เข้าสู่ระบบตอนที่ 4 เจ็บปวด
“หลินจะไปไหน” ตุลย์เดินตามออกมาแล้วดึงแขนหลินไว้
“…” เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าเขา มันเจ็บจนไม่รู้จะเจ็บยังไงแล้ว
“ขอโทษ…”
“…” หลินสะบัดแขนออก “ไม่ได้รักแล้วมาขอแต่งงานทำไม” เธอถามแต่ไม่คิดที่จะมองหน้าอีกฝ่าย
“แค่อยากประชดเหมย” มันมาถึงขั้นนี้แล้วตุลย์ตอบออกไปตามความจริง ปิดบังหรือโกหกไปคนที่เจ็บคงจะเป็นหลินไม่ใช่เขา
“…” หลินปล่อยโฮออกมา ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มันไม่มีเรี่ยวแรงที่จะยืน
“หลิน…” ตุลย์นั่งลงเช่นกัน
“ฮึก…ฮือ” หลินร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เธอเจ็บปวดตรงหัวใจเหลือเกิน
“หลินเป็นไร” เหมยออกมาจากห้อง เมื่อเห็นน้องสาวนั่งร้องห่มร้องไห้เธอก็รีบเข้าไปหาน้องก่อนจะพยายามกอดปลอบ แต่ว่าหลินดันปัดมือเธอออก
“อย่ามายุ่ง ฮือ…” หลินพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องอาม่า “ม่าคะ…”
“หลิน…” ตุลย์เดินตามเธอมาแล้วพยายามจะจับตัว แต่อีกฝ่ายปัดมือออกท่าเดียว
“บอกว่าอย่ามายุ่ง!” หลินตะคอกใส่เขาเสียงดังแล้วเคาะประตูเรียกอาม่าแต่ก็ไร้การตอบรับ เธอเห็นประตูไม่ได้ล็อกเลยถือวิสาสะเปิดเข้าไป ทว่าภาพตรงหน้าทำเอาเข่าทรุดอีกครั้ง ผู้เป็นยายนอนคว่ำหน้าหมดสติอยู่ที่พื้น “ม่า!” หลินร้องเรียกอย่างคนสติแตก
ตุลย์รีบเข้าไปพยุงร่างอาม่าแล้วอุ้มท่านขึ้นก่อนจะรีบเดินไปที่รถ “ต้องพาม่าไปโรงบาล!”
“ได้ๆ” เหมยรีบเปิดประตูรถให้เพื่อที่ตุลย์จะได้เอาร่างอาม่านอนราบที่เบาะหลัง
“…” หลินเข้าไปนั่งแล้วยกศีรษะอาม่าหนุนไว้บนตักพลางร้องห่มร้องไห้ “ม่าอย่าเป็นไรนะคะ ม่า…ฮือ”
โรงพยาบาล
หน้าห้องฉุกเฉินต่างมีคนนั่งรออาม่าด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะหลินที่ตอนนี้นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่หน้าประตูโดยมีตุลย์และเหมยยืนอยู่ข้างๆ
“…” ความเสียใจปะปนกันไปหมด หลินแทบจะไม่หลงเหลือสติในตอนนี้
ส่วนเตย์และมุกยืนจับมือกันอยู่ไม่ไกล พวกเขาก็ห่วงอาม่าไม่แพ้กัน แล้วก็ห่วงความรู้สึกมุกด้วย เนื่องจากรู้มาว่าลูกชายตัวดีก็ได้สร้างเรื่องไว้
“ญาติคุณลี่ครับ” คุณหมอเดินออกแล้วเรียกหาญาติอาม่า
หลินรีบลุกขึ้นแล้วเสนอตัว “หนูค่ะ”
“ฉันด้วยค่ะ” เหมยก็เช่นกัน
“หมอเสียใจด้วยนะครับ”
“หมายความว่าไงคะหมอ” หลินจับแขนคุณหมอแล้วเขย่าเบาๆ “หมอ…”
“…” เหมยนิ่งค้างไป น้ำตาไหลออกมาทันที
“…” คนอื่นเองก็ช็อกไปตามๆ กัน
“เราช่วยคนไข้เต็มที่แล้วครับ แต่ไม่มีการตอบสนองใดใดกลับมา และหัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ จนหยุดเต้นในที่สุดครับ”
