LOGIN‘งานนี้ฉันหวังไว้มากจริง ๆ’
นึกถึงคำที่น้องสาววิงวอนก่อนเธอออกมาทำงานเมื่อเช้านี้ เจณิสตาก็ได้แต่กำหมัด บอกตัวเองให้สงบสติอารมณ์ เธอจะทำทุกอย่างพังตั้งแต่วันแรกไม่ได้
“แกทำได้เจน แกต้องทำได้ เรื่องแค่นี้เอ้งงงงงง”
หญิงสาวพร่ำสะกดจิตตัวเองซ้ำ ๆ แม้ปลายเสียงจะเหินสูง และยังหายใจถี่รัว บ่งบอกถึงความโมโหที่กรุ่นอยู่เต็มอก แต่เพื่อน้อง เพื่อครอบครัวคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ เธอต้องทำได้!
คล้อยหลังรุ่นพี่กลับไปทำงานที่โต๊ะ เจณิสตาใช้ช่วงเวลาระหว่างเตรียมของว่าง จัดการกับอารมณ์ไปด้วย
เพราะต่อให้ส่วนลึกของใจจะร่ำร้อง อยากเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเจ้านายใหม่มากแค่ไหน แต่ตำแหน่งหน้าที่ก็ทำให้การหนีกลับบ้านเป็นได้แค่ความปรารถนา
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ กระทั่งมั่นใจว่าตนซ่อนทุกความขุ่นเคืองไว้ภายใต้สีหน้าเป็นมิตรที่ประดิษฐ์ขึ้นได้แนบเนียนพอแล้ว เธอก็เคาะประตู
“ขออนุญาตค่ะ”
“เชิญ”
สู้เขาอีหญิง!
ให้กำลังใจตัวเองอีกรอบแล้วเจณิสตาก็กลั้นใจผลักประตู สองเท้าก้าวพาตัวเองไปหยุดยืนใกล้โต๊ะผู้บริหาร บรรจงวางกาแฟลงในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วแนะนำตัวใหม่อีกครั้งอย่างเป็นทางการ
“สวัสดีค่ะคุณก้องภพ ดิฉันนางสาวเขมิกา โอบรักษ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย x คณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการธุรกิจทั่วไป เกรดเฉลี่ยสามจุดศูนย์หนึ่ง ต่อไปนี้จะมารับหน้าที่เลขานุการ ฉะนั้นขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
ดวงตาสีเข้มละจากหน้าเอกสารไปมองแก้วกาแฟใกล้มือแวบหนึ่ง ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองเจ้าของเสียงใส ๆ ที่กำลังพรีเซ้นต์ชื่อเสียงเรียงนามของตัวเอง ราวกับเป็นเด็กนักศึกษาตอนกล่าวรายงานหน้าห้องก็ไม่ปาน
ทันใดนั้นมือที่กำลังจะเปิดแฟ้มเอกสารก็ชะงักเล็กน้อย เมื่อพบว่าแววตาของคนตรงหน้า ช่างสุกใสไร้วี่แววเสน่หา ไม่สิ มันไม่ใช่แค่ไม่มี แต่ยังเจือด้วยความขุ่นเคืองเขาเสียด้วยซ้ำ
และนี่เป็นครั้งแรกที่ก้องภพได้รับสายตาแบบนี้จากผู้หญิง
“...”
“...”
“...”
“เอ่อ คุณก้องภพ มีอะไรอยากจะถามดิฉันเพิ่มหรือเปล่าคะ?”
