LOGINความประหม่ากับความไม่มั่นใจตบตีกันให้วุ่น แต่ดูเหมือนทางเลือกเดียวที่เธอมีคือต้องรอด ไม่อย่างนั้นทั้งเธอและยายน้องตัวแสบได้เสียประวัติ ถูกส่งไปเที่ยวห้องกรงทั้งคู่แน่!
“เอาวะ ตายเป็นตาย!”
หญิงสาวขยับหน้ากากอนามัยให้เข้าที่เข้าทาง สูดลมหายใจเรียกขวัญและกำลังใจให้ตัวเองครู่หนึ่ง สองเท้าก็ก้าวต่อ พาตัวเองเข้าไปในตึก
เธอแวะกวาดสายตาอ่านป้ายแจกแจงชื่อบริษัทของแต่ละชั้นตรงโถงลิฟต์กระทั่งพบว่าข้อมูลที่ปรากฏนั้น ตรงกับรายละเอียดในอีเมลทุกอย่างก็เดินเข้าลิฟต์ กดเลือกชั้นที่ต้องการ ไม่กี่นาทีตัวลิฟต์ก็พาขึ้นมาส่งยังที่หมาย
ความประหม่าพลันเพิ่มพรวด มือไม้พานเย็นเฉียบขึ้นมาทันทีเมื่อวินาทีที่ผลักประตูกระจกแล้วก้าวเข้าไป สายตานับสิบคู่พร้อมใจกันพุ่งตรงมาทางเธอเป็นตาเดียว
อย่ามาสนใจเธอมากได้ไหม จะทำอะไรก็ทำกันไปสิ!
คนไม่ชอบตกเป็นจุดเด่นโอดครวญในใจพลางก้มหลบสายตาวูบ ครั้นพอนึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่บุคลิกของน้องสาวผู้ต้องเป็นคนมาเข้าทำงานที่นี่ เธอก็สั่งให้ตัวเองละทิ้งความประหม่า หันกลับมาทิศเดิมแล้วเชิดหน้ายิ้ม ยิ้มมันทั้ง ๆ ที่มีหน้ากากปิดบังอยู่นั่นแหละ
“สวัสดีค่ะ”
เสียงของเจณิสตาทำให้กลุ่มมนุษย์ออฟฟิศหันมามอง ก่อนที่สาวผมลอนสลวย สวมชุดเดรสเข้ารูปจะก้าวเข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร
“น้องคือคนที่จะมาทำเลขาใช่ไหม?”
“ค่ะ เจ ... อะแฮ่ม ๆ เขมค่ะ เขมิกา โอบรักษ์”
เกือบไปแล้วไหมล่ะ!
ความลืมตัวทำให้เจณิสตาเกือบเผลอโพล่งชื่อจริง ๆ ของตัวเองออกไป ยังดีที่มีหน้ากากอนามัยช่วยอำพรางรูปปาก และเสียงที่เปล่งออกมาในคราแรกอู้อี้ เธอจึงตีเนียนด้วยการทำเป็นกระแอมไอแล้วแทนตัวด้วยชื่อของน้องสาวใหม่
“อ้อ คนที่พี่ปิ่นสัมภาษณ์วันนั้น” หนึ่งในกลุ่มพนักงานที่ยืนอยู่ด้านหลังร้องทัก ก่อนจะพากันส่งยิ้มมาให้
“พี่ชื่อแพทนะ คนนี้ชื่อพี่ปิ่น เป็นหัวหน้าทีมหนึ่ง ส่วนคนนั้นพี่รุ้งหัวหน้าทีมสอง แล้วก็นี่มุก น่าจะอายุไล่ ๆ กันกับเรานะ”
พัดชาอาสาเป็นคนแนะนำทุกคนที่ยืนอยู่ในละแวกนั้นให้น้องใหม่รู้จัก แววตาสนใจใคร่รู้เพ่งมองดวงหน้าหวาน ในใจเต็มไปด้วยความชื่นชม
ขนาดเห็นแค่ครึ่งหน้าเธอยังรู้สึกว่าน้องสวย ตอนเปิดหน้ากากออกมา คงไม่พ้นสวยตะลึงแน่ ๆ เฮ้อ คิดแล้วก็เสียดายที่น้องเขามาทำตำแหน่งเลขา ไม่ใช่ AE อย่างพวกเธอ ไม่อย่างนั้นยอดทีมเดือนหน้าพุ่ง ๆ ทะลุเพดานชัวร์!