“ไม่ ไม่ ไม่จริง ม่า…ฮือ” หลินวิ่งพรวดเข้าไปในห้องฉุกเฉินแล้วมองหาอาม่าก่อนจะวิ่งไปหาท่านที่เตียงผู้ป่วย “ฮือ ม่า ม่าคะ ฮือ…” เธอร้องไห้เหมือนคนสติแตกแล้วโผลเข้ากอดร่างอันแน่นิ่งของคนที่เธอรักมากที่สุดไว้
ทำไมโลกนี้มันใจร้ายกับเธอจัง
“หลินลูก” มุกเข้าไปปลอบลูกสะใภ้พลางน้ำตาซึม เธอสงสารหลินเหลือเกิน
“ฮือ ม่าคะ ม่าทิ้งหลินไปทำไม” หลินร้องไห้ปานคนจะขาดใจ กอดร่างไร้วิญญาณของอาม่าไม่ยอมปล่อย
“…” เหมยยืนอยู่ที่ปลายเท้าอาม่าแล้วร้องไห้ไม่ต่างกัน
“…” เตย์เข้าไปปลอบลูกสะใภ้ด้วยเช่นกัน เขารู้ว่าการสูญเสียมันเจ็บปวดแค่ไหน เพราะเขาก็สูญเสียผู้เป็นพ่อไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
“หลิน…” ตุลย์เข้ามากอดหลินไว้แน่น
หลายวันต่อมา
งานศพอาม่าถูกจัดขึ้นแบบเรียบง่ายตามพิธีของคนไทย และวันนี้เป็นวันที่จะต้องส่งท่านกลับสวรรค์
หลินยืนอยู่หน้าเมรุแล้วกอดรูปอาม่าไว้ในอ้อมอก หยดน้ำตาไหลออกมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ควันสีเทาปนดำพุ่งออกจากยอดเมรุ เธอเงยหน้าขึ้นไปมองแล้วร้องไห้โฮด้วยความโศกเศร้าเสียใจ “หลินรักม่านะคะ ขอให้ม่ามีความสุขและชีวิตที่สดใสในโลกใบใหม่ ฮือ…”
“หลินจ๊ะ” มุกเอ่ยเรียกเสียงนุ่มแล้วเดินเข้ามาหาหลิน “กลับบ้านกันเถอะ พรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บกระดูกอาม่ากันนะลูก”
“ขอเวลาสักแป๊บได้มั้ยคะ ฮึก”
“จ้ะ” มุกทำตามคำขอแล้วเดินออกมา
“หลินเป็นไงบ้างแม่” ตุลย์เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผู้เป็นแม่เดินกลับมา
“ก็เสียใจน่ะสิ ให้เวลาน้องหน่อย”
“น่าสงสารจริงๆ” เตย์เอ่ยขึ้นมา เขายืนโอบไหล่มุกไว้ “ช่วงนี้เราต้องดูหลินแบบใกล้ชิดไปก่อน”
“ค่ะ ปล่อยไว้กลัวจะคิดสั้นเอา”
“…” ตุลย์เงียบ เขามองดูหลินอยู่ห่างๆ ด้วยความเป็นห่วง อยากจะเข้าไปกอดไปปลอบ แต่ว่าเธอนั้นเอาแต่ผลักไสไล่ส่งเขาอีท่าเดียว
“ตุลย์…” เหมยเอ่ยเรียกตุลย์
“…” ตุลย์หันไปตามเสียง เขาเห็นเหมยยืนเซไปเซมาก่อนจะล้มฟุบไปกับพื้น “เหมย!” เขารีบเข้าไปอุ้มร่างของเหมยไว้แล้วพาไปนั่งที่เก้าอี้ในศาลา
“ไปหายาดมมา” มุกบอกพลางหาอะไรมาพัดให้เหมย
“ครับแม่” ตุลย์รีบวิ่งไปที่รถก่อนจะควานหายาดม เมื่อเจอก็วิ่งกลับไปที่ศาลา “อะแม่”
ทุกคนมัวแต่วุ่นอยู่กับเหมยจนไม่ทันได้สังเกตว่าหลินนั้นเดินไปที่สะพานข้ามแม่น้ำซึ่งอยู่ติดกับวัดที่จัดงานศพอาม่า
“หลินไปไหน?!” เตย์เอ่ยถามเสียงดังแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ วัดก็ไม่เห็น “ไอ้ตุลย์ ไปดูเมียแกสิ!”
