไม่ออก ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างมองขึ้นไปที่ใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้า “ตอบสิครับ” ธีร์เอ่ยกดดันต่อ “ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ที่จะทำให้เพื่อนพี่คนนี้คุยกับผู้หญิงคนไหน” “ชะ… ชอบค่ะ” คำตอบหลุดออกไปทันที และในวินาทีนั้น ริชาเห็นมุมปากของริกเตอร์ขยับขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ เป็นครั้งแรก “หึ” เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ “อายุสิบแปดหรือยัง?” “อีกสองวัน… สิบเก้าแล้วค่ะ” “งั้น…” ริกเตอร์เอียงคอเล็กน้อย มองเธอเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง “อยากได้ของขวัญวันเกิดหรือเปล่า” มือของริชากำเข้าหากันแน่นขึ้นอีก ใบหน้าร้อนผ่าวจนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่ลามขึ้นจนถึงใบหู “พี่จะให้ชาเหรอคะ…” “อืม จะเอาไหม” เธอหันไปมองธีร์โดยไม่รู้ตัว เพื่อนสนิทของเขาแค่ยิ้มกว้างแล้วพยักหน้าให้ราวกับบอกเธอว่าให้ตอบออกไป ร่างเล็กลังเล เธอไม่รู้ว่าของขวัญที่เขาหมายถึงมันคืออะไร แต่สัญชาตญาณบอกว่ามันไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน “ถ้าไม่อยากได้…” ริกเตอร์พูดขึ้นเมื่อเห็นเธอยังเงียบ “ก็ไม่เป็นไร” เขาพูดจบแล้วทำท่าหันหลัง จะเดินจากไปจริง ๆ เพราะเขาเป็นผู้ชายประเภทขี้เกียจรอ ถ้าเหยื่อไม่ติดกับ ก็ไปหาเหยื่อใหม่ที่ง่ายกว่า “อะ… เอ่อ” เสียงหวานของริชารีบเอ่ยขึ้นทันที ก่อนเขาจะเดินจากไป “อยากได้ค่ะ… ชาอยากได้ของขวัญจากพี่”ทั้งสี่คนเก็บของเตรียมตัวไปเข้าเรียนคาบเช้า โดยเดินจากม้าหินอ่อนกลับไปทางหน้าตึก มาริวเดินคุยเรื่อยเปื่อยกับพราวฟ้าไปตลอดทาง ส่วนไนท์เดินข้างริชาในระยะที่ไม่แนบชิดจนคนอื่นสงสัย แต่ก็ไม่ห่างเหมือนทุกครั้ง ริชาจับสายกระเป๋า พยายามสลัดภาพทุกอย่างในหัวออกไปให้หมด เธอไม่อยากให้เรื่องนี้ตามหลอกหลอนจนเธอไม่เป็นอันเรียน กระทั่งถึงหน้าห้องเรียน พราวฟ้าก็ก้าวมาชิดเธอด้วยท่าทางปกติในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเพื่อนที่คบกันมานาน เธอรู้ว่าพราวฟ้าไม่ใช่คนโง่ แต่เพื่อนแค่ไม่พูดและถามในสิ่งที่เธอไม่อยากตอบ อีกทั้งคงแค่รอเวลาที่จะคุยกับเธอแค่สองคนเท่านั้น เวลาต่อมา ช่วงพักเที่ยงกลุ่มของริชาลงมาที่โรงอาหารของคณะ พบว่าวันนี้นักศึกษาแน่นจนไม่มีที่นั่งและไม่มีที่ว่างให้เบียดเข้าไปได้ เสียงช้อนส้อมและเสียงพูดคุยดังก้องจนรู้สึกเวียนหัว ริชายืนถือกระเป๋ารั้งท้ายกลุ่ม มองหาช่องว่างแล้วยอมแพ้ในไม่กี่วินาที ส่วนพราวฟ้าก็ขมวดคิ้ว มาริวหันซ้ายขวาแล้วถอนหายใจ มาริวเลยเสนอให้ไปทานร้านอาหารตามสั่งหลังมหาลัย เพราะเขาได้ยินมาว่าอร่อยและเป็นขวัญใจของนักศึกษาที่นี่ “ไปร้านหลังมอเถอะ เป็นร้านอาหารตามสั่ง” ซึ่งทั้งกล
