Compartilhar

บทที่ 9 ย้ำเตือนสถานะ

last update Última atualização: 2026-03-09 22:04:09

ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะความตั้งใจทำลายชื่อเสียงของตัวเอง แต่…เพื่อดึงดูดความสนใจของท่านพ่อและฮ่องเต้ เพื่อให้นางสามารถอธิบายเหตุผลที่นางมากินอาหาร และเหตุผลที่นางไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารได้อย่างชัดเจน หากนางคิดไว้ไม่ผิด ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงจะกลับมาถึงในวันพรุ่งนี้

“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดหนี้บุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์” คุณชายหลิวจิ่งพับพัด แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้หูลั่วชิงหวง กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ยั่วยวน หัวใจของลั่วชิงหวงสั่นไหวอย่างรุนแรง การสนทนากับสถานการณ์นี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน แต่…คำพูดนั้น กลับเหมือนกันทุกประการ ทว่า…บัดนี้ นางได้มองเห็นความจริงของสิ่งที่เรียกว่าความรักแล้ว นางจะไม่มีทางหวั่นไหวกับผู้ใดอีก

สวรรค์ให้โอกาสนางกลับมาเกิดใหม่ สิ่งที่นางจะต้องทำคือจดจำบทเรียนในครั้งก่อนให้ดี และทวงคืนความเจ็บปวดที่ผู้อื่นเคยทำไว้กับนาง ลั่วชิงหวงไม่ได้เอ่ยตอบ นางพยักหน้าแล้วพาเซียงหลิงเดินจากไป เมื่อกลับมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ เซียงหลิงก็ยกมือขึ้นลูบหน้าอกของตนเอง พลางถอนหายใจโล่งอกแล้วกล่าวว่า

“เมื่อครู่นี้ตกใจแทบตายเจ้าค่ะคุณหนู” ลั่วชิงหวงเห็นท่าทางของเซียงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา แล้วกล่าวว่า

“เจ้านี่ ขี้ขลาดตาขาวจริง ๆ” เซียงหลิงแลบลิ้นปริ้นตา สายตาที่มองลั่วชิงหวงยิ่งเต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใส คุณหนูของนางเก่งกาจจริง ๆ ถึงกับกล้าคิดจะหนี และยังกลับมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ได้อย่างปลอดภัยด้วย

“ข้าเห็นว่า เรื่องนี้คงจะถึงหูอี๋เหนียงแล้ว” ในดวงตาที่ดำมืดของลั่วชิงหวงฉายประกายแวววาวออกมาเล็กน้อย มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา

เซียงหลิงได้ยินอย่างนั้น สีหน้าก็เคร่งเครียด หากเรื่องนี้ถึงหูอนุรอง จะถูกใช้เป็นข้ออ้างในการเล่นงานคุณหนูอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ คุณหนูเพิ่งสั่งโบยจางม่าม้าไป อนุรองยังคงเก็บความแค้นไว้ในใจ เกรงว่า…เรื่องนี้จะทำให้อนุรองหาเรื่องจัดการคุณหนูอีกครั้งอีกเป็นแน่

ลั่วชิงหวงรับรู้ถึงสีหน้ากังวลของเซียงหลิง ดวงตาของนางมองตรงไปยังเซียงหลิง แล้วกล่าวราวกับกำลังร่ายมนตร์ว่า

“เซียงหลิง ไม่ต้องกลัว นับจากนี้เป็นต้นไป มีข้าคอยอยู่เคียงข้าง ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เข้าใจหรือไม่ ?”

เซียงหลิงมองดวงตาที่แน่วแน่ของลั่วชิงหวง ก็รู้สึกราวกับว่าร่างที่ผอมบางของลั่วชิงหวงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ภาพลักษณ์ที่เคยดูอ่อนแอผอมบางของนางพลันดูสูงใหญ่ขึ้นอย่างมาก

“เจ้าค่ะคุณหนู” เซียงหลิงพยักหน้าตอบ เมื่อมองดวงตาของลั่วชิงหวง ความหวาดกลัวในใจของนางก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และก็เป็นไปตามคาด ทั้งสองยังไม่ทันก้าวเข้าไปในเรือนหลานอวิ๋นของลั่วชิงหวง ก็ถูกกลุ่มคนของหวังโยวรั่วขวางไว้เสียก่อน

จางม่าม้าเดินตามอยู่ข้างหวังโยวรั่วด้วยท่าทางที่กะเผลก ดวงตาที่มองมายังลั่วชิงหวงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น และยังแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัว

“น้องหญิงเพิ่งหนีกลับออกมาจากโรงเตี๊ยมฟางเซียวจวี รึ ?”

