Share

บทที่ 7

Author: จิ่นจิ่นไม่ใช่ตัวร้าย
อากาศราวกับหยุดนิ่งลงในชั่วขณะ รอบด้านเงียบงัน ไร้สีสันใด ๆ

ในสายตามีเพียงฉือเย่า

เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อน กางเกงขายาวสีดำ ดูสดใส หล่อเหลา สง่างาม

แม้จะเป็นเพียงชุดทำงานธรรมดา แต่ด้วยใบหน้าหล่อคมไร้ที่ติและรูปร่างสูงใหญ่แข็งแรง กลับยิ่งขับให้เขาดูสุขุมสูงศักดิ์

ดวงตาของเขาลึกมืด มองจนสวี่หว่านหนิงรู้สึกอึดอัด เคร่งเกร็งไปทั้งตัว

ซูเยว่เยว่หยิบรองเท้าแตะมาวางตรงหน้าเขา “พี่เย่า เปลี่ยนรองเท้าสิคะ”

ฉือเย่าไม่ตอบสนอง สายตายังคงจับจ้องสวี่หว่านหนิงไม่กะพริบ

ซูเยว่เยว่ฝืนยิ้มอธิบาย “พอดีมีคดีเครื่องหมายการค้าถูกละเมิดค่ะ เพื่อนแนะนำสำนักงานกฎหมายมา ฉันก็ไม่คิดว่าจะส่งเธอมาเหมือนกัน”

สวี่หว่านหนิงขมวดคิ้ว พลางมองซูเยว่เยว่อย่างขุ่นเคือง

คำว่า ‘ไม่คิดว่าจะส่งเธอมา’ ช่างพูดออกมาได้หน้าด้านจริง ๆ

ฉือเย่าหันไปมองซูเยว่เยว่ ด้วยน้ำเสียงเย็นจัด “เธอมีบริษัทตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงมีคดีเครื่องหมายการค้า?”

ซูเยว่เยว่ชะงัก ก่อนจะยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “เอ่อ…”

“ฉันไม่รบกวนพวกคุณแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ” สวี่หว่านหนิงรู้สึกอัดอั้น ไม่อยากอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว แต่ฉือเย่ายืนอยู่ตรงตู้รองเท้า ทำให้ขวางทางออกและขวางจนทำให้เธอเปลี่ยนรองเท้าไม่ได้

“ได้สิ กลับไปเถอะ” ซูเยว่เยว่เชิดหน้า พูดอย่างมีนัย “ยังไงความสามารถทางวิชาชีพของเธอก็ธรรมดา ไม่ค่อยเป็นมืออาชีพ ฉันไม่กล้ามอบคดีนี้ให้เธอดูแลหรอก”

น่าขันจริง ๆ

บริษัทยังไม่มีด้วยซ้ำแล้วจะเอาเครื่องหมายการค้ามาจากไหนกัน

สวี่หว่านหนิงเองก็ไม่ใช่คนที่จะมีความอดทนไปเสียตลอด

“ความเป็นมืออาชีพของฉัน อยู่ที่การเคารพข้อเท็จจริงและกฎหมาย ไม่ใช่การทนให้ ‘ลูกความ’ ที่ยังไม่มีนิติบุคคลเป็นของตัวเอง เรียกฉันมาดูถูก เพื่อสนองความหยิ่งผยองของตัวเอง”

“การสนทนาวันนี้ ฉันจะคิดค่าบริการเป็นรายวินาที เดี๋ยวจะส่งใบแจ้งหนี้ไปให้ สแกนจ่ายได้เลย” เมื่อพูดจบ สวี่หว่านหนิงเดินตรงเข้าไป เบียดผ่านกลางระหว่างฉือเย่ากับซูเยว่เยว่ ก่อนจะเอาศอกกระแทกเข้าที่ตัวเขาแรง ๆ “ขอทางหน่อยค่ะ”

ฉือเย่าถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองเธออย่างงุนงง

ซูเยว่เยว่เดือดดาล “สวี่หว่านหนิง เธอทำท่าทีอะไรเนี่ย”

สวี่หว่านหนิงไม่สนใจ พลางเปลี่ยนรองเท้าของตัวเอง แล้วเดินออกไป

แต่ความอัดอั้นในอกยังไม่จาง เธอหันกลับไปพูดกับซูเยว่เยว่ “คุณซูคะ เมนูพระกระโดดกำแพงของร้านเฉินจี้ไม่ใช้รสชาติที่แท้จริงเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ได้ตุ๋นครบ 12 ชั่วโมงด้วย ครั้งหน้า ลองร้านเหลียงจี้ที่ถนนเฉิงซีดูนะคะ ร้านนั้นรสชาติดั้งเดิมกว่ามากค่ะ”

