เข้าสู่ระบบสิ้นเสียงประกาศ หญิงสาวที่มีใบหน้างดงาม ก็เดินขึ้นมาบนแท่นทำพิธี พิธีการดำเดินไปอย่างเรียบง่าย ฟางซินหรูเป็นคนปักปิ่นให้เยว่ไป๋ฮวาด้วยตนเอง ทั้งที่ความจริงไม่ได้อยากทำหน้าที่นี้เลยแม้แต่น้อย
“ไป๋ฮวาไปนั่งกับเหยียนไห่สิ ทำความรู้จักกันเอาไว้ วันหน้าอย่างไรก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว” เยว่โจวเหยาบอกลูกสาวคนโต งานแต่งนี้จะยิ่งเสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานของเขา ไม่ว่าจะทำอันใดก็ง่ายขึ้น ขอเพียงบุครสาวคนโตนั่งในตำแหน่งฮูหยินเอกสกุลเซี่ยให้มั่นคง
“เจ้าค่ะท่านพ่อ” เยว่ไป๋ฮวาเดินไปหาเซี่ยเหยียนไห่ด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง ตลอดงานนี้หญิงสาวไม่ได้แย้มยิ้มออกมาเลยสักนิด
“คุณชายใหญ่เซี่ย” นางยอบกายทักทายคนที่อายุมากกว่า และนั่งลงข้าง ๆ เขาโดยที่เขายังไม่ทันได้เอ่ยปาก
เซี่ยเหยียนไห่ชำเลืองมองคู่หมั้นของตนเองครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสนใจสุราในมือต่อ สตรีเช่นนี้เขาไม่ชอบ ไม่มีอันใดน่าสนใจเลยสักนิด หากไม่เพราะเป็นคำสั่งของผู้อาวุโส เขาก็ไม่คิดที่จะยุ่งเกี่ยว
หญิงสาวรินสุราให้ตนเอง และชำเลืองมองผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้น นางค่อย ๆ หลุบสายตามองสุราในจอกของตนเอง เพื่อซ่อนแววตาที่เคียดแค้นและชิงชัง นางไม่อยากให้คนอื่นรู้ความคิดของตนในตอนนี้
เยว่อิงฮวานั่งมองหน้าว่าที่พี่เขยด้วยสายตาที่หลงใหล เหตุใดถึงไม่เป็นนางที่ได้หมั้นหมาย เหตุใดเยว่ไป๋ฮวาต้องได้ทุกอย่างไป ที่ตรงนั้นมันควรเป็นของนางมากกว่า
“ข้าไม่ยอมให้เจ้าได้แต่สิ่งดี ๆ ไปหรอก” ยิ่งเห็นสองคนนั้นนั่งเคียงคู่ความชิงชังที่มีในใจของนางก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น “ที่ตรงนั้นสมควรเป็นของข้า”
ไม่ว่าจะทำอย่างไร นางก็ต้องทำให้เซี่ยเหยียนไห่มาเป็นของนางให้ได้ นางไม่ยอมแพ้ให้กับนางลูกไม่มีแม่แน่นอน
เยว่ไป๋ฮวานั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ คู่หมั้นของตนเอง เขาไม่ชวนสนทนา นางก็ไม่คิดที่จะเปิดบทสนทนาเช่นกัน ทุกอย่างคงเป็นเหมือนชีวิตก่อน ซึ่งนางก็พอใจให้มันเป็นเช่นนั้น เพราะหากให้นางคุยกับเขาตอนนี้ นางคงไม่อาจกักเก็บความเกลียดชังที่มีในใจได้
เซี่ยเหยียนไห่ชำเลืองมองสตรีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อีกครั้ง ครั้งนี้เขาตั้งใจมองสำรวจคู่หมั้นอย่างละเอียด ใบหน้าของนางจัดว่าอยู่ในขั้นที่งดงาม แต่ไม่มีสิ่งใดน่าดึงดูดเลยสักนิด ทั้งจืดชืด ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจเลย หากให้เขาแต่งงานกับนางจริง ๆ นางก็คงเป็นจุดด่างพร้อยให้ชีวิตของเขา
“คุณชายใหญ่เซี่ยมีอันใดหรือ” เมื่อรู้ว่ามีคนกำลังมองสำรวจ จึงได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบว่าคู่หมั้นของกำลังมองมาอยู่