หลังทักทายกันพอหอมปากหอมคอ กิติมาก็มอบหมายให้พัดชาเป็นคนพาน้องใหม่มาส่งที่โต๊ะทำงาน ระหว่างเดินมาด้วยกันพัดชาจึงเล่าเกี่ยวกับงานของบริษัทให้ฟังคร่าว ๆ ไปด้วย
“บริษัทเราน่ะนะ ติดหนึ่งในสิบอันดับออแกไนซ์มืออาชีพที่จัดงานได้ดีเยี่ยมเชียวนะ งานใหญ่ ๆ อย่างงานปีใหม่ตรงลานหน้าห้างก็เป็นเราได้จัดเกือบทุกปีเลยนะ งานต่างจังหวัดเราก็รับ ถ้าตารางงานว่างให้ลง”
“งั้นแบบนี้แปลว่าต้องมีทำงานล่วงเวลา หรือไปค้างที่ต่างจังหวัดด้วยสิคะ?”
“จ้ะ ก็ปกติของคนทำอีเวนต์แหละ”
แต่มันไม่ปกติสำหรับเธอเลยสักนิด!
เจณิสตากรีดร้องในใจ ลนลานคว้าแขนรุ่นพี่ใจดีเอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ผลักประตู
“แล้วจำเป็นต้องไปทุกคนไหมคะ?”
“ก็ไม่นะ แล้วแต่ทีมที่ได้รับมอบหมายจ้ะ งานของน้องเขมเป็นส่วนของเลขา เพราะงั้นต้องแล้วแต่คุณก้องภพเค้า”
“อ๋อ ดีจังค่ะ”
แบบนั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย เท่าที่แอบศึกษามาล่วงหน้า ส่วนมากงานเลขามักอยู่ที่ออฟฟิต มีบ้างที่ตามไปร่วมประชุมนอกสถานที่ด้วย แต่ถ้าต้องไปถึงต่างจังหวัดนี่ ผู้บริหารใหญ่คงไม่ตามไปนอกจากวันงานหรอกมั้ง
คิดแล้วเจณิสตาก็พรูลมหายใจด้วยความโล่งอก แต่เพิ่งยิ้มออกได้เพียงแป็บเดียว เธอก็ต้องหุบยิ้มฉับ
“ใช่ ดีเลย เราจะได้เจอกันบ่อย ๆ เพราะคุณก้องภพเนี้ย ทั้งเก่งทั้งลุย มีงานที่ไหนคุณเขาก็ลงไปทำกับลูกน้องตั้งแต่วันแรก ๆ เรียกได้ว่าเป็นบอสในฝันที่ใคร ๆ ก็อยากมีเลยแหละ!”
บอสในฝัน?
ใคร ๆ ก็อยากมี?
ใครที่ว่านั่น รบกวนช่วยเว้นคนที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ไว้คนหนึ่งเถอะ!
