LOGINสิ่งที่ทองก้อนพูดมาล้วนเป็นความจริง เพราะจากความทรงจำของร่างนี้ ชาติที่แล้วหลังจากนางแต่งงานกับเขาได้เพียงสี่เดือนคำสิงห์ก็เริ่มออกลายเรื่องผู้หญิงแล้ว จากนั้นก็มีนอกกายนอกใจเรื่อยมาไม่หยุดหย่อน ปล่อยให้นางนอนเหงาอยู่บ้านเพียงลำพัง นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เจ้าของร่างนี้เริ่มหาที่พึ่งพาอาศัยคนใหม่ แต่ก็ช่างเถอะนั่นมันเป็นเรื่องเมื่อชาติก่อน และเรณูคนเดิมก็ใช่ว่าจะนิสัยดี เอาเป็นว่าพวกเขาช่างมีศีลเสมอกัน ส่วนชาตินี้นางจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเขาอีก
“ข้าไม่ถือสาเขาหรอกเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าตัวเองโชคดีต่างหากที่ไม่ได้แต่งงานกับเขา” เรณูเก็บของเสร็จพอดี จึงเอ่ยลา “ข้าลาแล้วเจ้าค่ะ” พูดพลางยกมือขึ้นไหว้
ทองก้อนลูบศีรษะเรณูเบา ๆ พูดว่า “เงินคำกำแก้วเจ้าก็อย่าใช้ให้มันสิ้นเปลืองนัก รู้จักประหยัดอดออมไว้บ้างล่ะ อีกอย่างต้องคิดทำมาหากินด้วย ไม่ใช่ใช้เงินจนหมดแล้วค่อยหาใหม่” เรณูอยู่กับครอบครัวนางมาหลายปี ทำไมนางจะไม่รู้ว่าเรณูชอบใช้เงินเกินตัว และชอบเที่ยวเตร่ตามประสาคนที่กำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาว
“เจ้าค่ะ” เรณูยิ้มอ่อนให้ทองก้อน แล้วเดินไปลาผาสุกกับคำไอ่
จากนั้นจึงเดินออกไปด้านหน้าเรือน ที่ยังมีข้าวของวางระเกะระกะ และคนงานที่ตื่นขึ้นมาแล้วกำลังช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาด
“ข้าเก็บของเสร็จแล้ว” เรณูเอ่ยขึ้นพร้อมกับหิ้วกระเป๋าเดินทางออกมาด้วยหนึ่งใบ
คำสิงห์ที่กำลังยืนเหม่อลอยอยู่จึงหันกลับมามอง “งั้นก็ไปกันเถอะ ข้าจะได้กลับมาทำงานต่อ”
สิ้นคำเรณูเดินไปที่รถกระบะพร้อมกับเข้าไปนั่งรอด้านใน คำสิงห์ก้าวขาตามไป พอเข้าไปนั่งฝั่งคนขับก็สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วเคลื่อนรถออกไปทันที
ขับรถออกมาได้ประมาณสิบนาทีเขาจึงพูดกับนางว่า “เจ้าไม่ต้องเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรอกนะ บางทีเนื้อคู่ของเจ้าอาจจะยังรอเจ้าอยู่ก็เป็นได้” และคนคนนั้นก็ไม่ใช่คนไกลตัวเขาสักเลยนิด แต่ตอนนี้คนผู้นั้นกำลังจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ หากเขากลับมาก็คงไม่เจอนางแล้ว และหากในอนาคตทั้งสองจะเจอกันหรือไม่นั้นก็ไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว
“ข้าไม่เสียใจอยู่แล้วเจ้าค่ะ ส่วนเนื้อคู่คงไม่ได้เข้าใกล้ข้าหรอก เพราะชาตินี้ข้าไม่เคยคิดจะแต่งงาน” เพราะยุคที่ธัญมลจากมาเธอก็เป็นหญิงม่ายหย่ากับสามีเจ้าชู้เช่นเดียวกัน ยังดีที่ไม่มีลูกด้วยกัน เธอจึงทำงานหาเงินอย่างเดียว และก็ค้นพบว่าตัวเองโชคดีและมีความสุขมากที่เลิกกับสามีได้ ไม่ว่าภพไหนชาติไหนความเจ้าชู้ของหญิงและชายก็ยังมีอยู่ทุกที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก และเมื่อมีโอกาสใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งเธอจึงสัญญากับตัวเองว่า ชาตินี้เธอจะไม่ขอมีสามีอีก
“ผิดหวังจากข้าจนไม่คิดอยากจะแต่งงานเลยหรือ”