“แค่อยากรู้ว่าคุณหนูใหญ่เยว่เคยยิ้มบ้างหรือไม่ เพราะตั้งแต่เริ่มงานจนถึงตอนนี้ ข้ายังไม่เห็นคุณหนูใหญ่เยว่ยิ้มเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่เป็นวันสำคัญของตนเอง” เขาถามถึงข้อสงสัยของตนเอง สตรีไม่ว่าเป็นผู้ใด เมื่อเป็นวันสำคัญของตัวเอง ก็ต้องแย้มยิ้มออกมา แต่นี่เขายังไม่เห็นรอยยิ้มของนางเลย
“คุณชายใหญ่เซี่ยกล่าวเกินไปแล้ว ผู้ใดบ้างจะไม่เคยยิ้ม” แม้จะตอบไปเช่นนั้น แต่ใบหน้าของนางก็ไม่ได้ปรากฏรอยยิ้ม นั่นยิ่งทำให้คนตรงหน้าประหลาดใจ
“ก็จริงเช่นที่คุณหนูใหญ่เยว่พูด ผู้ใดบ้างจะไม่เคยยิ้ม” บทสนทนาของทั้งคู่จบลงไปเพียงเท่านั้น และไม่มีผู้ใดคิดที่จะต่อบทสนทนาอีก จนงานเลี้ยงจบจึงได้แยกย้ายกันไป
สิ้นเสียงประกาศ หญิงสาวที่มีใบหน้างดงาม ก็เดินขึ้นมาบนแท่นทำพิธี พิธีการดำเดินไปอย่างเรียบง่าย ฟางซินหรูเป็นคนปักปิ่นให้เยว่ไป๋ฮวาด้วยตนเอง ทั้งที่ความจริงไม่ได้อยากทำหน้าที่นี้เลยแม้แต่น้อย“ไป๋ฮวาไปนั่งกับเหยียนไห่สิ ทำความรู้จักกันเอาไว้ วันหน้าอย่างไรก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว” เยว่โจวเหยาบอกลูกสาวคนโต งานแต่งนี้จะยิ่งเสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานของเขา ไม่ว่าจะทำอันใดก็ง่ายขึ้น ขอเพียงบุครสาวคนโตนั่งในตำแหน่งฮูหยินเอกสกุลเซี่ยให้มั่นคง“เจ้าค่ะท่านพ่อ” เยว่ไป๋ฮวาเดินไปหาเซี่ยเหยียนไห่ด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง ตลอดงานนี้หญิงสาวไม่ได้แย้มยิ้มออกมาเลยสักนิด“คุณชายใหญ่เซี่ย” นางยอบกายทักทายคนที่อายุมากกว่า และนั่งลงข้าง ๆ เขาโดยที่เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากเซี่ยเหยียนไห่ชำเลืองมองคู่หมั้นของตนเองครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสนใจสุราในมือต่อ สตรีเช่นนี้เขาไม่ชอบ ไม่มีอันใดน่าสนใจเลยสักนิด หากไม่เพราะเป็นคำสั่งของผู้อาวุโส เขาก็ไม่คิดที่จะยุ่งเกี่ยวหญิงสาวรินสุราให้ตนเอง และชำเลืองมองผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้น นางค่อย ๆ หลุบสายตามองสุราในจอกของตนเอง เพื่อซ่อนแววตาที่เคียดแค้นและชิงชัง นางไม่อยาก
บทที่ 3เยว่ไป๋ฮวาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางทำคือจับที่ท้องของตนเอง เพื่อดูว่าลูกยังอยู่หรือไม่ แต่สุดท้ายก็พบเพียงความว่างเปล่า หน้าท้องของนางแบนเรียบราวกับไม่เคยมีเด็กอยู่ในนั้น“นี่ข้ายังไม่ตายหรือ” หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ห้องด้วยสายตาที่สับสน นางควรจะอยู่เรือนท้ายจวนสกุลเซี่ยมิใช่หรือ เหตุใดจึงได้มาอยู่เรือนของตนเองที่จวนสกุลเยว่ได้“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ลี่จินเดินเข้ามาในเรือนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพราะวันนี้เป็นวันดีของคุณหนู“คุณหนูหรือ นี่มันเรื่องบ้าอันใดกัน” เยว่ไป๋ฮวาได้แต่พึมพำกับตนเอง นางควรจะตายไปแล้ว เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ หรือว่าทุกอย่างเป็นเพียงความฝันไม่ใช่! ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน นางยังจำความเจ็บปวดในวันนั้นได้ดี ไม่มีทางลืมมันไปได้ หรือสวรรค์ให้โอกาสนางได้มีชีวิตอีกครั้ง เพื่อเอาคืนคนเลวพวกนั้น“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ขอบคุณสวรรค์” ข้าจะทวงคืนความแค้นที่มี ผู้ใดที่เคยทำร้ายนาง นางจะเอาคืนให้สาสม“คุณหนู เป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ” ลี่จินมองไปที่เจ้านายด้วยสายตางุนงง เพราะอยู่ดี ๆ ก็หัวเราะออกมา นางไม่เคยเห็นคุณหนูเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย“ไม่มีอันใด” ใบห
