Masukบรรยากาศตึงเครียดทำเอาธนาที่โดนเพื่อนซึ่งบังเอิญเจอกันหลังทำธุระส่วนตัวรั้งตัวไว้คุยเสียนานรีบก้าวเข้ามาในวงสนทนา
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณก้อง”
แต่ถึงปากจะถามแบบนั้น แววตายามธนาหันไปมองอธิป ผู้ติดตามที่มีอีกสถานะคือลูกชายคนเดียวของเพื่อนเกลอซึ่งฝากมาทำงานด้วยก็เจือด้วยความหงุดหงิดระคนระอาอย่างรู้ทัน มันคงไม่พ้นเป็นเรื่องเดิม ๆ
ก้องภพนิ่งข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล ชั่วอึดใจก็หันไปสบตาคู่ค้าที่เพิ่งจรดปลายปากกาเซ็นสัญญาว่าจ้างกันไปหมาด ๆ
“ผมเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระด่วน คงต้องขอตัวกลับก่อน ลานะครับ”
ก้องภพก้มหัวให้คนอายุมากกว่า ก่อนจะฉุดเลขาส่วนตัวให้เดินตามออกมาพร้อมกัน ไม่คิดปรายตาไปมองตัวต้นเรื่อง ด้วยกลัวว่าตัวเองจะอดใจไม่ไหวแล้วพุ่งเข้าไปซัดปากพล่อย ๆ ของมันสักทีสองที
ไร้บทสนทนาหรือท้วงติงขณะถูกลากมายังลานจอดรถ เวลานี้เขาหยุดเดินแล้วหากมือยังคงไม่ยอมปล่อย เสียงลมหายใจหนัก ๆ บ่งบอกให้รู้ว่าอารมณ์ขุ่นมัวยังไม่หมดไป
ดังนั้นแม้จะรู้สึกเจ็บข้อมือจนอยากสะบัดแค่ไหน เจณิสตาก็ทำได้แค่กัดฟันทน ด้วยกลัวว่าหากเขาเดือดดาลขึ้นมาอีกรอบ ผลร้ายอาจจบที่เธอได้รับซองขาวมันตรงนี้
อดทนอยู่เกือบนาที คนหน้าดุก็หันมาจ้องเธอ
“คิดว่าผมตาบอดหรือไง ไปปกป้องมันทำไม!”
“ฉันไม่ได้จะปกป้องเขา แต่ที่พูดออกไปแบบนั้นก็เพราะมันคงไม่ดีถ้าเราจะทะเลาะกับลูกค้า”
“ไอ้หมอนั่นมันไม่ใช่ลูกค้า แต่ถึงจะเป็นลูกค้าแล้วยังไง ถ้ามันอยากทำมากกว่าจับขา คุณก็จะนั่งนิ่ง ๆ ยอมให้มันจับ ให้มันลูบคลำตามใจชอบงั้นสิ?”
“คุณก้องภพ!”
เจณิสตาเรียกเขาเสียงเข้ม ด้วยหวังว่าเขาจะรู้ตัวว่าสิ่งที่พูดออกมานั้น มันเริ่มล้ำเส้นและเข้าข่ายดูถูกเธอ
แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุด
“ตกลงชอบที่มันหล่อ หรือชอบที่มันรวย?”
“ฉันไม่ได้ชอบเขา!”
“ถ้าไม่ชอบก็หัดรักศักดิ์ศรี รักตัวเองให้มากกว่านี้หน่อย ไม่อย่างนั้น...”
“ไม่อย่างนั้นมันจะทำไมคะ!” แม้จะพยายามพร่ำบอกตัวเองว่าให้อดทน หากสุดท้ายเธอก็อดไม่ไหว
“คุณคิดว่าฉันคงจะดีใจจนเนื้อเต้นมากเลยใช่ไหมที่มีผู้ชายรวย ๆ มาพูดหยอก มาทำเหมือนสนใจ ทั้ง ๆ ที่ฉันก็หน้าตาธรรมดา แถมยังแต่งตัวเชยแสนเชย ค่ะ ฉันยอมรับว่าเนื้อเต้น แต่มันเต้นเพราะว่าฉันกำลังโมโห"
"...."
