LOGIN“…” เหมยเงียบแล้วจิบเบียร์เล็กน้อย “หลินก็ดีจริงๆ อย่างที่ธีพูด น้องสาวเราอะนิสัยน่ารักมาตั้งแต่เด็กยันโต แถมกตัญญูอีกด้วย”
“แต่กูรู้สึกว่า…กูไม่ได้รักหลิน”
ใครจะไปรู้ว่าเจ้าของชื่อก็ได้ยินสิ่งที่สามีตัวเองพูดเมื่อครู่ จริงๆ เธอได้ยินเกือบหมดเพราะกลับบ้านตามหลังตุลย์มาไม่เท่าไหร่ เนื่องจากอาจารย์มีเหตุสุดวิสัยทำให้มาสอนทำขนมไม่ได้
หลินพยายามควบคุมสติไว้ เธอทำทีเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
“เอ้าหลิน ทำไมกลับเร็วล่ะ” เป็นอาม่าที่เอ่ยทักเมื่อเห็นหลานสาว
“พอดีอาจารย์ไม่สะดวกที่จะมาสอนน่ะม่า” หลินตอบอาม่าแล้วหันมองไปในห้องนั่งเล่น
ทั้งสามคนที่นั่งอยู่ในนั้นหยุดการสนทนาในทันทีแล้วมองมาที่หลิน สีหน้าแต่ละคนดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งตุลย์นั้นเห็นได้ชัด
“ม่ากินขนมมั้ย หลินซื้อมาฝากม่าเต็มเลย”
“ดีๆ แล้วไม่ชวน…”
“ม่ากินก่อนเถอะ ปะ…เดี๋ยวหลินจัดใส่จานให้นะ” หลินจูงมืออาม่าไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะเดินไปหยิบจานในครัวแล้วเดินกลับมา เธอเห็นตุลย์ยืนอยู่ข้างอาม่า เขาเหมือนมีอะไรจะอธิบาย “กินขนมมั้ยเฮีย” ถามด้วยรอยยิ้ม
“มาเมื่อไหร่”
“เมื่อกี้นี้เอง” จริงๆ เธอมาตั้งนานแล้ว และได้ยินที่เขาพูดทั้งหมด
“ทำไมไม่โทร.มา เฮียจะได้ไปรับ”
“ไม่เป็นไร หลินไม่อยากให้เฮียวนรถไปมาน่ะ อีกอย่างตอนนั้นแท็กซี่ก็ผ่านมาพอดี”
“หลิน…”
“คะ” เธอขานรับพร้อมคลี่ยิ้ม พยายามข่มใจไว้แม้ตอนนี้มันโคตรเจ็บเลย แต่เธอไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น
“ไม่มีอะไร เฮียไปดื่มต่อนะ”
“ค่ะ”
“…” ตุลย์เดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นตามเดิม
“ไปที่สวนหลังบ้านกับม่ามั้ยลูก ไปสักแป๊บหนึ่งเถอะนะ”
“ม่าไม่กินขนม…”
“มาเถอะลูก” อาม่าลุกขึ้นแล้วจูงหลานสาวให้เดินออกมาที่สวนหลังบ้าน บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงัด ผู้เป็นยายดึงตัวหลานสาวเข้ามากอดไว้ “ร้องออกมาเถอะ ปลดปล่อยมันออกมา”
ใช่ว่าอาม่าจะไม่ได้ยิน ท่านเองก็ได้ยินทุกคำพูดของตุลย์ไม่ต่างจากหลิน ตัวท่านเองยังเสียใจไม่น้อยเลย แล้วหลานสาวจะเสียใจขนาดไหน
“ม่า…ฮึก” หลินกอดอาม่าไว้แน่นแล้วปล่อยให้หยดน้ำตาไหลออกมา เธออดกลั้นมันมามากแค่ไหน เสียใจก็ไม่เคยบอกให้ใครรู้ พยายามเก็บมันให้ลึกสุดใจ ทว่าวันนี้เธอไม่ไหวจริงๆ มันเจ็บจนแทบจะขาดใจ “หลินควรจะทำยังไงดี ฮือ…”
