Compartilhar

บทที่ 8 บุรุษชุดขาว

last update Última atualização: 2026-03-09 22:03:53

และตอนนั้นเอง นางก็ได้พบกับเขา บุรุษชุดขาวที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมฟางเซียงจวี เขาบอกว่าผู้ที่กินเสร็จแล้วคิดหนีจะต้องถูกตัดมือ เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของนางแล้วหัวเราะออกมา ถามเย้าแหย่นางว่าควรทำอย่างไรดี นางจึงรีบอธิบายอย่างลนลานว่านางเป็นคุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่ นางลืมนำเงินมา นางจะกลับไปเอาเงินมาให้เขา หรือจะให้เขาตามนางกลับไปที่จวนก็ได้

ทว่า…บุรุษชุดขาวผู้นั้นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยนางไป เขายืนกรานให้นางจ่ายเงินที่นี่เดี๋ยวนั้น ในตอนนั้น นางรู้สึกว่า ทำไมคนผู้นี้ถึงได้เจ้าเล่ห์นัก จึงอดไม่ได้ที่จะเสียมารยาท แล้วด่าออกไปว่า

“เจ้าคนพาล!” ได้ยินนางด่า บุรุษชุดขาวก็ไม่ถือสา รอยยิ้มเย้าแหย่ยิ่งเข้มข้นขึ้น สุดท้าย…เขาก็สะบัดพัดพับอย่างสง่างาม แล้วกล่าวว่า

“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดค้างบุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์ ~”

นางมองเขากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ เขาแค่ยิ้ม นางกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ จึงค่อย ๆ เดินจากไป แล้วรีบวิ่งกลับไปจวนแม่ทัพใหญ่ปิดประตูห้อง แก้มทั้งสองข้างของนางร้อนผิดปกติ นางก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะวิ่งเร็วเกินไป หรือเป็นเพราะถูกบุรุษชุดขาวผู้นั้นเย้าแหย่ หรือเป็นเพราะคำพูดนั้น …หวงเอ๋อร์

นั่นเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกหวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว แต่…น่าเสียดาย นางไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของบุรุษชุดขาวผู้นั้น และไม่เคยพบเขาอีกเลย กลับมาคิดดูอีกที การที่นางตกหลุมรักจวินเฉียนหลิงตั้งแต่แรกเห็น มอบความเชื่อใจและทุ่มเททุกสิ่งไปอย่างไม่ลังเลนั้น เป็นเพราะจวินเฉียนหลิงสวมชุดขาวและมีรอยยิ้มที่อ่อนโยน คล้ายกับบุรุษชุดขาวผู้นั้น

“คุณหนู คุณหนูไม่ได้ฟังสิ่งที่บ่าวพูดอยู่หรือเจ้าคะ ?” เซียงหลิงพยายามอธิบายกฎที่น่ากลัวของโรงเตี๊ยมฟางเซียง จวีว่าผู้ที่กินเสร็จแล้วคิดหนีจะต้องถูกตัดมือ เมื่อเห็นลั่วชิงหวงไม่ตอบสนอง จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเสียงดัง ลั่วชิงหวงได้สติกลับมา แล้วยิ้มกล่าวว่า

“ข้ากำลังฟังเจ้าอยู่” เซียงหลิงยู่ปากเล็กน้อย พึมพำในใจว่า ดูจากท่าทางเหม่อลอยของคุณหนูแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ฟังที่นางพูดเลย ก็ไม่รู้ว่าคุณหนูคิดอะไรอยู่ นับตั้งแต่คุณหนูฟื้นจากไข้ที่ทรุดหนักอยู่สองวันสองคืน ก็เหมือนกลายเป็นคนละคนไป และมักจะเหม่อลอยอยู่บ่อยครั้ง หรือว่าอาการป่วยยังไม่หายสนิทกันแน่

ลั่วชิงหวงไม่รู้ว่าเซียงหลิงกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ นางทานอาหารต่ออีกสองสามคำแล้ววางตะเกียบลง มุมปากเผยรอยยิ้มจาง ๆ สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ฉายแววเจ้าเล่ห์

บนห้องส่วนตัวชั้นสอง บุรุษชุดขาวที่สวมหน้ากากเงิน มองการกระทำทุกอย่างของลั่วชิงหวง แล้วค่อย ๆ คลี่ยิ้ม บุรุษสวมชุดคลุมสีฟ้าที่ยืนอยู่ข้างกายบุรุษชุดขาว มองลงไปยังชั้นล่าง ใบหน้าอันหล่อเหลาและองอาจฉายแววสงสัย ก่อนจะกล่าวว่า

“นายท่าน ท่านว่า…ลั่วชิงหวงผู้นี้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่ ?”