“เธออยากเอาคืนไหมชา” ไนท์เอ่ยถามออกมา หลังจากยอมที่จะเข้าใจเธอทุกอย่าง และพอให้ความโกรธในใจของเขาทุเลาเบาบางลงไปได้บ้าง เขามองเสี้ยวหน้าสวยด้านข้าง พอจะมองออกว่ารุ่นพี่คนนั้นดูไม่พอใจเขาที่เป็นเพื่อนของริชา ภาพเมื่อวานที่ลานจอดรถวิศวะที่แสดงตัวเองเดินจับมือถือแขนกัน และที่เธอตัดสายเขาทั้งที่ยังพูดไม่จบ รวมถึงการที่วันนี้ผู้ชายคนนั้นมาส่งเธอที่หน้าตึกคณะ ทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกันโดยที่เธอไม่ต้องบอกเขา ริชาเงยหน้าขึ้น “เอาคืนยังไง” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย เธอเลือกที่จะไม่ปฏิเสธทันที เพราะอยากรู้แผนของเขาก่อน “ก็เขาไม่พอใจเธอกับฉันไม่ใช่เหรอ” ไนท์พูดเสียงเรียบ ไม่ได้แสดงออกมากเกินไปว่าอยากให้เธอเอาคืนและยอมรับวิธีการของเขา “นายรู้ได้ยังไง” เขาแสยะยิ้มออกมา ด้วยความดีใจที่เดาถูกทุกอย่าง รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูเป็นคนขี้เล่นแบบมาริว มันเป็นรอยยิ้มของคนที่ปะติดปะต่อเรื่องได้ครบแล้วยังรอให้เจ้าของเรื่องยอมรับ “ใครจะไม่รู้บ้าง" "....." "มันก็แค่หวงก้างเธอ” คำว่าหวงก้างทำให้ริชาสะดุ้งในอก แล้วส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่จริง” เธอเอ่ยเร็วด้วยความมั่นใจ “เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันด
เขาถามออกไปทั้งที่รู้อยู่เต็มอก... เขาเห็นตั้งแต่เธอลงจากรถของผู้ชายคนนั้น เป็นรถคันเดียวกับเมื่อวานที่คณะวิศวะ อีกทั้งยังเห็นเจ้าของรถเปิดกระจก เลยเดาได้ไม่ยากว่าเธอคงยังไม่กลับหอ ทว่าที่เขาถามจึงไม่ใช่ถามเพราะอยากรู้คำตอบ แต่มันเป็นช่องให้เธอพูด ถ้าเธอยังอยากจะพูดทุกอย่างกับเขา ทว่าคำถามของเขากลับได้รับเพียงความเงียบและสีหน้าลำบากใจ ร่างเล็กเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยมีน้ำสีใสคลออยู่ ไม่ใช่เพราะเธออยากร้องไห้ต่อหน้าเขา แต่เพราะเธอกลั้นน้ำตามาตลอดทางตั้งแต่คอนโดของริกเตอร์จนถึงหน้าคณะ เธออยากโกหกว่าไม่มีอะไร อยากยิ้มให้เพื่อให้เรื่องที่เกิดขึ้นเบาลง แต่ทว่าปากเธอกลับอ้าไม่ออก ได้แต่หลุบสายตาต่ำมองพื้น ไนท์มองเธออีกคู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไม่ถามซ้ำอีกครั้ง จึงเดินนำเธอพ้นกลุ่มสายตา เลี้ยวไปหลังตึกคณะ ที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ จนเสียงซุบซิบก่อนหน้าค่อย ๆ หายไป “นั่งก่อน” เขาไม่ได้จับมือเธอ แค่นั่งลงฝั่งหนึ่งของม้าหิน เว้นที่ให้อีกฝั่ง ริชาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงแล้วเอากระเป๋าวางบนตัก ไนท์ไม่ได้เริ่มเอ่ยถามขึ้น ทั้งที่เขาอยากรู้ทุกอย่าง แต่เขากลับนั่งมองเธอนิ่ง เพราะต้องการรอเว
ริชาเอ่ยขึ้นช้า ๆ ชัด ๆ ให้เขาได้ยินทุกคำที่ออกมาจากปากของเธอ ทำเอาคนตัวสูงที่ไม่เคยเห็นอาการแบบนี้ถึงกับตกใจเล็กน้อย นิ้วที่บีบคางชะงัก รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า ก่อนจะหรี่ตาจับผิดอาการของเธอที่แสดงออกมา “นี่เธอเป็นอะไร... ริชา” ร่างเล็กนั่งนิ่งไม่ตอบ เธอไม่แม้แต่จะหันหน้าไปมองเขา เมื่อเขาคลายมือออก เธอก็ดึงผ้าห่มขึ้นปิดถึงลำคอ เธอรู้สึกรังเกียจและขยะแขยงเขาที่สุด เมื่อคืนไม่รู้ว่าเขาไประเริงรักกับเพื่อนสนิทของเขามานานแค่ไหน เพราะเธอเผลอหลับไปก่อน ภาพช่องประตูห้องน้ำที่แง้มยังติดตา จูบที่สุดแสนจะเร่าร่อนที่คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ และที่เขาอุ้มเธอมาทิ้งไว้ในห้องนอน