เยว่ไป๋ฮวาได้ยินเรื่องพวกนั้นก็ได้แต่ยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ ที่มาได้ยินเรื่องไม่ควรได้ยินเช่นนี้ ลี่จินเองก็ไม่ต่างกัน เพราะหากมีคนรู้เรื่องนี้เข้า พวกนางก็ยากที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้“เรากลับกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ” ลี่จินพยายามเอ่ยด้วยเสียงที่เบาที่สุด เพราะกลัวว่าคนในห้องจะได้ยินเยว่ไป๋ฮวาได้แต่พยักหน้า และพยายามจะเดินออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด จึงไม่ทันได้ระวังทำให้ไปชนกระถางต้นไม้จนเกิดเสียงดัง“นั่นผู้ใด!” เสียงเหี้ยมจากในห้องดังขึ้น เพราะกลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเรื่องที่เขาเพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่เยว่ไป๋ฮวาตั้งใจจะรีบหลบออกไป แต่เพราะขนาดท้องที่ใหญ่จึงทำอันใดไม่สะดวก ทำให้คนที่อยู่ในห้องออกมาเห็นพอดี“ที่แท้ก็เป็นเจ้า เข้ามาก่อนสิ” เขามองไปที่เยว่ไป๋ฮวาด้วยสายตากดดัน เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายต้องได้ยินเรื่องที่เขาเอ่ยเมื่อครู่ มิเช่นนั้นก็คงไม่มีอาการเช่นนี้“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องไปทำ ขอตัวก่อน” เยว่ไป๋ฮวาไม่ยอมเข้าไปด้านใน เรื่องมาถึงตรงนี้แล้ว นางคิดว่าเขาคงไม่มีทางเก็บนางเอาไว้แน่นอน เพราะหากเรื่องที่เขาพูดถูกแพร่งพรายออกไป เกรงว่าคงไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้“เด็ก ๆ จับตัวพวกนางสองคนไปที
บทที่ 2“ส่งตัวเจ้าสาว!” เสียงอึกทึกครึกโครมของงานแต่งดังขึ้น ผู้คนต่างออกมาแสดงความยินดี ยกเว้นเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวที่มีใบหน้าเรียบนิ่งตลอดการทำพิธี มิได้ยินดียินร้ายกับการแต่งงานครั้งนี้“หากไม่เพราะสัญญาหมั้นหมายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ข้าก็ไม่มีวันแต่งงานกับเจ้าหรอก” เซี่ยเหยียนไห่เดินเข้ามาในห้องหอด้วยสภาพที่เมามาย และพ่นคำพูดที่ไม่คิดรักษาน้ำใจของเจ้าสาวเลยแม้แต่น้อยเยว่ไป๋ฮวาไม่ได้เอ่ยอันใด ยังคงนั่งนิ่งเหมือนเดิม นั่นยิ่งทำให้เซี่ยเหยียนไห่โมโหมากขึ้นไปอีก“ได้ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าแต่งงานกับข้าต้องเจออันใดบ้าง” เหยียนไห่ปรี่เข้าไปบีบต้นแขนของเยว่ไป๋ฮวาอย่างแรง และเริ่มลงมือทำรุนแรงกับนาง แต่นางก็ยังไม่ยอมปริปากร้องขอความสงสาร นั่นยิ่งทำให้เขาลงมือรุนแรงมากขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อกระทำจนพอใจแล้ว เขาก็ล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปด้วยฤทธิ์สุราหญิงสาวลุกขึ้นแต่งตัว พร้อมกับมองไปยังบุรุษที่เป็นสามีด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางคิดว่าแต่งงานออกมาจากที่นั่นแล้วชีวิตจะดีขึ้น แต่ดูแล้วก็คงจะไม่ต่างจากอยู่ที่จวนมากนักผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน เซี่ยเหยียนไห่ก็รับซูหนิงเซียน เข้ามาเป็นฮูหยินรอง จากชีวิตที่เ
