INICIAR SESIÓNทั้งคู่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านก็พบว่า พ่อกับแม่และน้องสาวของคำสิงห์กำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
ร่างอวบอ้วนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามทั้งสามคน คำสิงห์เดินไปนั่งลงข้างเรณูโดยมีเก้าอี้กั้นกลางไว้หนึ่งตัว
“ตกลงเจ้าทั้งสองจะแต่งงานกันหรือไม่” ผาสุกเอ่ยถามหนุ่มสาวทั้งสอง ถึงจะรู้สึกไม่ยินดีสักเท่าไรที่จะได้เรณูมาเป็นลูกสะใภ้ แต่เรื่องก็เลยเถิดมาจนถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องทำให้มันถูกต้อง
“ไม่ขอรับ/ไม่เจ้าค่ะ” ทั้งสองตอบออกมาเป็นเสียงเดียวกัน
ทุกคนหันไปมองเรณูเป็นตาเดียว ว่าเหตุใดเรณูจึงตอบออกไปเช่นนั้น เพราะเดิมทีนางก็แอบชอบคำสิงห์อยู่เหมือนกัน แล้วเหตุใดถึงปฏิเสธการแต่งงานกับเขาทั้งที่เสียตัวให้เขาไปแล้ว คำสิงห์เองก็แปลกใจเช่นกัน แต่ก็ดีแล้วที่นางทำตามสัญญา
คำสิงห์พูดออกว่า “ข้ากับเรณูตกลงกันแล้วขอรับท่านพ่อ”
“ตกลงกันว่าอย่างไร”
“ข้าจะจ่ายเงินค่าเสียหายให้นางเจ็ดหมื่นบาท แล้วเรื่องนี้ก็จบเพียงเท่านี้ขอรับ” เพราะที่ผ่านมาก็ใช่ว่าเขาไม่เคยนอนกับผู้หญิง และเขาก็ไม่เคยเสียเงินให้กับผู้หญิงพวกนั้นสักคน
“เจ็ดหมื่น!” ทองก้อนเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ และถามต่อว่า “มันไม่มากไปหน่อยหรือ” เรณูเป็นเพียงลูกจ้าง ถึงแม้จะอาศัยอยู่บ้านหลังนี้มาหลายปี แต่นิสัยใจคอและมารยาทล้วนไม่เข้าตาทองก้อนเลยสักนิด
“ให้นางไปเถอะขอรับท่านแม่ เพราะเรณูสัญญาแล้วว่าถ้าได้เงินแล้วนางจะไปจากที่นี่ทันทีขอรับ”
ทั้งผาสุกและทองก้อนต่างตกใจ เพราะถึงแม้จะไม่ค่อยชอบนิสัยของเรณูที่ชอบพูดจาขวานผ่าซาก ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ แต่เรณูก็เป็นแม่บ้านที่ทำอาหารได้อร่อยกว่าใครในบ้านหลังนี้ อีกทั้งยังอยู่กับพวกเขามาหลายปี สำคัญกว่านั้นพ่อกับแม่ของนางก็ได้จากไปแล้ว ที่หมู่บ้านนี้นางก็ไม่มีญาติ แล้วนางจะไปอยู่กับใคร
“แล้วเจ้าจะไปอยู่กับใครหรือเรณู” ทองก้อนเอ่ยถาม เพราะถึงไม่อยากได้เรณูเป็นลูกสะใภ้ แต่ก็อดเป็นห่วงนางไม่ได้ เพราะก่อนแม่ของเรณูจะจากไปนางได้ฝากเรณูไว้กับเจ้านายทุกคนในบ้านหลังนี้ว่า ‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม นายหญิงอย่าทิ้งมันนะเจ้าคะ’ และทองก้อนก็ได้รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะไปแล้ว แต่กลับต้องมากลับคำเช่นนี้
ตอนเดินลงมาจากชั้นบนเรณูได้เค้นความทรงจำของร่างนี้แล้วว่ามีญาติอยู่ที่ใดบ้าง และนางก็จดจำได้ว่ายังมีญาติเหลืออยู่หนึ่งคน “ข้าจะย้ายไปอยู่กับท่านน้าที่ต่างอำเภอเจ้าค่ะ” ถึงแม้ว่าท่านน้าจะไม่อยากให้อยู่ด้วยก็ตาม แต่นางก็ต้องออกจากบ้านหลังนี้ไปก่อน
