Share

บทที่ 3 สืบเสาะ (2) 

last update publish date: 2026-07-19 12:00:35

บทที่ 3 สืบเสาะ (2) 

“ข้าชอบพอโจวเสิ่นเยี่ยนงั้นหรือ? ท่านพี่... ก่อนนี้ข้าเคยมาที่นี่แล้วหรือเจ้าคะ?” หยวนหนิงเซี่ยเอ่ยถามพี่ชาย เพื่อยืนยันว่านางจำช่วงเวลาผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงจริงหรือไม่

“หลายครั้งทีเดียว ข้านึกว่าเจ้าพอใจโจวเสิ่นเยี่ยนเสียอีก ผลงานเขาก็ดี นิสัยก็พอใช้ได้ แต่ดูเป็นคนซับซ้อนไปสักหน่อย อีกทั้งยังเป็นคนฝ่ายขององค์ชายสี่ ดังนั้นคนผู้นี้ไว้ใจไม่ค่อยได้” หยวนวั่งเฟิงเอ่ยข้อเท็จจริงให้น้องสาวฟัง

เขาจดจำได้ว่าน้องสาวเคยพูดว่าชอบอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก และอยากให้อีกฝ่ายเป็นสามี อยากให้จวนหยวนส่งแม่สื่อไปพูดคุย เพียงแต่ท่านพ่อไม่เห็นด้วย เขาเองก็เช่นกัน เรื่องส่งแม่สื่อไปพูดคุยจึงยังไม่เกิดขึ้น แต่กระนั้นก็ไม่มีการกีดขวางการพบปะของหญิงชายทั้งสอง เพราะน้องสาวเป็นดั่งไข่มุกในอุ้งมือของพวกเขา จะบีบบังคับฝืนใจนางไม่ให้พบปะกับชายในดวงใจก็ไม่อาจทำได้จริง ๆ

“ข้าชอบเขางั้นหรือ อืม... แต่ช่างมันเถอะ... เอาเป็นว่าตอนนี้ข้าไม่ชอบเขาแล้ว” หยวนหนิงเซี่ยคาดเดาเวลาผิด ทว่าก็ไม่แปลกนัก เวลาผ่านมานับหลายสิบปี จะให้นางจดจำช่วงเวลาที่ถูกต้องทั้งหมด ย่อมเป็นไปไม่ได้

“ข้าคิดว่าเขาเป็นคนซับซ้อน คิดวนไปเวียนมา การเข้าหาข้าของเขาดูมีอะไรมากกว่านั้นจริง ๆ ดังนั้นบุรุษเช่นนี้คงไม่เหมาะกับข้า”

ทันทีที่น้องสาวเอ่ยมาถึงตรงนี้ ผู้พี่ก็เอาแต่ขมวดคิ้วแล้วขมวดคิ้วอีกอยู่นั่น เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ เหตุใดน้องสาวของเขาคนนี้ถึงเปลี่ยนไป

“เจ้าเฉลียวฉลาดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน เซี่ยเอ๋อร์” แม้เขาจะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่เมื่อฉุกคิดแล้วว่านางเปลี่ยนไปในทางที่ดี ในฐานะที่เขาเป็นพี่ชายของนางเขาก็อดภูมิใจในตัวนางไม่ได้

ดีแล้วที่น้องสาวของเขาคิดได้ การกระทำของโจวเสิ่นเยี่ยนผู้นี้แปลกประหลาดจริง ๆ เขาเข้ากองทัพมาด้วยการแนะนำของแม่ทัพกู้ แต่เขาเป็นบัณฑิตผู้หนึ่ง อนาคตในหน้าที่การงานก็ไม่ได้ด้อย แล้วจะเข้ามาในกองทัพทำไมกัน ยิ่งได้เห็นว่าโจวเสิ่นเยี่ยนผู้นั้นพยายามเข้าหาน้องสาวเขา มันก็ชัดเจนแล้วว่าจุดหมายของพวกเขา คือนาง! หาใช่ตำแหน่งหน้าที่ทางทหารในกองทัพ