ทุกอย่างมันตอกย้ำความรู้สึกของเธอ ทว่าตอนเช้าเขายังมาทำแบบนี้กับเธอ เหมือนคนอดยากปากแห้ง ปรนเปรอร่องรักของเธอทั้งที่เธอยังหลับ สอดใส่ของเขาเข้ามาทั้งที่เธอพยายามจะผลักเขาออก ที่สำคัญคือเขาไม่เคยคิดจะป้องกันเลยสักครั้ง มันไม่ใช่แค่คำหยาบ มันคือทุกอย่างของเขาที่ทำให้เธอคลื่นไส้จนอยากอาเจียน ยิ่งรู้ว่าเขาคงเอาแก่นกายของเขาไปแหย่ของผู้หญิงคนอื่นมา แล้วจะมาให้เธออมต่อ มันยิ่งรู้สึกขนลุก เขาทำราวกับว่าเธอไม่มีความรู้สึกอย่า
“อื้อ~” เสียงครางหวานหลุดจากลำคอของริชาพร้อมความจุกที่พุ่งจากท้องน้อยถึงหน้าอก แท่งเนื้อร้อนฉ่าถ่างร่องเธอเต็มขนาดโดยไม่มีเครื่องป้องกัน เธอเบิกตาโพลง เผยอริมฝีปากอ้าออก เล็บจิกลงบนแผงอกแกร่งของเขาด้วยความเสียดเสียว “ซี้ดดด แน่นฉิบหาย” คนตัวสูงขบกรามเข้าหากันแน่น เมื่อถูกร่องสาวตอดรัดเอ็นร้อนจนแทบขาด ก่อนเอวสอบจะหมุนควงสะโพกช้า ๆ ให้ร่องรักของเธอปรับขนาดให้เข้ากับเขา และยังทำให้เธอรู้สึกถึงทุกตารางนิ้วของความใหญ่ยาว ก่อนจะเริ่มกระแทกเข้าใส่ร่องสีหวานอย่างหนักหน่วง จนเตียงโยกขยับ ศรีษะเธอเด้งขึ้นลงบนหมอน เสียงเนื้อกระทบดังตั้งแต่เริ่ม ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! “เอาเช้า ๆ แบบนี้โคตรดี” เขาพูดเสียงแหบพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารินรดตรงซอกคอหอม สะโพกสอบซอยลึกสุดโคนทุกครั้ง ไม่เร่งความเร็วตั้งแต่แรก แต่เน้นจังหวะที่หนักหน่วงจนริชาครางออกมาไม่หยุด มือที่ถูกกดไว้เหนือศรีษะถูกคลายออก เมื่อเขาคว้าหมับเข้าที่อกอวบอิ่ม โดยการดึงเสื้อเธอขึ้น ก้มลงดูดจุกสีหวานเข้าปาก ดูดแรงจนเธอแอ่นอกส่งให้เขาที่ดูดเม้มสลับกับตวัดลิ้นเลียถี่รัว "อ๊ะ อ๊าสส" เสียงหวานครางออกมาอย่างไม่อาจกลั้
แสงแดดอ่อนยามเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนคอนโดหรู ในตอนที่ริชากำลังหลับสบาย ผ้าห่มยังคลุมถึงหน้าอก ลมหายใจเธอยังเข้าออกสม่ำเสมอ ทว่าความเสียวแปลบที่กลางกายก็ฉุดเธอออกจากความฝัน มันไม่ใช่ความเสียวที่เกิดจากการขยับตัวผิดท่า ทว่ามันรู้สึกร้อนรุ่มและเปียกชัดเจนจนเธอสะดุ้งในผ้าห่ม ดวงตาคู่สวยเปิดเปลือกตาขึ้นมา ก้มไปมองที่หว่างขาของตัวเอง แล้วดวงตากลมโตก็เบิกโพลงทันที อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง เรียวขาสวยหุบเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ทว่าก็ถูกมือหนาของริกเตอร์จับเอาไว้ ฝ่ามือร้อนผ่าวดันต้นขาออกให้อ้าเหมือนเดิมสำเร็จ ขณะที่ศรีษะยังอยู่ระหว่างขาเธอ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาคมช้อนมองจากด้านล่าง ริมฝีปากยังไม่ห่างจากจุดอ่อนไหว สิ่งที่เขาทำคือกำลังใช้ลิ้นปาดเลียร่องรักของเธอจนได้ยินเสียงชื้นแฉะดังชัดในห้องที่ยังเงียบสงบ ลิ้นร้อนลากผ่านช้า ๆ ตลอดร่อง แล้วกลับไปวนที่จุดเดิมซ้ำ ร่างกายเธอเสียววูบวาบจนต้องอ้าปากกลั้นเสียงครางเอาไว้ มือเล็กกำผ้าปูแน่น ศรีษะกดลงบนหมอน ก่อนจะเผลอยกสะโพกขึ้นรับในจังหวะเดียวกัน “ฉันเลียจนจะแตกอยู่แล้ว” ร่างสูงมองเธอด้วยความเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากเปรอะเปื้อน น้ำเสียงแ