“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” ลี่จินร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะสงสารเจ้านาย คนพวกนั้นทำรุนแรงไปมาก คุณหนูของนางก็อายุเพียงเท่านี้ เหตุใดต้องลงมือหนักเช่นนี้ด้วย“อย่าร้องไปเลย ทำแผลให้ข้าเถิด” นางถูกลงโทษจนชินชาไปเสียแล้ว ดีหน่อยที่มารดาของนางทิ้งสินเดิมเอาไว้มาก นางจึงมีเงินมากพอที่จะซื้อยาดี ๆ มารักษาตนเอง มิเช่นนั้นร่างกายของนางก็คงจะมีแต่รอยของแผลเป็น“คุณหนูไม่น่าไปยอมพวกนั้นง่าย ๆ เลยนะเจ้าคะ” ลี่จินยังอดที่จะบ่นไม่ได้ นางไม่อยากให้คุณหนูต้องมาทนทุกข์เช่นนี้อีก “หรือพวกเราจะไปแจ้งนายท่านดีเจ้าคะ”“ท่านพ่อน่ะหรือจะสนใจ ไม่ว่าฮูหยินใหญ่จะทำอันใดกับข้าเขาก็ไม่คิดตำหนิ ขอเพียงข้าไม่ตายเป็นพอ” บิดาไม่เคยสนใจความเป็นอยู่ของนางอยู่แล้ว ความเมตตาเดียวของเขา ก็คงจะเป็นให้นางสามารถดูแลสินเดิมของมารดา นอกนั้นเขาก็ไม่คิดจะสนใจ“เราจะต้องทนอยู่เช่นนี้ต่อไปหรือเจ้าคะ” ลี่จินได้แต่ถอนหายใจ ไม่ว่ามองไปทางใดก็ล้วนแต่มืดสนิท ตระกูลเดิมนายหญิงก็ออกไปตั้งรกรากที่ต่างเมือง จะให้ไปขอความช่วยเหลือ ก็เกินความสามารถของเด็กเช่นนางมากไป“หากเจ้าไม่อยากอยู่ เจ้าก็สามารถไปได้เลย ข้าจะให้เงินเจ้าเพื่อไปตั้งตัว”
บทที่ 1เยว่ไป๋ฮวา บุตรสาวคนโตของตระกูลเยว่ เงยหน้ามองเหล่าพี่น้องเล่นกันอย่างสนุกสนาน ด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือที่อยู่ในมือต่อ ไม่ได้สนใจคนกลุ่มนั้นอีกเด็กน้อยที่อายุเพียงสิบหนาว ไม่ไปเล่นสนุกกับเด็กรุ่นเดียวกัน แต่เลือกที่จะนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ ไม่สนใจผู้ใด มารดาของนางจากไปตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ทิ้งให้เด็กน้อยอยู่เพียงลำพังกับสาวใช้สองคนเพราะหลังจากที่มารดาจากไป คนใช้เก่าแก่ของมารดาก็ถูกขายออกไปจนหมด ปล่อยให้สองนายบ่าวดูแลกันเอาเองเยว่อิงฮวา บุตรสาวคนรองของตระกูล ที่กำลังเล่นกับเหล่าพี่น้องอยู่ มองมาเห็นคนที่ตนเองไม่ชอบหน้า นั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกล ก็ชวนเหล่าพี่น้องมากลั่นแกล้งเยว่ไป๋ฮวา“เอามานี่!” เด็กสาวแย่งหนังสือจากมือของเยว่ไป๋ฮวา ก่อนจะโยนไปมาอย่างสนุกสนาน“อิงฮวา เอาหนังสือของพี่มานะ” เยว่ไป๋ฮวาพยายามเข้าไปแย่งหนังสือ จากมือของน้องสาวแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายโยนหนังสือของนางไปมา“เจ้ากล้าเรียกตนเองว่าพี่หรือ เกิดก่อนข้าไม่กี่เดือน อย่าริอ่านมาเป็นพี่สาวของข้า” เยว่อิงฮวาพูดอย่างถือดี หากไม่เพราะเยว่ไป๋ฮวา นางก็จะได้เป็นคุณหนูใหญ่ของจวน ตอนนี้แม้ว่