“ถึงข้าจะซุกซน ดื้อรั้น และเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ข้าก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ มานั่งคิดนอนคิดดูดี ๆ ก็รู้สึกแปลก ๆ ที่คนผู้นั้นพยายามเข้าหาข้ามากจนเกินไป อย่างไรเขาจะต้องมีเจตนาแอบแฝงอย่างแน่นอน ส่วนพี่ชายเซียว เขาเป็นสหายของพวกท่าน เป็นศิษย์คนหนึ่งของท่านพ่อ พวกเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ข้าคิดว่าเขาชอบข้า และเขาก็ไม่มีทางหักหลังตระกูลหยวนของพวกเรา”

“เจ้าดูออกด้วยหรือ” ฟังมาถึงตรงนี้หยวนวั่งเฟิงก็ถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เวลานี้อาหารอันเลิศรสตรงหน้าแทบไม่อาจเรียกความสนใจของเขาได้เลย เพราะเขาเอาแต่หัวเราะจนหัวสั่นหัวคลอนอยู่เช่นนี้อย่างไรเล่า

“ท่านจะหัวเราะทำไมให้มันเสียงดัง ไม่อับอายผู้อื่นหรือเจ้าคะ” หยวนหนิงเซี่ยรู้สึกอับอายอยู่บ้างที่เรื่องของนางกลายเป็นเรื่องตลกของพี่ชายไปเสียแล้ว

“ในที่สุดเจ้าก็ตาสว่างเสียทีน้องพี่ เจ้าสหายเซียวผู้นั้นชอบเจ้ามานาน แต่ดูวิธีการเข้าหาของมันสิ เอาแต่กลั่นแกล้งรังแกเจ้า ทำให้เจ้าโมโหจนเจ้าบอกว่าเกลียดมันที่สุดในใต้หล้า” เรื่องที่เซียวหนานกงแอบชอบน้องสาวเพียงคนเดียวของพวกเขา พี่ชายทั้งสามของหยวนหนิงเซี่ยล้วนรู้ดี และรู้มาตั้งนานแล้วด้วย แต่ทว่านี่เป็นความลับขั้นสุดยอดระหว่างเซียวหนานกงกับบุรุษแซ่หยวนทั้งสาม

ในเมื่อมันไม่ให้แพร่งพราย พวกเขาก็จะปิดปากเงียบ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น แต่ทว่าบัดนี้นางรู้ความจริงด้วยตัวนางเองแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องเก็บงำความลับนั้นไว้กับตัวอีก

“ใช่ ข้าเคยพูดและเคยรู้สึกกับเขาเช่นนั้นจริง ๆ จนกระทั่ง...” หยวนหนิงเซี่ยยอมรับคำพูดในอดีตของตนเองทุกประการ แต่ว่าอดีตก็ส่วนอดีต ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้

“จนกระทั่งอะไร?” หยวนวั่งเฟิงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ทว่าน้องสาวตัวแสบของเขาก็ดันไม่ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของเขาเสียนี่ หึ้ยยยยมันน่าหงุดหงิดเสียจริง -...-'

“ช่างเถอะเจ้าค่ะ” หยวนหนิงเซี่ยเอ่ยตัดบท เพราะนางนึกขึ้นได้ ว่าเรื่องราวระหว่างนางกับเซียวหนานกงมันซับซ้อนยิ่งนัก หากบอกไปว่านางย้อนเวลามาจากอนาคต จึงรู้แจ้งว่าเซียวหนานกงรักปักใจนางลึกซึ้งเพียงใด พี่รองคงหาว่านางเสียสติไปแล้วเป็นแน่ ทางที่ดีอย่าพูดถึงเลยจะดีกว่า

“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าคำพูดตอนนั้นของเจ้า ทำเจ้าเซียวเศร้าซึมอยู่เป็นเดือน ๆ แล้วตอนนี้เจ้ายังมาบอกว่าจะแต่งงานกับมันอีก ขะ ข้าอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง นี่มันวาสนาอะไรกัน กลับตาลปัตรไปเสียหมด”

หยวนหนิงเซี่ยถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเบื่อหน่าย นางไม่พูดอะไรต่ออีก เอาแต่นั่งเงียบและทำหน้าบูดบึ้ง ด้านของหยวนวั่งเฟิงเมื่อเห็นท่าไม่ดีเข้า และรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มวังเวง เขาจึงหยุดหัวเราะขบขัน แล้วเอ่ยกับน้องสาวดี ๆ ว่า

“แล้วเจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะแต่งกับเขา เรื่องแบบนี้อย่าได้ล้อเล่นเชียว เพราะแม้ว่าเซียวหนานกงจะชอบเจ้า แต่สถานการณ์ในจวนโหวนั้นไม่ง่าย มันซับซ้อนกว่าที่คนนอกคิด อย่างเจ้าจะรับมือไหวหรือ?”