ชั่วโมงต่อมารถมินิแวนก็แล่นมาถึงร้านอาหารริมน้ำอันเป็นจุดหมายปลายทางของวันนี้ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านเด่นดัง ออกจะเป็นร้านลับที่อยู่ไกลถึงชานเมืองเสียด้วยซ้ำเจณิสตาค้นพบมันโดยบังเอิญบนอินเทอร์เน็ต และพอได้ชวนก้องภพมาลองเธอก็ติดใจทั้งบรรยากาศที่ร่มรื่นและรสชาติของอาหารที่อร่อย ราคามิตรภาพแรงเบียดที่ข้างกายและไออุ่นของฝ่ามือที่วางแปะบนสะโพกกลมกลึงดึงความสนใจจากเจณิสตาเพียงครู่ แต่ยังไม่ทันหันไปถามพนักงานก็เดินเข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม“จองไว้ชื่อคุณก้องภพค่ะ”เธอแจ้งกับพนักงาน ไม่กี่อึดใจอีกฝ่ายก็นำพวกเธอมาส่งยังโต๊ะที่จองไว้ สองสามีภรรยาเลือกนั่งประกบข้างลูกสาวเพื่อสะดวกแก่การดูแลรอยยิ้มบนใบหน้าหวานพลันกว้างขึ้น เมื่อพบว่ามันคือโต๊ะเดิมกับปีที่แล้ว โต๊ะที่เธอเคยบอกว่าชอบวิวจากมุมนี้ที่สุดผิดกับก้องภพที่แววตาดุดันขึ้นหลายส่วน เพราะพบว่านับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าร้านมา ภรรยาของเขาตกเป็นเป้าสายตาชายอื่นถึงสามคู่ฮึ้ย! ลูกก็มา ผัวก็มี ยืนหัวโด่อยู่ข้าง ๆ ด้วยยังจะกล้ามองเมียชาวบ้านอีก!“พี่ก้องจะเอาอะไรเพิ่มไหมคะ”ก้องภพเก็บซ่อนความขุ่นเคืองคนนอกลงทันทีที่ได้ยินเสียงอ่อนหวานของภรรยา เขาจงใจโน้มหน
“คุณแม่ขา อันนี้ดีไหมคะ อุ้ย แต่อันนี้ก็สวย อันนี้ก็ด้วยยย”เสียงใส ๆ ดังเจื้อยแจ้วอยู่ในห้องแต่งตัว เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากหญิงสาวในชุดเดรสสีม่วงอ่อนลายดอกไลแลคที่กำลังยืนเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับชุดที่ตนสวมใส่อยู่หลังสวมสร้อยให้ตัวเองสำเร็จ เจณิสตาย่อตัวลงนั่งตรงหน้าร่างเล็กที่ใส่ชุดคล้ายกันกับเธอ ในมือป้อม ๆ เล็ก ๆ มีกิ๊บติดผมอยู่สี่อัน แล้วยิ้มละไม“ไหนนนน วันนี้ลูกพีชอยากติดอันไหนคะ”เธอถามลูกสาวเสียงหวาน เด็กหญิงขมวดคิ้ว ทำหน้าคิดหนัก มองมือซ้ายของตนที มองมือขวาของตนที ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่“ลูกพีชชอบทั้งหมดเลยค่ะ ลูกพีชขอติดทุกอันเลยได้ไหมคะ”คำขอไม่เหลือบ่ากว่าแรง แต่พื้นที่บนศีรษะลูกสาวนั้นไม่น่าพอ แถมบางชิ้นก็ไม่เข้ากับชุดซะด้วยสิ“อืมมมม ถ้าดูจากทรงผมที่ลูกพีชทำวันนี้ แม่ว่าติดสองอันจะสวยที่สุดนะคะ”“งั้นนนนน งั้นลูกพีชติดอันนี้ กับอันนี้ก็ได้ค่ะ ลูกพีชจะได้สวย ๆ เหมือนคุณแม่”เจณิสตาหัวเราะเสียงใส รับกิ๊บติดผมที่มีเพชรล้อมพราวระยับจากมือลูกสาวมาบรรจงติดบนผมสีดำขลับ หนานุ่มหากหยักศกตามธรรมชาติ ก่อนจะก้มไปหอมแก้มนุ่ม ๆ ทั้งซ้ายและขวาอย่างรักใคร่ปนมันเขี้ยวหลังติดเสร
วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวจากเด็กตัวน้อยที่นอนร้องอ้อแอ้ ชูแขนชูขาอยู่ในเปลเด็ก ก็เติบใหญ่กลายเป็นเด็กหญิงกมลพิชญ์วัยสามขวบที่แสนสดใส แสบซน และมีพลังเหลือล้น“อ๊ายยย จุนพ๊ออออออ”“จะหนีไปไหน มาให้จับซะดี ๆ ฮืมมมมม หรือจะจกพุงดิมดีนะ”“ว๊ากกก พุงดิมไม่อร่อยยยย”เสียงหวีดร้องระคนเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากดังลั่นไปทั่วบริเวณ ขณะที่หนึ่งผู้ใหญ่กำลังวิ่งไล่ตามเด็กหญิงกับเด็กชายไปรอบ ๆ สวนหย่อมหน้าบ้านโดยกติกาของเกมก็คือใครที่เป่ายิงฉุบแพ้จะต้องกลายเป็นหมาป่า ไล่จับคนที่เหลือ และหากแตะได้ใครคนนั้นต้องสลับมาเป็นหมาป่า แล้วคอยไล่จับคนอื่น ๆ แทนซึ่งผลของเกมนี้จบที่คนตัวโตที่สุด ชะลอฝีเท้าลง กลายเป็นหยุดยืนหอบหายใจ“เอ้า ๆ เอายาดมไหมคนแก่!” ดนตร์ตะโกนแซวแล้วหัวเราะร่าเมื่อได้รับสายตาขวางๆ กลับมาจากคนแก่“ไอ้...”เพราะมีเด็ก ๆ อยู่ ต่อให้อยากด่าออกเสียงแค่ไหน ก้องภพก็ทำได้แค่เว้นวรรคแล้วด่าในใจแทน“ก็บอกแล้วว่าให้รีบมีลูก”“นี่ก็รีบสุด ๆ แล้ว” ก้องภพตะโกนแย้ง ชี้หน้าคนยังแซวไม่เลิกอย่างคาดโทษ ก่อนเปลี่ยนเป็นกวักมือเรียก “มานี่เลย มาเปลี่ยนตัวกันได้แล้ว!”กระทั่งได้สลับหน้าที่ก้องภพก็
“แอะ แอ๊~”เสียงร้องไห้จ้าปลุกให้สองชีวิตที่เพิ่งเข้านอนกันเมื่อสามชั่วโมงก่อนถึงกับสะดุ้งเฮือก มือเรียวของคนอยู่ใกล้กว่าเอื้อมไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง ก่อนเธอจะพลิกตัวไปกระซิบบอกคนที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกัน“เดี๋ยวเจนไปดูลูกเองค่ะ” จากนั้นคุณแม่มือใหม่ที่ยังตื่นไม่เต็มตาก็รีบคลานไปหาร่างเล็กที่กำลังนอนแบะปาก เตะขาไปมาอยู่ในเตียงนอนเด็กอ่อนวินาทีที่สบกับดวงตาใสแป๋วคู่กลมโตที่ถอดแบบมาจากเธอ ขณะที่ส่วนอื่น ๆ บนใบหน้านั้นได้มาจากคนเป็นพ่อ ความเหนื่อยล้าต่าง ๆ ก็สลายหายไปหลายส่วน หญิงสาวส่งยิ้มกว้าง“ว่าไงคะลูกพีชของแม่~”ชื่อเล่นของลูกสาวได้มากจากผลไม้ที่เธอร่ำร้องอยากกินอยู่ตลอดช่วงที่ท้องแก ดวงตาคู่โตเบนมามองตามเสียง และคงเพราะเริ่มจดจำเธอได้แล้ว เสียงร้องจึงแผ่วลง คิ้วที่ขมวดมุ่นค่อย ๆ คลายออก“แอะ~”“โอ๋ ๆ ไม่ร้องน้า หนูหิวใช่ไหมคะ มา ๆ กินนมกันเนอะ”“แอ๊~”เสียงอ้อแอ้ร้องตอบกลับมาอย่างน่าเอ็นดู เจณิสตาอมยิ้ม ก้มไปสอดมือเข้าประคองคอแล้วช้อนก้น อุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นจากเตียงแล้วเดินเลี้ยวไปยังห้องเด็กอ่อนที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตกแต่งเพื่อเอาเข้าเต้าทันทีที่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ลูกพีชหรือเ