สีหน้าซูเยว่เยว่เขียวคล้ำทันที กำหมัดแน่นพลางกัดฟันจ้องเธอ “นี่ เธอ…”

ฉือเย่าหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ แทบสังเกตไม่เห็น

ยังไม่รอให้ซูเยว่เยว่ระเบิดอารมณ์ สวี่หว่านหนิงก็สาวเท้าก้าวยาว ๆ ออกไป

เมื่อได้เห็นสีหน้าซูเยว่เยว่ทำหน้าเหม็นเหมือนเห็นอุจจาระ อารมณ์อัดอั้นในอกของเธอก็โล่งขึ้นบ้าง

พอลงลิฟต์มาถึงชั้นล่าง ข้างนอกกลับกลายเป็นห่าฝนกระหน่ำ

ตอนมาอากาศมันยังอบอ้าว แต่ฟ้าโปร่ง

นี่ฉันจะกลับไม่ได้แล้วงั้นเหรอ

สวี่หว่านหนิงค้นในกระเป๋า แต่หาร่มไม่เจอ

เธอเงยหน้ามองฟ้า ก็เห็นท้องฟ้าดำทะมึน เมฆหนาหนักราวกับจะถล่มลงมา และมีลมพายุพัดกระหน่ำ กิ่งไม้ในหมู่บ้านกระทบกันเสียงดัง

เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น

เมื่อเธอเปิดดู เพิ่งรู้ว่าตั้งแต่เช้า พยากรณ์อากาศส่งเตือนพายุไต้ฝุ่นระดับกลางมาแล้วหลายครั้ง แต่เธอไม่ทันสังเกตเลย

เมืองเซินเฉิงอยู่ติดทะเล การเกิดพายุไต้ฝุ่นเป็นเรื่องปกติ

ถ้าไม่ไปตอนนี้ พอศูนย์กลางของพายุพัดเข้ามา เธอจะยิ่งไปไหนไม่ได้

กระเป๋าเอกสารของเธอกันน้ำได้ ถ้าจะเปียกก็ให้มันเปียกไปเถอะ

สวี่หว่านหนิงกัดฟัน ก่อนจะยัดมือถือใส่กระเป๋าเอกสารแล้วกอดมันไว้ พลางพุ่งตัวออกไป

แต่เธอประเมินพลังฝนและพายุต่ำเกินไป

พอออกจากอาคาร เมื่อไร้ที่กำบัง แรงลมพัดจนเธอยืนแทบไม่อยู่ ราวกับมีมือยักษ์ผลักเธอทำให้เดินไม่เป็นเส้นตรงเลยเอนเอียงไปด้านข้างตลอด

ฝนซัดใส่ร่าง หนาวทะลุกระดูก แถมเจ็บผิวเล็กน้อย ทั้งตัวเปียกโชก และมองทางแทบไม่เห็น

ร่างกายบอบบางและขาไร้เรี่ยวแรง ทำให้เดินได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกพัดล้มลงบนสนามหญ้าข้างทาง

ฝนแรงจนตัวสั่น เธอพยายามลุกขึ้นแต่พอยืนได้ เดินไปไม่กี่ก้าวก็ล้มลงอีกครั้ง

มือหนึ่งกอดกระเป๋าเอกสารเอาไว้ และอีกมือก็คว้ากิ่งไม้ไว้

เมื่อกำลังจะลุกขึ้น

จู่ ๆ ก็มีมือใหญ่มือหนึ่งคว้าเข้าที่เอวของเธอ

ทั้งร่างกายของเธอถูกอุ้มขึ้น แผ่นหลังแนบชิดกับแผงอกอุ่นแข็งแรง เหมือนอยู่ในอ้อมแขนผู้ชาย

ชายคนนั้นโอบเอวเธอจากด้านหลัง

จนเท้าของเธอลอยจากพื้น ราวกับตุ๊กตาผ้านุ่มไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะถูกอุ้มกลับเข้าไปในตัวอาคาร

ทุกย่างก้าวของเขามั่นคง หนักแน่น ดูเหมือนรูปร่างที่สูงใหญ่แข็งแรง จะไม่หวั่นต่อแรงลมระดับนี้

เมื่อกลับมาถึงโถงชั้นหนึ่งอีกครั้ง สวี่หว่านหนิงรู้สึกราวกับได้ชีวิตคืนมา

เขาวางเธอลงอย่างแผ่วเบา เธอหายใจเฮือก ตัวสั่นด้วยความหนาว มือหนึ่งหิ้วกระเป๋าเอกสาร อีกมือปาดน้ำฝนออกจากหน้าและดวงตา แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณ

“ขอบคุณมากค่ะ ฉันเกือบโดนพายุพัดปลิวไปแล้ว ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”

“ผอมขนาดนี้ ปกติไม่กินข้าวหรือไง?”

เสียงนั้นคุ้นเคย ทั้งทุ้มต่ำและเยือกเย็น ปนความไม่พอใจเล็กน้อย

หัวใจสวี่หว่านหนิงกระตุก เงยหน้าขึ้นทันที

นอกจากคุ้นเสียงแล้ว ยังเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

ฉือเย่างั้นเหรอ

เธอยืนนิ่งไปชั่วขณะ จนลืมไปเลยว่าควรตอบสนองอย่างไร

ฉือเย่าเปียกไปทั้งตัว ผมสั้นนั้นมีหยดน้ำไหลลงมาตามใบหน้า

เขายกมือปาดหน้า ก่อนจะเสยผมจากหน้าผากไปด้านหลังพลางสะบัดหยดน้ำออกแล้วขมวดคิ้วมองสีหน้าเหม่อลอยของเธอ พลันเอ่ยน้ำเสียงหนักขึ้น “ข้างนอกฝนตกหนักลมแรงขนาดนี้ ยังจะวิ่งออกไปทำไม”

สวี่หว่านหนิงได้สติ ก่อนจะพูดเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “อีกชั่วโมงพายุจะขึ้นฝั่ง ถ้าไม่ไปตอนนี้ เดี๋ยวจะไปไม่ได้เลยค่ะ”

ฉือเย่าหันไปมองฝนด้านนอก “แค่ตอนนี้ ลมก็พัดเธอล้มได้แล้ว”

“คุณ…ช่วยขับรถไปส่งฉันได้ไหม” สวี่หว่านหนิงถามอย่างหน้าด้านเล็กน้อย

ฉือเย่าขมวดคิ้ว “แล้วไงต่อ”

“คะ?” เธองง

“ให้ผมไปส่งคุณ พอพายุเข้ามาจริง ๆ แล้วน้ำท่วมถนนก็ให้ผมติดอยู่แถวนั้นงั้นเหรอ”

สวี่หว่านหนิงรู้สึกเหมือนสมองขึ้นสนิมเพราะตากฝน เลยรีบขอโทษ “ขอโทษค่ะ ฉันคิดไม่รอบคอบเอง”

แววตาของฉือเย่าร้อนแรงขึ้น เขาสูดหายใจลึก ก่อนจะหันไปมองฝนด้านนอก และขยับลูกกระเดือกขึ้นลง “ไปเถอะ ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียก ๆ นี่ก่อน”

พอคิดว่าขึ้นไปจะต้องเห็นชีวิตอยู่ร่วมกันของเขากับซูเยว่เยว่ หัวใจของสวี่หว่านหนิงก็ปวดขึ้นมา เธออยากอยู่ให้ไกลจากพวกเขาที่สุด

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ”

เธอยอมหนาวอยู่ตรงนี้แล้วรอให้เสื้อผ้าแห้งเอง ดีกว่าต้องทรมานใจแบบนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่เธอเพิ่งเปิดโปงคำโกหกของซูเยว่เยว่ อีกฝ่ายก็คงไม่อยากให้เธอเข้าบ้านแล้ว

“จะมาดื้ออะไร” ฉือเย่าพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “กลัวผมจะกินคุณหรือไง?”

สวี่หว่านหนิงชะงัก ก่อนจะเงยหน้ามองเขา

แล้วก็เพิ่งสังเกตว่า ตอนเขาพูดสายตามักจะมองไปทางประตู

เธอก้มลงมองตัวเอง

ทันใดนั้น เธอก็สะดุ้งสุดตัวแล้วรีบกอดกระเป๋าเอกสารแนบอก

หัวใจเต้นแรง จนแก้มร้อนวูบขึ้นมา

เธอลืมไปแล้วว่าวันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวบาง

เมื่อกี้พอโดนฝนสาด เสื้อขาวเปียกจนแนบผิว เสื้อนั้นบางมากจนเผยให้เห็นสัดส่วนทั้งหมด แม้แต่สีและรูปทรงของชุดชั้นในก็ชัดเจน

ใบหูของฉือเย่าแดงจัด เขากลั้นหายใจอย่างแนบเนียนก่อนจะหันหลังเดินไปทางลิฟต์แล้วทิ้งคำพูดเย็น ๆ ไว้ประโยคเดียว “ขึ้นไป”

