LOGINเยว่ไป๋ฮวาต้องตายอย่างน่าอนาถเพราะสามีและอนุ ทำให้บุตรของนางต้องตายลงทั้งที่ยังไม่ลืมตามาดูโลก ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาส นางจะค่อย ๆ ทวงแค้นกับทุกคนที่เคยทำเลวไว้กับนาง!!
View Moreเยว่ไป๋ฮวา บุตรสาวคนโตของตระกูลเยว่ เงยหน้ามองเหล่าพี่น้องเล่นกันอย่างสนุกสนาน ด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือที่อยู่ในมือต่อ ไม่ได้สนใจคนกลุ่มนั้นอีก
เด็กน้อยที่อายุเพียงสิบหนาว ไม่ไปเล่นสนุกกับเด็กรุ่นเดียวกัน แต่เลือกที่จะนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ ไม่สนใจผู้ใด มารดาของนางจากไปตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ทิ้งให้เด็กน้อยอยู่เพียงลำพังกับสาวใช้สองคน
เพราะหลังจากที่มารดาจากไป คนใช้เก่าแก่ของมารดาก็ถูกขายออกไปจนหมด ปล่อยให้สองนายบ่าวดูแลกันเอาเอง
เยว่อิงฮวา บุตรสาวคนรองของตระกูล ที่กำลังเล่นกับเหล่าพี่น้องอยู่ มองมาเห็นคนที่ตนเองไม่ชอบหน้า นั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกล ก็ชวนเหล่าพี่น้องมากลั่นแกล้งเยว่ไป๋ฮวา
“เอามานี่!” เด็กสาวแย่งหนังสือจากมือของเยว่ไป๋ฮวา ก่อนจะโยนไปมาอย่างสนุกสนาน
“อิงฮวา เอาหนังสือของพี่มานะ” เยว่ไป๋ฮวาพยายามเข้าไปแย่งหนังสือ จากมือของน้องสาวแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายโยนหนังสือของนางไปมา
“เจ้ากล้าเรียกตนเองว่าพี่หรือ เกิดก่อนข้าไม่กี่เดือน อย่าริอ่านมาเป็นพี่สาวของข้า” เยว่อิงฮวาพูดอย่างถือดี หากไม่เพราะเยว่ไป๋ฮวา นางก็จะได้เป็นคุณหนูใหญ่ของจวน ตอนนี้แม้ว่ามารดาของนางจะได้ขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ แต่ตอนที่เกิด นางได้ชื่อว่าเป็นบุตรคนรองจากฮูหยินรอง
“เอาหนังสือพี่มานะ” เยว่ไป๋ฮวาไม่ได้สนใจคำพูดของน้องสาว แล้วเข้าไปยื้อแย่งหนังสือจากน้องสาว
“อยากได้ก็ลงไปเอา” เยว่อิงฮวาโยนหนังสือของเยว่ไป๋ฮวาลงไปในน้ำ แล้วหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
เหล่าพี่น้องที่ติดตามเยว่อิงฮวามา ก็พากันหัวเราะอย่างชอบใจไม่ต่างกัน แม้จะเป็นพี่คนโตของตระกูลแล้วอย่างไร ในเมื่อไม่มีมารดาคอยหนุนหลัง พวกนางก็สามารถทำอันใดกับอีกฝ่ายก็ได้
เยว่ไป๋ฮวาเห็นเช่นนั้นก็ผลักน้องสาวล้มลงกับพื้น แล้วรีบวิ่งไปดูหนังสือที่ตกลงไปในน้ำ แต่ก็ไม่ทัน เพราะมันได้จมลงไปในน้ำแล้ว
เยว่อิงฮวาร้องไห้เสียงดังเพราะถูกผลักจนล้ม สาวใช้ข้างกายจึงได้รีบวิ่งไปแจ้งนายหญิงของจวนทันที
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น” ฟางซินหรูเมื่อรู้ข่าวว่าบุตรสาวถูกรังแกจนร้องไห้ ก็รีบมาจัดการทันที ในจวนนี้ไม่กล้ามีผู้ใดลงมือกับบุตรสาวของนาง นอกจากนางเด็กไม่มีแม่ผู้นั้น
“ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย พี่หญิงผลักข้าจนล้มเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่มาชวนไปเล่นด้วยกันเท่านั้น” เยว่อิงฮวาร้องไห้อย่างน่าสงสาร และกอดมารดาเอาไว้เพื่อเรียกร้องความเห็นใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรมารดาก็ต้องจัดการเยว่ไป๋ฮวาให้ตน