“ครับพ่อ”
ตุลย์เดินตามหาจนทั่วก็ไม่พบ จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าข้างวัดมีสะพานข้ามแม่น้ำอยู่ เขารีบวิ่งไปทันที ใจก็ภาวนาขออย่าให้หลินคิดสั้นแบบนั้นเลย เมื่อไปถึงเขาเห็นร่างเล็กยืนสะอึกสะอื้นอยู่บนสะพานแล้วกอดรูปถ่ายของอาม่าไว้
“หลิน…”
“…” หลินไม่แม้แต่จะหันมามองเขา “ไม่ต้องกลัวว่าหลินจะคิดสั้นหรอก กลับไปดูคนที่เฮียชอบเถอะ”
“เฮียเป็นห่วงหลินนะ” เขาเป็นห่วงเธอจริงๆ
“พรุ่งนี้…ไปหย่ากันเถอะ” หลินเอ่ยออกมาแล้วมองหน้าตุลย์อย่างเรียบนิ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นอีก “ถ้าไม่ได้รักกัน อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
“เอาไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง”
“ทำไมล่ะ ไหนๆ มันก็เจ็บแล้ว เจ็บสุดๆ แล้วให้มันจบเลยดีกว่า”
“ไปคุยกันที่บ้านเถอะ” เขาเดินเข้าไปใกล้เธอ แต่เธอถอยหลังหนี “หลิน”
“…” หลินเดินผ่านตุลย์มาอย่างไม่สนใจ
วันถัดมา
ภายในบ้าน
หลังจากเก็บกระดูกอาม่าเสร็จก็กลับมาที่บ้าน หลินถือโกศแล้วนำไปวางไว้ในห้องที่ผู้เป็นยายเคยนอนอยู่ทุกวัน เธอล้มตัวลงนอนที่เตียงแล้วกอดรูปไว้แน่น
“ม่าคะ คิดถึงมากนะ และม่าอย่าลืมคิดถึงหลินนะคะ” พูดทั้งน้ำตาแล้วหลับตาพริ้มลง
ตัดมาที่ตุลย์ เขานั่งอยู่ปลายเตียงภายในห้องนอน มือข้างหนึ่งถือแก้วที่เต็มไปด้วยไวน์ ส่วนอีกข้างก็กุมไว้ที่คาง ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี ตอนนี้สถานการณ์มันดูแย่ไปหมด หลินไม่พูดไม่จาและไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ เหมยก็ซึมและเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง
“แม่ง!” ถึงเขาจะไม่ได้รักหลิน แต่ก็ไม่ได้อยากจะหย่ากับเธอ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม รู้แค่ว่าไม่อยากปล่อยเธอไป หรือเป็นอาการคนหวงก้างหรือเปล่าเขาก็ไม่แน่ใจ
ร่างสูงเดินออกจากห้องแล้ววางแก้วไวน์ลงที่โต๊ะอาหาร เขาหยิบนมออกมาเทใส่แก้วก่อนจะถือมันแล้วเดินไปที่ห้องของอาม่าเพื่อจะให้ใครบางดื่ม เธอไม่กินข้าวกินปลามาหลายวันแล้ว
“หลิน…” เขาเรียกคนตัวเล็กที่นอนกอดรูปอาม่าอยู่บนเตียง “ดื่มนมหน่อยเถอะ”
“…” หลินไม่ได้หลับ แต่เธอทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเพิกเฉยใส่
“เฮียว่าเราสองคนมาปรับความเข้าใจกันดีกว่านะ” เขาเองก็ใช่ว่าจะสบายใจที่เป็นแบบนี้ “เราก็อยู่กันเหมือนเดิม ใช้ชีวิตตามเดิมได้มั้ย”
“ฮึ อยู่ด้วยกันเหมือนเดิมเหรอ” เธอหยัดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองมาที่คนพูด “มันจะอยู่ด้วยกันตามเดิมได้ยังไงในเมื่อคนที่เฮียรักไม่ใช่หลิน!”
