Partager

บทที่ 8 บุรุษชุดขาว

last update Date de publication: 2026-03-09 22:03:53

และตอนนั้นเอง นางก็ได้พบกับเขา บุรุษชุดขาวที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมฟางเซียงจวี เขาบอกว่าผู้ที่กินเสร็จแล้วคิดหนีจะต้องถูกตัดมือ เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของนางแล้วหัวเราะออกมา ถามเย้าแหย่นางว่าควรทำอย่างไรดี นางจึงรีบอธิบายอย่างลนลานว่านางเป็นคุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่ นางลืมนำเงินมา นางจะกลับไปเอาเงินมาให้เขา หรือจะให้เขาตามนางกลับไปที่จวนก็ได้

ทว่า…บุรุษชุดขาวผู้นั้นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยนางไป เขายืนกรานให้นางจ่ายเงินที่นี่เดี๋ยวนั้น ในตอนนั้น นางรู้สึกว่า ทำไมคนผู้นี้ถึงได้เจ้าเล่ห์นัก จึงอดไม่ได้ที่จะเสียมารยาท แล้วด่าออกไปว่า

“เจ้าคนพาล!” ได้ยินนางด่า บุรุษชุดขาวก็ไม่ถือสา รอยยิ้มเย้าแหย่ยิ่งเข้มข้นขึ้น สุดท้าย…เขาก็สะบัดพัดพับอย่างสง่างาม แล้วกล่าวว่า

“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดค้างบุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์ ~”

นางมองเขากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ เขาแค่ยิ้ม นางกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ จึงค่อย ๆ เดินจากไป แล้วรีบวิ่งกลับไปจวนแม่ทัพใหญ่ปิดประตูห้อง แก้มทั้งสองข้างของนางร้อนผิดปกติ นางก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะวิ่งเร็วเกินไป หรือเป็นเพราะถูกบุรุษชุดขาวผู้นั้นเย้าแหย่ หรือเป็นเพราะคำพูดนั้น …หวงเอ๋อร์

นั่นเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกหวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว แต่…น่าเสียดาย นางไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของบุรุษชุดขาวผู้นั้น และไม่เคยพบเขาอีกเลย กลับมาคิดดูอีกที การที่นางตกหลุมรักจวินเฉียนหลิงตั้งแต่แรกเห็น มอบความเชื่อใจและทุ่มเททุกสิ่งไปอย่างไม่ลังเลนั้น เป็นเพราะจวินเฉียนหลิงสวมชุดขาวและมีรอยยิ้มที่อ่อนโยน คล้ายกับบุรุษชุดขาวผู้นั้น

“คุณหนู คุณหนูไม่ได้ฟังสิ่งที่บ่าวพูดอยู่หรือเจ้าคะ ?” เซียงหลิงพยายามอธิบายกฎที่น่ากลัวของโรงเตี๊ยมฟางเซียง จวีว่าผู้ที่กินเสร็จแล้วคิดหนีจะต้องถูกตัดมือ เมื่อเห็นลั่วชิงหวงไม่ตอบสนอง จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเสียงดัง ลั่วชิงหวงได้สติกลับมา แล้วยิ้มกล่าวว่า

“ข้ากำลังฟังเจ้าอยู่” เซียงหลิงยู่ปากเล็กน้อย พึมพำในใจว่า ดูจากท่าทางเหม่อลอยของคุณหนูแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ฟังที่นางพูดเลย ก็ไม่รู้ว่าคุณหนูคิดอะไรอยู่ นับตั้งแต่คุณหนูฟื้นจากไข้ที่ทรุดหนักอยู่สองวันสองคืน ก็เหมือนกลายเป็นคนละคนไป และมักจะเหม่อลอยอยู่บ่อยครั้ง หรือว่าอาการป่วยยังไม่หายสนิทกันแน่

ลั่วชิงหวงไม่รู้ว่าเซียงหลิงกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ นางทานอาหารต่ออีกสองสามคำแล้ววางตะเกียบลง มุมปากเผยรอยยิ้มจาง ๆ สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ฉายแววเจ้าเล่ห์

บนห้องส่วนตัวชั้นสอง บุรุษชุดขาวที่สวมหน้ากากเงิน มองการกระทำทุกอย่างของลั่วชิงหวง แล้วค่อย ๆ คลี่ยิ้ม บุรุษสวมชุดคลุมสีฟ้าที่ยืนอยู่ข้างกายบุรุษชุดขาว มองลงไปยังชั้นล่าง ใบหน้าอันหล่อเหลาและองอาจฉายแววสงสัย ก่อนจะกล่าวว่า

“นายท่าน ท่านว่า…ลั่วชิงหวงผู้นี้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่ ?”