"แล้วการที่ฉันเงียบ ไม่โวยวาย ไม่ได้แปลว่าฉันไม่รักศักดิ์ศรี ไม่รักตัวเอง แต่ฉันรู้ว่าโวยวายไป มันก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มันจะมีแต่จะแย่ลง”
“...”
“เพราะถ้าเกิดเขาไม่พอใจแล้วยกเลิกงานขึ้นมา เป็นคุณหรือเปล่าที่จะเสียหาย เสียผลประโยชน์ เสียชื่อ แล้วก็เสียเวลา ส่วนฉันก็จะโดนไล่ออกตั้งแต่ยังไม่ทันผ่านโปร เห็นไหมคะว่ามันมีแต่เสียกับเสีย”
“แต่มันลวนลามคุณ!”
“เขาก็แค่โดนขา อย่างมากฉันก็ถือซะว่าเมื่อกี้มีหมามานัวเนียแล้วเผลอเลียขาฉันก็เท่านั้นแหละ”
“...”
“...”
“เมื่อกี้นี้ คุณพูดว่าหมา?”
“...!?”
ซวยแล้ว!
คนที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าโพล่งอะไรออกไปสะดุ้งเฮือก ครั้นพอสบเข้ากับสายตาตกตะลึงของคนยืนอึ้ง เธอก็รีบก้มหน้า อับอายจนอยากแทรกแผ่นคอนกรีตหนี
บ้า! บ้าที่สุด!
เมื่อกี้นี้ผีห่าซาตานตนไหนเข้าสิง เธอถึงได้สติแตก วีนเขากลับแบบนั้น ตาย ๆ ได้ซองขาวที่ไม่ใช่ซองผ้าป่าแน่ ไอ้เจนเอ้ย
หญิงสาวกรีดร้องโดยไร้เสียง ไหล่ตกลู่ด้วยความหวาดหวั่น แต่แล้วในวินาทีที่คิดว่าจะได้ยินเสียงตวาดหรือคำสั่งปลดสายฟ้าแลบ กลับมีเสียงหัวเราะทุ้มห้าวดังลั่นไปทั่วบริเวณแทน
“คุณนี่แม่ง...” เขาว่าแล้วก็หัวเราะต่อคล้ายกลั้นไม่ไหว
เจณิสตากระพริบตาปริบ ๆ นิ่งไปครู่หนึ่งเธอก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างไม่เข้าใจ และคงเพราะกำลังงงบวกกับสงสัย คราวนี้เธอเลยไม่ได้เสหลบอีกเมื่อเขามองมา
นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับ เปี่ยมด้วยความขบขัน เขาหัวเราะต่ออีกสักพักก็ยกนิ้วโป้งให้เธอ
“ไม่ต้องรอถึงสามเดือนหรอก ผมให้คุณผ่านโปรวันนี้เลย!”