ดวงตาเรียวยาวและเฉียงขึ้นของลั่วชิงกั๋วฉายแววเย้ยหยัน พลางเลิกคิ้วมองลั่วชิงหวงด้วยเจตนาที่ไม่เป็นมิตร ในดวงตาของลั่วชิงหวงฉายแววเย้ยหยัน มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่ตื่นตระหนกกล่าวว่า

“หนีกลับงั้นรึ ? ข้าคิดจะหนีออกมาจากที่นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?”

วันนี้…คนที่ไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีบอกว่าเจ้าไปกินอาหารที่นั่นแล้วคิดจะหนี และยังบอกให้พวกเขาตามมาเก็บเงินที่จวนแม่ทัพใหญ่ด้วย สตรีผู้นั้นไม่ใช่น้องหญิงหรอกรึ ?”

ลั่วชิงกั๋วได้ยินคำพูดของลั่วชิงหวง ในดวงตาฉายแววอาฆาต ดวงตาที่เฉียงขึ้นนั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคือง และแฝงความไม่พอใจไว้อีกหลายส่วน ลั่วชิงหวงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็ไม่แสดงความตื่นตระหนกแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับทำท่าทางแปลกใจแล้วยิ้ม

“คำพูดของพี่หญิงช่างน่าขันเสียจริง ถ้าข้าบอกให้เขามาเก็บเงินที่จวนแม่ทัพใหญ่ แล้วจะมากล่าวหาว่าข้ากินแล้วคิดจะหนีได้อย่างไร”

ลั่วชิงกั๋วดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่าลั่วชิงหวงจะตอบกลับเช่นนี้ นางถึงกับพูดไม่ออกในทันที ไม่รู้ว่าจะตอบโต้อย่างไรดี อัดอั้นอยู่ครู่ใหญ่จึงเค้นประโยคออกมาได้ว่า

แต่…เจ้าไม่ได้จ่ายค่าอาหารจริง ๆ ไม่ใช่รึ ?”

“ข้าเตรียมจะจ่ายแล้ว แต่…เจ้าของร้านไม่รับ แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย ?”

ลั่วชิงหวงมองลั่วชิงกั๋วด้วยสายตาที่ประหลาดใจ ไม่รอให้ลั่วชิงกั๋วได้พูดอะไร นางก็กล่าวต่อว่า

“ผู้คนตามท้องถนนจะพูดเหลวไหลอย่างไรก็ช่างเถิด แต่…พี่หญิงในฐานะบุตรีคนโตของจวนแม่ทัพใหญ่ ไฉนถึงได้พูดจาเหลวไหลเช่นนั้น พี่หญิงทำเช่นนี้ เอาเกียรติของจวนแม่ทัพใหญ่ไปไว้ที่ใดรึ ?”

ประโยคสุดท้ายที่กล่าวออกมานั้นน่าตกใจ ลั่วชิงกั๋วถูกแรงกดดันจากลั่วชิงหวงทำให้ตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูก เดิมที…นางอยากจะใช้โอกาสนี้เยาะเย้ยลั่วชิงหวง แต่…ไฉนกลับถูกลั่วชิงหวงปฏิเสธเล่า และยังถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดครั้งใหญ่ด้วย

“บังอาจ!” หวังโยวรั่วเห็นลั่วชิงกั๋วถูกลั่วชิงหวงว่าร้ายจนพูดไม่ออก ก็อดไม่ได้ที่จะตวาดเสียงดังว่า

“ชิงหวง เจ้าเหลิงเกินไปแล้ว!”

“ข้าเหลิงเกินไปอย่างไรหรือเจ้าคะ ? อี๋เหนียงโปรดชี้แนะด้วย”

ลั่วชิงหวงเหลือบมองหวังโยวรั่วด้วยแววตาเรียบนิ่ง มุมปากเผยรอยยิ้มเย็นชา ดวงตาที่ร้ายกาจของหวังโยวรั่วจ้องมองลั่วชิงหวง ยิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วถามว่า

“เจ้าไปที่โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีในวันนี้ จุดประสงค์ที่เจ้าไปกินอาหารที่โรงเตี๊ยมฟางเซียวจวี เจ้าคิดจะหนีตั้งแต่แรกไม่ใช่รึ ?”