“กินเสร็จแล้วเดินหนี” บุรุษชุดขาวกล่าวอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ราวกับมีพลังที่ชวนให้ลุ่มหลง ทำให้ผู้คนเมื่อได้ยินแล้วจะถูกดึงดูดโดยไม่รู้ตัว

บุรุษชุดฟ้าได้ยินดังนั้น ดวงตาก็ฉายแววตกตะลึง มองสีหน้าของลั่วชิงหวงแล้วคิดในใจว่า ไฉนผู้ที่คิดจะหนีถึงได้มีท่าทางเยือกเย็นเช่นนั้น

“ชิงหลง ข้าจะลงไปดูเอง” บุรุษชุดขาวเหลือบมองบุรุษชุดฟ้า พัดพับในมือประกบเข้าหากันอย่างเบามือ แล้วลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม

พัดพับในมือของเขาดูสง่างามและสูงส่ง ทว่า...นี่คือสิ่งที่ผู้คนในยุทธภพได้ยินแล้วต้องหวาดผวา พัดพรากดวงวิญญาณสยบเมืองงาม ส่วนบุรุษที่สวมหน้ากากเงินผู้นี้ก็คือ คุณชายหลิวจิ่ง ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ ผู้คนในยุทธภพรู้แค่ว่า คุณชายหลิวจิ่งคือเจ้าสำนักหลิวซูเก๋อ การกระทำในชีวิตประจำวันของเขาลึกลับและยากจะคาดเดา ไม่มีใครรู้ว่าอำนาจของสำนักหลิวซูเก๋อแข็งแกร่งเพียงใด แต่...ผู้ใดที่ล่วงเกินสำนักหลิวซูเก๋อ ไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว

พัดพรากดวงวิญญาณสยบเมืองงาม คุณชายหลิวจิ่ง ชื่อนี้ไม่มีใครในยุทธภพที่ไม่รู้จัก และไม่มีใครกล้าดูถูกพัดอันนี้เลย เพราะเมื่อพัดเปิดออก...ย่อมมีคนต้องตาย

“คุณหนูยังไม่ได้จ่ายค่าอาหารใช่หรือไม่ ?” พัดถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา มุมปากเผยรอยยิ้มที่เย้าแหย่เล็กน้อย คุณชายหลิวจิ่งมองลั่วชิงหวง ในดวงตาแฝงความสนใจอยู่บ้าง น้ำเสียงจงใจให้มีความแหบพร่า แต่…ก็ยังคงดึงดูดใจผู้คน

ลั่วชิงหวงเงยหน้าขึ้นมอง สบเข้ากับดวงตาที่ลึกล้ำราวกับมหาสมุทรของคุณชายหลิวจิ่ง แม้จะหวนกลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ และมีสติปัญญาเหนือคนธรรมดา แต่…ในชั่วพริบตานั้น นางก็ยังคงรู้สึกหวาดหวั่น ทว่า…นางก็กลับมามีสติอย่างรวดเร็ว แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“คุณชายว่าอย่างไรนะ ?” คุณชายหลิวจิ่งได้ยินคำตอบของลั่วชิงหวงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ดวงตาเต็มไปด้วยความสนใจที่เข้มข้นขึ้น ริมฝีปากหยักโค้ง

“คุณหนู คิดจะหนีรึ ?” เซียงหลิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทบจะยืนไม่อยู่ บุรุษชุดขาวที่อยู่ตรงหน้าดูสง่างาม แต่…ดวงตาที่ลึกล้ำและเย็นชาของเขานั้น เพียงแค่เหลือบมองก็ทำให้นางหวาดกลัวไปถึงก้นบึ้งของหัวใจแล้ว หากเขารู้ว่าคุณหนูตั้งใจจะหนี เขาจะจัดการกับคุณหนูอย่างไรกันนะ ?