“เราก็อยู่กันมาแล้วตั้งสามปีนะหลิน”
“ก็เพราะหลินไม่รู้ว่าเฮียไม่ได้รักกัน ตอนนี้รู้แล้ว…และใจมันก็ไม่อยากจะอยู่ หย่ากันเถอะ”
เธอจะไม่ร้องไห้ เธอจะเป็นคนที่เข้มแข็งแล้ว
“ยังไม่รู้เลยค่ะ อาจจะ”“แล้วเฮียจะตามจีบหลินยังไง”ตุลย์ก็อยากจะตามไปนั่นแหละแต่ติดที่งานตอนนี้ค่อนข้างเยอะ และคิดว่าพ่อเขาคนเดียวคงจะดูแลไม่ไหวแน่นอน“ไม่รู้สิ ถ้าเฮียมีความสามารถก็คงจะหาทางจีบหลินได้แหละ” หลินเชื่อว่าคนอย่างตุลย์ไม่ธรรมดา ต่อให้ไกลแค่ไหนเขาก็หาทางจีบเธอได้แน่นอน“นั่นสิ เฮียต้องหาทางจีบหลินได้อยู่แล้ว” มือใหญ่เอื้อมไปจับแก้มของคนตรงหน้าแล้วลูบแผ่วเบา “หลังจากนี้ยิ้มเยอะๆ นะ หลินเหมาะกับรอยยิ้มมากๆ”“อื้ม” หลินยกยิ้มแล้วมองหน้าตุลย์ “เฮียก็ยิ้มเยอะๆ นะ เพราะคนทุกคนเหมาะกับรอยยิ้มอยู่แล้ว”“โอเค เฮียจะยิ้มทุกวัน”“ไปกันดีกว่า น้องติณณ์น่าจะรอแม่แล้ว อีกอย่างหลินต้องไปเก็บกระเป๋าด้วย”“บินเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะ”“งั้นขอกอดให้ชื่นใจสักทีนะ” คว้าคนตัวเล็กมากอดไว้แน่นสองเดือนต่อมาประเทศxxxหิมะด้านนอกตกอย่างต่อเนื่อง หลินพาลูกชายตัวน้อยนั่งปั้นสโนว์แมนหรือตุ๊กตาหิมะอยู่หน้าบ้านพักอย่างสนุกสนานตามประสาแม่ลูก พอดีร้านเบเกอรีไม่ได้เปิดมาหลายวันเนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างขาดตลาดเลยไม่สามารถทำขนมได้เดี๋ยวจะผิดสูตรเสียงเด็กน้อยหัวเราะคิกคักแล้วช่วยแม่ป
*ตอนพิเศษ*หลินถือใบหย่าอยู่ในมือแล้วมองหน้าตุลย์ก่อนจะยิ้มให้เขา เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมา อย่างน้อยก็ได้หลุดพ้นจากความรักเก่าที่มันโคตรจะเน่า ไว้รอเริ่มความรักครั้งใหม่“ขอบคุณนะเฮีย”“อื้ม หวังว่าเราคงจะไม่มีการหย่ากันรอบสองนะ”“รอบเดียวก็เกินพอแล้ว”“หลิน” เขาเอ่ยแล้วจับมือของอีกฝ่าย “หลังจากนี้เฮียจะพยายามทำให้หลินตอบตกลงแต่งงานกับเฮียอีกครั้งให้ได้” เขาจะพยายามจนถึงที่สุด ถือคติที่ว่า… ‘น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน’“หวังว่าครั้งนี้เฮียเข้ามาเพราะรักกันจริงๆ นะ”“เฮียรักหลินจากใจจริง”“โอเค หลินไปก่อน พอดีมีที่ที่อยากไป”“เฮียก็มีที่ที่อยากพาหลินไปเหมือนกัน”สุสานxxxตุลย์พาหลินขับรถมาที่สุสานแห่งหนึ่ง เขามีใครบางคนที่อยากจะให้หลินได้พบร่างสูงเดินนำไปก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าหลุมศพหนึ่งซึ่งเป็นของคนที่หลินรู้จักดี“เจ้เหมย…” เธอค้างไปในทันที“ใช่ เหมยเสียได้ปีกว่าๆ”“เพราะอะไร?”“โรคHIV”“แล้วลูกของเจ้เหมยล่ะ” หลินหันไปรอฟังคำตอบจากตุลย์“ไม่รอด เห็นว่าแอบไปทำแท้งก่อนหน้าจะเสียน่ะ”“ทำไมทำแบบนี้นะ…” หลินกลั้นน้ำตาไม่ไหว จะดีจะร้ายย