“คำกล่าวนั้น อี๋เหนียงพูดออกมาได้อย่างไรเจ้าคะ ?”ในดวงตาที่ดำสนิทของลั่วชิงหวงฉายแวววางแผน นางแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจแล้วเอ่ยถาม

หวังโยวรั่วมองท่าทางที่ไม่เข้าใจของลั่วชิงหวง ในดวงตาฉายแววชั่วร้ายวูบหนึ่ง รอยยิ้มที่มุมปากยิ่งทวีความร้ายกาจ น้ำเสียงก็เข้มงวดขึ้น

“พูดออกมาได้อย่างไรงั้นรึ ?! ก็เจ้าไม่มีปัญญาจ่ายค่าอาหารหนึ่งร้อยตำลึงได้ยังไงเล่า! อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้ว่าตัวเองมีเงินอยู่เท่าไหร่ ?!”

เมื่อได้ยินคำพูดของหวังโยวรั่ว ดวงตาที่มืดมิดของลั่วชิงหวงก็ยิ่งลึกล้ำ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย็นยะเยือก นางมองหวังโยวรั่วด้วยแววตาเย็นชา แล้วกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า

“ข้าไม่รู้จริง ๆ เจ้าค่ะ ไฉนอี๋เหนียงถึงได้รู้เยอะกว่าข้าเสียอีก ?”

“เจ้าไม่ต้องมาปากแข็ง! รอให้ข้าให้คนไปค้นห้องของเจ้าดูก่อนเถอะ! จะรู้เองว่าเจ้ามีเงินถึงหนึ่งร้อยตำลึงหรือไม่ ?!”

หวังโยวรั่วมองลั่วชิงหวงด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ เบี้ยหวัดของลั่วชิงหวงนั้นนางตัดทอนไปไม่น้อย เป็นไปไม่ได้ที่ลั่วชิงหวงจะมีเงินสะสมถึงหนึ่งร้อยตำลึง

เมื่อได้ยินคำพูดของหวังโยวรั่ว ลั่วชิงกั๋วที่เดิมทีท้อแท้ก็กลับมากระปรี้กระเปร่า นางเชิดคางขึ้น มองลั่วชิงหวงอย่างหยิ่งผยองไร้ผู้ใดเทียม ในดวงตาเต็มไปด้วยความดีใจที่ได้เปรียบและความแค้นเคือง หึ! ยังคงเป็นท่านแม่ที่คิดการณ์ไกล ลั่วชิงหวง คราวนี้…ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร ?

สีหน้าของลั่วชิงหวงยังคงเย็นชา มองหวังโยวรั่วและลั่วชิงกั๋ว เก็บสีหน้าของพวกนางทั้งหมดไว้ในสายตา ได้เปรียบงั้นรึ ? เกรงว่า…อีกประเดี๋ยวก็คงรู้ว่าผู้ใดจะเป็นคนร่ำไห้

“อี๋เหนียงอยากจะค้นห้องของข้าหรือเจ้าคะ ?” ลั่วชิงหวงแสร้งทำเป็นตกใจมองหวังโยวรั่ว

หวังโยวรั่วพอใจกับท่าทางตกใจของลั่วชิงหวงมาก มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียดหยาม ลั่วชิงหวงอยากจะสู้กับนางงั้นรึ ? ไม่มีทาง! นึกถึงตรงนี้ นางก็กล่าวออกมาว่า

“ไม่ผิด ชิงหวง หากเจ้ายอมรับผิดตอนนี้ก็ยังไม่สาย”

“ตามกฎระเบียบของจวนแม่ทัพใหญ่แล้ว อี๋เหนียงไม่มีสิทธิ์ค้นห้องของข้ามิใช่รึ ?” ลั่วชิงหวงขมวดคิ้วกล่าว

