공유

บทที่ 5

last update 게시일: 2026-09-11 09:55:42

ตอนที่ 5 ไม่พอใจ

ซินอิงตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ใบหน้าเล็กๆ ที่กำลังมีความสุขซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด นางรีบหลบสายตาและก้มหน้ามองถ้วยข้าวต้มในมือราวกับกลัวว่าบิดาจะโกรธเมื่อเห็นนาง

ซูเยว่หลิงสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาของบุตรสาว นางรีบวางช้อนลงทันที มือเรียวสวยเอื้อมไปลูบศีรษะของซินอิงเบาๆ อย่างปลอบโยน

“ไม่ต้องกลัวนะซินอิง”

นางเหลือบมองไปที่ประตูห้อง ทันใดนั้น ร่างสูงสง่าภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองก็ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วห้อง หลี่อี้เหรินมองมายังภรรยาของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและอ่านไม่ออก

ซูเยว่หลิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างาม ในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่กลับขับเน้นความงดงามตามธรรมชาติของนางออกมา ริมฝีปากที่เคยแต่งแต้มด้วยสีแดงสดบัดนี้กลับมีเพียงสีชมพูอ่อนๆ เท่านั้น ที่สำคัญที่สุดคือ ความนิ่งเฉยของนาง

ในอดีต หากเขามาที่นี่ ซูเยว่หลิงจะรีบลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีที่จะได้พบเขา พยายามแสดงความอ่อนหวานและโหยหาอย่างเปิดเผยเพื่อให้เขาได้เห็น แต่ตอนนี้ นางกลับนั่งนิ่ง ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นคำนับ ไม่แสดงความดีใจที่เห็นเขามา

“พระชายาดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดี” หลี่อี้เหรินเปิดประโยคด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับกวาดมองไปที่ซินอิงที่นั่งตัวลีบอยู่ข้างๆนาง

“ข้าได้ยินว่าเจ้าลงโทษสาวใช้และพาลูกสาวกลับมาที่นี่” หลี่อี้เหรินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลง “ซูเยว่หลิง เจ้ากำลังวางแผนอะไรอยู่? อย่าคิดว่าการใช้ลูกสาวเป็นเครื่องมือเรียกร้องความสนใจจะทำให้ข้าสนใจเจ้าได้”

ซูเยว่หลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของนางแสดงถึงความผิดหวังอย่างชัดเจน แต่ไม่ใช่ความผิดหวังในตัวเขา... แต่เป็นความผิดหวังในความคาดเดาที่ผิดพลาดของเขา

“วางแผน?” ซูเยว่หลิงทวนคำอย่างแผ่วเบา แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้อ๋องผู้สูงศักดิ์รู้สึกว่าตนเองถูกดูแคลนอย่างรุนแรง “หากหม่อมฉันกำลังวางแผนจริง... แล้วอย่างไรเพคะ?”

นางเงยหน้าขึ้นมองหลี่อี้เหรินตรงๆ แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักโหยหาบัดนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่าที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกราวกับถูกมองเป็นอากาศธาตุ

“หม่อมฉัน...เพิ่งรู้ว่าตนเองโง่เขลาเพียงใดที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องความสนใจจากท่านอ๋องตลอดหลายปีที่ผ่านมา” นางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ “แต่ตอนนี้... ท่านอ๋องกลับกล่าวหาว่าหม่อมฉันใช้บุตรสาวเป็นเครื่องมือ…ซินอิงสำคัญกับพระองค์ถึงขนาดนั้นเลยหรือ?... ถึงจะทำให้ท่านมาสนใจข้าได้?”

คำประชดประชันนี้รุนแรงกว่าการด่าทอใดๆ มันเป็นการตบหน้าหลี่อี้เหรินอย่างไม่ไว้หน้า ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความจริงที่ว่า...เขาไม่เคยใส่ใจบุตรสาวของตนเองเลยแม้แต่น้อย แล้วจะมากล่าวหานางว่าใช้สิ่งที่เขาไม่สนใจมาเป็นเครื่องมือได้อย่างไร

ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนหลี่อี้เหรินต้องกำมือแน่นใต้แขนเสื้อ

“ซูเยว่หลิง! เจ้ากล้าพูดจาเช่นนี้กับข้าอย่างนั้นรึ!” เขาก้าวเข้าหาโต๊ะอาหารด้วยความกราดเกรี้ยว กลิ่นอายของอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างประตูต้องทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว

ซินอิงที่นั่งอยู่ข้างๆ มารดาก็เริ่มตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด เด็กน้อยที่ไม่เคยถูกบิดาใส่ใจรับรู้ได้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงของเขา นางจึงรีบซุกใบหน้าเล็กๆ เข้ากับแขนเสื้อของซูเยว่หลิงด้วยความกลัว

“เหตุใดจะกล้าไม่ได้เพคะ?” ซูเยว่หลิงไม่แม้แต่จะผงะ นางยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง

“ท่านอ๋อง...หม่อมฉันไม่ได้ต้องการให้ท่านมาสนใจ หรือแม้แต่ต้องการความรักจากท่านอีกต่อไปแล้ว หากไม่มีเรื่องสำคัญอื่นใดอีกแล้ว...หม่อมฉันขอความกรุณาท่านอ๋องโปรดเสด็จออกไปให้ความสงบแก่ข้ากับลูกด้วย”

หลี่อี้เหรินรู้สึกเลือดขึ้นหน้า ที่ถูกซูเยว่หลิงไล่ซึ่งๆหน้า สตรีที่เคยคุกเข่าวิงวอนขอความรักจากเขาอย่างน่าสมเพช บัดนี้กลับมาเอ่ยปากไล่เขาอย่างไม่ไยดี แววตาที่เย็นชาและเฉยเมยของนางมองเขา... เหมือนมองคนแปลกหน้า

“เจ้ากำลังไล่ข้า?” เขาถามเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่นาง

ซูเยว่หลิงหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง นางไม่หลบสายตาเลยแม้แต่น้อย “แล้วแต่ท่านอ๋องจะคิดเพคะ”

ความรู้สึกที่ถูกมองข้ามทำให้หลี่อี้เหรินรู้สึกสับสนและขุ่นเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง

“ดี...” หลี่อี้เหรินกัดฟันพูด “เจ้าดูแลบุตรสาวของเจ้าให้ดีก็แล้วกัน อย่าให้ข้าต้องได้ยินเรื่องไร้สาระของเจ้าอีก”

เขาไม่ต้องการปะทะกับนางอีกต่อไปแล้ว เขาหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของความเย็นชา

ซูเยว่หลิงมองตามร่างสูงสง่าที่หายไปจากกรอบประตูจนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ จางหายไป นางจึงถอนหายใจออกมาอย่างเงียบเชียบ ความตึงเครียดที่กักเก็บไว้คลายตัวลงทันที

นางก้มลงมองซินอิงที่ยังคงซุกตัวอยู่กับนาง

“ซินอิง... ท่านพ่อไปแล้วพวกเรากินข้าวกันต่อเถอะ” ซูเยว่หลิงพูดพลางประคองซินอิงให้นั่งลงดีๆ

ซินอิงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วจึงเริ่มกินข้าวอย่างเงียบๆ อีกครั้ง

ซูเยว่หลิงมองบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ความเกลียดชังในใจต่อหลี่อี้เหรินได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันที่จะต้องพาลูกสาวไปจากจวนแห่งนี้ให้จงได้!

หลังจากที่บุตรสาวเข้านอนแล้ว ซูเยว่หลิงก็เดินมาที่โต๊ะเครื่องแป้ง ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพของตัวเองในกระจกทองเหลือง

ในฐานะ คุณหนูใหญ่ตระกูลซู นางควรจะมีสินเดิมติดตัวที่มากมายมหาศาล ทว่าชะตากรรมเล่นตลก มารดาของนางจากไปอย่างกะทันหันตั้งแต่นางยังเล็ก สินเดิมส่วนใหญ่ที่ควรจะเป็นของนางจึงถูกมารดาเลี้ยงและญาติทางตระกูลซูเอาไปแทบทั้งหมด สินเดิมที่ท่านย่ามอบให้หลานสาวอาภัพอย่างนาง ล้วนเป็นหีบผ้าไหมชั้นดีที่ไม่มีลวดลายอันใด ดูผิวเผินเหมือนผ้าไหมธรรมดาที่ไม่อาจนำมาใช้ตัดเย็บเป็นอาภรณ์หรูหราได้ นางจึงไม่เคยสนใจไยดีมันเลย เพราะมันดูไม่คู่ควรกับฐานะพระชายาเอกของต๋วนอ๋องอย่างนาง