“ข้ายังไม่เคยกล่าวเช่นนั้นเลย” ลั่วชิงหวงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มุมปากของนางยังมีรอยยิ้มจาง ๆ อยู่ คุณชายหลิวจิ่งประเมินลั่วชิงหวงอีกครั้ง ดวงตาฉายแววสงสัย กล่าวว่า

“เช่นนั้น…คุณหนูรีบไปจ่ายค่าอาหารเถิด”

“ข้าลืมเงินที่จวน” ลั่วชิงหวงกล่าวรวบรัดชัดเจน เซียงหลิงได้ยินดังนั้นก็แทบจะหมดสติลงตรงนั้น นางรีบวิ่งตัวสั่นไปบังอยู่ด้านหน้าลั่วชิงหวง จ้องมองคุณชายหลิวจิ่งอย่างไม่ละสายตา

คุณชายหลิวจิ่งเห็นการกระทำของเซียงหลิง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขัน แต่…สายตาของเขากลับเหลือบผ่านใบหน้าเซียงหลิงไป แล้วหันกลับมามองลั่วชิงหวงอีกครั้ง

“คุณหนูไม่มีเงินติดตัว และมิได้ตั้งใจจะหนี แล้วเรียกว่าอะไร ?”

“ข้าเป็นคุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่ หากอยากจะเก็บเงินจากข้า ก็ไปที่จวนแม่ทัพใหญ่ไปเก็บกับข้าได้”

ลั่วชิงหวงจงใจพูดเสียงดัง เพื่อให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างได้ยินสิ่งที่นางพูดได้ชัด คุณชายหลิวจิ่งสังเกตเห็นการที่ลั่วชิงหวงจงใจพูดเสียงดัง ดวงตาที่สงสัยและประเมินค่าก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก ลั่วชิงหวงผู้นี้อยากจะทำอะไรกันแน่ ? มีข่าวลือว่าคุณหนูแห่งจวนแม่ทัพใหญ่นิสัยอ่อนโยน เชี่ยวชาญทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรี หมากรุก การเขียนพู่กัน และการวาดภาพ เป็นยอดหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นจิ่น แต่…ก็ไม่เคยมีใครกล่าวว่า นางน่าสนใจถึงเพียงนี้

“กฎของโรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีคือต้องจ่ายค่าอาหารถึงจะออกไปจากที่นี่ได้ หากไม่มีเงินจ่ายค่าอาหาร ก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้”

คุณชายหลิวจิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ ลูกค้าที่กำลังทานอาหารอยู่รอบ ๆ อดไม่ได้ที่จะซุบซิบกัน

“ข้าก็นึกว่าเป็นคุณหนูจากตระกูลใดกัน ดูสง่างามราวกับนางฟ้า ที่แท้…ก็คือลั่วชิงหวงยอดหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจิ่นนี่เอง”

“นั่นสิ แต่ว่า…บุรุษชุดขาวผู้นั้นกล้าหาญยิ่ง ถึงกับไม่ไว้หน้าจวนแม่ทัพใหญ่”

“เจ้าไม่รู้ว่าบุรุษชุดขาวผู้นั้นคือใครรึ ? นั่นคือคุณชายหลิวจิ่งเชียวนะ”

“คุณชายหลิวจิ่งงั้นรึ ? เขาคือพัดพรากดวงวิญญาณสยบเมืองงาม คุณชายหลิวจิ่งใช่หรือไม่ ? เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ?”

“ได้ยินว่าเป็นสหายเก่าของเจ้าของโรงเตี๊ยมฟางเซียง จวี เฮ้อ ~ พวกเราดูเงียบ ๆ เถิด ทั้งสองฝ่ายต่างก็มิใช่คนที่เราจะล่วงเกินได้”

ลั่วชิงหวงคลี่ยิ้มมองคุณชายหลิวจิ่ง คุณชายหลิวจิ่งก็ยิ้มมองลั่วชิงหวงกลับ สีหน้าของทั้งสองต่างก็เยือกเย็นสง่างาม ราวกับไม่ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของผู้คนภายนอก