หวังโยวรั่วได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างมาก สิ่งที่นางเกลียดที่สุดในชีวิตก็คือ สถานะอนุของนาง เพราะมารดาของลั่วชิงหวงเป็นถึงองค์หญิงใหญ่ ดังนั้น…แม้มารดาของลั่วชิงหวงจะสิ้นชีวิตไปหลายปีแล้ว ตำแหน่งฮูหยินเอกก็ยังคงว่างอยู่ ส่วนนาง...ก็เป็นได้แค่อนุตลอดไป สถานะต่ำกว่าสถานะคุณหนูสายตรงของลั่วชิงหวงเสียด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้นางเกลียดลั่วชิงหวงถึงเพียงนี้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของหวังโยวรั่วก็ดูดุดันน่ากลัว รอยยิ้มก็ดูฝืน ๆ แทบจะกัดฟันกล่าวว่า

“หากการค้นห้องต้องมีเหตุและผล ข้าไม่เชื่อว่าท่านเจ้ากรมจะลงโทษข้าเพราะเรื่องแค่นี้ จางม่าม้า ซ่งม่าม้า ไปค้นห้องนางเดี๋ยวนี้!”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 12 ต้องชดใช้

    ลั่วชิงหวงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ลั่วหยวนได้ยินดังนั้นก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เรื่องที่หวังโยวรั่วแอบหักเบี้ยหวัดของลั่วชิงหวงในยามปกติ เขาก็รู้ เพียงแต่แสร้งทำเป็นไม่รู้เท่านั้น หวังโยวรั่วเป็นคนแบบไหน ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ แต่…เขาแค่ไม่ใส่ใจ เขาแค่ต้องการให้หวังโยวรั่วเชื่อฟังเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น“ปกติเจ้าไม่เคยไปที่นั่นไม่ใช่รึ ? ทำไมอยู่ ๆ ถึงไปที่นั่น ? ไม่รู้หรือว่าอาหารที่นั่นแพงแค่ไหน ?”หวังโยวรั่วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก ดวงตาของลั่วชิงหวงหันไปมอง ก่อนจะหัวเราะเยาะในใจ ถามได้ดีมาก นางกำลังรอให้หวังโยวรั่วถามคำถามนี้อยู่พอดีในดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ลั่วชิงหวงมองไปทางหวังโยวรั่วที มองไปทางลั่วหยวนที ทำท่าทางเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด สุดท้าย…นางก็กัดฟันกล่าวออกมาว่า“เมื่อหลายวันก่อน ลูกคุกเข่าอยู่ที่หน้าเรือนของอี๋เหนียงเพื่อขอความเมตตาให้ชิงเฉิง ตากฝนแล้วล้มป่วย มีไข้สองวันเต็ม หลังจากฟื้นขึ้นมาร่างกายยังอ่อนแอนัก แต่…อาหารที่ถูกส่งมาให้นั้น ล้วนแต่เป็นของที่กลืนไม่ลง ลูกไม่มีทางเลือกอื่น จึงจำต้องออกไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมฟางเซียงจวีเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 11 ปะทะฝีปาก

    เยว่ยวี่หลิวหลีและจวินรั่วเซวียนคือยอดหญิงงามคู่แฝดแห่งแคว้นจิ่น ซึ่งเป็นสตรีที่งามที่สุดในแคว้นจิ่น แต่…น่าเสียดายที่ต้องเป็นไปตามคำโบราณที่กล่าวไว้ ตั้งแต่โบราณมา คนงามมักอาภัพ สตรีทั้งสองได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน จวินอู่เฉินถึงกับโศกเศร้าอยู่เป็นเวลานาน ก็เพราะการจากไปของจวินรั่วเซวียนและเยว่ยวี่หลิวหลี จวินอู่เฉินจึงถ่ายโอนความรักความเอ็นดูที่เคยมีให้สตรีทั้งสองไปสู่บุตรธิดาของพวกนางเกือบทั้งหมดนี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาต้องแสร้งทำเป็นรักและเอ็นดูต่อลั่วอวิ๋นจื่อและลั่วชิงหวงเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลของจวินรั่วเซวียน เขาเองก็ไม่ชอบลั่วอวิ๋นจื่อและลั่วชิงหวงเช่นกัน โดยเฉพาะลั่วชิงหวง นางเติบโตมามีใบหน้าที่คล้ายจวินรั่วเซวียนมากเกินไป แม้ว่านิสัยจะอ่อนโยนน่ารัก แต่…ใบหน้าของนางก็ไม่อาจซ่อนเร้นความสูงศักดิ์ที่มีอยู่ในตัวได้ เมื่อใดที่มองหน้านาง ก็ทำให้เขานึกถึงท่าทีใช้อำนาจกดขี่ของจวินรั่วเซวียนทุกครั้ง ดังนั้น…แม้จะรู้ว่าหวังโยวรั่วแอบรังแกลั่วชิงหวงในยามปกติ เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นด้วยความรักใคร่เอ็นดูจากจวินอู่เฉิน และลั่วชิงหวงที่อ่อนโยนว่าง่ายมาโดยตลอด เขาจึงไม่เคยลงโทษลั่วชิงหวงเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 10 สี่คุณชายแห่งเมืองหลวง