"ข้าไม่ได้ตัวคนเดียวเสียหน่อย ข้ามีท่านแม่ มีท่านพ่อ และมีท่านพี่ทั้งสามคอยหนุนหลัง อีกทั้งท่านอาของข้ายังเป็นถึงหวงกุ้ยเฟย แม้จวนสกุลเซียวจะซับซ้อนเพียงใด แต่ด้วยสถานะของข้า พวกเขาก็คงต้องรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่เป็นสตรีผู้โง่งม   บทที่ 21 จบสิ้นเสียที (จบ)

    บทที่ 21 จบสิ้นเสียทีย๊ากกก!ทันทีที่เกิดเสียงหวีดหวิวจากการเป่าก้านนิ้วมือ เพียงชั่วอึดใจเดียว เหยี่ยวตัวใหญ่ปีกหนาตาแดงก่ำก็บินโฉบตัวลงมาจากกิ่งไม้สูง มันเกี่ยวกรงเล็บเข้าที่ใบหน้าของโจวเสิ่นเยี่ยนกระทั่งเขาล้มหงายหลังเทิ้ม“นกเหยี่ยวที่ท่านลุงสามให้เจ้าเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อสองปีก่อน เจ้าเลี้ยงไว้และเฝ้าฝึกฝนมันมาเป็นปี ๆ เก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ” หยวนหนิงเซี่ยประหลาดใจนัก ที่เห็นเหยี่ยวของบุตรชายบินโฉบลงมาช่วย มันมีชื่อว่าเจ้าถังเป่า ชื่อของมันฟังดูน่ารักทีเดียว แต่ทว่ากลิ่นอายสังหารในดวงตาของมันไม่ได้ดูน่ารักเหมือนชื่อของมันเลยสักนิด“สิ่งที่ลูกจะทำให้ท่านแม่แปลกใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ขอรับ” เด็กน้อยคลี่ยิ้มมุมปาก แววตาของเขาคมกริบขึ้นประกายวาววับดูมีเลศนัย“ยังมีอีกงั้นหรือ?”พูดยังไม่ทันจบประโยคดีเลยด้วยซ้ำ จู่ ๆ ชายร่างสูงโปร่งปราดเปรียวก็โผล่ออกมาจากที่ซ่อน เขาคนนี้มีชื่อว่าติงชวี่เป็นองครักษ์เงาฝีมือดีที่ท่านลุงฮ่องเต้ยกให้เ

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่เป็นสตรีผู้โง่งม   บทที่ 20 รู้แล้วอย่างไร (2) 

    บทที่ 20 รู้แล้วอย่างไร (2)โจวเสิ่นเยี่ยนหันไปมองค้อนเด็กชายวัยห้าขวบอย่างเซียวมู่เสวียน จากนั้นยืนเพ่งมองท้องโต ๆ ของนางด้วยสายตาแดงก่ำมีเลศนัย ในหัวของเขาตอนนี้กำลังคิดประมวลผลหลายอย่างเขากำลังคิดว่า…หากนางไม่ใช่คนแซ่หยวน ไม่ใช่ลูกสาวของหยวนเหลียง ไม่ใช่คนของฝ่ายตรงข้ามขององค์ชายสี่ ชาตินั้นเขาก็ย่อมต้องทำดีกับนางและเฝ้าถนอมนาง ไม่ปล่อยให้นางต้องน้อยเนื้อต่ำใจเรื่องของจ้าวหลันฮวาโถ่เอ๋ย…มีสตรีที่รักเขาหมดใจเช่นนาง เขาจะไม่รักนางตอบได้อย่างไรกัน แต่ก็อย่างว่า เรื่องราวมันเป็นอดีตไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว“แล้วอย่างไร ตอนนี้ข้าชนะ ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามนั้น โชคชะตาไม่อาจอยู่ข้างคนชั่ว” หยวนหนิงเซี่ยหัวเราะเบา ๆ ลอดไรฟันโจวเสิ่นเยี่ยนที่เห็นท่าทางเยาะหยันของนางเขาก็โกรธเคืองแทบคลั่ง เขาอยากจะฆ่านางให้ตายไปในทันทีดีกว่าให้มาหัวเราะเย้ยหยันอยู่แบบนี้ แม้ชีวิตจะล้มเหลวตกต่ำเรี่ยดิน อย่างไรเขาก็เป็นบุรุษ ย่อมมีเกียรติมีศักดิ์ศรี การมีสตรีมาหัวเราะเยาะต่อหน้าเช่นนี้ ถือเป็นการหยามเกียรติเข

