Share

ตอนที่ 2 ข้อตกลง

last update publish date: 2026-02-02 10:21:58

ธัญมลได้แต่ร่ำร้องในใจว่าแย่แล้ว เธอเริ่มสับสนงุนงงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตนกันแน่ เพราะเธอเองไม่รู้จักสองแม่ลูกคู่นี้เลยสักนิด อีกทั้งภาษายังแปลกประหลาด แต่เธอก็ยังฟังเข้าใจ

แต่เพียงไม่นานเธอก็รู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาอย่างรุนแรงจนต้องยกมือขึ้นกุมไว้ และในตอนนั้นเอง ความทรงจำของร่างนี้ก็ได้พรั่งพรูเข้ามาในหัวของเธอจนหมดสิ้น

ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ นั่นก็คือเธอได้ย้อนเวลากลับมาอยู่ในอดีตของคนที่ชื่อเรณู ซึ่งตอนนี้ยายเด็กคนนั้นได้ตายไปแล้ว เหตุผลที่เธอตายก็เพราะเจ้าของร่างนี้กินเหล้าจนเมามายเพื่อให้ตนเองรู้สึกกล้าหาญทำในสิ่งที่คิดจะทำมาตลอดแต่ไม่เคยทำ

นั่นก็คือการแอบย่องเข้าห้องไอ้หน้าหล่อคนนี้ เพราะเรณูแอบชอบเขามานานแล้ว แต่วันนี้นางเมาจนครองสติไม่ค่อยอยู่ แต่ก็รู้ว่านั่นคือห้องของคำสิงห์พอลองเปิดประตูเข้าไปจึงรู้ว่าห้องไม่ได้ล็อก เรณูจึงเดินไปนอนบนเตียงกับเขา จากนั้นภาพที่นางกับเขาร่วมรักกันจึงคล้ายจริงคล้ายฝัน ด้วยเพราะเมามากแถมยังรู้สึกอ่อนเพลียจนไม่รู้ว่าตนหลับไปตั้งแต่เมื่อใด

แต่เพราะเมื่อคืนอากาศหนาวจัดบวกกับความเมาและนางยังมีรูปร่างอวบอ้วนแถมยังนอนเปลื้องผ้า จึงทำให้เรณูไหลตายไปตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนเธอที่ชื่อธัญมลที่กำลังยืนขายส้มตำอยู่ข้างถนน อยู่ดี ๆ ก็มีรถบรรทุกน้ำมันพุ่งเข้ามาชนเธอจนร่างกระเด็น ตอนนั้นเธอรู้สึกวูบไปโดยไม่ทันตั้งตัว พอตื่นขึ้นมาอีกทีไม่คิดว่าตนจะมาอยู่ในสภาพอเนจอนาถเช่นนี้

ธัญมลใช้เวลาทำความเข้าใจกับเรื่องนี้อยู่สักพักแล้วค่อยเงยหน้าขึ้น เธอจึงพบว่ามีสายตาของสองแม่ลูกกำลังจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว

ทองก้อนจึงพูดเสียงเข้มว่า “แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงไปคุยกันข้างล่าง”

บ้านนี้เป็นบ้านสองชั้นกึ่งปูนกึ่งไม้ และห้องของคำสิงห์ก็อยู่ชั้นบน ส่วนห้องของพ่อกับแม่และน้องสาวของเขาอยู่ชั้นล่าง

ทองก้อนพูดเพียงเท่านั้นก็เดินออกจากห้องไปพร้อมทั้งปิดประตูให้ คำสิงห์จึงหันหน้าไปคุยกับคนข้าง ๆ “ใส่เสื้อผ้าซะ แล้วก็อธิบายมาด้วยว่าเจ้าเข้ามาอยู่ในห้องของข้าได้ยังไง ทั้งที่ข้าก็ล็อกประตูแล้ว” พูดจบเขาลุกออกจากเตียงนอนแล้วยืนหันหลังให้นาง