“กินเสร็จแล้วเดินหนี” บุรุษชุดขาวกล่าวอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ราวกับมีพลังที่ชวนให้ลุ่มหลง ทำให้ผู้คนเมื่อได้ยินแล้วจะถูกดึงดูดโดยไม่รู้ตัว

บุรุษชุดฟ้าได้ยินดังนั้น ดวงตาก็ฉายแววตกตะลึง มองสีหน้าของลั่วชิงหวงแล้วคิดในใจว่า ไฉนผู้ที่คิดจะหนีถึงได้มีท่าทางเยือกเย็นเช่นนั้น

“ชิงหลง ข้าจะลงไปดูเอง” บุรุษชุดขาวเหลือบมองบุรุษชุดฟ้า พัดพับในมือประกบเข้าหากันอย่างเบามือ แล้วลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม

พัดพับในมือของเขาดูสง่างามและสูงส่ง ทว่า...นี่คือสิ่งที่ผู้คนในยุทธภพได้ยินแล้วต้องหวาดผวา พัดพรากดวงวิญญาณสยบเมืองงาม ส่วนบุรุษที่สวมหน้ากากเงินผู้นี้ก็คือ คุณชายหลิวจิ่ง ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ ผู้คนในยุทธภพรู้แค่ว่า คุณชายหลิวจิ่งคือเจ้าสำนักหลิวซูเก๋อ การกระทำในชีวิตประจำวันของเขาลึกลับและยากจะคาดเดา ไม่มีใครรู้ว่าอำนาจของสำนักหลิวซูเก๋อแข็งแกร่งเพียงใด แต่...ผู้ใดที่ล่วงเกินสำนักหลิวซูเก๋อ ไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว

พัดพรากดวงวิญญาณสยบเมืองงาม คุณชายหลิวจิ่ง ชื่อนี้ไม่มีใครในยุทธภพที่ไม่รู้จัก และไม่มีใครกล้าดูถูกพัดอันนี้เลย เพราะเมื่อพัดเปิดออก...ย่อมมีคนต้องตาย

“คุณหนูยังไม่ได้จ่ายค่าอาหารใช่หรือไม่ ?” พัดถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา มุมปากเผยรอยยิ้มที่เย้าแหย่เล็กน้อย คุณชายหลิวจิ่งมองลั่วชิงหวง ในดวงตาแฝงความสนใจอยู่บ้าง น้ำเสียงจงใจให้มีความแหบพร่า แต่…ก็ยังคงดึงดูดใจผู้คน

ลั่วชิงหวงเงยหน้าขึ้นมอง สบเข้ากับดวงตาที่ลึกล้ำราวกับมหาสมุทรของคุณชายหลิวจิ่ง แม้จะหวนกลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ และมีสติปัญญาเหนือคนธรรมดา แต่…ในชั่วพริบตานั้น นางก็ยังคงรู้สึกหวาดหวั่น ทว่า…นางก็กลับมามีสติอย่างรวดเร็ว แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“คุณชายว่าอย่างไรนะ ?” คุณชายหลิวจิ่งได้ยินคำตอบของลั่วชิงหวงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ดวงตาเต็มไปด้วยความสนใจที่เข้มข้นขึ้น ริมฝีปากหยักโค้ง

“คุณหนู คิดจะหนีรึ ?” เซียงหลิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทบจะยืนไม่อยู่ บุรุษชุดขาวที่อยู่ตรงหน้าดูสง่างาม แต่…ดวงตาที่ลึกล้ำและเย็นชาของเขานั้น เพียงแค่เหลือบมองก็ทำให้นางหวาดกลัวไปถึงก้นบึ้งของหัวใจแล้ว หากเขารู้ว่าคุณหนูตั้งใจจะหนี เขาจะจัดการกับคุณหนูอย่างไรกันนะ ?