“คุณชายอยากจะให้คนมาขวางไว้ก็ได้ ถ้าคุณชายไม่อยากตามข้าไปที่จวน เช่นนั้น…ข้าอยู่ที่โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีนี้ก็ได้ไม่เป็นไร”

ลั่วชิงหวงเหยียดยิ้มมุมปากเผยรอยยิ้มจาง ๆ มองคุณชายหลิวจิ่งอย่างเย็นชา นางรู้ว่าเขาจะต้องปล่อยนางไปอย่างแน่นอน อย่างไรเสีย โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีที่ใหญ่โตขนาดนี้ ก็ไม่ได้ต้องการเงินแค่หนึ่งร้อยตำลึงหรอก เพื่อเงินหนึ่งร้อยตำลึงแล้วไปล่วงเกินจวนแม่ทัพใหญ่ ย่อมไม่คุ้มค่า แต่…การที่นางมากินแล้วคิดจะหนีนั้น มิใช่เพราะอยากจะเอาเปรียบ

เหตุผลที่นางต้องวิ่งมาที่โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งในเมืองหลวงอย่างฟางเซียงจวีเพื่อทานอาหาร และยังต้องเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามของตัวเอง ก็เพื่อให้ผู้คนทั้งเมืองหลวงรู้ว่า คุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่มาทานอาหารที่โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวี กินเสร็จแล้วคิดหนี

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 210 กริชพรากสายเลือด

    แววตาของนางฉายประกายอำมหิตวูบหนึ่ง ขยับริมฝีปากเอ่ยเนิบๆ ว่า“ความสัมพันธ์อันใดรึ ? ข้าคือภรรยาของเขา” เมื่อได้รับคำตอบจากลั่วชิงหวง เหล่ามือสังหารต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ต่างพากันลังเลมิกล้าบุ่มบ่ามลงมือ ทว่า…ด้วยคำสั่งของจวินเสียนฉี พวกเขายังคงล้อมลั่วชิงหวงไว้แน่น มิยอมให้นางจากไปได้ง่ายๆ“พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่ ทำไมยังไม่ลงมืออีก !” จวินเสียนฉีเห็นมือสังหารเอาแต่ล้อมกรอบทว่ากลับขวัญหนีดีฝ่อมิกล้าขยับเขยื้อน ก็แผดเสียงตะคอกด้วยความโกรธจัดเหล่ามือสังหารเมื่อถูกจวินเสียนฉีตะคอกใส่ก็ยิ่งลนลาน ทว่า…ก็ยังมิกล้าบุกเข้าไป คนพวกนี้ล้วนเป็นชาวยุทธที่จวินเสียนฉีใช้เงินจำนวนมากซื้อตัวมา ทว่า…ชื่อเสียงของคุณชายหลิวจิ่งและหอลั่วซูในยุทธภพนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด มีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้ แล้วใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตลงมือเล่า ?ลั่วชิงหวงกวาดสายตามองเหล่ามือสังหาร แววตาเคร่งขรึม ทว่า…มุมปากกลับยกยิ้ม เอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า“หากพวกเจ้ากล้าลงมือ ก็จงเตรียมใจรับจุดจบที่จะตามมาไว้ให้ดี”คำขู่ของลั่วชิงหวงทำให้มือสังหารยิ่งขวัญกระเจิง ทุกคนแสดงท่าทีลังเล บางคนที่ใจเสาะเริ่มขยับถอย