“ร้องออกมาลูก ร้องออกมา…” อาม่าเองก็อดที่จะร้องตามไม่ได้ เห็นหลานเจ็บท่านก็เจ็บ หยดน้ำตาไหลอาบแก้ม สองมือลูบศีรษะปลอบประโลมหลานไม่หยุด
ผ่านไปพักใหญ่ หลินนั่งเงียบๆ คนเดียวอยู่ภายในสวน ส่วนอาม่าให้เวลาหลานสาวได้อยู่คนเดียวสักพัก
“…” เธอนั่งเหม่อลอย สมองพลันคิดไปต่างๆ นานา และคำพูดว่า ‘กูไม่ได้รักหลิน’ ยังคงตอกย้ำอยู่ในใจ
“ขอโทษนะครับ” ธีเอ่ยพลางเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กที่นั่งดวงตาแดงก่ำอยู่ที่เก้าอี้ไม้ขนาดยาว “ขอพี่นั่งด้วยได้มั้ย”
“ค่ะ” หลินตอบตกลงแล้วขยับร่างกายเล็กน้อย
ธีนั่งลงข้างๆ เขามองหลินแล้วรู้สึกปวดใจขึ้นมา ไม่อยากให้ผู้หญิงคนมีน้ำตาเลย “สักขวดมั้ย” เขายื่นเบียร์ให้เธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ หลินไม่ชอบดื่ม” หลินปฏิเสธเพราะเธอไม่ค่อยชอบดื่มแอลกอฮอล์
“โอเคครับ” ธีเองก็ไม่รู้จะพูดยังไง รู้แค่ว่าตอนนี้อยากอยู่เป็นเพื่อนหลินแค่เท่านั้น
“พี่ธีอยากกินขนมมั้ยคะ”
“ขนมเหรอ”
“ค่ะ หลินซื้อมาเยอะมาก”
“ได้ครับ”
“เดี๋ยวหลินไปเตรียมให้นะคะ” หลินลุกขึ้นแล้วเดินออกมา
ธีก็ลุกเช่นกัน แล้วเดินตามร่างเล็กไปที่โต๊ะอาหาร เขาช่วยเธอแกะขนมใส่จาน “ซื้อมาจากร้านในเมืองใช่มั้ย”
“ใช่ค่ะ ร้านนี้อร่อยนะคะ หลินซื้อกินมาหลายปีแล้วค่ะ”
“ใช่ ร้านนี้ขนมอร่อยมาก พี่ก็ซื้อกินประจำ” ธีกินขนมร้านนี้เพราะหลิน เธอเป็นคนที่ทำให้เขาชอบขนมเค้กเหล่านี้ และมักจะไปซื้อกินอยู่บ่อยๆ
“พี่ธีชอบรสไหนเหรอคะ”
“ทุกรสเลย พี่กินหมด” ธีตอบพลางยิ้ม
หลินก็ยิ้มตอบแล้วยกจานเค้กให้ธีหนึ่งจาน “หลินให้พี่ธีนะคะ”
“ขอบคุณครับ” เขารับเค้กมาแล้วตักกินทันที
“เอาพวกชาหรือกาแฟมั้ยคะ”
“…” ธีส่ายหน้าปฏิเสธแล้วยกขวดเบียร์ขึ้น
“กินเค้กกับเบียร์เนี่ยเหรอคะ แปลกดี” หลินคลี่ยิ้ม
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มได้ธีก็ค่อยสบายใจขึ้นมาบ้าง เขาชอบเธอเวลายิ้มมาก เหมือนโลกทั้งใบมันดูสดใสไปหมด
“หลิน…” ตุลย์เรียกชื่อแล้วเดินเข้ามา ทว่าหลินดันหลบหน้าเขาด้วยการเดินหนีเข้าห้องนอน “เดี๋ยวดิหลิน”
“เข้าไปคุยกันเถอะ กูว่าหลินได้ยินที่มึงพูดว่ะ คงเจ็บน่าดู”
“เฮ้อ…” ตุลย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “กูไม่รู้จะคุยยังไงว่ะ มันแบบ…”