เมื่อพูดจบไปสักพักแล้วอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้า คิ้วขมวดเหมือนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่ยอมพูดสักที เจณิสตาเลยเป็นฝ่ายถามออกไปตรง ๆ
“เธอ...” ชายหนุ่มเงียบเสียง สีหน้าคล้ายครุ่นคิดลังเลครู่หนึ่งก็พูดต่อ
“ถอดแมสสิ”
ความรู้สึกไม่ปลอดภัยตรงเข้าจู่โจมทันที เจณิสตาเผลอยกมือขึ้นจับสิ่งเดียวที่ช่วยปิดบังตัวตนอย่างลืมตัว
“ถอดทำไมคะ?” พอนึกขึ้นได้ว่ากำลังทำตัวมีพิรุธเธอรีบให้เหตุผลที่คิดว่าเข้าท่าที่สุด “เอ่อ คือว่าดิฉันหมายถึง ตอนนี้ดิฉันเป็นหวัดอยู่น่ะค่ะ แคกแคก”
เจณิสตาไม่ลืมกระแอมไอตบท้ายเพื่อความสมจริง ช่วงนี้ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ระบาดด้วย เธอมั่นใจว่าคงไม่มีใครอยากเสี่ยงกับมันแน่นอน
“เมื่อเช้าคุณก็ส่งผลตรวจเอทีเคให้แพทแล้วนี่ ถ้าขึ้นสองขีดคุณคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้แบบนี้หรอก เพราะงั้นถอดแมสด้วย ผมต้องรู้ว่าคนที่จะทำงานกับผมทั้งวันหน้าตาเป็นยังไง แล้วหลังจากนี้คุณอยากจะใส่มันต่อทั้งวันทั้งคืน ผมก็ไม่ว่า”
ริมฝีปากอิ่มเดี๋ยวเม้มเดี๋ยวคลาย เหตุผลที่เขายกมาดักคอทำเอาเธอจนต่อคำพูด อยากขัดแต่ก็ทำไม่ได้ งั้นถ้าให้เห็นแค่แวบเดียวก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
อย่างไรซะเธอกับน้องสาวก็เป็นฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน ขนาดเพื่อนที่โรงเรียนยังใช้เวลาร่วมเดือน กว่าจะแยกออกว่าใครเป็นใคร แล้วนี่เธอมาสวมรอยเป็นยายเขมแค่ไม่นาน เขาไม่ทันแยกออกหรอก
หลังไตร่ตรองดูแล้วคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรตามมา เจณิสตาก็ยอมปลดหน้ากากอนามัยออกตามคำสั่ง หากเธอก็ทำเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
“โอเคนะคะ” เธอถามแล้วรีบสวมหน้ากากเข้าที่เดิม
ความเงียบก่อเกิด แถมเนิ่นนานเสียจนหัวใจของวัวสันหลังหวะเต้นไม่เป็นส่ำ ร่างกายเครียดเกร็งขึ้นด้วยกลัวจะถูกจับได้ตั้งแต่วันแรก
แต่มันไม่มีอะไรหรอก อย่าเพิ่งตื่นตูม…
หญิงสาวท่องบอกตัวเองในใจ พยายามควบคุมสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุดแม้ใจจะร้อนรนจนแทบยืนไม่นิ่ง อดทนอยู่ราวสองนาทีเธอก็เห็นเจ้านายหนุ่มยกมือขึ้นมาโบกน้อย ๆ เป็นเชิงไล่ เธอถึงกับลืมตัว พรูลมหายใจโล่งอกในนาทีนั้น
“เอ่อ ... ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวไปเตรียมเอกสารก่อนนะคะ ถ้าคุณก้องภพต้องการอะไรเพิ่มเติม กดเรียกดิฉันได้เลย”
พูดจบเจณิสตาก็รีบก้มหน้าก้มตาเดินออกไป ทำให้เธอไม่ทันเห็นเลยว่าแววตาของเจ้าของห้องยามมองตามหลังมานั้น มันเต็มไปด้วยความประหลาดใจและเคลือบแคลง