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 209 พัดเพลิงคร่าวิญญาณ

    “จะเป็นไปได้อย่างไร เพียงแต่ในจวนเตรียมชาไว้แล้ว หากมิรีบดื่มเกรงว่าจะเย็นเสียก่อน” หลิวจินซิ่วยิ้มอย่างขัดเขิน พลางเอ่ยต่อ“สถานที่ที่ท่านหญิงว่าไว้วันหน้าพวกเราค่อยไปกันก็ได้”ลั่วชิงหวงครุ่นคิดในใจ หากนางมิยอมเข้าไปยามนี้ มือสังหารที่ซุ่มอยู่ย่อมปรากฏตัวออกมาแน่ ถึงตอนนั้นนางคงยากจะหนทางหนี มิสู้ตามเข้าไปข้างใน แสร้งดื่มชาแล้วค่อยหาทางแก้สถานการณ์ภายหลัง เมื่อคิดได้ดังนั้น ลั่วชิงหวงจึงยิ้มอย่างสงบพลางเอ่ยว่า“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ เชิญพระชายานำทาง” หลิวจินซิ่วที่เดิมทีกลัวว่าลั่วชิงหวงจะจับพิรุธได้ เมื่อเห็นนางยอมตกลงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบพานางเข้าไปในห้องทั้งสองนั่งลง หลิวจินซิ่วรินชาให้ลั่วชิงหวงแก้วหนึ่ง ทว่า…มิได้รีบส่งให้ แต่…นางกลับจ้องมองลั่วชิงหวงนิ่งแล้วเอ่ยว่า“ท่านหญิงชิงหวง ข้ามีคำถามอยากจะถามท่านสักข้อ”ลั่วชิงหวงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หลิวจินซิ่วจะถามอะไรนางอีก ? แม้จะสงสัย ทว่า…ภายนอกยังคงสงบนิ่ง“มิทราบว่าพระชายามีสิ่งใดจะถามรึเจ้าคะ ?”“องค์ชายเจ็ดจำเป็นต้องชิงบัลลังก์จริงๆ รึ ? หากเสียนฉีได้เป็นฮ่องเต้ ข้าจะช่วยทูลขอให้เขาปฏิบัติต่อพวกท่านอย่างดี พวกท่านจะยอ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 208 อุบายคนเขลา

    หลิวหยวนเจิงจ้องมองจวินชิงอวี่ สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยคล้ายกำลังรอฟังคำพูดต่อจากนี้ จวินชิงอวี่จึงค่อยๆ เอ่ยปากช้าๆ ว่า“ยามนี้สถานการณ์ของแคว้นจิ่นวิกฤตเพียงใด ข้าคงมิจำเป็นต้องสาธยายให้มากความ ท่านพี่ใหญ่แม้จะมีใจเมตตา ทว่ากลับขาดรัศมีขัตติยา มิใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งฮ่องเต้ ท่านอัครเสนาบดีทุ่มเทเพื่อบ้านเมืองมาตลอด ย่อมมิเห็นแก่เรื่องส่วนตัวจนทำให้ราชสำนักพังพินาศ ยิ่งไปกว่านั้น หากข้าได้ขึ้นครองราชย์ ด้วยความสามารถประดุจแขนขาอันล้ำค่าเช่นท่าน ข้าย่อมไม่มีวันปฏิบัติอย่างไร้เยื่อใยแน่นอน”เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวหยวนเจิงก็เริ่มมีสีหน้าลังเล เขามองจวินชิงอวี่ด้วยแววตาที่สับสนวูบหนึ่ง ทว่า…ยังคงเอ่ยปฏิเสธไปตามมารยาท“กระหม่อมย่อมมิกระทำการใดที่ฝ่าฝืนกฎราชสำนัก องค์ชายเจ็ดมิต้องกังวล เพียงแต่เสียนฉีนั้นกระหม่อมเห็นเขามาตั้งแต่เล็ก แม้นิสัยจะอ่อนแอไปบ้าง ทว่าก็ใช่ว่าจะกลายเป็นมหากษัตริย์ที่ดีมิได้”“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็มิขอบีบคั้นให้ท่านต้องลำบากใจ ทว่าคำพูดของข้าจะยังคงเป็นจริงเสมอ หวังว่าท่านอัครเสนาบดีจะเก็บไปไตร่ตรองดูให้ดี”จวินชิงอวี่เงยหน้าขึ้นมองหลิวหยวนด้วยรอยยิ้มกึ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 207 ไร้วาสนาเคียงคู่