“ข้ายังไม่เคยกล่าวเช่นนั้นเลย” ลั่วชิงหวงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มุมปากของนางยังมีรอยยิ้มจาง ๆ อยู่ คุณชายหลิวจิ่งประเมินลั่วชิงหวงอีกครั้ง ดวงตาฉายแววสงสัย กล่าวว่า

เช่นนั้น…คุณหนูรีบไปจ่ายค่าอาหารเถิด”

“ข้าลืมเงินที่จวน” ลั่วชิงหวงกล่าวรวบรัดชัดเจน เซียงหลิงได้ยินดังนั้นก็แทบจะหมดสติลงตรงนั้น นางรีบวิ่งตัวสั่นไปบังอยู่ด้านหน้าลั่วชิงหวง จ้องมองคุณชายหลิวจิ่งอย่างไม่ละสายตา

คุณชายหลิวจิ่งเห็นการกระทำของเซียงหลิง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขัน แต่…สายตาของเขากลับเหลือบผ่านใบหน้าเซียงหลิงไป แล้วหันกลับมามองลั่วชิงหวงอีกครั้ง

“คุณหนูไม่มีเงินติดตัว และมิได้ตั้งใจจะหนี แล้วเรียกว่าอะไร ?”

“ข้าเป็นคุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่ หากอยากจะเก็บเงินจากข้า ก็ไปที่จวนแม่ทัพใหญ่ไปเก็บกับข้าได้”

ลั่วชิงหวงจงใจพูดเสียงดัง เพื่อให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างได้ยินสิ่งที่นางพูดได้ชัด คุณชายหลิวจิ่งสังเกตเห็นการที่ลั่วชิงหวงจงใจพูดเสียงดัง ดวงตาที่สงสัยและประเมินค่าก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก ลั่วชิงหวงผู้นี้อยากจะทำอะไรกันแน่ ? มีข่าวลือว่าคุณหนูแห่งจวนแม่ทัพใหญ่นิสัยอ่อนโยน เชี่ยวชาญทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรี หมากรุก การเขียนพู่กัน และการวาดภาพ เป็นยอดหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นจิ่น แต่…ก็ไม่เคยมีใครกล่าวว่า นางน่าสนใจถึงเพียงนี้

“กฎของโรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีคือต้องจ่ายค่าอาหารถึงจะออกไปจากที่นี่ได้ หากไม่มีเงินจ่ายค่าอาหาร ก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้”

คุณชายหลิวจิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ ลูกค้าที่กำลังทานอาหารอยู่รอบ ๆ อดไม่ได้ที่จะซุบซิบกัน

“ข้าก็นึกว่าเป็นคุณหนูจากตระกูลใดกัน ดูสง่างามราวกับนางฟ้า ที่แท้…ก็คือลั่วชิงหวงยอดหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจิ่นนี่เอง”

“นั่นสิ แต่ว่า…บุรุษชุดขาวผู้นั้นกล้าหาญยิ่ง ถึงกับไม่ไว้หน้าจวนแม่ทัพใหญ่”

“เจ้าไม่รู้ว่าบุรุษชุดขาวผู้นั้นคือใครรึ ? นั่นคือคุณชายหลิวจิ่งเชียวนะ”

“คุณชายหลิวจิ่งงั้นรึ ? เขาคือพัดพรากดวงวิญญาณสยบเมืองงาม คุณชายหลิวจิ่งใช่หรือไม่ ? เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ?”

“ได้ยินว่าเป็นสหายเก่าของเจ้าของโรงเตี๊ยมฟางเซียง จวี เฮ้อ ~ พวกเราดูเงียบ ๆ เถิด ทั้งสองฝ่ายต่างก็มิใช่คนที่เราจะล่วงเกินได้”

ลั่วชิงหวงคลี่ยิ้มมองคุณชายหลิวจิ่ง คุณชายหลิวจิ่งก็ยิ้มมองลั่วชิงหวงกลับ สีหน้าของทั้งสองต่างก็เยือกเย็นสง่างาม ราวกับไม่ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของผู้คนภายนอก

“คุณชายอยากจะให้คนมาขวางไว้ก็ได้ ถ้าคุณชายไม่อยากตามข้าไปที่จวน เช่นนั้น…ข้าอยู่ที่โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีนี้ก็ได้ไม่เป็นไร”