“ผิดเหรอ ฟังผิดงั้นเรอะ!” เธอเขวี้ยงของแข็งที่ถือมาในมือใส่เขาอย่างตั้งใจ ตอนนี้รู้สึกโกรธมาก โมโหที่สุด!“เฮ้ยหลิน ถ้ามันโดนหัวเฮียนี่แตกเลยนะ” ดีที่เขาหลบทันไม่อย่างนั้นได้มีแผล“ก็อยากให้แตกไง ทำไมเฮียทำแบบนี้อะ หลอกหลินมาทำไม?”“เฮียไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากให้เราคุยกัน”“รู้ปะ ไอ้ที่เฮียเอาแต่พูดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงเป็นคนดีขึ้นแล้ว แต่การกระทำมันยังเหมือนเดิมเลยเว้ย ยังทำอะไรไม่คิดเหมือนเดิม คิดหน่อยเถอะ ถ้าเกิดลูกร้องไห้งอแงขึ้นมาแล้วปู่กับย่าจะดูยังไงจะเอาหลานอยู่มั้ย ลูกยังต้องให้แม่กล่อมนอนอยู่นะ” พูดไปน้ำตาก็เอ่อมาคลอเบ้า เธอเป็นห่วงลูก ติณณ์เป็นเด็กยิ้มง่ายไม่กลัวคนก็จริง แต่ถึงเวลาที่จะเข้านอนเขาต้องให้คนเป็นแม่กล่อมเท่านั้น“เฮียขอโทษ” เขารู้สึกผิดแล้วเดินเข้ามาหาเธอ “ขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่เฮียอยากปรับความเข้าใจกับหลินนะ” เอ่ยจบก็จะจับตัวเธอ แต่ว่าอีกฝ่ายเบี่ยงหลบ“…” หลินมองหน้าก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน“หลินจะไปไหน” ตุลย์รีบวิ่งตามมาแล้วรั้งไว้“กลับไปหาลูก” เธอตอบพร้อมหยดน้ำตาที่ไหลผ่านแก้ม“นี่มันบนเขาเชียวนะ กว่าจะขับไปถึงถนนหลักก็ใช้เวลานานพอสมควรเลย ใจ
ตอนที่ 17 สถานะบ้านนันทพิวัฒน์ปู่กับย่าเห่อหลานกันใหญ่ ท่านทั้งสองหยอกล้อเล่นกับหลานชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู“หลานย่าทำไมหล่อแบบนี้น้า”“จ๊ะเอ๋ หล่อที่สุดเลยหลานปู่”ตุลย์ที่เห็นว่าลูกอยู่กับปู่และย่าได้โดยไม่ร้องงอแง เขาจึงแอบพาตัวหลินมาคุยกันเงียบๆ แบบสองต่อสองบนห้องนอน“พาหลินมาที่นี่ทำไม”“เฮียอยากให้เราสองคนปรับความเข้าใจกันนะ”“ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเฮียก็ยังเหมือนเดิม”“ไม่ เฮียไม่เหมือนเดิมแล้วนะ”“พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม!”“หลิน…”“ขอบอกตามตรงว่าตอนนี้หลินไม่ได้รักเฮียแล้ว”“แต่เฮียยังรักหลินนะ รักมากกว่าเดิมด้วย”“…”“สองปีที่ผ่านมาเฮียได้ลิ้มรสความเจ็บปวดไปเยอะมาก ดังนั้นหลินอย่าทำให้เฮียเจ็บอีกเลย”“…”“เราเริ่มต้นกันใหม่ได้นะที่รัก” ร่างสูงคุกเข่าลงแล้วกอดขาอ้อนวอนคนตรงหน้า“เฮียรู้อะไรมั้ย แก้วเวลาที่มันแตกไปแล้วถ้าเราเอามาประกอบใหม่มันก็มีแต่รอยร้าว เติมน้ำเข้าไปเท่าไหร่มันก็รั่วออกมาหมด เหมือนกับใจของหลินตอนนี้ ถ้าเฮียเอาแต่เติมความรักเข้ามามันก็ไม่มีทางเติมได้เต็มหรอก”“…”“ใจมันเคยแตกสลายกับเฮียไปแล้ว หลินคิดว่ามันยากมากที่จะกลับไปรักตามเดิม เพร