“เจ้ากล้ามากที่ทำร้ายบุตรสาวข้า” ฟางซินหรูมองไปที่ลูกเลี้ยงด้วยสายตามาดร้าย ก่อนจะสั่งลงโทษอย่างไม่คิดไต่สวน “โบยนางสิบไม้ แล้วกักบริเวณสิบวัน”
นางรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเยว่ไป๋ฮวาไม่มีทางเริ่มก่อน แต่ในเมื่อกล้าทำบุตรสาวของนางบาดเจ็บ นางก็จะไม่ปล่อยไปง่าย ๆ
“เจ้าค่ะฮูหยิน” จงซินรีบเข้ามาจัดการอย่างรู้หน้าที ทำการโบยเด็กสาวที่อายุเพียงสิบหนาวเต็มแรง
เยว่ไป๋ฮวาทำได้เพียงข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ไม่ว่าจะเจ็บเพียงใดก็ไม่คิดที่จะร้องขอความเมตตา เพราะรู้ว่าร้องขอความเมตตาไปก็เท่านั้น คนพวกนี้ไม่มีทางเห็นใจนาง
เมื่อลงโทษเสร็จก็ให้คนมาส่งตัวเด็กสาวที่เรือน โดยไม่คิดจะดูดำดูดี
บทพิเศษ“เสด็จพ่อ...” เด็กหญิงตัวเล็กวิ่งไปหาบิดาที่เพิ่งเดินเข้ามาในจวน ตอนนี้มารดากำลังตั้งครรภ์น้องชายอยู่ หน้าที่ออกมาต้อนรับบิดาก็คือนางเอง“ซูเอ๋อร์คิดถึงเสด็จพ่อหรือไม่” เขาก้มลงอุ้มบุตรสาวเข้ามาไว้ในอ้อมอก ตั้งแต่ที่รู้ว่ามารดากำลังมีน้องชาย พี่สาวคนนี้ก็อาสามาต้อนรับบิดาเช่นเขาเพื่อไม่ให้มารดาต้องเหนื่อย ช่างเป็นหนูน้อยที่รู้ความยิ่งนัก“วันนี้ได้ก่อกวนเสด็จแม่หรือไม่” เขาหอมแก้มบุตรสาว แล้วพานางไปหามารดาที่พักผ่อนอยู่ในเรือน ตอนนี้เขาอยากเป็นอ๋องไร้ค่าที่วัน ๆ เอาแต่อยู่ในจวน เขาไม่อยากห่างสองแม่ลูกเลย“ไม่เลยเพคะ ซูเอ๋อร์เป็นเด็กดียิ่งนัก” เขาลูบหัวบุตรสาวด้วยความเอ็นดู เขาเชื่อว่าหากนางได้เป็นพี่สาวจะต้องทำหน้าที่นั้นได้ดีแน่นอน“เสด็จแม่ เสด็จพ่อมาถึงแล้วเพคะ” เสียงเล็กเจี้อยแจ้วก่อนเห็นตัวเสียอีก ทำให้คนที่พักผ่อนอยู่ในเรือนได้แต่หัวเราะเบา ๆ บุตรสาวของนางช่างซุกซนยิ่งนัก“เหนื่อยหรือไม่” เยว่ไปฮวาถามทั้งสามีและบุตรสาว พร้อมกับใช้ผ้าซับใบหน้าของบุตรสาวอย่างรักใคร่ ไม่รู้ว่าไปเล่นซนอันใดมาใบหน้าจึงเป็นสีแดงเช่นนี้“ไม่เหนื่อยเพคะ เพียงแค่ออกไปรับเสด็จพ่อที่หน้าจวน ซูเอ๋อร
บทส่งท้ายตอนนี้ทุกอย่างในราชสำนักเป็นไปด้วยดี คนขององค์ชายใหญ่ค่อย ๆ ถูกจัดการไปทีละคนอย่างเงียบ ๆ จนตอนนี้ฐานะขององค์ชายรองมั่นคง อีกไม่นานก็จะถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท และแน่นอนว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในการควบคุมของรุ่ยอ๋อง“เสด็จพี่ อีกนานหรือไม่กว่าเรื่องทุกอย่างจะจบ” เยว่ไป๋ฮวาอ้อนสามีขณะที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนเตียง ตอนนี้เขาทำงานหนักมาก เมื่อคืนก็ไม่รู้ว่าเขาเข้ามานอนตอนไหน“ตอนที่ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว รอเพียงองค์ชายรองถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท พวกเราก็สามารถออกนอกเมืองได้แล้ว” หากแต่งตั้งองค์รัชทายาทแล้ว ไม่นานก็สามารถออกไปนอกเมืองหลวงได้“หม่อมฉันจะตั้งตารอนะเพคะ” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยอย่างออดอ้อนพร้อมกับหอมแก้มสามีอย่างเอาใจ นางนัดกับเขาเอาไว้ว่าหากจบเรื่องทุกอย่างแล้ว อยากจะออกไปท่องเที่ยวนอกเมือง นางอยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย“ทำเช่นนี้ไม่อยากลุกจากเตียงใช่หรือไม่” เขาก้มลงไปคลอเคลียคนตัวเล็กที่ทำสีหน้าออดอ้อน“เสด็จพี่กลับมาถึงตอนไหนหรือ” หญิงสาวชวนเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้ตนเองเขินอายไปมากกว่านี้ อยู่กับเขามาก็นานมากแล้ว แต่เหตุใดนางถึงไม่คุ้นชินเสียที ส่