ลั่วชิงหวงเหยียดยิ้มมุมปากเผยรอยยิ้มจาง ๆ มองคุณชายหลิวจิ่งอย่างเย็นชา นางรู้ว่าเขาจะต้องปล่อยนางไปอย่างแน่นอน อย่างไรเสีย โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีที่ใหญ่โตขนาดนี้ ก็ไม่ได้ต้องการเงินแค่หนึ่งร้อยตำลึงหรอก เพื่อเงินหนึ่งร้อยตำลึงแล้วไปล่วงเกินจวนแม่ทัพใหญ่ ย่อมไม่คุ้มค่า แต่…การที่นางมากินแล้วคิดจะหนีนั้น มิใช่เพราะอยากจะเอาเปรียบ

เหตุผลที่นางต้องวิ่งมาที่โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งในเมืองหลวงอย่างฟางเซียงจวีเพื่อทานอาหาร และยังต้องเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามของตัวเอง ก็เพื่อให้ผู้คนทั้งเมืองหลวงรู้ว่า คุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่มาทานอาหารที่โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวี กินเสร็จแล้วคิดหนี

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 12 ต้องชดใช้

    ลั่วชิงหวงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ลั่วหยวนได้ยินดังนั้นก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เรื่องที่หวังโยวรั่วแอบหักเบี้ยหวัดของลั่วชิงหวงในยามปกติ เขาก็รู้ เพียงแต่แสร้งทำเป็นไม่รู้เท่านั้น หวังโยวรั่วเป็นคนแบบไหน ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ แต่…เขาแค่ไม่ใส่ใจ เขาแค่ต้องการให้หวังโยวรั่วเชื่อฟังเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น“ปกติเจ้าไม่เคยไปที่นั่นไม่ใช่รึ ? ทำไมอยู่ ๆ ถึงไปที่นั่น ? ไม่รู้หรือว่าอาหารที่นั่นแพงแค่ไหน ?”หวังโยวรั่วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก ดวงตาของลั่วชิงหวงหันไปมอง ก่อนจะหัวเราะเยาะในใจ ถามได้ดีมาก นางกำลังรอให้หวังโยวรั่วถามคำถามนี้อยู่พอดีในดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ลั่วชิงหวงมองไปทางหวังโยวรั่วที มองไปทางลั่วหยวนที ทำท่าทางเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด สุดท้าย…นางก็กัดฟันกล่าวออกมาว่า“เมื่อหลายวันก่อน ลูกคุกเข่าอยู่ที่หน้าเรือนของอี๋เหนียงเพื่อขอความเมตตาให้ชิงเฉิง ตากฝนแล้วล้มป่วย มีไข้สองวันเต็ม หลังจากฟื้นขึ้นมาร่างกายยังอ่อนแอนัก แต่…อาหารที่ถูกส่งมาให้นั้น ล้วนแต่เป็นของที่กลืนไม่ลง ลูกไม่มีทางเลือกอื่น จึงจำต้องออกไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 11 ปะทะฝีปาก

    เยว่ยวี่หลิวหลีและจวินรั่วเซวียนคือยอดหญิงงามคู่แฝดแห่งแคว้นจิ่น ซึ่งเป็นสตรีที่งามที่สุดในแคว้นจิ่น แต่…น่าเสียดายที่ต้องเป็นไปตามคำโบราณที่กล่าวไว้ ตั้งแต่โบราณมา คนงามมักอาภัพ สตรีทั้งสองได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน จวินอู่เฉินถึงกับโศกเศร้าอยู่เป็นเวลานาน ก็เพราะการจากไปของจวินรั่วเซวียนและเยว่ยวี่หลิวหลี จวินอู่เฉินจึงถ่ายโอนความรักความเอ็นดูที่เคยมีให้สตรีทั้งสองไปสู่บุตรธิดาของพวกนางเกือบทั้งหมดนี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาต้องแสร้งทำเป็นรักและเอ็นดูต่อลั่วอวิ๋นจื่อและลั่วชิงหวงเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลของจวินรั่วเซวียน เขาเองก็ไม่ชอบลั่วอวิ๋นจื่อและลั่วชิงหวงเช่นกัน โดยเฉพาะลั่วชิงหวง นางเติบโตมามีใบหน้าที่คล้ายจวินรั่วเซวียนมากเกินไป แม้ว่านิสัยจะอ่อนโยนน่ารัก แต่…ใบหน้าของนางก็ไม่อาจซ่อนเร้นความสูงศักดิ์ที่มีอยู่ในตัวได้ เมื่อใดที่มองหน้านาง ก็ทำให้เขานึกถึงท่าทีใช้อำนาจกดขี่ของจวินรั่วเซวียนทุกครั้ง ดังนั้น…แม้จะรู้ว่าหวังโยวรั่วแอบรังแกลั่วชิงหวงในยามปกติ เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นด้วยความรักใคร่เอ็นดูจากจวินอู่เฉิน และลั่วชิงหวงที่อ่อนโยนว่าง่ายมาโดยตลอด เขาจึงไม่เคยลงโทษลั่วชิงหวงเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 10 สี่คุณชายแห่งเมืองหลวง