“จะใช่เธอคนนั้นไหมนะ?” ก้องภพพึมพำถามกับตัวเอง หากวินาทีต่อมาเขาก็ส่ายหน้า
“ไม่น่าใช่หรอก”
เพราะหากเป็นคนคนนั้นจริง หล่อนคงไม่มีปฏิกิริยาอยากจะพุ่งเข้ามากัดเขาอยู่ตลอดเวลาแบบนี้
ชั่วโมงต่อมารถมินิแวนก็แล่นมาถึงร้านอาหารริมน้ำอันเป็นจุดหมายปลายทางของวันนี้ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านเด่นดัง ออกจะเป็นร้านลับที่อยู่ไกลถึงชานเมืองเสียด้วยซ้ำเจณิสตาค้นพบมันโดยบังเอิญบนอินเทอร์เน็ต และพอได้ชวนก้องภพมาลองเธอก็ติดใจทั้งบรรยากาศที่ร่มรื่นและรสชาติของอาหารที่อร่อย ราคามิตรภาพแรงเบียดที่ข้างกายและไออุ่นของฝ่ามือที่วางแปะบนสะโพกกลมกลึงดึงความสนใจจากเจณิสตาเพียงครู่ แต่ยังไม่ทันหันไปถามพนักงานก็เดินเข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม“จองไว้ชื่อคุณก้องภพค่ะ”เธอแจ้งกับพนักงาน ไม่กี่อึดใจอีกฝ่ายก็นำพวกเธอมาส่งยังโต๊ะที่จองไว้ สองสามีภรรยาเลือกนั่งประกบข้างลูกสาวเพื่อสะดวกแก่การดูแลรอยยิ้มบนใบหน้าหวานพลันกว้างขึ้น เมื่อพบว่ามันคือโต๊ะเดิมกับปีที่แล้ว โต๊ะที่เธอเคยบอกว่าชอบวิวจากมุมนี้ที่สุดผิดกับก้องภพที่แววตาดุดันขึ้นหลายส่วน เพราะพบว่านับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าร้านมา ภรรยาของเขาตกเป็นเป้าสายตาชายอื่นถึงสามคู่ฮึ้ย! ลูกก็มา ผัวก็มี ยืนหัวโด่อยู่ข้าง ๆ ด้วยยังจะกล้ามองเมียชาวบ้านอีก!“พี่ก้องจะเอาอะไรเพิ่มไหมคะ”ก้องภพเก็บซ่อนความขุ่นเคืองคนนอกลงทันทีที่ได้ยินเสียงอ่อนหวานของภรรยา เขาจงใจโน้มหน
“คุณแม่ขา อันนี้ดีไหมคะ อุ้ย แต่อันนี้ก็สวย อันนี้ก็ด้วยยย”เสียงใส ๆ ดังเจื้อยแจ้วอยู่ในห้องแต่งตัว เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากหญิงสาวในชุดเดรสสีม่วงอ่อนลายดอกไลแลคที่กำลังยืนเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับชุดที่ตนสวมใส่อยู่หลังสวมสร้อยให้ตัวเองสำเร็จ เจณิสตาย่อตัวลงนั่งตรงหน้าร่างเล็กที่ใส่ชุดคล้ายกันกับเธอ ในมือป้อม ๆ เล็ก ๆ มีกิ๊บติดผมอยู่สี่อัน แล้วยิ้มละไม“ไหนนนน วันนี้ลูกพีชอยากติดอันไหนคะ”เธอถามลูกสาวเสียงหวาน เด็กหญิงขมวดคิ้ว ทำหน้าคิดหนัก มองมือซ้ายของตนที มองมือขวาของตนที ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่“ลูกพีชชอบทั้งหมดเลยค่ะ ลูกพีชขอติดทุกอันเลยได้ไหมคะ”คำขอไม่เหลือบ่ากว่าแรง แต่พื้นที่บนศีรษะลูกสาวนั้นไม่น่าพอ แถมบางชิ้นก็ไม่เข้ากับชุดซะด้วยสิ“อืมมมม ถ้าดูจากทรงผมที่ลูกพีชทำวันนี้ แม่ว่าติดสองอันจะสวยที่สุดนะคะ”“งั้นนนนน งั้นลูกพีชติดอันนี้ กับอันนี้ก็ได้ค่ะ ลูกพีชจะได้สวย ๆ เหมือนคุณแม่”เจณิสตาหัวเราะเสียงใส รับกิ๊บติดผมที่มีเพชรล้อมพราวระยับจากมือลูกสาวมาบรรจงติดบนผมสีดำขลับ หนานุ่มหากหยักศกตามธรรมชาติ ก่อนจะก้มไปหอมแก้มนุ่ม ๆ ทั้งซ้ายและขวาอย่างรักใคร่ปนมันเขี้ยวหลังติดเสร
วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวจากเด็กตัวน้อยที่นอนร้องอ้อแอ้ ชูแขนชูขาอยู่ในเปลเด็ก ก็เติบใหญ่กลายเป็นเด็กหญิงกมลพิชญ์วัยสามขวบที่แสนสดใส แสบซน และมีพลังเหลือล้น“อ๊ายยย จุนพ๊ออออออ”“จะหนีไปไหน มาให้จับซะดี ๆ ฮืมมมมม หรือจะจกพุงดิมดีนะ”“ว๊ากกก พุงดิมไม่อร่อยยยย”เสียงหวีดร้องระคนเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากดังลั่นไปทั่วบริเวณ ขณะที่หนึ่งผู้ใหญ่กำลังวิ่งไล่ตามเด็กหญิงกับเด็กชายไปรอบ ๆ สวนหย่อมหน้าบ้านโดยกติกาของเกมก็คือใครที่เป่ายิงฉุบแพ้จะต้องกลายเป็นหมาป่า ไล่จับคนที่เหลือ และหากแตะได้ใครคนนั้นต้องสลับมาเป็นหมาป่า แล้วคอยไล่จับคนอื่น ๆ แทนซึ่งผลของเกมนี้จบที่คนตัวโตที่สุด ชะลอฝีเท้าลง กลายเป็นหยุดยืนหอบหายใจ“เอ้า ๆ เอายาดมไหมคนแก่!” ดนตร์ตะโกนแซวแล้วหัวเราะร่าเมื่อได้รับสายตาขวางๆ กลับมาจากคนแก่“ไอ้...”เพราะมีเด็ก ๆ อยู่ ต่อให้อยากด่าออกเสียงแค่ไหน ก้องภพก็ทำได้แค่เว้นวรรคแล้วด่าในใจแทน“ก็บอกแล้วว่าให้รีบมีลูก”“นี่ก็รีบสุด ๆ แล้ว” ก้องภพตะโกนแย้ง ชี้หน้าคนยังแซวไม่เลิกอย่างคาดโทษ ก่อนเปลี่ยนเป็นกวักมือเรียก “มานี่เลย มาเปลี่ยนตัวกันได้แล้ว!”กระทั่งได้สลับหน้าที่ก้องภพก็
“แอะ แอ๊~”เสียงร้องไห้จ้าปลุกให้สองชีวิตที่เพิ่งเข้านอนกันเมื่อสามชั่วโมงก่อนถึงกับสะดุ้งเฮือก มือเรียวของคนอยู่ใกล้กว่าเอื้อมไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง ก่อนเธอจะพลิกตัวไปกระซิบบอกคนที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกัน“เดี๋ยวเจนไปดูลูกเองค่ะ” จากนั้นคุณแม่มือใหม่ที่ยังตื่นไม่เต็มตาก็รีบคลานไปหาร่างเล็กที่กำลังนอนแบะปาก เตะขาไปมาอยู่ในเตียงนอนเด็กอ่อนวินาทีที่สบกับดวงตาใสแป๋วคู่กลมโตที่ถอดแบบมาจากเธอ ขณะที่ส่วนอื่น ๆ บนใบหน้านั้นได้มาจากคนเป็นพ่อ ความเหนื่อยล้าต่าง ๆ ก็สลายหายไปหลายส่วน หญิงสาวส่งยิ้มกว้าง“ว่าไงคะลูกพีชของแม่~”ชื่อเล่นของลูกสาวได้มากจากผลไม้ที่เธอร่ำร้องอยากกินอยู่ตลอดช่วงที่ท้องแก ดวงตาคู่โตเบนมามองตามเสียง และคงเพราะเริ่มจดจำเธอได้แล้ว เสียงร้องจึงแผ่วลง คิ้วที่ขมวดมุ่นค่อย ๆ คลายออก“แอะ~”“โอ๋ ๆ ไม่ร้องน้า หนูหิวใช่ไหมคะ มา ๆ กินนมกันเนอะ”“แอ๊~”เสียงอ้อแอ้ร้องตอบกลับมาอย่างน่าเอ็นดู เจณิสตาอมยิ้ม ก้มไปสอดมือเข้าประคองคอแล้วช้อนก้น อุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นจากเตียงแล้วเดินเลี้ยวไปยังห้องเด็กอ่อนที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตกแต่งเพื่อเอาเข้าเต้าทันทีที่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ลูกพีชหรือเ