ทองก้อนจึงนึกขึ้นมาได้ว่าแม่ของเรณูเคยเล่าให้ฟังว่านางยังมีน้องสาวอีกคน และนางยังเคยมางานศพของพุดซ้อนแม่ของเรณู แต่ทองก้อนไม่ได้ถามว่านางอาศัยอยู่ที่ใด เช่นนั้นทองก้อนจึงรู้สึกเบาใจขึ้นมาอีกเปลาะหนึ่ง ถึงจะรู้สึกเป็นห่วงเรณูอยู่บ้าง แต่นางก็ยินดีมากกว่าที่ไม่มีลูกสะใภ้อย่างเรณู “แล้วจะไปเมื่อไรล่ะ”
“วันนี้เจ้าค่ะ เก็บของเสร็จเดี๋ยวข้าก็ไปเลย”
“ทำไมรีบขนาดนั้นล่ะ” คำไอ่น้องสาวของคำสิงห์เอ่ยถาม ถึงเรณูจะไม่ใช่คนดีมาก แต่นางก็ทำงานบ้านได้ดี หากนางไม่อยู่สักคน งานบ้านทั้งหมดคำไอ่ก็ต้องทำคนเดียวไปก่อน
เรณูปรายตามองคำสิงห์แวบหนึ่ง กล่าวว่า “คนบางคนจะได้สบายใจ” นางเองก็รู้สึกสบายใจเช่นกันที่ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอย่างเขาอีก ชาตินี้ขอให้จบสิ้นกันเพียงเท่านี้เถิด
“ไปเร็วก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมาอยู่ให้รกหูรกตา” เขาเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วยืนขึ้น เอ่ยว่า “เก็บของเสร็จเมื่อไรก็บอก จะได้ออกไปส่งที่ท่ารถ” ว่าจบก็เดินออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกบ้านทันที ในใจพลันคิดว่าสิ่งที่เขากำลังทำตอนนี้มันถูกต้องแล้ว ดีกว่าปล่อยให้นางอยู่ที่นี่ แล้วให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปเหมือนชาติที่แล้ว วิธีนี้คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย พวกเขาจะได้ไม่ต้องจองเวรจองกรรมต่อกันอีก
หลังทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรียบร้อยแล้วเรณูจึงเดินเข้าห้องของตนที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน
ทองก้อนจึงพูดขึ้นว่า “เรณูดูแปลกไปนะ ทั้งน้ำเสียงทั้งการวางตัว การเดินเหินก็แปลกไป ท่านพี่ว่าไหมเจ้าคะ” ปกติเรณูเป็นคนชอบพูดจาเสียงดัง เดินเหินกระโดกกระเดก บางครั้งแม้แต่นายจ้างก็ยังเถียงไม่ทัน แต่ครั้งนี้เรณูกลับมีท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว อีกทั้งยังดูไม่สนใจคำสิงห์แม้แต่น้อย
“อืม นางคงดีใจที่ได้เงินกระมัง” เพราะถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก็ไม่รู้ว่าชาตินี้เรณูจะได้จับเงินมากถึงเพียงนั้นหรือไม่
เรณูเดินเข้าไปเก็บของในห้องของตน ทองก้อนจึงเดินตามเข้ามา พร้อมกับมอบเงินจำนวนเจ็ดหมื่นบาทให้นาง “เจ้าลองนับดูก่อน” ทองก้อนเอ่ยขึ้น
เรณูรับผ้าขาวม้าที่ทองก้อนใช้ห่อเงินมาแล้วเปิดออกดู เพราะรู้ว่าทองก้อนไม่ใช่คนนิสัยไม่ดี เช่นนั้นจึงไม่คิดตรวจสอบ “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่มากนะเจ้าคะที่ยอมจ่ายเงินก้อนนี้ให้ข้า” เพราะมาทำงานที่บ้านหลังนี้หลายปี ทองก้อนและผาสุกจึงเอ็นดูและเมตตาเรณูเหมือนลูกเหมือนหลาน เพราะเรณูเองก็อายุมากกว่าคำไอ่เพียงสองปีเท่านั้น ทองก้อนจึงอนุญาตให้เรณูเรียกว่าท่านแม่เหมือนกับลูกตนเอง
“ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่เจ้าอยู่กับครอบครัวข้ามานานก็แล้วกัน” ความจริงพ่อกับแม่ของเรณูมาเป็นลูกจ้างของผาสุกได้สิบกว่าปีแล้ว พ่อของเรณูจากไปเมื่อสามปีก่อนเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่วนแม่ของนางเพิ่งจากไปเมื่อปีที่แล้วเพราะป่วยเป็นเบาหวานแล้วมีอาการไตวายเฉียบพลัน
“เจ้าค่ะ”
ทองก้อนยื่นพับผ้าซิ่นให้เรณูอีกสองผืนซึ่งเป็นผ้าไหมทั้งคู่ เอ่ยว่า “ผ้าถุงนี้เก็บไว้ใช้นะ หรือถ้าหากขัดสนเจ้าก็สามารถนำไปขายได้” อย่างน้อยก็คงได้ไม่ต่ำกว่าผืนละหนึ่งพันห้าร้อยบาท
“ขอบคุณท่านแม่มากเจ้าค่ะ”
“ยังไงเจ้าก็อย่าได้ถือสาเจ้าสิงห์มันเลยนะ เจ้าก็รู้ว่ามันเป็นคนเจ้าชู้ขนาดไหน ถึงเจ้าทั้งสองแต่งงานกันไป ข้าคิดว่ามันก็คงไม่หยุดอยู่แค่นี้หรอก” อีกอย่างทองก้อนก็อยากได้ลูกสะใภ้ที่มีความคิดความอ่านที่เก่งกว่านี้เพื่อมาช่วยงานสามีในไร่ แต่ตอนนี้เรณูยังห่างไกลกับคำนั้นอยู่มาก ทองก้อนจึงต้องปล่อยนางไป
“พอสำหรับค่าทำคลอดหรือไม่” ส่วนค่าอื่น ๆ ค่อยว่ากันอีกที “พอเจ้าค่ะ” แต่หากนางไม่เริ่มทำงานตั้งแต่ตอนนี้ ภายภาคหน้าค่าผ้าอ้อมและค่าของใช้เด็กอ่อนอย่างอื่นก็คงไม่พอแล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงดังมาจากหน้าบ้าน “มีใครอยู่ไหม ข้าเอาพุทรามาให้” “เสียงท่านป้าอิ่มนี่นา” ทรงกลดว่า “เดี๋ยวข้าออกไปดูให้เองขอรับ” ทรงกลดเดินออกไปจึงเห็นว่าเป็นอิ่มจริง ๆ นางเอ่ยถามว่า “ท่านแม่กับท่านพ่อของเจ้าไม่อยู่หรือ” “อยู่ด้านในขอรับ ท่านป้ามีเรื่องจะคุยกับท่านทั้งสองหรือขอรับ” “ไม่มีหรอก แค่เอาพุทรามาให้เท่านั้น ลูกเขยข้าเพิ่งเก็บมาจากนาเมื่อเช้า” ปากก็ว่าไม่มีอะไรแต่สายตากลับสอดส่ายเข้าไปมองทั่วบริเวณบ้าน “ข้าเคยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้าน หน้าตาสะสวยทีเดียวแต่นางอวบไปหน่อยเท่านั้น นางเป็นเมียเจ้ารึ” “ไม่ใช่หรอกขอรับ นางเป็นลูกของท่านป้าของข้าขอรับ” “อ๋อ ที่แท้ก็ลูกสาวของแม่พุดซ้อนนี่เอง ข้าก็คิดว่าเจ้าแต่งงานแล้วแต่ไม่ยอมส่งข่าวข้าบ้าง” “ยังอีกนานขอรับ หากท่านป้าไม่มีอะไรแล
เรณูเดินออกจากห้องตรวจด้วยอาการเหม่อลอย ช้องปีบเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี จึงเอ่ยถามหลานสาวออกไป “หมอบอกว่าเจ้าเป็นอะไรรึ” หรือนางจะเป็นโรคร้ายแรงถึงได้ทำท่าหมดแรงเช่นนั้น เรณูนั่งลงข้างท่านน้าเบา ๆ แล้วตอบว่า “ข้า ข้าท้องเจ้าค่ะ” “ท้องรึ” “เจ้าค่ะ” สิ้นคำช้องปีบก็ไม่ได้ถามสิ่งใดหลานสาวอีก แต่เรณูก็รับรู้ได้ว่าผู้เป็นน้ากำลังโกรธนางเป็นอย่างมากพอกลับมาถึงบ้าน ลงจากรถสามล้อเครื่องได้ ช้องปีบก็ก้าวเท้าเดินอาด ๆ ไปเด็ดก้านมะยมมาราวสี่ห้าก้านแล้วริดใบทิ้ง จากนั้นเดินตรงมาที่หลานสาว พร้อมทั้งหวดก้านมะยมลงมาที่ก้นของนางอย่างแรง “เจ้าไปท้องกับใครมา ใครเป็นพ่อของเด็ก บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นข้าจะตีเจ้าให้ตาย” ช้องปีบทั้งเสียใจทั้งผิดหวังและโมโหที่หลานสาวทำตัวไร้ค่าเช่นนี้ “ท่านน้า อย่าตีข้าเลยเจ้าค่ะ ข้าเจ็บ” เรณูใช้มือปัดป้องก้านมะยมพัลวัน อีกทั้งยังเบี่ยงก้นหนีจากการถูกตี กระนั้นผู้เป็นน้าก็ยังไม่ยอมรามือ “ไม่ตีแล้วเจ้าจะหลาบจำรึ คราวก่อนก็เกือบทำงามหน้า หากข้าไม่ส่งเจ้าไปอยู่กับพ่อแม่ของเจ้า