พลางคิดในใจว่า ทำไมเหตุการณ์นี้มันถึงได้เกิดขึ้นอีกนะ ทั้งที่เขาพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นแล้ว เพราะชาติที่แล้วเขากับเรณูก็ได้เสียกันโดยไม่ได้ตั้งใจเช่นนี้ และสุดท้ายทั้งสองก็ต้องแต่งงานกัน แต่ชาตินี้เขาจะไม่ยอมให้การแต่งงานระหว่างนางกับเขาเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน เพราะเขาเองก็เพิ่งย้อนเวลาเข้ามาอยู่ในร่างตนเองเมื่อสิบกว่าวันที่ผ่านมานี้เอง เช่นนั้นเขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเป็นอันขาด

เมื่อเรณูยังเงียบงันคำสิงห์จึงถามขึ้นอีก “ว่ายังไง จะบอกได้หรือยังว่าเจ้าเข้ามาอยู่ในห้องข้าได้ยังไง”

“ไม่รู้จำไม่ได้ เมา” พูดพร้อมกับหยิบเสื้อผ้าที่ถูกเหวี่ยงทิ้งไปตามพื้นขึ้นมาใส่ดังเดิม ในหัวยังรู้สึกสับสนอึงอลไปหมด เพราะเท่าที่ย้อนเวลากลับมาก็นับว่าแปลกมากแล้ว แต่นี่กลับย้อนเวลามาอยู่ในอดีตของเจ้าของร่างนี้อีก ซึ่งแน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมให้จุดจบเป็นเหมือนเรณูคนเก่าอย่างแน่นอน

“แล้วไงต่อ”

“ก็ไม่แล้วไง”

“เจ้าตั้งใจเข้ามาให้ท่าข้าถึงในห้องใช่ไหม” เพราะชาติที่แล้วเรณูก็ทำตัวเช่นนี้ “บอกไว้ก่อนนะว่าข้าจะไม่มีวันแต่งงานกับเจ้าเป็นอันขาด”

เมื่อเรณูเข้าใจทุกอย่างแล้วจึงตอบกลับเขาไปว่า “ข้าก็ไม่มีทางแต่งงานกับคนอย่างท่านเหมือนกัน” คิดว่าเลือกได้คนเดียวหรือไง ถึงจะอ้วนแต่ก็มีหัวใจนะ แต่จะว่าไปแล้วร่างนี้ก็อ้วนไปหน่อยจริง ๆ สูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรแต่หนักเกือบแปดสิบกิโลกรัม เฮ้อ! จะลดน้ำหนักยังไงไหว

“คนยังไงพูดให้ดีนะ”

“ก็คนอย่างนี้แหละ เอาเป็นว่าข้าจะไม่แต่งงานกับท่านก็แล้วกัน แต่ว่าข้าขอเงินไปตั้งหลักสักหนึ่งแสนก็พอ”

เขาหันขวับมาจ้องหน้านาง พูดออกเสียงสูงว่า “หนึ่งแสน? คนอย่างเจ้านี่นะค่าตัวเป็นแสนเชียวหรือ” งามกว่านางเขาก็ไม่เคยจ่ายสักบาท

เรณูลืมคิดไปว่าเงินแสนของที่นี่มีค่ามาก อีกทั้งที่หมู่บ้านนี้ยังเป็นเขตชนบท สตรีที่จะได้ค่าตัวหลักแสนต้องเป็นลูกเสี่ยชาวไร่อ้อยไร่มันสำปะหลัง หรือไม่ก็เป็นคนที่รับราชการเท่านั้น แต่ถึงรู้อย่างนั้นเธอก็ต้องเรียกค่าเสียหายไม่ต่ำกว่าเจ็ดหมื่นบาทให้ได้ “แล้วท่านจะให้ข้าเท่าไร ถ้าต่ำกว่าแปดหมื่นข้าไม่ยอมแน่ อีกอย่างข้าก็เป็นคนแรกของท่าน ราคานี้ก็ไม่นับว่าแพง” เรณูดึงสายตาไปที่ร่องรอยสีแดงเป็นดวงวงอย่างชัดเจนที่อยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาว มิหนำซ้ำตอนนี้เธอยังรู้สึกเมื่อยขบไปทั้งตัว