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่เป็นสตรีผู้โง่งม   บทที่ 20 รู้แล้วอย่างไร (1)

    บทที่ 20 รู้แล้วอย่างไร (1)หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ หน้าซุ้มประตูทางเข้าของจวนสกุลเซียว“เจ้าท้องโตขนาดนี้ จะไปไหว้พระทำไมกัน” เซียวฮูหยินเอ่ยพลางมองสะใภ้ที่ดื้อรั้นซึ่งนางดึงดันจะพาตัวเองที่ท้องโตใกล้คลอดไปไหว้พระขอพรที่อารามซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองความจริงวัดชุ่ยหลงเซียงไม่ใช่วัดที่ห่างไกลขนาดนั้น เพียงอยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่เท่าไหร่ หยวนหนิงเซี่ยรู้ดีว่านางกำลังท้อง เพียงแต่หากไม่ไปตอนนี้ พอหลังคลอดจะเดินทางก็ยิ่งไม่มีโอกาส ดังนั้นวันนี้นางจะต้องเดินทางไปที่นั่นให้ได้วันนี้ตั้งใจจะไปไหว้ขอพร ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เมตตานาง และลูกชายของนาง ทำให้ทั้งคู่ได้กลับมาแก้ไขชะตาชีวิตของตัวเอง นางตั้งใจแล้วว่าต่อจากนี้นางจะตั้งใจหมั่นทำความดีเท่าที่ทำได้ เพื่อชดเชยสิ่งที่นางและลูกเคยกระทำผิดพลาดมาในอดีต “ท่านย่า แต่ข้าอยากไปเที่ยว ข้าจะดูแลท่านแม่เองขอรับ” เซียวมู่เสวียนเอ่ยปากออกหน้าแทนมารดา ท่านย่าหลงรักเขาและตามใจเขามากที่สุด หากเขาเป็นคนเอ่ยปาก ท่านย่าย่อมไม่ห้ามปรามท่านแม่อีก“เจ้าตัวแค่นี้จะท

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่เป็นสตรีผู้โง่งม   บทที่ 19 ส่งมอบตราลัญจกร (2) 

    บทที่ 19 ส่งมอบตราลัญจกร (2)การปราบกบฏเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหล่ยอ๋องปราบกบฏจนสิ้นซาก เสร็จแล้วเขาก็ทำเพียงคืนตราลัญจกรให้ฮ่องเต้องค์ใหม่ ไม่ได้คิดคดก่อกบฏชิงบัลลังก์แต่อย่างใดเมื่อเสร็จภารกิจแล้วเหล่ยอ๋องผู้นี้ก็ไม่ลืมเข้ามาบอกลาอดีตฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายที่กำลังจะตาย อดีตฮ่องเต้ที่รอคอยเวลานี้มาตลอด เพียงแค่น้องชายมาพบเขาก็จากไปอย่างสงบในทันทีเมื่อการปราบกบฏสิ้นสุดลง และเมื่อเสร็จงานพิธีไว้อาลัยอดีตฮ่องเต้ องค์รัชทายาทก็จะสถาปนาประกาศแต่งตั้งตนเองขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ต่อจากบิดาในทันที จากนั้นพระองค์ก็จะเดินหน้าฟื้นฟูบ้านเมืองอย่างเต็มกำลังหลายเมืองที่ถูกโจมตี บ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย พระองค์ล้วนไม่มองข้าม เพียงไม่นานฮ่องเต้พระองค์ใหม่ก็จะกลายเป็นที่รักของคนทั้งแผ่นดินนี่คือแผนการที่พระองค์ทรงคิดไว้ด้านของหยวนหนิงเซี่ยในตอนนี้ เมื่อเมืองหลวงพ้นจากภัยสงครามแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่นางจะต้องอยู่ในวังหลวงต่ออีก นางและสมาชิกทุกคนของตระกูลเซียวกลับออกมาอยู่ที่ตระกูลเซียวดังเดิม เวลานี้นางเฝ้ารอ