ชั่วโมงต่อมารถมินิแวนก็แล่นมาถึงร้านอาหารริมน้ำอันเป็นจุดหมายปลายทางของวันนี้ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านเด่นดัง ออกจะเป็นร้านลับที่อยู่ไกลถึงชานเมืองเสียด้วยซ้ำเจณิสตาค้นพบมันโดยบังเอิญบนอินเทอร์เน็ต และพอได้ชวนก้องภพมาลองเธอก็ติดใจทั้งบรรยากาศที่ร่มรื่นและรสชาติของอาหารที่อร่อย ราคามิตรภาพแรงเบียดที่ข้างกายและไออุ่นของฝ่ามือที่วางแปะบนสะโพกกลมกลึงดึงความสนใจจากเจณิสตาเพียงครู่ แต่ยังไม่ทันหันไปถามพนักงานก็เดินเข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม“จองไว้ชื่อคุณก้องภพค่ะ”เธอแจ้งกับพนักงาน ไม่กี่อึดใจอีกฝ่ายก็นำพวกเธอมาส่งยังโต๊ะที่จองไว้ สองสามีภรรยาเลือกนั่งประกบข้างลูกสาวเพื่อสะดวกแก่การดูแลรอยยิ้มบนใบหน้าหวานพลันกว้างขึ้น เมื่อพบว่ามันคือโต๊ะเดิมกับปีที่แล้ว โต๊ะที่เธอเคยบอกว่าชอบวิวจากมุมนี้ที่สุดผิดกับก้องภพที่แววตาดุดันขึ้นหลายส่วน เพราะพบว่านับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าร้านมา ภรรยาของเขาตกเป็นเป้าสายตาชายอื่นถึงสามคู่ฮึ้ย! ลูกก็มา ผัวก็มี ยืนหัวโด่อยู่ข้าง ๆ ด้วยยังจะกล้ามองเมียชาวบ้านอีก!“พี่ก้องจะเอาอะไรเพิ่มไหมคะ”ก้องภพเก็บซ่อนความขุ่นเคืองคนนอกลงทันทีที่ได้ยินเสียงอ่อนหวานของภรรยา เขาจงใจโน้มหน
“คุณแม่ขา อันนี้ดีไหมคะ อุ้ย แต่อันนี้ก็สวย อันนี้ก็ด้วยยย”เสียงใส ๆ ดังเจื้อยแจ้วอยู่ในห้องแต่งตัว เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากหญิงสาวในชุดเดรสสีม่วงอ่อนลายดอกไลแลคที่กำลังยืนเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับชุดที่ตนสวมใส่อยู่หลังสวมสร้อยให้ตัวเองสำเร็จ เจณิสตาย่อตัวลงนั่งตรงหน้าร่างเล็กที่ใส่ชุดคล้ายกันกับเธอ ในมือป้อม ๆ เล็ก ๆ มีกิ๊บติดผมอยู่สี่อัน แล้วยิ้มละไม“ไหนนนน วันนี้ลูกพีชอยากติดอันไหนคะ”เธอถามลูกสาวเสียงหวาน เด็กหญิงขมวดคิ้ว ทำหน้าคิดหนัก มองมือซ้ายของตนที มองมือขวาของตนที ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่“ลูกพีชชอบทั้งหมดเลยค่ะ ลูกพีชขอติดทุกอันเลยได้ไหมคะ”คำขอไม่เหลือบ่ากว่าแรง แต่พื้นที่บนศีรษะลูกสาวนั้นไม่น่าพอ แถมบางชิ้นก็ไม่เข้ากับชุดซะด้วยสิ“อืมมมม ถ้าดูจากทรงผมที่ลูกพีชทำวันนี้ แม่ว่าติดสองอันจะสวยที่สุดนะคะ”“งั้นนนนน งั้นลูกพีชติดอันนี้ กับอันนี้ก็ได้ค่ะ ลูกพีชจะได้สวย ๆ เหมือนคุณแม่”เจณิสตาหัวเราะเสียงใส รับกิ๊บติดผมที่มีเพชรล้อมพราวระยับจากมือลูกสาวมาบรรจงติดบนผมสีดำขลับ หนานุ่มหากหยักศกตามธรรมชาติ ก่อนจะก้มไปหอมแก้มนุ่ม ๆ ทั้งซ้ายและขวาอย่างรักใคร่ปนมันเขี้ยวหลังติดเสร
วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวจากเด็กตัวน้อยที่นอนร้องอ้อแอ้ ชูแขนชูขาอยู่ในเปลเด็ก ก็เติบใหญ่กลายเป็นเด็กหญิงกมลพิชญ์วัยสามขวบที่แสนสดใส แสบซน และมีพลังเหลือล้น“อ๊ายยย จุนพ๊ออออออ”“จะหนีไปไหน มาให้จับซะดี ๆ ฮืมมมมม หรือจะจกพุงดิมดีนะ”“ว๊ากกก พุงดิมไม่อร่อยยยย”เสียงหวีดร้องระคนเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากดังลั่นไปทั่วบริเวณ ขณะที่หนึ่งผู้ใหญ่กำลังวิ่งไล่ตามเด็กหญิงกับเด็กชายไปรอบ ๆ สวนหย่อมหน้าบ้านโดยกติกาของเกมก็คือใครที่เป่ายิงฉุบแพ้จะต้องกลายเป็นหมาป่า ไล่จับคนที่เหลือ และหากแตะได้ใครคนนั้นต้องสลับมาเป็นหมาป่า แล้วคอยไล่จับคนอื่น ๆ แทนซึ่งผลของเกมนี้จบที่คนตัวโตที่สุด ชะลอฝีเท้าลง กลายเป็นหยุดยืนหอบหายใจ“เอ้า ๆ เอายาดมไหมคนแก่!” ดนตร์ตะโกนแซวแล้วหัวเราะร่าเมื่อได้รับสายตาขวางๆ กลับมาจากคนแก่“ไอ้...”เพราะมีเด็ก ๆ อยู่ ต่อให้อยากด่าออกเสียงแค่ไหน ก้องภพก็ทำได้แค่เว้นวรรคแล้วด่าในใจแทน“ก็บอกแล้วว่าให้รีบมีลูก”“นี่ก็รีบสุด ๆ แล้ว” ก้องภพตะโกนแย้ง ชี้หน้าคนยังแซวไม่เลิกอย่างคาดโทษ ก่อนเปลี่ยนเป็นกวักมือเรียก “มานี่เลย มาเปลี่ยนตัวกันได้แล้ว!”กระทั่งได้สลับหน้าที่ก้องภพก็
“แอะ แอ๊~”เสียงร้องไห้จ้าปลุกให้สองชีวิตที่เพิ่งเข้านอนกันเมื่อสามชั่วโมงก่อนถึงกับสะดุ้งเฮือก มือเรียวของคนอยู่ใกล้กว่าเอื้อมไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง ก่อนเธอจะพลิกตัวไปกระซิบบอกคนที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกัน“เดี๋ยวเจนไปดูลูกเองค่ะ” จากนั้นคุณแม่มือใหม่ที่ยังตื่นไม่เต็มตาก็รีบคลานไปหาร่างเล็กที่กำลังนอนแบะปาก เตะขาไปมาอยู่ในเตียงนอนเด็กอ่อนวินาทีที่สบกับดวงตาใสแป๋วคู่กลมโตที่ถอดแบบมาจากเธอ ขณะที่ส่วนอื่น ๆ บนใบหน้านั้นได้มาจากคนเป็นพ่อ ความเหนื่อยล้าต่าง ๆ ก็สลายหายไปหลายส่วน หญิงสาวส่งยิ้มกว้าง“ว่าไงคะลูกพีชของแม่~”ชื่อเล่นของลูกสาวได้มากจากผลไม้ที่เธอร่ำร้องอยากกินอยู่ตลอดช่วงที่ท้องแก ดวงตาคู่โตเบนมามองตามเสียง และคงเพราะเริ่มจดจำเธอได้แล้ว เสียงร้องจึงแผ่วลง คิ้วที่ขมวดมุ่นค่อย ๆ คลายออก“แอะ~”“โอ๋ ๆ ไม่ร้องน้า หนูหิวใช่ไหมคะ มา ๆ กินนมกันเนอะ”“แอ๊~”เสียงอ้อแอ้ร้องตอบกลับมาอย่างน่าเอ็นดู เจณิสตาอมยิ้ม ก้มไปสอดมือเข้าประคองคอแล้วช้อนก้น อุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นจากเตียงแล้วเดินเลี้ยวไปยังห้องเด็กอ่อนที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตกแต่งเพื่อเอาเข้าเต้าทันทีที่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ลูกพีชหรือเ