คำสิงห์มองตามแล้วจึงพูดว่า “ข้าให้เจ็ดหมื่น ถ้าไม่เอาก็ไม่ต้องเอา”

เรณูยิ้มเล็กน้อย แอบคิดในใจว่าดีแล้วที่เธอคิดราคาเผื่อไว้แล้ว “ได้ ตกลงที่เจ็ดหมื่น”

“แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก” ซึ่งถ้านางรับปากก็ถือว่าเป็นบุญของเขา ที่ชาตินี้ไม่ต้องอยู่ร่วมกับผู้หญิงคนนี้อีก

“ตกลง จ่ายมาเจ็ดหมื่นบาทแล้วข้าจะไปจากที่นี่ทันที” ว่าจบเรณูคนใหม่ก็คว้าเสื้อกันหนาวผืนที่ใส่มาเมื่อคืนขึ้นพาดบ่าแล้วเดินลงไปชั้นล่าง โดยมีคำสิงห์เดินตามลงไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 65 ตอนพิเศษ

    ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ปีนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่สิบแล้ว ร้านเรณูตำแหลกยังคงขายดีมาโดยตลอด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือไซดักทรัพย์ที่ดูเก่าและเริ่มผุพังไปตามกาลเวลาเพราะทั้งโดนแดดโดนฝน และสิ่งที่เรณูรู้สึกใจหายมากที่สุดก็คือเมื่อสามวันก่อนเรณูฝันถึงผู้หญิงที่อยู่ในไซดักทรัพย์ตามปกติเหมือนที่เคยฝันทุกปี และนางก็มาให้หวยตามเดิม ตอนนี้นางมีเงินหลายสิบล้านก็เพราะไซดักทรัพย์อันนี้ แต่ที่นางบอกว่ารู้สึกใจหายก็คือนางมากล่าวลาด้วย ในความฝันในคืนนั้นนางพูดว่า “อีกเจ็ดวันข้าก็จะไปแล้วนะ” อีกเจ็ดวันจะถึงวันสิ้นปีพอดี “ท่านจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ” “ข้าต้องไปผุดไปเกิดแล้ว” “ข้าดีใจด้วยนะเจ้าคะ และก็ขอบคุณท่านมากที่อยู่กับข้ามานาน” นานจนไซเก่าเลยทีเดียว “อืม ข้าลาก่อน” กล่าวจบร่างของนางก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา เรณูยืนมองไซดักทรัพย์ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ วันนี้นางพาครอบครัวมากินมื้อเย็นกับครอบครัวท่านน้า พอกินเสร็จจึงออกมาเดินเล่น คำสิงห์เห็นนางยืนอยู่ตรงนั้นนานแล้วจึงเดินเข้ามาหา “มีอะไรหรือ” “ข้ามีอี