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่เป็นสตรีผู้โง่งม   บทที่ 19 ส่งมอบตราลัญจกร (1)

    บทที่ 19 ส่งมอบตราลัญจกร (1)เซียวมู่เสวียนในตอนนี้มีร่างกายเป็นแค่เด็กห้าขวบ แต่ทว่าสติปัญญาของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร ความทรงจำในอดีตอันโหดร้ายติดตัวเขามาเหมือนเงา ภาพแรกที่เขาจำได้คือใบหน้าอันงดงามของมารดาที่ส่งยิ้มให้แก่เขาเขาเกิดมาในตระกูลเซียว บิดาของเขาก็คือพ่อบุญธรรมในชาติก่อนอย่างเซียวหนานกง นี่เป็นความปรารถนาอันสูงสุดของเขา เขาสงสัยอยู่นานว่าเหตุใดทุกอย่างถึงได้แปรเปลี่ยนไป ทว่าเมื่อพินิจดูแล้ว ท่านแม่คงเป็นผู้กลับมาก่อนเขา เดิมทีเขาอยากจะบอกความจริงแก่ท่านแม่ เพียงแต่นางกลับมองว่าเขาเป็นเด็กที่แสนบริสุทธิ์ เซียวมู่เสวียนจึงไม่เคยคิดจะพูดเรื่องพวกนั้นออกมาเพื่อทำร้ายจิตใจของมารดาอีกทว่าในเวลานี้ มหาเสนาบดีหลิวกับองค์ชายสี่ถึงกับใช้ไพ่ใบสุดท้ายของตนเอง ปลุกระดมคนหลายฝ่ายให้ลุกฮือขึ้นมาก่อกบฏ หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง จุดจบสุดท้ายคงหนีไม่พ้นที่ตระกูลหยวนและตระกูลเซียวที่อยู่ฝ่ายเดียวกับองค์รัชทายาทจะต้องถูกกวาดล้างเขายอมไม่ได้ที่จะเห็นท่านแม่ล้มหายตายจากไปอีกครั้งดังนั้นก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะจัดการเรื่องทั้งหมดได้ เ

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่เป็นสตรีผู้โง่งม   บทที่ 18 ถึงคราววิกฤติ (2) 

    บทที่ 18 ถึงคราววิกฤติ (2)“กะกะเกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ คะ คุณชายพ่ายแล้วขอรับ ตอนนี้พวกเราควรจะหนีกันได้แล้ว”ข้ารับใช้คนหนึ่งวิ่งกุลีกุจอหน้าตื่นเข้ามาบอก ภายในจวนสกุลเซียวเกิดความโกลาหลอย่างหนัก พวกข้ารับใช้ต่างพากันตื่นตระหนก รีบหยิบฉวยข้าวของที่พอหยิบจับได้หนีออกไปทางประตูหลัง หยวนหนิงเซี่ยตกใจหนักไม่แพ้กัน ความเครียดที่พุ่งปรี้ดขึ้นสูง ทำให้นางปวดหน่วงที่ช่องท้อง“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราน่าจะต้องเข้าวังนะเจ้าคะ” หยวนหนิงเซี่ยพยายามข่มความเจ็บปวดไว้ นางพยายามไม่คิดในแง่ร้าย ชาติก่อนเซียวหนานกงรับราชการทั้งฝ่ายบุ๋น และฝ่ายบู๊ ทั้งยังเป็นศิษย์ของท่านพ่อนาง ความสามารถของเขาเป็นที่หนึ่งในราชสำนัก ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร นางไม่มีทางเชื่อว่าเขาตายแล้วเด็ดขาด บางทีนี่อาจเป็นกลยุทธ์หลอกศัตรูของเขาก็เป็นได้เพียงแต่อีกใจก็กลัวเหลือเกินว่าจะต้องสูญเสียสามีไป ลูกชายก็ยังเล็กนัก ลูกอีกคนก็ยังไม่เกิด เขาจะมาด่วนจากไปเช่นนี้ได้อย่างไรกัน“เช่นนั้นพวกเรารีบเข้าวังกันเถิด” นายท่านเซียวจิ้งเอ่ยกับทุกคน ก่อน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status