วัสดุที่ทองใบกับทรงกลดนำมาสร้างกระท่อมให้กับเรณูล้วนต้องซื้อใหม่ทั้งหมด เช่นนั้นการสร้างกระท่อมให้เรณูหนึ่งหลัง จึงใช้งบประมาณไปทั้งหมดเกือบสองหมื่นบาทเลยทีเดียว แต่เรณูก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เพราะมันค่อนข้างมั่นคงและมีความเป็นส่วนตัว ถึงกระท่อมจะไม่หลังใหญ่มาก แต่ก็สามารถนอนได้อย่างสบายถึงสามคน เพราะสถานที่สำหรับทำอาหารนางจะต้องไปทำที่บ้านของท่านน้า พื้นที่ของกระท่อมจึงมีเพียงหนึ่งห้องกับส่วนที่เป็นชานเรือนและมีระเบียงกั้นเท่านั้น ทั้งสี่คนใช้เวลาสร้างกระท่อมช่วยกันเพียงห้าวันก็เสร็จแล้ว จากนั้นทองใบจึงจ้างช่างไฟมาเดินสายไฟเข้าบ้านให้เรณู ขณะที่พวกเขากำลังนั่งกินมื้อเที่ยงด้วยกัน เรณูจึงพูดขึ้นว่า “ท่านน้าต้องไปทำงานวันไหนหรือเจ้าคะ” “อีกสองวันก็ไปแล้ว” ปกติพวกเขาต้องออกไปแสดงหมอลำติดต่อกันประมาณหนึ่งเดือน และหยุดพักประมาณสิบวันแล้วจึงออกไปทำงานต่อ ซึ่งจะต้องไปแสดงหมอลำหมุนเวียนไปหลายหมู่บ้านหลายตำบล “เจ้าอยู่คนเดียวได้หรือไม่” ช้องปีบถาม “ได้เจ้าค่ะ” ก่อนที่เธอจะจากมา หลังจากหย่ากับสามีแล้วเธอก็อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง เพียงแต่บ้านหล
เรณูนั่งรอรถโดยสารประจำทางอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงจึงได้ขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถ นางเลือกนั่งเบาะที่อยู่ติดกับหน้าต่าง รถจอดรอผู้โดยสารอีกเกือบห้านาทีจึงเคลื่อนตัวออกจากตรงนั้นและมุ่งหน้าไปยังอำเภอดงผักหวานทันที ตอนที่เด็กรถเดินมาเก็บค่าโดยสาร เรณูล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวผืนที่ใส่เมื่อคืนเพราะนางเก็บเงินไว้ตรงนั้น แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อกระเป๋าเสื้อฝั่งขวามีบางอย่างอยู่ในนั้น เรณูจ่ายค่าโดยสารไปก่อน จากนั้นจึงล้วงสิ่งนั้นขึ้นมาดู มันคือไซดักทรัพย์ที่นางสั่งซื้อทางออนไลน์แต่ยังไม่ได้นำมาแขวนไว้ที่ร้านก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเสียก่อน ไม่น่าเชื่อว่ามันตามนางมาถึงที่นี่ แต่ช่างเถอะตามมาแล้วก็เก็บไว้ก่อน เผื่อได้เปิดร้านขายของค่อยเอาออกมาแขวนดวงตากลมทอดมองออกไปทางหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ต่อจากนี้ชีวิตของนางจะเปลี่ยนไปจากชาติก่อนตลอดกาล นั่งคิดได้ไม่ถึงสิบนาที เพราะยังรู้สึกเมาค้างบวกกับนอนน้อยเรณูจึงเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ผ่านไปราวสองชั่วโมงเด็กรถจึงพูดขึ้นเสียงดังว่า “ดงผักหวานขอรับดงผักหวาน” เรณูสะดุ้งตื่นขึ้นมา และเตรียมลงจากรถ ดงผักหวานเป