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 64 บทส่งท้าย

    เนื่องจากผู้ต้องหาสิ้นใจไปแล้ว อีกทั้งเขายังเป็นคนลงมือแต่เพียงผู้เดียว คดีจึงถูกปิดไปอย่างรวดเร็ว ส่วนก้านตองหลังจากที่นางไปพบสาลี่วันนั้น สัปดาห์ต่อมานางก็เกิดการแท้งบุตรโดยสมบูรณ์ คราแรกยังคิดว่าตนมีประจำเดือนด้วยซ้ำ ก้านตองทั้งรู้สึกเสียใจแกมยินดีในเวลาเดียวกัน ต่อจากนี้นางจะได้ไม่มีสิ่งใดมาทำให้นางมีบ่วงกรรมกับผู้ชายคนนั้นอีก และลูกจะได้ไม่ต้องเกิดมามีปมด้อย ทางด้านพ่อกับแม่บุญธรรมของพันตา เมื่อทราบข่าวว่าลูกชายบุญธรรมจากไปแล้ว แทนที่จะเสียใจแต่พวกเขากลับดีใจที่ไม่ต้องมีเขาอยู่ร่วมชายคาอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไรหนี้ในส่วนของพันตา เขาก็หามาใช้ให้จนหมดแล้ว เหลือเพียงหนี้ส่วนอื่น ผ่องศรีก็คงต้องยอมให้ลูกทั้งสามเป็นหนี้แทนแล้ว สี่เดือนต่อจากนั้น ศีรษะและขาขวาของคำสิงห์ก็หายดีเป็นปกติแล้ว อีกทั้งเขายังเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลูกไว้จนเสร็จสิ้นทั้งหมด ซึ่งการปลูกพืชครั้งนี้ก็ทำให้คำสิงห์มีกำไรมากกว่าการปลูกอ้อยกับมันสำปะหลังเป็นอย่างมาก และเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินตอนสิ้นปีอีกมิหนำซ้ำยังมีเงินสองล้านบาทใช้หนี้ภรรยาอีกด้วย แต่เขาก็ยังแอบสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมภรรยาถึง

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 63 จุดจบของพันตา

    “เจ้ารู้จักบ้านของมันรึ” “รู้เจ้าค่ะ” “ได้ ข้าจะไปกับเจ้าด้วย” “ท่านแม่” ตอนนี้ดอกไม้ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น ก้านตองจึงจำใจให้มารดาไปด้วย สองแม่ลูกมาถึงบ้านของพันตา ก็พบว่ามีเพียงพ่อกับแม่ของเขาเท่านั้นที่อยู่บ้าน “เจ้าสองคนมาหาใครรึ” ผ่องศรีเอ่ยถามออกไป ดอกไม้ไม่ได้ตอบ แต่กลับถามกลับไปว่า “ท่านคงเป็นท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าพันมันสินะ” “อ๋อ มาหาเจ้าพันหรอกรึ” ผ่องศรี “ใช่ ข้ากับลูกสาวมาหาเจ้าพัน และก็มาหาท่านทั้งสองด้วย” “เจ้ามีธุระอะไรกับข้าและสามีหรือ” “เจ้าพันมันทำลูกสาวข้าท้อง มันต้องรับผิดชอบ ท่านต้องไปเรียกมันมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้” ผ่องศรีขำพรืดออกมา “เจ้าพันมันไม่อยู่ที่นี่เป็นเดือนแล้ว” “แล้วเขาไปอยู่ไหนเจ้าคะ” ก้านตองถาม “ไปอยู่กับเมียมันมั้ง” “เมีย!” ทั้งดอกไม้และก้านตองพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ “นี่พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าเจ้าพันมันมีเมียอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้มันก็โดนตำรวจหมายหัว มันคงออกมาเจอพวกเจ้าหรอก” ส