ไม่นานชิงเถาก็ยกชามาให้ ดวงตาของสาวใช้เต็มไปด้วยความวิตกกังวลที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการปะทะคารมกันระหว่างเจ้านาย

“ชิงเถา” ซูเยว่หลิงเอ่ยขึ้นเบาๆ อย่างใช้ความคิด “เจ้าไปเอาสมุดบัญชีและรายการสินเดิมของข้าทั้งหมดมาให้ข้าดูหน่อย”

ชิงเถาตัวแข็งทื่อทันที สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนงงงวย เพราะเมื่อก่อนเจ้านายที่ไม่เคยสนใจเรื่องเงินทองเลยแม้แต่น้อย นางมีหน้าที่แค่ใช้เงินอย่างเดียวเท่านั้นถ้าเดือนไหนเบิกพ่อบ้านไม่ได้ พระชายาก็จะให้นางไปหยิบเงินจากหีบสินเดิมมาใช้ก่อน จนตอนนี้ในหีบเหลือตำลึงทองแค่ไม่กี่ก้อน

“พะ...พระชายาต้องการสมุดบัญชีหรือเพคะ?”

“มีปัญหาอะไรหรือ?” ซูเยว่หลิงเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

“มะ...ไม่มีเพคะ!” ชิงเถารีบตอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกุลีกุจอเดินไปเปิดหีบใบใหญ่ที่มุมห้อง และนำสมุดบัญชีเก่าๆ สองสามเล่มและม้วนกระดาษยาวม้วนหนึ่งออกมาวางตรงหน้าเจ้านาย

นางหยิบรายการสินเดิมขึ้นมาคลี่ดูอย่างช้าๆ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้งอย่างขมขื่น นางจดจำได้ดีว่าเงินหนึ่งพันตำลึงทองนั้นได้ถูกนางใช้จ่ายไปเกือบหมดแล้ว เพื่อซื้อเครื่องประดับและผ้าไหมชั้นดีที่ต้องการใช้ประชันกับสตรีชั้นสูงในวังและบรรดาพระชายาของอ๋องคนอื่นๆ

ส่วนร้านค้าทั้งสองแห่งนั้น…นางก็ไม่เคย ย่างกรายเข้าไปจัดการหรือดูแลเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในชาติที่แล้ว นางเพียงแค่สั่งให้สาวใช้ส่งคนไปเก็บผลกำไรรายเดือนมาอย่างส่งเดชเท่านั้น เพราะนางมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเรียกร้องความรักจากสามี จนละเลยทรัพย์สมบัติของตนเอง

‘ร้านค้าทั้งสองแห่งนั้น... ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างนะ?’

ใบหน้าของซูเยว่หลิงเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย หากนางต้องการพาลูกสาวออกไปจากจวนนี้และมีชีวิตอย่างสงบสุข ทรัพย์สินที่เหลืออยู่เหล่านี้คือความหวังเดียว ที่จะทำให้นางและซินอิงไม่ลำบากในอนาคต

นางตัดสินใจแล้วว่า ในวันพรุ่งนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือไปตรวจสอบ สภาพของร้านค้าทั้งสองแห่ง และจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง

ซูเยว่หลิงค่อย ๆ วางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างคนคิดหนัก “ชิงเถา เจ้าออกไปก่อนเถิด ข้าต้องการอยู่กับซินอิงเพียงลำพัง”

ชิงเถาที่ยังคงยืนทำหน้ากังวลอยู่รีบโค้งกายรับคำสั่ง “เพคะ พระชายา หากมีสิ่งใดรีบเรียกบ่าวได้เลยนะเพคะ” นางถอยหลังออกไปอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้เจ้านายและคุณหนูอยู่ในห้องตามลำพัง

ซูเยว่หลิงรอจนกระทั่งเสียงประตูปิดสนิท นางจึงลุกขึ้นเดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ที่บุตรสาวของนางกำลังนอนหลับใหลอย่างสงบสุขภายใต้ผ้าห่มผืนหนา นางค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปบนเตียงอย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วนั่งลงข้างกายบุตรสาว เอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ปกคลุมใบหน้าเล็ก ๆ นั้นออกอย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่นางแสดงออกมาในตอนนี้ เป็นสิ่งที่ซูเยว่หลิงในชาติที่แล้วไม่เคยมีโอกาสได้ทำ นางก้มลงหอมแก้มบุตรสาวเบา ๆ