ดิษยะถอนหายใจแรง วางทั้งมีดและผลไม้ในมือลงก่อนเดินไล่เตะน้องชายไปรอบเคาน์เตอร์เสียงโวยวายระคนด่าทอของสามหนุ่มดึงทุกสายตาของสาว ๆ ที่นั่งจับกลุ่มอยู่ที่โซฟาชุด ครั้นพอเห็นผู้ชายตัวโตกำลังไล่หยอกกันเหมือนเด็ก พวกเธอก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันกลับมาคุยกันต่อ“แล้วนี่เริ่มแพ้ท้องบ้างหรือยังจ๊ะ”กิติมาเอ่ยถามตามประสาคนเคยผ่านมาก่อนแถมยังแพ้หนักมาก ๆ เมื่อเห็นว่าที่คุณแม่ที่แม้จะอิ่มเอิบขึ้น ทว่าใต้ตาปรากฎร่องรอยของการอดนอนด้วยความเป็นห่วง“ตัวเจนแทบไม่แพ้เลยค่ะพี่ปิ่น”เจณิสตาส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางผู้ชายตัวโตที่ยืนคั้นน้ำส้ม ใกล้ ๆ กันมีดิษยะกับดนตร์ที่ตอนนี้สงบศึกเพราะโดนไหว้วานแกมบังคับให้เป็นลูกมือกำลังหั่นผลไม้กันทั้งคู่“คนนู้นต่างหากที่อาการหนัก ทั้งเวียนหัวตอนเช้า ทั้งอารมณ์สวิง”ส่วนตัวเธอนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงด้านร่างกาย คัดหน้าอก น้ำหนักขึ้นเพราะเจริญอาหาร และรู้สึกง่วงนอนบ่อย ๆกิติมาได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี“ดี! แพ้ท้องแทนเยอะ ๆ ได้ยิ่งดี หมั่นไส้!”ทว่าเขมิกากลับส่ายหัวหวือ ไม่เห็นด้วย“พี่ปิ่นขา ลืมไปหรือเปล่าว่าถ้าบอสอารมณ์ไม่ดี คนที่จะซวยตอ
หลังจากก้องภพทำคนที่ตามบัญชีโซเซียลของเขาแตกตื่นด้วยการโพสต์ภาพถ่ายสองชายหญิงยืนยิ้มร่า ในมือถือทะเบียนสมรสคู่กันไปแล้วหนึ่งหน เดือนถัดมาชายหนุ่มก็ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีกครั้งด้วยการประกาศอีกหนึ่งข่าวดีที่ตัวเขาเฝ้ารอมานาน ผ่านภาพสองชายหญิงคู่เดิมกำลังนั่งโอบกันบนโซฟาตัวโต สีหน้าเปี่ยมด้วยความสุขในมือของฝ่ายหญิงมีภาพถ่ายของผลอัลตราซาวด์ พร้อมเขียนแคปชันด้านล่างภาพ สั้น ๆ แต่แสนอบอุ่นหัวใจว่าภาพถ่ายแรกของครอบครัว ‘แสงธนนท์’ แต่ใครจะคิดล่ะว่านอกจากคำยินดีที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ บรรดาคนสนิทจะถือโอกาสนี้มามอบของขวัญให้ถึงมือในเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก้องภพกลอกตามองบน ตอนพบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างกิติมา ดนตร์และดิษยะ ทำไมคนพวกนี้ต้องใจตรงกันวันนี้ด้วย!และถึงใจเขาจะไม่อยากรับแขก แต่ก็ทำได้เพียงปล่อยมือจากประตูห้องแล้วเบี่ยงตัวหลบเป็นเชิงอนุญาตให้คนเหล่านั้นเข้ามาในห้องเพราะภรรยาไม่เพียงร้องทักทายด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ แต่ช่วงเวลาหวานแหววของเขากับภรรยา กลายเป็นปาร์ตี้ฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่นับตั้งแต่เขมิกากับพิมพิบุกมาเยี่ยม พร้อมของกินถุงใหญ่และของขวัญจาก







