Masukเยว่ไป๋ฮวาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข หลัง ๆ มานี่ไม่ค่อยมีคนมายุ่งวุ่นวายกับนาง เพราะเรื่องที่ฟางซินหรูมาหานางในวันนั้น ถูกพูดถึงไปทั่วทั้งจวน นายหญิงผู้นี้ไม่เคยคิดย่างกรายไปที่เรือนลูกเลี้ยง พวกนางต่างก็ตั้งตารอดูความสนุก
แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามคาด นอกจากจะไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งตารอแล้ว นายหญิงของจวนยังกลับออกมาด้วยสีไม่สบอารมณ์ ซ้ำยังไม่ได้ไปเหยียบที่เรือนหลังนั้นอีก พวกนางจึงไม่กล้าไปวุ่นวายที่เรือนนั้นอีก และคอยดูสถานการณ์อยู่ห่าง ๆ เท่านั้น
“คุณหนูใหญ่ นายท่านให้มาเชิญไปที่ห้องขอรับ” พ่อบ้านมาตามคุณหนูใหญ่ของจวน ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย
“ท่านพ่อมีเรื่องอันใดหรือ” ร้อยวันพันปีไม่เคยเรียกนางไปพบ วันนี้นึกคึกอันใดจึงได้เรียกหานางเช่นนี้
“บ่าวไม่ทราบของรับ” เขาได้รับคำสั่งแค่ให้มาตามคุณหนูใหญ่เท่านั้น ส่วนเรียกไปเรื่องอันใดนั้น เขาก็ไม่อาจรู้ได้
“พ่อบ้านกลับไปก่อนเถิด ข้าขอแต่งตัวสักครู่ เดี๋ยวจะตามไป” วันนี้นางไม่ได้คิดจะไปที่ใดจึงได้แต่งตัวสบาย ๆ บิดาเรียบพบตัวทั้งที นางจะต้องแต่งตัวให้สวยงามเสียหน่อย
“ขอรับ”
“คุณหนูว่านายท่านมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ หรือว่าจะเป็นเรื่องที่คุณหนูพูดกับฮูหยินใหญ่วันนั้น” นางกลัวว่าเรื่องในวันนั้นจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้เป็นนาย หากฮูหยินใหญ่นำเรื่องเหล่านั้นไปแจ้งนายท่าน คุณหนูของนางจะต้องเดือดร้อนเป็นแน่
“นางกล้าพูดเรื่องนี้หรือ” นางเชื่อว่าฟางซินหรูไม่มีทางเอ่ยเรื่องนี้กับบิดาของนางแน่
เยว่ไป๋ฮวาใช้เวลาการเปลี่ยนชุดไม่นานก็รีบไปหาบิดาที่รออยู่
“ท่านพ่อ เรียกหาข้า มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ” เยว่ไป๋ฮวายืนอยู่ต่อหน้าบิดาด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง ไม่ได้ยินดียินร้ายกับการเรียกพบของบิดาเท่าใดนัก
“กับเซี่ยเหยียนไห่เป็นเช่นไรบ้าง ไม่เห็นพวกเจ้าสองคนนัดพบกันเลย มีปัญหาอันใดกันหรือไม่” ตั้งแต่ที่นัดพบกันครั้นนั้น เขาก็ไม่เห็นว่าบุตรสาวเขาจะออกไปพบคู่หมั้นของตนเองอีก ไม่รู้ว่ามีปัญหาอันใดกันหรือไม่
“เขาก็ดีเจ้าค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอันใดกัน” เยว่ไป๋ฮวาบอกบิดาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า เรียกนางมาก็เพราะเรื่องนี้สินะ กลัวว่านางจะสร้างปัญหาให้กระมัง
ไม่ต้องเป็นกังวลไป อย่างไรปัญหาก็ต้องมีเข้ามาจนแก้ไม่หวาดไม่ไหวแน่นอน
“ก็ดี เจ้ารู้นะว่าต้องทำอย่างไร จึงอยู่ในตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของเซี่ยเหยียนไห่อย่างมั่นคง” เยว่โจวเหยามองไปที่บุตรสาวด้วยสายตากดดัน หากรู้หน้าที่ของตนเองก็ดี เขาจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องพวกนี้
“ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ตระกูลเซี่ยก็ต้องเป็นของข้า” น้ำเสียงของเยว่ไป๋ฮวาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทำให้ผู้เป็นบิดารู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
“ไปเถิด แล้วอย่าลืมออกไปพบเซี่ยเหยียนไห่เสียหน่อย”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ” เยว่ไป๋ฮวาเดินออกจากห้องทำงานของบิดา ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง บิดาของนางก็ยังเป็นคนที่เห็นแก่ตัวอยู่วันยังค่ำ ทำอันใดก็คิดถึงแต่ตนเอง ไม่เคยถามถึงความต้องการของผู้อื่น
“ส่งเทียบเชิญไปที่จวนสกุลเซี่ย แล้วไปเรียกเยว่อิงฮวามาพบข้า” แผนการของนางควรเริ่มได้แล้ว และตัวแปรสำคัญของเรื่องนี้ก็คือน้องสาวผู้โง่เขลาของนางผู้นี้ นางก็ได้แต่หวังว่าเยว่อิงฮวาจะไม่ทำให้นางผิดหวัง “หากนางไม่มาก็บอกว่าเป็นเรื่องของเซี่ยเหยียนไห่”
นางเชื่อว่าหากเป็นเรื่องนี้ เยว่อิงฮวาจะต้องยอมมาพบนาง
บทพิเศษ“เสด็จพ่อ...” เด็กหญิงตัวเล็กวิ่งไปหาบิดาที่เพิ่งเดินเข้ามาในจวน ตอนนี้มารดากำลังตั้งครรภ์น้องชายอยู่ หน้าที่ออกมาต้อนรับบิดาก็คือนางเอง“ซูเอ๋อร์คิดถึงเสด็จพ่อหรือไม่” เขาก้มลงอุ้มบุตรสาวเข้ามาไว้ในอ้อมอก ตั้งแต่ที่รู้ว่ามารดากำลังมีน้องชาย พี่สาวคนนี้ก็อาสามาต้อนรับบิดาเช่นเขาเพื่อไม่ให้มารดาต้องเหนื่อย ช่างเป็นหนูน้อยที่รู้ความยิ่งนัก“วันนี้ได้ก่อกวนเสด็จแม่หรือไม่” เขาหอมแก้มบุตรสาว แล้วพานางไปหามารดาที่พักผ่อนอยู่ในเรือน ตอนนี้เขาอยากเป็นอ๋องไร้ค่าที่วัน ๆ เอาแต่อยู่ในจวน เขาไม่อยากห่างสองแม่ลูกเลย“ไม่เลยเพคะ ซูเอ๋อร์เป็นเด็กดียิ่งนัก” เขาลูบหัวบุตรสาวด้วยความเอ็นดู เขาเชื่อว่าหากนางได้เป็นพี่สาวจะต้องทำหน้าที่นั้นได้ดีแน่นอน“เสด็จแม่ เสด็จพ่อมาถึงแล้วเพคะ” เสียงเล็กเจี้อยแจ้วก่อนเห็นตัวเสียอีก ทำให้คนที่พักผ่อนอยู่ในเรือนได้แต่หัวเราะเบา ๆ บุตรสาวของนางช่างซุกซนยิ่งนัก“เหนื่อยหรือไม่” เยว่ไปฮวาถามทั้งสามีและบุตรสาว พร้อมกับใช้ผ้าซับใบหน้าของบุตรสาวอย่างรักใคร่ ไม่รู้ว่าไปเล่นซนอันใดมาใบหน้าจึงเป็นสีแดงเช่นนี้“ไม่เหนื่อยเพคะ เพียงแค่ออกไปรับเสด็จพ่อที่หน้าจวน ซูเอ๋อร
บทส่งท้ายตอนนี้ทุกอย่างในราชสำนักเป็นไปด้วยดี คนขององค์ชายใหญ่ค่อย ๆ ถูกจัดการไปทีละคนอย่างเงียบ ๆ จนตอนนี้ฐานะขององค์ชายรองมั่นคง อีกไม่นานก็จะถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท และแน่นอนว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในการควบคุมของรุ่ยอ๋อง“เสด็จพี่ อีกนานหรือไม่กว่าเรื่องทุกอย่างจะจบ” เยว่ไป๋ฮวาอ้อนสามีขณะที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนเตียง ตอนนี้เขาทำงานหนักมาก เมื่อคืนก็ไม่รู้ว่าเขาเข้ามานอนตอนไหน“ตอนที่ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว รอเพียงองค์ชายรองถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท พวกเราก็สามารถออกนอกเมืองได้แล้ว” หากแต่งตั้งองค์รัชทายาทแล้ว ไม่นานก็สามารถออกไปนอกเมืองหลวงได้“หม่อมฉันจะตั้งตารอนะเพคะ” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยอย่างออดอ้อนพร้อมกับหอมแก้มสามีอย่างเอาใจ นางนัดกับเขาเอาไว้ว่าหากจบเรื่องทุกอย่างแล้ว อยากจะออกไปท่องเที่ยวนอกเมือง นางอยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย“ทำเช่นนี้ไม่อยากลุกจากเตียงใช่หรือไม่” เขาก้มลงไปคลอเคลียคนตัวเล็กที่ทำสีหน้าออดอ้อน“เสด็จพี่กลับมาถึงตอนไหนหรือ” หญิงสาวชวนเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้ตนเองเขินอายไปมากกว่านี้ อยู่กับเขามาก็นานมากแล้ว แต่เหตุใดนางถึงไม่คุ้นชินเสียที ส่
“ไม่น่าเชื่อว่าตระกูลผู้ดีจะมีจุดจบที่น่าอดสู่เช่นนี้”“ใช่ หากไม่เพราะบุตรชายชั่วช้าผู้นั้น ตระกูลคงไม่ถึงคราล่มสลาย นายหญิงของจวนต้องมาเป็นบ้าเพราะการกระทำของบุตรชาย”“ไม่รู้ว่าจากนี้ตระกูลเซี่ยจะมีสภาพเช่นไร”หลังจากสกุลเซี่ยล้มลง ภายในราชสำนักก็เริ่มระส่ำระสาย เพราะตระกูลเซี่ยเป็นกำลังหลังขององค์ชายใหญ่ ทำให้ตอนนี้องค์ชายใหญ่ขาดกำลังหลักไป คนที่เคยให้ความสนับสนุนต่างก็มองหาที่พึ่งใหม่ ไม่ต่างจากเยว่โจวเหยา บิดาของเซี่ยไป๋ฮวา เมื่อเห็นว่าองค์ชายใหญ่เริ่มหมดอำนาจก็เริ่มเอนเอียงมาทางฝังองค์ชายรอง เพราะอย่างไรตอนนี้บุตรเขยของเขาก็คือรุ่ยอ๋อง เขาจะต้องสนับสนุนเขาอย่างแน่นอน“เรื่องนี้ข้าช่วยท่านพ่อมิได้ สามีของข้ามิได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในราชสำนักท่านพ่อก็รู้ หากอยากเข้าร่วมกับองค์ชายรอง ท่านพ่อต้องไปเจรจาเอง” เยว่ไป๋ฮวาบอกบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางไม่อยากไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้“เจ้ามันลูกอกตัญญู ข้าเดือดร้อนเจ้าก็ไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วย” เยว่โจวเหยาเอ่ยด้วยอารมณ์คุกรุ่น เขาไม่คิดเลยว่าบุตรสาวจะเอ่ยวาจาอกตัญญูเช่นนี้ออกมาได้“ท่านพ่ออย่าลืมนะเจ้าคะ ว่าท่านพ่อมิไ
บทที่ 45เยว่ไป๋ฮวาไปที่จวนสกุลเซี่ยพร้อมกับท่านหมอแต่เช้า ตอนนี้คนของทางการได้ควบคุมจวนสกุลเซี่ยเอาไว้หมดแล้ว จึงทำให้นางสามารถเข้าไปในจวนได้อย่างง่ายดาย“คารวะพระชายา” เหล่าขุนนางเมื่อเห็นพระชายาของรุ่ยอ๋องเดินเข้ามาต่างก็พากันทำความเคารพ“น้องสาวเปิ่นหวางเฟยแต่งเข้ามาที่จวนสกุลเซี่ย จากนั่นร่างกายก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ จึงอยากให้ท่านหมอตรวจดูร่างกายอย่างละเอียด” เยว่ไป๋ฮวาบอกความต้องการของตนเอง วันนี้นางจะนำตัวของเยว่อิงฮวากลับจวน นางอยากให้สองแม่ลูกอยู่ด้วยกัน จะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ถือว่าเป็นวาสนาของพวกนางสองคนก็แล้วกัน“เชิญพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”เยว่ไป๋ฮวาพาหมอไปที่เรือนของน้องสาวอย่างรีบร้อน “ท่านหมอตรวจดูเถิดว่าน้องสาวของเปิ่นหวางเฟยถูกพิษหรือไม่”หมอที่ถูกเชิญตัวมาตัวเยว่อิงฮวาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ฮูหยินน้อยเซี่ยถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ”“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยเสียงสั่น ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ พยายามแสดงให้เห็นว่านางรักใครน้องสาวเพียงใด “อิงฮวาอย่าได้กลัว พี่สาวผู้นี้จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง”เยว่อิงฮวาไม่มีแรงแม้แต่แรงจะเอ่ยออกมา จึงได้แต่นอนร้องไห้นิ