เรณูย่นคิ้วหันไปสบตากับเขาแวบหนึ่ง เอ่ยอย่างไม่แยแสว่า “ท่านอย่าได้สำคัญตัวเองผิดเลยเจ้าค่ะ ที่ข้าไม่คิดจะแต่งงาน เพราะคิดว่าผู้ชายพวกนั้นไม่เหมาะสมกับข้ามากกว่า” อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เพราะนางไม่อยากให้ชีวิตของเรณูในชาตินี้มีจุดจบเหมือนกับเรณูในชาติที่แล้วต่างหากล่ะ
คำสิงห์ลอบมองเรณูด้วยความแปลกใจอย่างยิ่ง เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำพูดที่ดูหยิ่งผยองและถือดีจากผู้หญิงคนนี้เลยสักนิด ก่อนหน้าเรณูเป็นผู้หญิงที่ชอบตามใจเขาทุกอย่าง ไม่เคยเลยสักครั้งที่นางจะกล้าพูดจาตัดเยื่อใยกับเขาเช่นนี้
“ก็ดีแล้วที่เจ้าคิดได้อย่างนั้น ต่อจากนี้ข้าคิดว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีก โชคดีนะ” คำสิงห์หยุดรถเมื่อขับมาถึงป้ายรถโดยสารประจำทาง
“ข้าก็หวังเช่นนั้นเจ้าค่ะ ขอบคุณที่มาส่ง”
“อืม”
เรณูก้าวขาลงจากรถด้วยใบหน้าเย็นชา แววตาไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ทั้งปวง ผิดกับคนที่เพิ่งเสียความบริสุทธิ์ให้กับชายหนุ่มรูปงามโดยสิ้นเชิง ถึงแม้คำสิงห์จะรู้สึกประหลาดใจที่เรณูเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องดีแล้วที่นางไม่มาเซ้าซี้กับเขาเหมือนเคย อีกทั้งเขายังไม่เห็นน้ำตาของนางเลยสักหยด ต่างจากชาติก่อนที่รู้ว่าเสียตัวให้เขาก็ร้องไห้ฟูมฟายจนเขากับนางต้องแต่งงานกัน
จากนั้นคำสิงห์ก็ขับรถกลับบ้านทันที โดยไม่ถามเรณูสักคำว่านางจะไปพักอยู่กับญาติที่แห่งหนตำบลใด เพราะต่อจากนี้เส้นทางชีวิตของนางกับเขาคงเป็นเหมือนเส้นขนานแล้ว
คำสิงห์กลับมาถึงบ้าน คำไอ่จึงเดินเข้าไปหาพี่ชาย “ทำไมท่านไม่ให้พี่เรณูอยู่บ้านเราไปก่อนสักสามสี่วันเจ้าคะ แล้วแบบนี้ใครจะช่วยข้าทำงานบ้านล่ะ”
“แล้วจะปล่อยให้นางแอบย่องเข้าห้องข้าอีกอย่างนั้นหรือ” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขากลัวมากที่สุดจึงอยากให้นางออกจากบ้านหลังนี้โดยเร็ว ดีไม่ดีหากนางเปลี่ยนใจอยู่ที่นี่ขึ้นมาจะทำอย่างไร
“แต่เมื่อคืนท่านพี่ก็เมามาก ตอนดึกข้ายังเห็นท่านตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำอยู่เลยเจ้าค่ะ”
“นี่เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าเปิดประตูรอนางอย่างนั้นหรือ”
“ก็ไม่แน่หรอก เพราะทุกครั้งท่านก็กินไม่เลือก” คำไอ่รู้ว่าพี่ชายมีแฟนไม่ซ้ำหน้า จึงไม่ปักใจเชื่อว่าเรณูจะตบมือข้างเดียว
“แต่ตอนนี้ข้าเลิกนิสัยอย่างนั้นแล้ว” ชาตินี้สิ่งที่เขาตั้งใจทำมากที่สุดก็คือ เปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวเองไม่ให้เหมือนชาติที่แล้วอีกต่อไป
“ทำให้ได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาพูด หายป่วยได้ไม่ถึงสิบวันก็ก่อเรื่องอีกแล้ว”
“เจ้าคอยดูก็แล้วกัน”
“แล้วพี่เรณูย้ายไปอยู่อำเภอไหนเจ้าคะ”
“ไม่รู้ไม่ได้ถาม อีกอย่างข้าก็ไม่ได้สนใจด้วย”
ว่าจบก็เดินอาด ๆ ขึ้นไปบนห้องของตน คำไอ่ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วพูดกับตนเองว่า “ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้ ฟันแล้วก็ทิ้ง” และแอบภาวนาในใจว่า ขออย่าให้นางได้เจอคนรักแบบพี่ชายเลย
ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ปีนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่สิบแล้ว ร้านเรณูตำแหลกยังคงขายดีมาโดยตลอด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือไซดักทรัพย์ที่ดูเก่าและเริ่มผุพังไปตามกาลเวลาเพราะทั้งโดนแดดโดนฝน และสิ่งที่เรณูรู้สึกใจหายมากที่สุดก็คือเมื่อสามวันก่อนเรณูฝันถึงผู้หญิงที่อยู่ในไซดักทรัพย์ตามปกติเหมือนที่เคยฝันทุกปี และนางก็มาให้หวยตามเดิม ตอนนี้นางมีเงินหลายสิบล้านก็เพราะไซดักทรัพย์อันนี้ แต่ที่นางบอกว่ารู้สึกใจหายก็คือนางมากล่าวลาด้วย ในความฝันในคืนนั้นนางพูดว่า “อีกเจ็ดวันข้าก็จะไปแล้วนะ” อีกเจ็ดวันจะถึงวันสิ้นปีพอดี “ท่านจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ” “ข้าต้องไปผุดไปเกิดแล้ว” “ข้าดีใจด้วยนะเจ้าคะ และก็ขอบคุณท่านมากที่อยู่กับข้ามานาน” นานจนไซเก่าเลยทีเดียว “อืม ข้าลาก่อน” กล่าวจบร่างของนางก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา เรณูยืนมองไซดักทรัพย์ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ วันนี้นางพาครอบครัวมากินมื้อเย็นกับครอบครัวท่านน้า พอกินเสร็จจึงออกมาเดินเล่น คำสิงห์เห็นนางยืนอยู่ตรงนั้นนานแล้วจึงเดินเข้ามาหา “มีอะไรหรือ” “ข้ามีอี
เนื่องจากผู้ต้องหาสิ้นใจไปแล้ว อีกทั้งเขายังเป็นคนลงมือแต่เพียงผู้เดียว คดีจึงถูกปิดไปอย่างรวดเร็ว ส่วนก้านตองหลังจากที่นางไปพบสาลี่วันนั้น สัปดาห์ต่อมานางก็เกิดการแท้งบุตรโดยสมบูรณ์ คราแรกยังคิดว่าตนมีประจำเดือนด้วยซ้ำ ก้านตองทั้งรู้สึกเสียใจแกมยินดีในเวลาเดียวกัน ต่อจากนี้นางจะได้ไม่มีสิ่งใดมาทำให้นางมีบ่วงกรรมกับผู้ชายคนนั้นอีก และลูกจะได้ไม่ต้องเกิดมามีปมด้อย ทางด้านพ่อกับแม่บุญธรรมของพันตา เมื่อทราบข่าวว่าลูกชายบุญธรรมจากไปแล้ว แทนที่จะเสียใจแต่พวกเขากลับดีใจที่ไม่ต้องมีเขาอยู่ร่วมชายคาอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไรหนี้ในส่วนของพันตา เขาก็หามาใช้ให้จนหมดแล้ว เหลือเพียงหนี้ส่วนอื่น ผ่องศรีก็คงต้องยอมให้ลูกทั้งสามเป็นหนี้แทนแล้ว สี่เดือนต่อจากนั้น ศีรษะและขาขวาของคำสิงห์ก็หายดีเป็นปกติแล้ว อีกทั้งเขายังเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลูกไว้จนเสร็จสิ้นทั้งหมด ซึ่งการปลูกพืชครั้งนี้ก็ทำให้คำสิงห์มีกำไรมากกว่าการปลูกอ้อยกับมันสำปะหลังเป็นอย่างมาก และเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินตอนสิ้นปีอีกมิหนำซ้ำยังมีเงินสองล้านบาทใช้หนี้ภรรยาอีกด้วย แต่เขาก็ยังแอบสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมภรรยาถึง
“เจ้ารู้จักบ้านของมันรึ” “รู้เจ้าค่ะ” “ได้ ข้าจะไปกับเจ้าด้วย” “ท่านแม่” ตอนนี้ดอกไม้ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น ก้านตองจึงจำใจให้มารดาไปด้วย สองแม่ลูกมาถึงบ้านของพันตา ก็พบว่ามีเพียงพ่อกับแม่ของเขาเท่านั้นที่อยู่บ้าน “เจ้าสองคนมาหาใครรึ” ผ่องศรีเอ่ยถามออกไป ดอกไม้ไม่ได้ตอบ แต่กลับถามกลับไปว่า “ท่านคงเป็นท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าพันมันสินะ” “อ๋อ มาหาเจ้าพันหรอกรึ” ผ่องศรี “ใช่ ข้ากับลูกสาวมาหาเจ้าพัน