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 62 เมียอีกคนของคำสิงห์

    เรณูเดินเข้ามาในห้องซึ่งสามีกำลังนอนพักผ่อนอยู่ ตอนนี้เขาช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว เพียงแต่เท้าข้างขวายังลงน้ำหนักมากไม่ได้เท่านั้น คำสิงห์ได้ยินเสียงเปิดประตูจึงลืมตาพลางลุกขึ้นนั่ง เขาคลี่ยิ้มจาง ๆ ด้วยความดีใจแล้วพูดคำทะลึ่งกับนาง “ลืมจุ๊บบักอร่อยใช่ไหมเมียรัก” ตอนนี้เขาเริ่มใช้ภาษาบ้านเกิดตนเองกับภาษาบ้านภรรยาผสมกันแล้ว เพราะภาษาของนางเขาเรียนรู้ตั้งแต่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว เรณูจึงตอบกลับเป็นภาษาของตนบ้าง “สิมาลงมาลืมจุ๊บบักอร่อยอิหยังอยู่หั่น เจ้าฮู่บ่ว่าผู้ได๋มาหาเจ้า” (จะมาลงมาลืมจุ๊บบักอร่อยอะไรกัน พี่รู้ไหมว่าใครมาหาพี่” หัวคิ้วเขาเคลื่อนเข้าหากันทันที “ใคร?” “อีนางก้านกล้วย” นางพูดออกเป็นภาษอีสานน้ำเสียงติดประชดประชันเล็กน้อย คำสิงห์ยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่ เรณูจึงเฉลยออกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ยายก้านตอง” คำสิงห์ถึงกับหลุดขำออกมา “นางมาทำไม” “นางบอกว่าท้องกับท่าน” พูดจบก็เตรียมจะลุกเดินออกไปทันที แต่คำสิงห์กลับคว้าร่างนางให้มานั่งบนตักได้ทัน พร้อมกับหอมแก้มนางหนึ่งฟอดใหญ่ “ข้าไม่ได้ทำนางท้องส

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 61 อาการคล้ายกับคนท้อง

    เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูนาง “เรื่องทำน้องให้กับพริกไง”เรณูผละตัวออกจากเขาแล้วทำตาเขียวใส่ “นี่พี่สิงห์ยังมีกะจิตกะใจคิดถึงเรื่องนี้อีกหรือเจ้าคะ”เขาพยักหน้าทำตาละห้อย “เจ้าไม่สงสารพี่หรือ หลายเดือนมากแล้วนะ” แค่ได้กอดภรรยาเขาก็แทบอดใจไม่ไหวแล้ว หากไม่เกรงใจนางเขาคงไม่ขออนุญาตก่อนเช่นนี้“แต่พี่ยังขาเจ็บอยู่จะทำได้ยังไงเล่า”“แต่เจ้าทำได้” เรณูถึงกับหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ “นะ ทำให้หน่อยนะคนดีของพี่”“ไม่ต้องมาพูดคำหวาน”เขาอุ้มนางมานั่งบนตัก หันหน้าเข้าหากันพลางเอ่ยออกเสียงแหบพร่า “เจ้าดูสิว่ามันพร้อมมากแค่ไหน”เรณูสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ดุนดันขึ้นมาตรงบั้นท้ายของนาง มือของเขาจับสะโพกนางให้ขยับย้ายไปมา เรณูรู้สึกสงสารจึงได้แต่ตามใจเขา “ทำให้ก็ได้” คนตัวโตจึงยิ้มออก สองแขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอเขาไว้แล้วรั้งลงมาหา ริมฝีปากสีเรื่อประกบเข้ากับริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาแต่ชวนให้รู้สึกวาบหวามยิ่งนักคำสิงห์ทนรอไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายจูบนางอย่างเร่าร้อนเอง เพียงเสี้ยวนาทีเสื้อผ้าของทั้งสองก็ถูกถอดออกจนพ้นกาย ไม่นานต่อจากนั้นร่างอรชรของนางจึงเป็นฝ่ายควบขี่อยู่บนตัวเขาเนิ่นนานกว่าเข