หลังจากซูหนิงเซียนกินยาแล้วไป เซี่ยเหยียนไห่ก็กลับไปหาบิดาอีกครั้ง เขาตัดสินใจดีแล้ว เขาไม่อยากให้นางต้องทนอยู่ในสภาพนั้นอีก เขาจะต้องช่วยนางให้ได้ หากเขาไม่ได้ขึ้นเป็นนายใหญ่ของจวน ก็ไม่สามารถทำอันใดได้สะดวก เขาจึงจำเป็นต้องจัดการบางอย่าง“ท่านพ่อ ดื่มยาขอรับ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาบิดาที่ยังคงนอนไร้สติอยู่ เขามองยาอยู่ในมือด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง เรื่องทุกอย่างควรจะจบลงเสียที เขาเทยาพิษลงในถ้วยยาของบิดามากกว่าปกติอย่างไม่คิดลังเล “เป็นท่านที่บังคับให้ข้าทำเช่นนี้”จ้าวซุนหยานที่เห็นว่าถึงเวลาที่เหมาะสมก็พาตัวหมอหลวงเข้ามาตรวจร่างกายเซี่ยซงฉี“ไปแจ้งเจ้านายของพวกเจ้า เปิ่นหวางพาหมอหลวงมาตรวจอาการใต้เท้าเซี่ย” จ้าวซุนหยานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง วันนี้เขาอยากมาเห็นสภาพของสกุลเซี่ยด้วยตาของตนเอง ว่าจะมีสภาพเป็นเช่นไร“พ่ะย่ะค่ะ” บ่าวรับใช้รีบเข้าไปแจ้งเจ้านายทันทีเซี่ยเหยียนไห่ที่ได้ยินว่าจ้าวซุนหยานพาหมอมาตรวจอาการบิดาก็ลนลานจนทำอันใดไม่ถูก หากให้หมอเข้ามาตรวจอาการ จะต้องรู้แน่ว่าบิดาของเขาถูกพิษหาได้ล้มป่วยอันใด ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจให้พวกเขาเข้ามาในจวน“คารวะรุ่ยอ๋อง”“จะให้เปิ่นห
“ท่านอ๋องไม่คิดว่าพวกนางจะมีฝีมือที่ร้ายกาจเช่นนี้” นางก็พอรู้มาบ้างว่าสตรีเหล่านี้เป็นองครักษ์ลับที่ถูกฝึกมาอย่างดี แต่ก็ไม่คิดว่าเหล่านี้ฝึกหนักเช่นนี้ ลบภาพสตรีที่ไล่ตามท่านอ๋องตอนนั้นไปจนหมด“บอกแล้วว่าพวกนางเป็นองครักษ์ที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี” เขายกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ สตรีพวกนี้เขาเป็นคนคัดสรรมาด้วยตนเอง การฝึกฝนก็ล้วนเป็นเขาที่จัดการเองทั้งหมด พวกนางจะมีฝีมือดาษดื่นได้อย่างไร“สวามีของหม่อมฉันเก่งที่สุดเลยเพคะ” เยว่ไป๋ฮวามองสามีด้วยสายตาหวานซึ้งและเอ่ยอย่างเอาอกเอาใจ ตอนนี้นางคิดเรื่องที่อยากทำออกแล้ว“พระชายาอยากได้อันใดก็ว่ามาเถิด” เขาหัวเราะน้อย ๆ ท่าทีของนางมองปราดเดียวก็รู้ถึงความต้องการของนาง“เสด็จพี่ช่วยสอนหม่อมฉันให้เหมือนพวกนางได้หรือไม่เพคะ” นางมองเขาตาปริบ ๆ เพื่ออ้อนวอนให้เขายอมสอนการต่อสู้ให้ “แน่นอนว่าหม่อมฉันมิได้ต้องการเก่งกาจเช่นพวกนาง ขอเพียงเอาตัวรอดได้ก็พอเพคะ”จ้าวซุนหยานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่อยากให้นางต้องมาลำบากเช่นนี้ เพราะเขาเชื่อว่าเขาสามารถปกป้องดูแลนางได้ แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของนาง เขาก็ไม่อยากจะขัด“ได้ เปิ่นหวางจะเป็นคนฝึกการต่อสู้ให้ฮูหยิ