และก็มาหาท่านทั้งสองด้วย” “เจ้ามีธุระอะไรกับข้าและสามีหรือ” “เจ้าพันมันทำลูกสาวข้าท้อง มันต้องรับผิดชอบ ท่านต้องไปเรียกมันมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้” ผ่องศรีขำพรืดออกมา “เจ้าพันมันไม่อยู่ที่นี่เป็นเดือนแล้ว” “แล้วเขาไปอยู่ไหนเจ้าคะ” ก้านตองถาม “ไปอยู่กับเมียมันมั้ง” “เมีย!” ทั้งดอกไม้และก้านตองพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ “นี่พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าเจ้าพันมันมีเมียอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้มันก็โดนตำรวจหมายหัว มันคงออกมาเจอพวกเจ้าหรอก” ส
เรณูเดินเข้ามาในห้องซึ่งสามีกำลังนอนพักผ่อนอยู่ ตอนนี้เขาช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว เพียงแต่เท้าข้างขวายังลงน้ำหนักมากไม่ได้เท่านั้น คำสิงห์ได้ยินเสียงเปิดประตูจึงลืมตาพลางลุกขึ้นนั่ง เขาคลี่ยิ้มจาง ๆ ด้วยความดีใจแล้วพูดคำทะลึ่งกับนาง “ลืมจุ๊บบักอร่อยใช่ไหมเมียรัก” ตอนนี้เขาเริ่มใช้ภาษาบ้านเกิดตนเองกับภาษาบ้านภรรยาผสมกันแล้ว เพราะภาษาของนางเขาเรียนรู้ตั้งแต่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว เรณูจึงตอบกลับเป็นภาษาของตนบ้าง “สิมาลงมาลืมจุ๊บบักอร่อยอิหยังอยู่หั่น เจ้าฮู่บ่ว่าผู้ได๋มาหาเจ้า” (จะมาลงมาลืมจุ๊บบักอร่อยอะไรกัน พี่รู้ไหมว่าใครมาหาพี่” หัวคิ้วเขาเคลื่อนเข้าหากันทันที “ใคร?” “อีนางก้านกล้วย” นางพูดออกเป็นภาษอีสานน้ำเสียงติดประชดประชันเล็กน้อย คำสิงห์ยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่ เรณูจึงเฉลยออกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ยายก้านตอง” คำสิงห์ถึงกับหลุดขำออกมา “นางมาทำไม” “นางบอกว่าท้องกับท่าน” พูดจบก็เตรียมจะลุกเดินออกไปทันที แต่คำสิงห์กลับคว้าร่างนางให้มานั่งบนตักได้ทัน พร้อมกับหอมแก้มนางหนึ่งฟอดใหญ่ “ข้าไม่ได้ทำนางท้องส
เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูนาง “เรื่องทำน้องให้กับพริกไง”เรณูผละตัวออกจากเขาแล้วทำตาเขียวใส่ “นี่พี่สิงห์ยังมีกะจิตกะใจคิดถึงเรื่องนี้อีกหรือเจ้าคะ”เขาพยักหน้าทำตาละห้อย “เจ้าไม่สงสารพี่หรือ หลายเดือนมากแล้วนะ” แค่ได้กอดภรรยาเขาก็แทบอดใจไม่ไหวแล้ว หากไม่เกรงใจนางเขาคงไม่ขออนุญาตก่อนเช่นนี้“แต่พี่ยังขาเจ็บอยู่จะทำได้ยังไงเล่า”“แต่เจ้าทำได้” เรณูถึงกับหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ “นะ ทำให้หน่อยนะคนดีของพี่”“ไม่ต้องมาพูดคำหวาน”เขาอุ้มนางมานั่งบนตัก หันหน้าเข้าหากันพลางเอ่ยออกเสียงแหบพร่า “เจ้าดูสิว่ามันพร้อมมากแค่ไหน”เรณูสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ดุนดันขึ้นมาตรงบั้นท้ายของนาง มือของเขาจับสะโพกนางให้ขยับย้ายไปมา เรณูรู้สึกสงสารจึงได้แต่ตามใจเขา “ทำให้ก็ได้” คนตัวโตจึงยิ้มออก สองแขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอเขาไว้แล้วรั้งลงมาหา ริมฝีปากสีเรื่อประกบเข้ากับริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาแต่ชวนให้รู้สึกวาบหวามยิ่งนักคำสิงห์ทนรอไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายจูบนางอย่างเร่าร้อนเอง เพียงเสี้ยวนาทีเสื้อผ้าของทั้งสองก็ถูกถอดออกจนพ้นกาย ไม่นานต่อจากนั้นร่างอรชรของนางจึงเป็นฝ่ายควบขี่อยู่บนตัวเขาเนิ่นนานกว่าเข