    ลั่วชิงหวงมองดูจางม่าม้าและซ่งม่าม้ากรูกันเข้าไปในห้องของนางโดยไม่แสดงท่าทีขัดขวางใด ๆ ภายนอกดูราวกับตกใจกลัว ทว่า…ไม่มีใครเห็น ประกายแห่งการวางแผนและความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของดวงตานาง อยากค้นก็ค้นไปเถิด นางกลัวว่าหวังโยวรั่วจะไม่มาค้นห้องของนางต่างหากเล่า หากไม่ค้นห้องของนาง จะหาข้อหาดูหมิ่นกฎระเบียบของจวนแม่ทัพใหญ่มาลงโทษหวังโยวรั่วได้อย่างไรหากไม่ค้นห้องของนาง จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่านางมีเงินมากมายขนาดนี้ และเงินที่ถูกตัดทอนไปนั้นหายไปไหน ? หากไม่ค้นห้องของนาง จะทำให้ทุกคนรู้ได้อย่างไรว่าคุณหนูสายตรงอย่างนางต้องใช้ชีวิตลำบากอย่างไรจางม่าม้าและซ่งม่าม้ากรูกันเข้าไป รื้อค้นห้องของลั่วชิงหวงจนข้าวของกระจัดกระจาย เซียงหลิงเห็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับของคุณหนูถูกพวกนางจงใจทำแตกหักเสียหาย ก็อดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปาก คิดจะเดินเข้าไปห้าม“อดทนไว้” ลั่วชิงหวงเห็นการกระทำของเซียงหลิง นางเอียงหน้าเล็กน้อย แล้วกระซิบบอกเพียงคำเดียวเซียงหลิงได้ยินคำพูดของลั่วชิงหวง ก็พยายามระงับความอยากที่จะพุ่งเข้าไปห้ามไว้ได้ ในเวลาไม่นาน จางม่าม้าและซ่งม่าม้าก็รวบรวมเงินทั้งหมดที่อยู่ในห้องของลั่ว

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 9 ย้ำเตือนสถานะ

    ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะความตั้งใจทำลายชื่อเสียงของตัวเอง แต่…เพื่อดึงดูดความสนใจของท่านพ่อและฮ่องเต้ เพื่อให้นางสามารถอธิบายเหตุผลที่นางมากินอาหาร และเหตุผลที่นางไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารได้อย่างชัดเจน หากนางคิดไว้ไม่ผิด ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงจะกลับมาถึงในวันพรุ่งนี้“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดหนี้บุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์” คุณชายหลิวจิ่งพับพัด แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้หูลั่วชิงหวง กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ยั่วยวน หัวใจของลั่วชิงหวงสั่นไหวอย่างรุนแรง การสนทนากับสถานการณ์นี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน แต่…คำพูดนั้น กลับเหมือนกันทุกประการ ทว่า…บัดนี้ นางได้มองเห็นความจริงของสิ่งที่เรียกว่าความรักแล้ว นางจะไม่มีทางหวั่นไหวกับผู้ใดอีกสวรรค์ให้โอกาสนางกลับมาเกิดใหม่ สิ่งที่นางจะต้องทำคือจดจำบทเรียนในครั้งก่อนให้ดี และทวงคืนความเจ็บปวดที่ผู้อื่นเคยทำไว้กับนาง ลั่วชิงหวงไม่ได้เอ่ยตอบ นางพยักหน้าแล้วพาเซียงหลิงเดินจากไป เมื่อกลับมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ เซียงหลิงก็ยกมือขึ้นลูบหน้าอกของตนเอง พลางถอนหายใจโล่งอกแล้วกล่าวว่า“เมื่อครู่นี้ตกใจแทบตายเจ้าค่ะคุณหนู” ลั่วชิงหวงเห็นท่าทางของเซียงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 8 บุรุษชุดขาว