    “จำได้สิเจ้าคะ ตอนนั้นท่านบอกว่าข้าต้องจำไว้ว่ายังติดค้างบุญคุณท่านอยู่หนึ่งอย่าง เช่นนี้…พวกเราต่างฝ่ายต่างก็ติดค้างกันและกัน มิใช่ว่าถูกกำหนดมาให้ต้องผูกพันกันไปชั่วชีวิตหรอกรึ ? ตอนนั้นข้ายังมิอยากจะเชื่อ ทว่า…มิคาดคิดเลยว่า คำพูดในวันนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริงในวันนี้”จวินชิงอวี่แย้มยิ้มประดุจสุนัขจิ้งจอกผู้ชนะ เขาออกแรงดึงร่างลั่วชิงหวงเข้ามากอดไว้แนบอก มุมปากหยักยิ้มอย่างพึงพอใจ มันควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ตอนนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องทำให้ลั่วชิงหวงมาเป็นภรรยาของเขาให้ได้ และจะมิยอมให้นางจากไปไหนชั่วชีวิตลั่วชิงหวงซบอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของจวินชิงอวี่พลางเผยรอยยิ้มแห่งความสุขออกมา แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของทั้งสอง ขับเน้นรัศมีอันสง่างามและสูงศักดิ์จนดูโดดเด่นสะดุดตา ทว่า…กลับดูอบอุ่นและกลมกลืนยิ่งนัก ราวกับว่าโลกทั้งใบได้รวบรวมเอาความงดงามและน่าประทับใจทั้งหมดมาไว้ที่คนคู่นี้เพียงผู้เดียววันถัดมา ลั่วชิงหวงและจวินชิงอวี่มาเดินเล่นริมสระน้ำอีกครั้ง และช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่พวกเขาได้พบกับ หลิงอู่หลิวอีกครั้ง ทว่า…ครานี้ผู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างนางคือห

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 206 รักมั่นชั่วนิรันดร์

    นางเพียงขอให้เขาช่วยสร้างกระแสเพียงเล็กน้อยก็มิใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ทว่า…จวินชิงอวี่กลับเพียงเพราะคำพูดลอยๆ ประโยคเดียวของลั่วชิงหวงที่ยังมิได้แสดงท่าทีโกรธเคืองด้วยซ้ำ ถึงกับประกาศว่าจะมิช่วยเหลือนางอีกในภายภาคหน้า เช่นนี้…จะมิให้นางโกรธขึ้งและขุ่นมัวได้อย่างไร“เหตุใดเล่าเจ้าคะ ? เพียงเพราะคำพูดคำเดียวของท่านหญิงชิงหวงรึ ?”หลิงอู่หลิวจ้องมองจวินชิงอวี่ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปกับความโมโห วาจาที่เอ่ยออกมาจึงมิเกรงใจอีกต่อไป“ขออภัยที่เสียมารยาท ใจคอของท่านหญิงชิงหวงมิคับแคบเกินไปหน่อยรึเจ้าคะ ?”ลั่วชิงหวงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มหยันโดยมิแยแส นางเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย แววตาไหววูบก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งมิยินดียินร้ายว่า“ขอองค์หญิงอู่หลิวโปรดอภัยด้วย ข้านั้นใจคอคับแคบเช่นนี้เอง วันหน้าก็โปรดอย่าได้มาแหย่ข้าเล่น มิเช่นนั้น ก็อย่าหาว่าข้ามิเกรงใจ”หลิงอู่หลิวมิคาดคิดว่าลั่วชิงหวงจะตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาถึงเพียงนี้ เดิมที…นางตั้งใจจะใช้คำพูดกระทบกระเทียบเปรียบเปรย ทว่า…เมื่อเจอคำตอบที่โผงผางชัดเจนของลั่วชิงหวง กลับกลายเป็นนางเองที่ดูใจแคบและช่างจิกกัด ยิ่งพอมองใบหน้าที่ยังคงสง่างา