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 60 เหตุผลของเรณู

    ภายในห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลดงผักหวานคำสิงห์พลางขยับมือทั้งสองข้าง และเอ่ยออกเสียงแผ่วเบา “เรณู” ท่าทางเขาคล้ายกับคนนอนละเมอ พริมาได้ยินจึงบอกมารดาที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ว่า “ท่านแม่ ท่านพ่อฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของนางมีความดีใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ยินดังนั้นจากที่ง่วงนอนเพราะพักผ่อนน้อยเรณูจึงเบิกตากว้างขึ้นมองสามีทันที คำสิงห์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพูดออกเสียงแหบแห้ง “เรณู” เรณูยิ้มพรายพลางน้ำตาซึม “ข้าเอง” เขามองลูกสาวพร้อมกับเรียกชื่อนาง “พริกขี้หนูลูกพ่อ” “ท่านพ่อ พริกขี้หนูคิดถึงท่านพ่อเจ้าค่ะ” คนตัวเล็กใบหน้าบิดเบ้แล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม “พ่อก็คิดถึงเจ้า” ว่าพลางยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้บุตรสาว “ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ พ่อกลับมาหาเจ้าแล้ว” พริมาพยักหน้าหงึกหงักเรณูจึงเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้ “ข้าตามพยาบาลมาตรวจท่านก่อน” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปกดกริ่งที่อยู่ข้างเตียงคนไข้ไม่นานพยาบาลก็เข้ามาในห้อง พยาบาลวัดไข้และความดันและซักถามอาการของเขาหลายอย่าง และดูเหมือนว่าร่างกายเขาจะตอบสนองการรักษาเป็นอย่างดี แต่หลังจากฟื้นขึ้นมาได้ร

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 18 เสียงอันคุ้นเคย

    ทุกคนลงมือกินอาหารแล้ว ฟ้าลั่นจึงเอ่ยขึ้นว่า “นึ่งปลาทับทิมกินกับส้มตำรสจัดจ้านเหมือนเมื่อตอนกลางวันก็คงดีนะ” คิดมาถึงตรงนี้เขาก็อยากกินอีกแล้ว “เออจริงด้วย ข้าก็คิดว่ามันต้องเข้ากันมากแน่ ๆ” ดำรงเสริมขึ้นอีก “ร้านเขาปิดตั้งแต่บ่ายสามแล้วเจ้าค่ะ” ก้านตองว่า “ทำไม

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 23 เจ้าจำข้าได้หรือไม่

    “แล้วเจ้าอยากทำงานตำแหน่งอะไร” พอเอาเข้าจริงคำสิงห์กลับใจแข็งไม่มากพอ แม้ชาติก่อนพันตาจะทำเขาไว้อย่างเจ็บแสบมากก็ตาม แต่ชาตินี้ชะตาของพวกเขาเปลี่ยนไปแล้วมันคงไม่มีอะไรหรอกกระมัง คำสิงห์ได้แต่คิดปลอบใจตนเอง “ได้หมดแหละ ตำแหน่งอะไรว่างข้าทำได้หมด” เพราะก่อนหน้าที่จะไปทำงานต่างประเทศเขาก็ท

    last updateLast Updated : 2026-03-21
  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 17 เจ็บนิด ๆ

    คำพูดของดอกไม้ยิ่งตอกย้ำว่าเรณูคนนี้คือคนคนเดียวกันกับที่เขาเคยรู้จัก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ปัดความอยากรู้อยากเห็นนั้นทิ้งไป “ลองกินดูก่อนเจ้าค่ะ แล้วนายสิงห์จะติดใจ จนร้องอยากกินทุกวันเลยเจ้าค่ะ” ก้านตองพูดขึ้นอีก “นี่ใบมะยมกับใบมะละกอก็กินได้รึ” ดำรงถาม “ได้สิ เด

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 21 เปลี่ยนไปทั้งคู่

    เช้าวันถัดมาเรณูทำส้มตำที่คำสิงห์สั่งไว้เมื่อวานเสร็จเกือบหกโมงครึ่งตามเวลาที่เขานัดไว้ จากนั้นฝากเรื่องไว้กับทรงกลด ส่วนนางปลีกตัวไปแต่งตัวให้กับลูกสาวเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน คำสิงห์มาตามเวลาที่นัดไว้อย่างพอดิบพอดี “ส้มตำที่พี่สิงห์สั่งไว้ได้แล้วขอรับ” ทรงกลดเอ่ยขึ้นเมื่อ

    last updateLast Updated : 2026-03-20
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status