ดิษยะถอนหายใจแรง วางทั้งมีดและผลไม้ในมือลงก่อนเดินไล่เตะน้องชายไปรอบเคาน์เตอร์เสียงโวยวายระคนด่าทอของสามหนุ่มดึงทุกสายตาของสาว ๆ ที่นั่งจับกลุ่มอยู่ที่โซฟาชุด ครั้นพอเห็นผู้ชายตัวโตกำลังไล่หยอกกันเหมือนเด็ก พวกเธอก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันกลับมาคุยกันต่อ“แล้วนี่เริ่มแพ้ท้องบ้างหรือยังจ๊ะ”กิติมาเอ่ยถามตามประสาคนเคยผ่านมาก่อนแถมยังแพ้หนักมาก ๆ เมื่อเห็นว่าที่คุณแม่ที่แม้จะอิ่มเอิบขึ้น ทว่าใต้ตาปรากฎร่องรอยของการอดนอนด้วยความเป็นห่วง“ตัวเจนแทบไม่แพ้เลยค่ะพี่ปิ่น”เจณิสตาส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางผู้ชายตัวโตที่ยืนคั้นน้ำส้ม ใกล้ ๆ กันมีดิษยะกับดนตร์ที่ตอนนี้สงบศึกเพราะโดนไหว้วานแกมบังคับให้เป็นลูกมือกำลังหั่นผลไม้กันทั้งคู่“คนนู้นต่างหากที่อาการหนัก ทั้งเวียนหัวตอนเช้า ทั้งอารมณ์สวิง”ส่วนตัวเธอนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงด้านร่างกาย คัดหน้าอก น้ำหนักขึ้นเพราะเจริญอาหาร และรู้สึกง่วงนอนบ่อย ๆกิติมาได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี“ดี! แพ้ท้องแทนเยอะ ๆ ได้ยิ่งดี หมั่นไส้!”ทว่าเขมิกากลับส่ายหัวหวือ ไม่เห็นด้วย“พี่ปิ่นขา ลืมไปหรือเปล่าว่าถ้าบอสอารมณ์ไม่ดี คนที่จะซวยตอ
หลังจากก้องภพทำคนที่ตามบัญชีโซเซียลของเขาแตกตื่นด้วยการโพสต์ภาพถ่ายสองชายหญิงยืนยิ้มร่า ในมือถือทะเบียนสมรสคู่กันไปแล้วหนึ่งหน เดือนถัดมาชายหนุ่มก็ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีกครั้งด้วยการประกาศอีกหนึ่งข่าวดีที่ตัวเขาเฝ้ารอมานาน ผ่านภาพสองชายหญิงคู่เดิมกำลังนั่งโอบกันบนโซฟาตัวโต สีหน้าเปี่ยมด้วยความสุขในมือของฝ่ายหญิงมีภาพถ่ายของผลอัลตราซาวด์ พร้อมเขียนแคปชันด้านล่างภาพ สั้น ๆ แต่แสนอบอุ่นหัวใจว่าภาพถ่ายแรกของครอบครัว ‘แสงธนนท์’ แต่ใครจะคิดล่ะว่านอกจากคำยินดีที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ บรรดาคนสนิทจะถือโอกาสนี้มามอบของขวัญให้ถึงมือในเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก้องภพกลอกตามองบน ตอนพบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างกิติมา ดนตร์และดิษยะ ทำไมคนพวกนี้ต้องใจตรงกันวันนี้ด้วย!และถึงใจเขาจะไม่อยากรับแขก แต่ก็ทำได้เพียงปล่อยมือจากประตูห้องแล้วเบี่ยงตัวหลบเป็นเชิงอนุญาตให้คนเหล่านั้นเข้ามาในห้องเพราะภรรยาไม่เพียงร้องทักทายด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ แต่ช่วงเวลาหวานแหววของเขากับภรรยา กลายเป็นปาร์ตี้ฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่นับตั้งแต่เขมิกากับพิมพิบุกมาเยี่ยม พร้อมของกินถุงใหญ่และของขวัญจาก