    ลั่วชิงหวงมองดูจางม่าม้าและซ่งม่าม้ากรูกันเข้าไปในห้องของนางโดยไม่แสดงท่าทีขัดขวางใด ๆ ภายนอกดูราวกับตกใจกลัว ทว่า…ไม่มีใครเห็น ประกายแห่งการวางแผนและความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของดวงตานาง อยากค้นก็ค้นไปเถิด นางกลัวว่าหวังโยวรั่วจะไม่มาค้นห้องของนางต่างหากเล่า หากไม่ค้นห้องของนาง จะหาข้อหาดูหมิ่นกฎระเบียบของจวนแม่ทัพใหญ่มาลงโทษหวังโยวรั่วได้อย่างไรหากไม่ค้นห้องของนาง จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่านางมีเงินมากมายขนาดนี้ และเงินที่ถูกตัดทอนไปนั้นหายไปไหน ? หากไม่ค้นห้องของนาง จะทำให้ทุกคนรู้ได้อย่างไรว่าคุณหนูสายตรงอย่างนางต้องใช้ชีวิตลำบากอย่างไรจางม่าม้าและซ่งม่าม้ากรูกันเข้าไป รื้อค้นห้องของลั่วชิงหวงจนข้าวของกระจัดกระจาย เซียงหลิงเห็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับของคุณหนูถูกพวกนางจงใจทำแตกหักเสียหาย ก็อดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปาก คิดจะเดินเข้าไปห้าม“อดทนไว้” ลั่วชิงหวงเห็นการกระทำของเซียงหลิง นางเอียงหน้าเล็กน้อย แล้วกระซิบบอกเพียงคำเดียวเซียงหลิงได้ยินคำพูดของลั่วชิงหวง ก็พยายามระงับความอยากที่จะพุ่งเข้าไปห้ามไว้ได้ ในเวลาไม่นาน จางม่าม้าและซ่งม่าม้าก็รวบรวมเงินทั้งหมดที่อยู่ในห้องของลั่ว

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 9 ย้ำเตือนสถานะ

    ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะความตั้งใจทำลายชื่อเสียงของตัวเอง แต่…เพื่อดึงดูดความสนใจของท่านพ่อและฮ่องเต้ เพื่อให้นางสามารถอธิบายเหตุผลที่นางมากินอาหาร และเหตุผลที่นางไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารได้อย่างชัดเจน หากนางคิดไว้ไม่ผิด ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงจะกลับมาถึงในวันพรุ่งนี้“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดหนี้บุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์” คุณชายหลิวจิ่งพับพัด แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้หูลั่วชิงหวง กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ยั่วยวน หัวใจของลั่วชิงหวงสั่นไหวอย่างรุนแรง การสนทนากับสถานการณ์นี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน แต่…คำพูดนั้น กลับเหมือนกันทุกประการ ทว่า…บัดนี้ นางได้มองเห็นความจริงของสิ่งที่เรียกว่าความรักแล้ว นางจะไม่มีทางหวั่นไหวกับผู้ใดอีกสวรรค์ให้โอกาสนางกลับมาเกิดใหม่ สิ่งที่นางจะต้องทำคือจดจำบทเรียนในครั้งก่อนให้ดี และทวงคืนความเจ็บปวดที่ผู้อื่นเคยทำไว้กับนาง ลั่วชิงหวงไม่ได้เอ่ยตอบ นางพยักหน้าแล้วพาเซียงหลิงเดินจากไป เมื่อกลับมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ เซียงหลิงก็ยกมือขึ้นลูบหน้าอกของตนเอง พลางถอนหายใจโล่งอกแล้วกล่าวว่า“เมื่อครู่นี้ตกใจแทบตายเจ้าค่ะคุณหนู” ลั่วชิงหวงเห็นท่าทางของเซียงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 8 บุรุษชุดขาว