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 205 วาจาซ่อนเข็มพิษ

    เช้าของอีกวัน“หวงเอ๋อร์ ตะวันโด่งแล้ว ยังมิยอมตื่นอีกหรือ ?” จวินชิงอวี่มองลั่วชิงหวงที่ยังจมอยู่ในห้วงนิทรา เขาเอื้อมมือไปบีบจมูกนางเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดูลั่วชิงหวงปรือตาที่ยังง่วงงุนขึ้นมองจวินชิงอวี่ พลางเอ่ยอย่างงอนๆ ว่า“เหตุใดถึงปลุกข้าแต่เช้าเช่นนี้”“นี่มันยามเที่ยงแล้ว เจ้ามิหิวบ้างหรือ ?” จวินชิงอวี่เห็นท่าทางแง่งอนของนางก็ใจอ่อนยวบ เขาใช้นิ้วเขี่ยจมูกนางอีกครั้งเพื่อกันมิให้นางหลับต่อลั่วชิงหวงเม้มปากอย่างขัดใจพลางลืมตาขึ้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นบังแสงแดดที่ลอดเข้ามาพลางพึมพำ“สายป่านนี้แล้วหรือ ? ข้านอนนานขนาดนั้นเชียว ?” เมื่อเห็นท่าทางไร้เดียงสาน่าเอ็นดูของนาง จวินชิงอวี่ก็อดใจมิไหวโน้มตัวลงไปจูบนางอีกครั้ง ลั่วชิงหวงที่เพิ่งตื่นรีบผลักเขาออกด้วยใบหน้าแดงซ่าน“กลางวันแสกๆ ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ ?”“ข้าเห็นหวงเอ๋อร์ยังมิตื่นเต็มตา เลยต้องใช้วิธีพิเศษช่วยปลุกเท่านั้นเอง”นัยน์ตาหงส์ของจวินชิงอวี่ฉายแววหยอกล้อ มองนางที่กำลังพองลมที่แก้มอย่างนึกสนุกลั่วชิงหวงผลักเขาออกไปอีกครั้ง ในใจเขินอายทำตัวมิถูก นางเอ่ยเสียงเบาหวิวว่า“ท่านยังมีหน้ามาพูดอีก หากมิใช่เพราะเมื่อคืนท่า

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 6 บทลงโทษ

    จางม่าม้าไม่สนใจว่าเหตุใดลั่วชิงหวงจึงผิดปกติเช่นนี้ ในเมื่อมีโอกาส นางย่อมต้องใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ จัดการลั่วชิงหวงไม่ได้ ก็จัดการสาวใช้ข้างกายนางเสีย ถือเป็นการสร้างบารมีให้หวังโยวรั่ว เมื่อหันหลังกลับไปตนเองย่อมได้ผลประโยชน์ดีงาม นางจึงกล่าวโทษอย่างหนักหน่วงเมื่อได้ยินคำพูดของจางม่าม้า มือของเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 34 เสาะหาพันธ์มิตร

    นางแค่อยากจะสั่งสอนลั่วชิงหวงสักครา ไม่นึกเลยว่าจะกลับกลายเป็นตบหน้าตนเองเสียฉาดใหญ่ เมื่อครู่…นางเพิ่งจะเหน็บแนมเสื้อผ้าของลั่วชิงหวงว่าซอมซ่อ ใครจะไปคิดว่ามันคืออาภรณ์ที่ทำจากไหมฟ้าจริง ๆ กลายเป็นว่าตัวนางเองที่เป็นคนไร้ความรู้ความเห็น“หุบปากเดี๋ยวนี้!” จวินอวี่เยียนตวัดสายตามองเด็กสาวผู้นั้นด้ว

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 9 ย้ำเตือนสถานะ

    ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะความตั้งใจทำลายชื่อเสียงของตัวเอง แต่…เพื่อดึงดูดความสนใจของท่านพ่อและฮ่องเต้ เพื่อให้นางสามารถอธิบายเหตุผลที่นางมากินอาหาร และเหตุผลที่นางไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารได้อย่างชัดเจน หากนางคิดไว้ไม่ผิด ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงจะกลับมาถึงในวันพรุ่งนี้“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 7 โรงเตี๊ยมฟางเซียวจวี

    ทว่า…นางไม่เคยรู้เลยว่า การที่นางถูกรังแกเหมือนในอดีต ท่านพ่อล้วนแล้วแต่รู้เห็นเป็นใจ แท้จริงแล้ว คนที่ท่านพ่อรักที่สุดก็คืออนุรอง มิใช่ท่านแม่ยอดหญิงงามคู่แฝดแห่งแคว้นจิ่นในปีนั้นกลับมาแล้วรึ ? ก็ดี นางไม่ได้พบท่านพ่อที่แสนดีของนางมานานแล้ว“แค่ก ๆ” ลั่วชิงหวงไอออกมาเบา ๆ ดวงตาของนางฉายแววเย็นชาวู

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status