“ไปคุยกับหลินเถอะตุลย์” เหมยเอ่ยแทรกแล้วถือขวดเบียร์เดินหายเข้าไปในห้องนอนของเธอ
“กูก็ว่าจะกลับแล้วล่ะ มึงไปเคลียร์กับเมียเถอะ คุยกันให้รู้เรื่อง ไว้เจอกันเพื่อน” ธีตบบ่าเพื่อนสองทีแล้วเดินออกไป
“…” ตุลย์ยกมือขึ้นเท้าเอว มือข้างหนึ่งเสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นคุยกับหลินยังไงดี ควรจะพูดความจริงเลยดีไหมว่าเขารู้สึกแบบไหน หรือบอกว่าเป็นการเข้าใจผิด “โว้ย! เอายังไงดีวะ แม่งเอ้ย”
ภายในห้องนอน
ร่างเล็กนั่งอยู่ที่ปลายเตียง เธอนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำขนม คนเข้ามาใหม่มาหยุดยืนตรงหน้าแล้วดึงหนังสือออกจากมือของอีกฝ่าย
“คุยกันหน่อยสิหลิน”
“…”
“หลินได้ยินที่เฮียพูดตอนอยู่ในห้องนั่งเล่นใช่หรือเปล่า”
“…”
“หลิน…”
“...”
“อย่าเอาแต่เงียบดิ!” เขาเผลอขึ้นเสียงใส่เธอ
“…” เธอเงยขึ้นมองหน้าเขาแล้วน้ำตาเอ่อมาคลอเบ้าก่อนจะเอ่ยตอบ “ทำไมหลินถึงเอาแต่เงียบน่ะเหรอ หลินอยากใช้ความเงียบเพื่อจบปัญหาทุกอย่าง ที่เงียบไม่ใช่ไม่รู้สึก ที่เงียบไม่ใช่ว่าไม่เสียใจ ในตอนที่เงียบก็เพราะเสียใจที่สุดแต่หลินทำอะไรไม่ได้ไง หลินรักเฮียนะ”
“เฮียก็มีอะไรอยากจะบอกหลิน”
“…”
“แต่งงานด้วยก็เพราะอยากช่วยเฉยๆ ไม่ได้เพราะรัก เฮียอยากให้หลินเข้าใจใหม่”
“แสดงว่าที่ผ่านมาเฮียไม่เคยรักหลินเลยสินะ ที่ทำก็เพราะแค่อยากช่วยเองน่ะเหรอ?”
“อืม เฮียแค่สงสาร”
“สงสาร? เฮียสงสารอะไร การที่หลินรักเฮียมันดูน่าสงสารหรือไง” ใจเธอแตกสลายแทบไม่มีชิ้นดี เจ็บที่ใจจนแทบจะไม่มีแรง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากคนที่ขอเธอแต่งงาน “เฮีย…ชอบเจ้เหมยใช่มั้ย”
“…”
“ชอบเจ้เหมยใช่มั้ย…ฮึก” เธอพูดไปก็กลั้นน้ำตาไป
“ใช่”
“…” เพียงแค่คำตอบคำเดียวก็ทำเอาหลินแทบล้มทั้งยืน เธอเดินออกมาจากห้องพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบเต็มสองแก้ม
“ยังไม่รู้เลยค่ะ อาจจะ”“แล้วเฮียจะตามจีบหลินยังไง”ตุลย์ก็อยากจะตามไปนั่นแหละแต่ติดที่งานตอนนี้ค่อนข้างเยอะ และคิดว่าพ่อเขาคนเดียวคงจะดูแลไม่ไหวแน่นอน“ไม่รู้สิ ถ้าเฮียมีความสามารถก็คงจะหาทางจีบหลินได้แหละ” หลินเชื่อว่าคนอย่างตุลย์ไม่ธรรมดา ต่อให้ไกลแค่ไหนเขาก็หาทางจีบเธอได้แน่นอน“นั่นสิ เฮียต้องหาทางจีบหลินได้อยู่แล้ว” มือใหญ่เอื้อมไปจับแก้มของคนตรงหน้าแล้วลูบแผ่วเบา “หลังจากนี้ยิ้มเยอะๆ นะ หลินเหมาะกับรอยยิ้มมากๆ”“อื้ม” หลินยกยิ้มแล้วมองหน้าตุลย์ “เฮียก็ยิ้มเยอะๆ นะ เพราะคนทุกคนเหมาะกับรอยยิ้มอยู่แล้ว”“โอเค เฮียจะยิ้มทุกวัน”“ไปกันดีกว่า น้องติณณ์น่าจะรอแม่แล้ว อีกอย่างหลินต้องไปเก็บกระเป๋าด้วย”“บินเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะ”“งั้นขอกอดให้ชื่นใจสักทีนะ” คว้าคนตัวเล็กมากอดไว้แน่นสองเดือนต่อมาประเทศxxxหิมะด้านนอกตกอย่างต่อเนื่อง หลินพาลูกชายตัวน้อยนั่งปั้นสโนว์แมนหรือตุ๊กตาหิมะอยู่หน้าบ้านพักอย่างสนุกสนานตามประสาแม่ลูก พอดีร้านเบเกอรีไม่ได้เปิดมาหลายวันเนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างขาดตลาดเลยไม่สามารถทำขนมได้เดี๋ยวจะผิดสูตรเสียงเด็กน้อยหัวเราะคิกคักแล้วช่วยแม่ป
*ตอนพิเศษ*หลินถือใบหย่าอยู่ในมือแล้วมองหน้าตุลย์ก่อนจะยิ้มให้เขา เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมา อย่างน้อยก็ได้หลุดพ้นจากความรักเก่าที่มันโคตรจะเน่า ไว้รอเริ่มความรักครั้งใหม่“ขอบคุณนะเฮีย”“อื้ม หวังว่าเราคงจะไม่มีการหย่ากันรอบสองนะ”“รอบเดียวก็เกินพอแล้ว”“หลิน” เขาเอ่ยแล้วจับมือของอีกฝ่าย “หลังจากนี้เฮียจะพยายามทำให้หลินตอบตกลงแต่งงานกับเฮียอีกครั้งให้ได้” เขาจะพยายามจนถึงที่สุด ถือคติที่ว่า… ‘น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน’“หวังว่าครั้งนี้เฮียเข้ามาเพราะรักกันจริงๆ นะ”“เฮียรักหลินจากใจจริง”“โอเค หลินไปก่อน พอดีมีที่ที่อยากไป”“เฮียก็มีที่ที่อยากพาหลินไปเหมือนกัน”สุสานxxxตุลย์พาหลินขับรถมาที่สุสานแห่งหนึ่ง เขามีใครบางคนที่อยากจะให้หลินได้พบร่างสูงเดินนำไปก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าหลุมศพหนึ่งซึ่งเป็นของคนที่หลินรู้จักดี“เจ้เหมย…” เธอค้างไปในทันที“ใช่ เหมยเสียได้ปีกว่าๆ”“เพราะอะไร?”“โรคHIV”“แล้วลูกของเจ้เหมยล่ะ” หลินหันไปรอฟังคำตอบจากตุลย์“ไม่รอด เห็นว่าแอบไปทำแท้งก่อนหน้าจะเสียน่ะ”“ทำไมทำแบบนี้นะ…” หลินกลั้นน้ำตาไม่ไหว จะดีจะร้ายย
“ผิดเหรอ ฟังผิดงั้นเรอะ!” เธอเขวี้ยงของแข็งที่ถือมาในมือใส่เขาอย่างตั้งใจ ตอนนี้รู้สึกโกรธมาก โมโหที่สุด!“เฮ้ยหลิน ถ้ามันโดนหัวเฮียนี่แตกเลยนะ” ดีที่เขาหลบทันไม่อย่างนั้นได้มีแผล“ก็อยากให้แตกไง ทำไมเฮียทำแบบนี้อะ หลอกหลินมาทำไม?”“เฮียไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากให้เราคุยกัน”“รู้ปะ ไอ้ที่เฮียเอาแต่พูดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงเป็นคนดีขึ้นแล้ว แต่การกระทำมันยังเหมือนเดิมเลยเว้ย ยังทำอะไรไม่คิดเหมือนเดิม คิดหน่อยเถอะ ถ้าเกิดลูกร้องไห้งอแงขึ้นมาแล้วปู่กับย่าจะดูยังไงจะเอาหลานอยู่มั้ย ลูกยังต้องให้แม่กล่อมนอนอยู่นะ” พูดไปน้ำตาก็เอ่อมาคลอเบ้า เธอเป็นห่วงลูก ติณณ์เป็นเด็กยิ้มง่ายไม่กลัวคนก็จริง แต่ถึงเวลาที่จะเข้านอนเขาต้องให้คนเป็นแม่กล่อมเท่านั้น“เฮียขอโทษ” เขารู้สึกผิดแล้วเดินเข้ามาหาเธอ “ขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่เฮียอยากปรับความเข้าใจกับหลินนะ” เอ่ยจบก็จะจับตัวเธอ แต่ว่าอีกฝ่ายเบี่ยงหลบ“…” หลินมองหน้าก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน“หลินจะไปไหน” ตุลย์รีบวิ่งตามมาแล้วรั้งไว้“กลับไปหาลูก” เธอตอบพร้อมหยดน้ำตาที่ไหลผ่านแก้ม“นี่มันบนเขาเชียวนะ กว่าจะขับไปถึงถนนหลักก็ใช้เวลานานพอสมควรเลย ใจ
ตอนที่ 17 สถานะบ้านนันทพิวัฒน์ปู่กับย่าเห่อหลานกันใหญ่ ท่านทั้งสองหยอกล้อเล่นกับหลานชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู“หลานย่าทำไมหล่อแบบนี้น้า”“จ๊ะเอ๋ หล่อที่สุดเลยหลานปู่”ตุลย์ที่เห็นว่าลูกอยู่กับปู่และย่าได้โดยไม่ร้องงอแง เขาจึงแอบพาตัวหลินมาคุยกันเงียบๆ แบบสองต่อสองบนห้องนอน“พาหลินมาที่นี่ทำไม”“เฮียอยากให้เราสองคนปรับความเข้าใจกันนะ”“ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเฮียก็ยังเหมือนเดิม”“ไม่ เฮียไม่เหมือนเดิมแล้วนะ”“พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม!”“หลิน…”“ขอบอกตามตรงว่าตอนนี้หลินไม่ได้รักเฮียแล้ว”“แต่เฮียยังรักหลินนะ รักมากกว่าเดิมด้วย”“…”“สองปีที่ผ่านมาเฮียได้ลิ้มรสความเจ็บปวดไปเยอะมาก ดังนั้นหลินอย่าทำให้เฮียเจ็บอีกเลย”“…”“เราเริ่มต้นกันใหม่ได้นะที่รัก” ร่างสูงคุกเข่าลงแล้วกอดขาอ้อนวอนคนตรงหน้า“เฮียรู้อะไรมั้ย แก้วเวลาที่มันแตกไปแล้วถ้าเราเอามาประกอบใหม่มันก็มีแต่รอยร้าว เติมน้ำเข้าไปเท่าไหร่มันก็รั่วออกมาหมด เหมือนกับใจของหลินตอนนี้ ถ้าเฮียเอาแต่เติมความรักเข้ามามันก็ไม่มีทางเติมได้เต็มหรอก”“…”“ใจมันเคยแตกสลายกับเฮียไปแล้ว หลินคิดว่ามันยากมากที่จะกลับไปรักตามเดิม เพร