“ไม่น่าเชื่อว่าตระกูลผู้ดีจะมีจุดจบที่น่าอดสู่เช่นนี้”“ใช่ หากไม่เพราะบุตรชายชั่วช้าผู้นั้น ตระกูลคงไม่ถึงคราล่มสลาย นายหญิงของจวนต้องมาเป็นบ้าเพราะการกระทำของบุตรชาย”“ไม่รู้ว่าจากนี้ตระกูลเซี่ยจะมีสภาพเช่นไร”หลังจากสกุลเซี่ยล้มลง ภายในราชสำนักก็เริ่มระส่ำระสาย เพราะตระกูลเซี่ยเป็นกำลังหลังขององค์ชายใหญ่ ทำให้ตอนนี้องค์ชายใหญ่ขาดกำลังหลักไป คนที่เคยให้ความสนับสนุนต่างก็มองหาที่พึ่งใหม่ ไม่ต่างจากเยว่โจวเหยา บิดาของเซี่ยไป๋ฮวา เมื่อเห็นว่าองค์ชายใหญ่เริ่มหมดอำนาจก็เริ่มเอนเอียงมาทางฝังองค์ชายรอง เพราะอย่างไรตอนนี้บุตรเขยของเขาก็คือรุ่ยอ๋อง เขาจะต้องสนับสนุนเขาอย่างแน่นอน“เรื่องนี้ข้าช่วยท่านพ่อมิได้ สามีของข้ามิได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในราชสำนักท่านพ่อก็รู้ หากอยากเข้าร่วมกับองค์ชายรอง ท่านพ่อต้องไปเจรจาเอง” เยว่ไป๋ฮวาบอกบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางไม่อยากไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้“เจ้ามันลูกอกตัญญู ข้าเดือดร้อนเจ้าก็ไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วย” เยว่โจวเหยาเอ่ยด้วยอารมณ์คุกรุ่น เขาไม่คิดเลยว่าบุตรสาวจะเอ่ยวาจาอกตัญญูเช่นนี้ออกมาได้“ท่านพ่ออย่าลืมนะเจ้าคะ ว่าท่านพ่อมิไ
บทที่ 45เยว่ไป๋ฮวาไปที่จวนสกุลเซี่ยพร้อมกับท่านหมอแต่เช้า ตอนนี้คนของทางการได้ควบคุมจวนสกุลเซี่ยเอาไว้หมดแล้ว จึงทำให้นางสามารถเข้าไปในจวนได้อย่างง่ายดาย“คารวะพระชายา” เหล่าขุนนางเมื่อเห็นพระชายาของรุ่ยอ๋องเดินเข้ามาต่างก็พากันทำความเคารพ“น้องสาวเปิ่นหวางเฟยแต่งเข้ามาที่จวนสกุลเซี่ย จากนั่นร่างกายก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ จึงอยากให้ท่านหมอตรวจดูร่างกายอย่างละเอียด” เยว่ไป๋ฮวาบอกความต้องการของตนเอง วันนี้นางจะนำตัวของเยว่อิงฮวากลับจวน นางอยากให้สองแม่ลูกอยู่ด้วยกัน จะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ถือว่าเป็นวาสนาของพวกนางสองคนก็แล้วกัน“เชิญพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”เยว่ไป๋ฮวาพาหมอไปที่เรือนของน้องสาวอย่างรีบร้อน “ท่านหมอตรวจดูเถิดว่าน้องสาวของเปิ่นหวางเฟยถูกพิษหรือไม่”หมอที่ถูกเชิญตัวมาตัวเยว่อิงฮวาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ฮูหยินน้อยเซี่ยถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ”“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยเสียงสั่น ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ พยายามแสดงให้เห็นว่านางรักใครน้องสาวเพียงใด “อิงฮวาอย่าได้กลัว พี่สาวผู้นี้จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง”เยว่อิงฮวาไม่มีแรงแม้แต่แรงจะเอ่ยออกมา จึงได้แต่นอนร้องไห้นิ