สิ่งที่ทองก้อนพูดมาล้วนเป็นความจริง เพราะจากความทรงจำของร่างนี้ ชาติที่แล้วหลังจากนางแต่งงานกับเขาได้เพียงสี่เดือนคำสิงห์ก็เริ่มออกลายเรื่องผู้หญิงแล้ว จากนั้นก็มีนอกกายนอกใจเรื่อยมาไม่หยุดหย่อน ปล่อยให้นางนอนเหงาอยู่บ้านเพียงลำพัง นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เจ้าของร่างนี้เริ่มหาที่พึ่งพาอาศัยคนใหม่ แต่ก็ช่างเถอะนั่นมันเป็นเรื่องเมื่อชาติก่อน และเรณูคนเดิมก็ใช่ว่าจะนิสัยดี เอาเป็นว่าพวกเขาช่างมีศีลเสมอกัน ส่วนชาตินี้นางจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเขาอีก“ข้าไม่ถือสาเขาหรอกเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าตัวเองโชคดีต่างหากที่ไม่ได้แต่งงานกับเขา” เรณูเก็บของเสร็จพอดี จึงเอ่ยลา “ข้าลาแล้วเจ้าค่ะ” พูดพลางยกมือขึ้นไหว้ ทองก้อนลูบศีรษะเรณูเบา ๆ พูดว่า “เงินคำกำแก้วเจ้าก็อย่าใช้ให้มันสิ้นเปลืองนัก รู้จักประหยัดอดออมไว้บ้างล่ะ อีกอย่างต้องคิดทำมาหากินด้วย ไม่ใช่ใช้เงินจนหมดแล้วค่อยหาใหม่” เรณูอยู่กับครอบครัวนางมาหลายปี ทำไมนางจะไม่รู้ว่าเรณูชอบใช้เงินเกินตัว และชอบเที่ยวเตร่ตามประสาคนที่กำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาว “เจ้าค่ะ” เรณูยิ้มอ่อนให้ทองก้อน แล้วเดินไปลาผาสุกกับคำไอ่
ทั้งคู่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านก็พบว่า พ่อกับแม่และน้องสาวของคำสิงห์กำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้วร่างอวบอ้วนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามทั้งสามคน คำสิงห์เดินไปนั่งลงข้างเรณูโดยมีเก้าอี้กั้นกลางไว้หนึ่งตัว“ตกลงเจ้าทั้งสองจะแต่งงานกันหรือไม่” ผาสุกเอ่ยถามหนุ่มสาวทั้งสอง ถึงจะรู้สึกไม่ยินดีสักเท่าไรที่จะได้เรณูมาเป็นลูกสะใภ้ แต่เรื่องก็เลยเถิดมาจนถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องทำให้มันถูกต้อง“ไม่ขอรับ/ไม่เจ้าค่ะ” ทั้งสองตอบออกมาเป็นเสียงเดียวกันทุกคนหันไปมองเรณูเป็นตาเดียว ว่าเหตุใดเรณูจึงตอบออกไปเช่นนั้น เพราะเดิมทีนางก็แอบชอบคำสิงห์อยู่เหมือนกัน แล้วเหตุใดถึงปฏิเสธการแต่งงานกับเขาทั้งที่เสียตัวให้เขาไปแล้ว คำสิงห์เองก็แปลกใจเช่นกัน แต่ก็ดีแล้วที่นางทำตามสัญญาคำสิงห์พูดออกว่า “ข้ากับเรณูตกลงกันแล้วขอรับท่านพ่อ”“ตกลงกันว่าอย่างไร”“ข้าจะจ่ายเงินค่าเสียหายให้นางเจ็ดหมื่นบาท แล้วเรื่องนี้ก็จบเพียงเท่านี้ขอรับ” เพราะที่ผ่านมาก็ใช่ว่าเขาไม่เคยนอนกับผู้หญิง และเขาก็ไม่เคยเสียเงินให้กับผู้หญิงพวกนั้นสักคน“เจ็ดหมื่น!” ทองก้อนเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ และถามต่อว่า “มันไม่มากไปหน่อยหรือ” เรณูเป็นเพียงลูกจ้าง ถึ