ช่วงเย็นหลังจากเสร็จงานที่บริษัทเขาก็มานั่งจิบเบียร์อยู่ที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งโดยมีเพื่อนคนสนิทอยู่ด้วย“มึงว่ากูจะได้ลูกผู้หญิงหรือว่าผู้ชายวะ” ตุลย์ถามธีที่นั่งอยู่ข้างกัน และที่ถามแบบนั้นเพราะตั้งแต่หลินไปอยู่ต่างประเทศเธอก็ขาดการติดต่อไปเลย ไม่มีส่งข่าวคราวมาให้รับรู้แม้แต่นิดเดียว“ไม่รู้สิ” ธีตอบสั้นๆ เขาเองจะไปรู้ได้ยังไง ไม่ใช่หมอที่ทำคลอดให้เธอสักหน่อย“ก็กูให้มึงช่วยเดาไงไอ้นี่!”“เดาไปแล้วได้อะไร สุดท้ายหลินจะพาลูกมาหามึงหรือเปล่าเถอะ หวังเยอะมึงอะ”“โถ่ไอ้เวร! แทนที่มึงจะพูดให้กำลังใจกัน แต่กลับมาตอกย้ำซะอย่างงั้น เพื่อนกันจริงปะวะ”“เพื่อนแท้ไง”“เพื่อนยังไง?”“ก็เพื่อนแท้มักจะซ้ำเติมก่อนจะปลอบใจเสมอ” ธียิ้มกวนๆ แล้วกระดกเบียร์อึกใหญ่“เพื่อนรักจริงๆ เลยเนอะ” ตุลย์ส่ายศีรษะไปมาก่อนจะกระดกเบียร์เช่นกัน“แล้วนี่มึงจะสละตำแหน่งท่านรองฯเมื่อไหร่”“ไม่นานหรอก รอไอ้ไกรมันกลับมารับตำแหน่ง ตอนนี้มันไปเรียนรู้งานที่ต่างประเทศอยู่น่ะ”“อ๋อ แล้วมึงก็จะดูแลงานที่โกดังอย่างเดียว”“คงงั้น แล้วมึงล่ะ”“ก็เรื่อยๆ และตอนนี้ว่าจะเปิดเพิ่ม” ธีเป็นเจ้าของคลับหรือสถานบันเท
ตอนที่ 16 เฝ้ารอสองปีต่อมาประเทศxxx ณ ร้านเบเกอรี… “สวัสดีค่า ร้านxxxยินดีต้อนรับค่ะ” หญิงสาวเอ่ยต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามาภายในร้านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม“มะ ม้า” เสียงอ้อแอ้เรียกผู้เป็นแม่แล้วคลานป้วนเปี้ยนอยู่ใต้เคาน์เตอร์คิดเงินหลินก้มลงไปดูลูกชายวัยขวบเศษก่อนจะอุ้มมาแนบที่เอว “ช่วยหม่าม้าขายของหน่อยนะน้องติณณ์”‘ติณณ์’ คือชื่อที่เธอตั้งให้ลูกชายด้วยตัวเอง“มะม้า ม้ามะ” ติณณ์เรียกแล้วยิ้มแป้นจนเห็นฟันสี่ซี่ทำให้หน้าเอ็นดูสุดๆ“เดี๋ยววันนี้เรากลับบ้านกันเร็วหน่อยดีกว่า ม้าจะได้ทำของอร่อยๆ ให้น้องติณณ์หม่ำๆ ดีมั้ย” เธอหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ก่อนจะคิดเงินให้ลูกค้าที่เลือกขนมปังจนพอใจแล้วร้านเบอเกอรีของหลินเป็นร้านเล็กๆ และเปิดมาได้หนึ่งปีกว่า ขนมทุกชิ้นเธอเป็นคนทำเองทั้งหมดและขายเอง เรียกว่าทำเองทุกหน้าที่ แถมยังเลี้ยงลูกน้อยควบคู่ไปด้วย มันก็เหนื่อยแต่เธอกลับรู้สึกว่ามีความสุขดี“ขอบคุณนะคะ” เธอพูดภาษาไทยเพราะลูกค้าส่วนมากจะเป็นคนไทยเสียมากกว่า ชาวต่างชาติก็มีบ้างแต่ไม่เยอะเท่าคนไทยด้วยกันผ่านไปจนเย็นก็ได้เวลาปิดร้าน หลินจัดเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วเอา