“จากนี้ไป…เราอยู่ด้วยกันสองคนนะลูก” เยว่หลิงกระซิบเสียงอ่อนโยนราวกับปลอบประโลมตนเองในอดีตด้วย “แม่จะไม่ยอมให้คนไร้หัวใจมาทำร้ายจิตใจของลูกได้อีกแล้ว”

คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ ซูเยว่หลิงกอดบุตรสาวไว้แน่น สัมผัสที่อบอุ่นของซินอิงคือสิ่งเดียวที่นางต้องการในชีวิตนี้

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หวนกลับมาครานี้ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 60

    ซูเยว่หลิงนั่งลงข้าง ๆ เขา ก่อนจะจับมือที่สั่นเทาของเขามากุมไว้ “ลูกไม่เป็นอะไรแล้ว แค่เข่าถลอกเล็กน้อยเท่านั้น” สัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจนั้นทำให้หลี่อี้เหรินตกตะลึง เขามองมือของนางที่กุมมือของเขาไว้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่นางแตะต้องตัวเขา “ซูเยว่หลิง...”

  • หวนกลับมาครานี้ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 59

    ตอนที่ 39 ความสุขที่รอคอย นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หลี่อี้เหรินอาศัยอยู่ในเรือนรับรองที่เงียบสงบ เขาทุ่มเทให้กับงานราชการและเวลาที่เหลือทั้งหมดคือการรอคอยที่จะได้เจอซินอิง ทุกบ่ายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจราชการ หลี่อี้เหรินก็จะเดินมาที่เรือนหลังใหญ่ของซูเยว่หลิง ในชุดที่เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน เขาไ

  • หวนกลับมาครานี้ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 58

    ตอนที่ 38 ยอมทุกเงื่อนไข หลายวันต่อมา... ชีวิตในจวนของซูเยว่หลิงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นอกเหนือจากการดูแลเรื่องโรงเตี๊ยมเยว่หนานผ่านชิงเถาและอานเล่อแล้ว หน้าที่หลักของนางคือการดูแลหลี่อี้เหริน นางคอยเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ป้อนยา และป้อนอาหารอ่อน ๆ ให้แก่เขา ในแต่ละวัน ซูเยว่หลิงจะอนุญาตให้ซินอิงเ

  • หวนกลับมาครานี้ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 57

    ตอนที่ 37 ยาใจ ไม่นานนัก หลี่อี้เหรินก็ถูกประคองขึ้นรถม้าอย่างระมัดระวังที่สุด ซูเยว่หลิงนั่งอยู่ข้างเขา คอยจับชีพจรที่แผ่วเบาของเขาไว้ตลอดเวลา ป๋องแป๋งไม้สีแดงสดใสถูกวางไว้บนหน้าอกของเขา เมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวนของซูเยว่หลิงก็รีบปลุกให้เขาตื่น “ถึงแล้วเพคะ ท่านอ๋อง” ซูเยว่หลิงกระซิบเสียงแผ่วเบาข้า

  • หวนกลับมาครานี้ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 56

    นางเดินขึ้นบันไดจนมาถึงห้องสุดท้ายที่มืดมิด มีองครักษ์เงาสองคนยืนเฝ้าอยู่ด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด เมื่อเห็นซูเยว่หลิง องครักษ์เงาทั้งสองก็ตกตะลึง ก่อนจะรีบคุกเข่าลงทันที “พระชายา...” ซูเยว่หลิงไม่ได้สนใจคำทักทายของพวกเขา นางผลักบานประตูห้องเข้ามาอย่างช้า ๆ ภายในห้องมืดมิดและมีกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ห

  • หวนกลับมาครานี้ข้าไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 55

    ตอนที่ 36 นางไม่ให้อภัยข้า ขณะที่หลี่อี้เหรินกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ระทมอย่างที่สุด เงามืดสามร่างก็เคลื่อนเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว พวกเขาคือองครักษ์เงาทั้งสาม “ท่านอ๋อง!” องครักษ์เงาคนหนึ่งอุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นท่านเจ้านายกระอักเลือด เขารีบทิ้งตัวลงคุกเข่าเพื่อตรวจสอบอาการของเจ้านาย

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status