ช่วงเย็นหลังจากเสร็จงานที่บริษัทเขาก็มานั่งจิบเบียร์อยู่ที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งโดยมีเพื่อนคนสนิทอยู่ด้วย“มึงว่ากูจะได้ลูกผู้หญิงหรือว่าผู้ชายวะ” ตุลย์ถามธีที่นั่งอยู่ข้างกัน และที่ถามแบบนั้นเพราะตั้งแต่หลินไปอยู่ต่างประเทศเธอก็ขาดการติดต่อไปเลย ไม่มีส่งข่าวคราวมาให้รับรู้แม้แต่นิดเดียว“ไม่รู้สิ” ธีตอบสั้นๆ เขาเองจะไปรู้ได้ยังไง ไม่ใช่หมอที่ทำคลอดให้เธอสักหน่อย“ก็กูให้มึงช่วยเดาไงไอ้นี่!”“เดาไปแล้วได้อะไร สุดท้ายหลินจะพาลูกมาหามึงหรือเปล่าเถอะ หวังเยอะมึงอะ”“โถ่ไอ้เวร! แทนที่มึงจะพูดให้กำลังใจกัน แต่กลับมาตอกย้ำซะอย่างงั้น เพื่อนกันจริงปะวะ”“เพื่อนแท้ไง”“เพื่อนยังไง?”“ก็เพื่อนแท้มักจะซ้ำเติมก่อนจะปลอบใจเสมอ” ธียิ้มกวนๆ แล้วกระดกเบียร์อึกใหญ่“เพื่อนรักจริงๆ เลยเนอะ” ตุลย์ส่ายศีรษะไปมาก่อนจะกระดกเบียร์เช่นกัน“แล้วนี่มึงจะสละตำแหน่งท่านรองฯเมื่อไหร่”“ไม่นานหรอก รอไอ้ไกรมันกลับมารับตำแหน่ง ตอนนี้มันไปเรียนรู้งานที่ต่างประเทศอยู่น่ะ”“อ๋อ แล้วมึงก็จะดูแลงานที่โกดังอย่างเดียว”“คงงั้น แล้วมึงล่ะ”“ก็เรื่อยๆ และตอนนี้ว่าจะเปิดเพิ่ม” ธีเป็นเจ้าของคลับหรือสถานบันเท
ตอนที่ 16 เฝ้ารอสองปีต่อมาประเทศxxx ณ ร้านเบเกอรี… “สวัสดีค่า ร้านxxxยินดีต้อนรับค่ะ” หญิงสาวเอ่ยต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามาภายในร้านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม“มะ ม้า” เสียงอ้อแอ้เรียกผู้เป็นแม่แล้วคลานป้วนเปี้ยนอยู่ใต้เคาน์เตอร์คิดเงินหลินก้มลงไปดูลูกชายวัยขวบเศษก่อนจะอุ้มมาแนบที่เอว “ช่วยหม่าม้าขายของหน่อยนะน้องติณณ์”‘ติณณ์’ คือชื่อที่เธอตั้งให้ลูกชายด้วยตัวเอง“มะม้า ม้ามะ” ติณณ์เรียกแล้วยิ้มแป้นจนเห็นฟันสี่ซี่ทำให้หน้าเอ็นดูสุดๆ“เดี๋ยววันนี้เรากลับบ้านกันเร็วหน่อยดีกว่า ม้าจะได้ทำของอร่อยๆ ให้น้องติณณ์หม่ำๆ ดีมั้ย” เธอหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ก่อนจะคิดเงินให้ลูกค้าที่เลือกขนมปังจนพอใจแล้วร้านเบอเกอรีของหลินเป็นร้านเล็กๆ และเปิดมาได้หนึ่งปีกว่า ขนมทุกชิ้นเธอเป็นคนทำเองทั้งหมดและขายเอง เรียกว่าทำเองทุกหน้าที่ แถมยังเลี้ยงลูกน้อยควบคู่ไปด้วย มันก็เหนื่อยแต่เธอกลับรู้สึกว่ามีความสุขดี“ขอบคุณนะคะ” เธอพูดภาษาไทยเพราะลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนไทยเสียมากกว่า ชาวต่างชาติก็มีบ้างแต่ไม่เยอะเท่าคนไทยด้วยกันผ่านไปจนเย็นก็ได้เวลาปิดร้าน หลินจัดเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วเอา