    และตอนนั้นเอง นางก็ได้พบกับเขา บุรุษชุดขาวที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมฟางเซียงจวี เขาบอกว่าผู้ที่กินเสร็จแล้วคิดหนีจะต้องถูกตัดมือ เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของนางแล้วหัวเราะออกมา ถามเย้าแหย่นางว่าควรทำอย่างไรดี นางจึงรีบอธิบายอย่างลนลานว่านางเป็นคุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่ นางลืมนำเงินมา นางจะกลับไปเอาเงินมาให้เขา หรือจะให้เขาตามนางกลับไปที่จวนก็ได้ทว่า…บุรุษชุดขาวผู้นั้นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยนางไป เขายืนกรานให้นางจ่ายเงินที่นี่เดี๋ยวนั้น ในตอนนั้น นางรู้สึกว่า ทำไมคนผู้นี้ถึงได้เจ้าเล่ห์นัก จึงอดไม่ได้ที่จะเสียมารยาท แล้วด่าออกไปว่า“เจ้าคนพาล!” ได้ยินนางด่า บุรุษชุดขาวก็ไม่ถือสา รอยยิ้มเย้าแหย่ยิ่งเข้มข้นขึ้น สุดท้าย…เขาก็สะบัดพัดพับอย่างสง่างาม แล้วกล่าวว่า“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดค้างบุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์ ~”นางมองเขากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ เขาแค่ยิ้ม นางกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ จึงค่อย ๆ เดินจากไป แล้วรีบวิ่งกลับไปจวนแม่ทัพใหญ่ปิดประตูห้อง แก้มทั้งสองข้างของนางร้อนผิดปกติ นางก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะวิ่งเร็วเกินไป หรือเป็นเพราะถูกบุรุษชุดขาวผู้นั้นเ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 7 โรงเตี๊ยมฟางเซียวจวี

    ทว่า…นางไม่เคยรู้เลยว่า การที่นางถูกรังแกเหมือนในอดีต ท่านพ่อล้วนแล้วแต่รู้เห็นเป็นใจ แท้จริงแล้ว คนที่ท่านพ่อรักที่สุดก็คืออนุรอง มิใช่ท่านแม่ยอดหญิงงามคู่แฝดแห่งแคว้นจิ่นในปีนั้นกลับมาแล้วรึ ? ก็ดี นางไม่ได้พบท่านพ่อที่แสนดีของนางมานานแล้ว“แค่ก ๆ” ลั่วชิงหวงไอออกมาเบา ๆ ดวงตาของนางฉายแววเย็นชาวูบหนึ่ง ไข้หวัดนี้ มิใช่เพียงแค่การโบยสามสิบไม้ก็สามารถลบล้างไปได้ หนี้ของนาง...จะทวงคืนอย่างช้า ๆต้นไม้ในสวนเริ่มเผยให้เห็นหน่ออ่อน เมื่อมองจากที่ไกล ๆ ก็ไม่เห็นความแห้งแล้งซีดเซียวอีกแล้ว แต่…กลับมีสีเขียวสดชื่นเพิ่มเข้ามาหลายส่วน ลั่วชิงหวงสวมเสื้อคลุมสีขาวดุจหิมะ ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ร่างที่ผอมบางดูอ่อนแอเป็นพิเศษในสายลม ราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ แต่กระนั้นนางก็ยังคงยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง ราวกับมีพลังงานที่มองไม่เห็นบางอย่างค้ำจุนนางไว้ ทำให้นางดูแน่วแน่และมั่นคงขนตาที่ยาวเหยียดทอดต่ำลง ในดวงตาที่ดำสนิทราวกับซ่อนเร้นความลึกล้ำไว้มากมาย นิ้วมือที่เรียวยาวขาวผ่องยื่นออกไป ค่อย ๆ เปิดบานหน้าต่างออก ลมกระโชกแรงพลันพัดเข้ามา ทำให้นางไอขึ้นมาอีกครั้ง“คุณหนู กำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ ?” เซียงหลิงที

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status