ดิษยะถอนหายใจแรง วางทั้งมีดและผลไม้ในมือลงก่อนเดินไล่เตะน้องชายไปรอบเคาน์เตอร์เสียงโวยวายระคนด่าทอของสามหนุ่มดึงทุกสายตาของสาว ๆ ที่นั่งจับกลุ่มอยู่ที่โซฟาชุด ครั้นพอเห็นผู้ชายตัวโตกำลังไล่หยอกกันเหมือนเด็ก พวกเธอก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันกลับมาคุยกันต่อ“แล้วนี่เริ่มแพ้ท้องบ้างหรือยังจ๊ะ”กิติมาเอ่ยถามตามประสาคนเคยผ่านมาก่อนแถมยังแพ้หนักมาก ๆ เมื่อเห็นว่าที่คุณแม่ที่แม้จะอิ่มเอิบขึ้น ทว่าใต้ตาปรากฎร่องรอยของการอดนอนด้วยความเป็นห่วง“ตัวเจนแทบไม่แพ้เลยค่ะพี่ปิ่น”เจณิสตาส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางผู้ชายตัวโตที่ยืนคั้นน้ำส้ม ใกล้ ๆ กันมีดิษยะกับดนตร์ที่ตอนนี้สงบศึกเพราะโดนไหว้วานแกมบังคับให้เป็นลูกมือกำลังหั่นผลไม้กันทั้งคู่“คนนู้นต่างหากที่อาการหนัก ทั้งเวียนหัวตอนเช้า ทั้งอารมณ์สวิง”ส่วนตัวเธอนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงด้านร่างกาย คัดหน้าอก น้ำหนักขึ้นเพราะเจริญอาหาร และรู้สึกง่วงนอนบ่อย ๆกิติมาได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี“ดี! แพ้ท้องแทนเยอะ ๆ ได้ยิ่งดี หมั่นไส้!”ทว่าเขมิกากลับส่ายหัวหวือ ไม่เห็นด้วย“พี่ปิ่นขา ลืมไปหรือเปล่าว่าถ้าบอสอารมณ์ไม่ดี คนที่จะซวยตอ
หลังจากก้องภพทำคนที่ตามบัญชีโซเซียลของเขาแตกตื่นด้วยการโพสต์ภาพถ่ายสองชายหญิงยืนยิ้มร่า ในมือถือทะเบียนสมรสคู่กันไปแล้วหนึ่งหน เดือนถัดมาชายหนุ่มก็ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีกครั้งด้วยการประกาศอีกหนึ่งข่าวดีที่ตัวเขาเฝ้ารอมานาน ผ่านภาพสองชายหญิงคู่เดิมกำลังนั่งโอบกันบนโซฟาตัวโต สีหน้าเปี่ยมด้วยความสุขในมือของฝ่ายหญิงมีภาพถ่ายของผลอัลตราซาวด์ พร้อมเขียนแคปชันด้านล่างภาพ สั้น ๆ แต่แสนอบอุ่นหัวใจว่าภาพถ่ายแรกของครอบครัว ‘แสงธนนท์’ แต่ใครจะคิดล่ะว่านอกจากคำยินดีที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ บรรดาคนสนิทจะถือโอกาสนี้มามอบของขวัญให้ถึงมือในเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก้องภพกลอกตามองบน ตอนพบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างกิติมา ดนตร์และดิษยะ ทำไมคนพวกนี้ต้องใจตรงกันวันนี้ด้วย!และถึงใจเขาจะไม่อยากรับแขก แต่ก็ทำได้เพียงปล่อยมือจากประตูห้องแล้วเบี่ยงตัวหลบเป็นเชิงอนุญาตให้คนเหล่านั้นเข้ามาในห้องเพราะภรรยาไม่เพียงร้องทักทายด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ แต่ช่วงเวลาหวานแหววของเขากับภรรยา กลายเป็นปาร์ตี้ฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่นับตั้งแต่เขมิกากับพิมพิบุกมาเยี่ยม พร้อมของกินถุงใหญ่และของขวัญจาก