ภายในห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลดงผักหวานคำสิงห์พลางขยับมือทั้งสองข้าง และเอ่ยออกเสียงแผ่วเบา “เรณู” ท่าทางเขาคล้ายกับคนนอนละเมอ พริมาได้ยินจึงบอกมารดาที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ว่า “ท่านแม่ ท่านพ่อฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของนางมีความดีใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ยินดังนั้นจากที่ง่วงนอนเพราะพักผ่อนน้อยเรณูจึงเบิกตากว้างขึ้นมองสามีทันที คำสิงห์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพูดออกเสียงแหบแห้ง “เรณู” เรณูยิ้มพรายพลางน้ำตาซึม “ข้าเอง” เขามองลูกสาวพร้อมกับเรียกชื่อนาง “พริกขี้หนูลูกพ่อ” “ท่านพ่อ พริกขี้หนูคิดถึงท่านพ่อเจ้าค่ะ” คนตัวเล็กใบหน้าบิดเบ้แล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม “พ่อก็คิดถึงเจ้า” ว่าพลางยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้บุตรสาว “ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ พ่อกลับมาหาเจ้าแล้ว” พริมาพยักหน้าหงึกหงักเรณูจึงเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้ “ข้าตามพยาบาลมาตรวจท่านก่อน” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปกดกริ่งที่อยู่ข้างเตียงคนไข้ไม่นานพยาบาลก็เข้ามาในห้อง พยาบาลวัดไข้และความดันและซักถามอาการของเขาหลายอย่าง และดูเหมือนว่าร่างกายเขาจะตอบสนองการรักษาเป็นอย่างดี แต่หลังจากฟื้นขึ้นมาได้ร
“ข้า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ”“นางบอกว่าคบกับพ่อหนุ่มคนนั้นจนถึงขั้นจะแต่งงานด้วยเชียวนะ เจ้าไม่รู้เลยหรือว่านางคบกับใครเป็นแฟน”“ไม่ทราบเลยขอรับ” นางช่างโกหกเป็นตุเป็นตะจริง ๆ แต่ก็อย่างว่า ในเมื่อเขากับนางตัดสัมพันธ์กันแล้ว นางจะบอกว่ามีอะไรกับเขาก็คงไม่ได้ คำสิงห์ถามต่ออีก “นางกลับมาที่นี่วันท
“แล้วเจ้าอยากทำงานตำแหน่งอะไร” พอเอาเข้าจริงคำสิงห์กลับใจแข็งไม่มากพอ แม้ชาติก่อนพันตาจะทำเขาไว้อย่างเจ็บแสบมากก็ตาม แต่ชาตินี้ชะตาของพวกเขาเปลี่ยนไปแล้วมันคงไม่มีอะไรหรอกกระมัง คำสิงห์ได้แต่คิดปลอบใจตนเอง “ได้หมดแหละ ตำแหน่งอะไรว่างข้าทำได้หมด” เพราะก่อนหน้าที่จะไปทำงานต่างประเทศเขาก็ท
“คนนั้นก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน” ว่าแล้วก็เดินผละไปหาลูกสาวที่กำลังเดินออกมารอรถโรงเรียน ทรงกลดได้แต่ยืนทำหน้างง เหตุใดเรณูถึงได้ทำท่าจงเกลียดจงชังชายหนุ่มสองคนนั้น ราวกับเคยเป็นภรรยาของพวกเขามาก่อนอย่างไรอย่างนั้น ภายในรถกระบะ ท่ามกลางความเงียบพันตาเอ่ยขึ้นว่า “เรณูสวยขึ้นมากเลยนะ ทำไมเจ
เช้าวันถัดมาเรณูทำส้มตำที่คำสิงห์สั่งไว้เมื่อวานเสร็จเกือบหกโมงครึ่งตามเวลาที่เขานัดไว้ จากนั้นฝากเรื่องไว้กับทรงกลด ส่วนนางปลีกตัวไปแต่งตัวให้กับลูกสาวเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน คำสิงห์มาตามเวลาที่นัดไว้อย่างพอดิบพอดี “ส้มตำที่พี่สิงห์สั่งไว้ได้แล้วขอรับ” ทรงกลดเอ่ยขึ้นเมื่อ