    และตอนนั้นเอง นางก็ได้พบกับเขา บุรุษชุดขาวที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมฟางเซียงจวี เขาบอกว่าผู้ที่กินเสร็จแล้วคิดหนีจะต้องถูกตัดมือ เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของนางแล้วหัวเราะออกมา ถามเย้าแหย่นางว่าควรทำอย่างไรดี นางจึงรีบอธิบายอย่างลนลานว่านางเป็นคุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่ นางลืมนำเงินมา นางจะกลับไปเอาเงินมาให้เขา หรือจะให้เขาตามนางกลับไปที่จวนก็ได้ทว่า…บุรุษชุดขาวผู้นั้นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยนางไป เขายืนกรานให้นางจ่ายเงินที่นี่เดี๋ยวนั้น ในตอนนั้น นางรู้สึกว่า ทำไมคนผู้นี้ถึงได้เจ้าเล่ห์นัก จึงอดไม่ได้ที่จะเสียมารยาท แล้วด่าออกไปว่า“เจ้าคนพาล!” ได้ยินนางด่า บุรุษชุดขาวก็ไม่ถือสา รอยยิ้มเย้าแหย่ยิ่งเข้มข้นขึ้น สุดท้าย…เขาก็สะบัดพัดพับอย่างสง่างาม แล้วกล่าวว่า“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดค้างบุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์ ~”นางมองเขากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ เขาแค่ยิ้ม นางกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ จึงค่อย ๆ เดินจากไป แล้วรีบวิ่งกลับไปจวนแม่ทัพใหญ่ปิดประตูห้อง แก้มทั้งสองข้างของนางร้อนผิดปกติ นางก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะวิ่งเร็วเกินไป หรือเป็นเพราะถูกบุรุษชุดขาวผู้นั้นเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 7 โรงเตี๊ยมฟางเซียวจวี

    ทว่า…นางไม่เคยรู้เลยว่า การที่นางถูกรังแกเหมือนในอดีต ท่านพ่อล้วนแล้วแต่รู้เห็นเป็นใจ แท้จริงแล้ว คนที่ท่านพ่อรักที่สุดก็คืออนุรอง มิใช่ท่านแม่ยอดหญิงงามคู่แฝดแห่งแคว้นจิ่นในปีนั้นกลับมาแล้วรึ ? ก็ดี นางไม่ได้พบท่านพ่อที่แสนดีของนางมานานแล้ว“แค่ก ๆ” ลั่วชิงหวงไอออกมาเบา ๆ ดวงตาของนางฉายแววเย็นชาวูบหนึ่ง ไข้หวัดนี้ มิใช่เพียงแค่การโบยสามสิบไม้ก็สามารถลบล้างไปได้ หนี้ของนาง...จะทวงคืนอย่างช้า ๆต้นไม้ในสวนเริ่มเผยให้เห็นหน่ออ่อน เมื่อมองจากที่ไกล ๆ ก็ไม่เห็นความแห้งแล้งซีดเซียวอีกแล้ว แต่…กลับมีสีเขียวสดชื่นเพิ่มเข้ามาหลายส่วน ลั่วชิงหวงสวมเสื้อคลุมสีขาวดุจหิมะ ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ร่างที่ผอมบางดูอ่อนแอเป็นพิเศษในสายลม ราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ แต่กระนั้นนางก็ยังคงยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง ราวกับมีพลังงานที่มองไม่เห็นบางอย่างค้ำจุนนางไว้ ทำให้นางดูแน่วแน่และมั่นคงขนตาที่ยาวเหยียดทอดต่ำลง ในดวงตาที่ดำสนิทราวกับซ่อนเร้นความลึกล้ำไว้มากมาย นิ้วมือที่เรียวยาวขาวผ่องยื่นออกไป ค่อย ๆ เปิดบานหน้าต่างออก ลมกระโชกแรงพลันพัดเข้ามา ทำให้นางไอขึ้นมาอีกครั้ง“คุณหนู กำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ ?” เซียงหลิงที

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status