สวี่หว่านหนิงมองแผ่นหลังเขา ก่อนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วก็นึกถึงสภาพของตัวเองตอนนี้

พายุยังไม่ขึ้นฝั่งแต่ลมแรงขนาดนี้แล้ว ดูท่าคงไปไหนไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้

ยืนรออยู่ตรงนี้ก็ไม่มีอะไรดี มีแต่จะทำให้หนาวจนป่วย มันก็ไม่คุ้มกัน

ช่างเถอะ ทนซูเยว่เยว่อีกครั้งก็ได้ ถ้าเธอไม่ยอมให้เข้าบ้าน ก็ไปนั่งในบันไดทั้งคืนก็ยังได้

ฉือเย่ากดลิฟต์ จากนั้นประตูลิฟต์ค่อย ๆ เปิดออก

สวี่หว่านหนิงกอดกระเป๋าเอกสาร แล้วสาวเท้าก้าวเร็ว ๆ เพื่อตามเขาเข้าลิฟต์
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 30

    วันแรกของการอยู่ร่วมกัน สุดท้ายก็ยังมีความอึดอัด ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติอยู่บ้างสวี่หว่านหนิงขังตัวเองอยู่ในห้อง เพื่ออ่านสำนวนคดีพร้อมทั้งเฝ้าสังเกตหลี่เสวี่ยจากตึกฝั่งตรงข้ามยามเย็น เธอสังเกตเห็นหลี่เสวี่ยพาชายวัยกลางคนคนหนึ่งกลับบ้านทั้งสองกอดจูบกันในห้องนั่งเล่น จากนั้นก็รูดม่านปิดลงสวี่หว่านหนิงถึงกับตกตะลึงหลี่เสวี่ยคนนี้ อายุปูนนี้แล้ว ตกลงเธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมากี่คนกันแน่?ไม่กลัวเฉินจื่อหาวกลับบ้านมาเห็นหรือไง?“ก๊อก ก๊อก!”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ดึงสติของสวี่หว่านหนิงกลับมาเธอรีบเก็บกล้องส่องทางไกลใส่ลิ้นชัก ก่อนจะหันไปมองประตู “มีอะไรหรือเปล่า?”“ทำกับข้าวเยอะไปหน่อยน่ะ เธอจะมากินด้วยกันไหม?”สวี่หว่านหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาเธอมักจะยุ่งจนลืมกินข้าว เลยไม่รู้ตัวเลยว่าเป็น 6 โมงเย็นแล้ว“ได้ค่ะ”เธอถือโทรศัพท์ออกจากห้อง เดินไปที่โต๊ะอาหารเพื่อนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉือเย่าบนโต๊ะมีอาหาร 3 อย่างกับซุปหนึ่งหม้อเนื้อผัดไข่ ปลานึ่ง ผักกาดแก้วผัด ซุปฟักกับซี่โครงหมูและข้าวสวยสองชามที่ตักไว้เรียบร้อยเธอเหมือนไม่ได้กินอาหารบ้านๆ ที่ครบถ้วนและมีคุณค่าขนาดนี้ม

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 29

    สุดท้ายยังต้องลงนามและพิมพ์ลายนิ้วมือ กลายเป็นสัญญาอยู่ร่วมกันอย่างเป็นทางการมีผลผูกพันทางกฎหมายฉือเย่าวางขวดน้ำลง นั่งลงบนโซฟาเพื่ออ่านกฎแต่ละข้ออย่างละเอียดอ่านจบ เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อ จากนั้นกดลายนิ้วมือลงบนแท่นหมึกสีแดงที่เตรียมไว้ข้างๆสวี่หว่านหนิงหิ้วถุงใหญ่ 2 ถุงกลับมาจากข้างนอกเธอเงยหน้าขึ้น สายตาบังเอิญสบกับดวงตาสีดำลึกของฉือเย่าจึงเกิดอาการชะงักไปชั่วขณะอยู่คนเดียวมา 5 ปี จู่ๆ ในบ้านก็มีผู้ชายเพิ่มขึ้นมาแถมยังเป็นแฟนเก่าอีกมันไม่ชินจริงๆ และต้องใช้เวลาในการปรับตัวเธอหลบสายตา เดินไปเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้าไป “คุณเซ็นสัญญาแล้วหรือยัง?”“เซ็นแล้ว” ฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ออกมา เดินเข้าไปหาเธอแล้วเปิดหน้าจอให้เห็นคิวอาร์โค้ดสวี่หว่านหนิงก้มมองโทรศัพท์เขา “ทำอะไร?”“ในสัญญามีข้อเรื่องการช่วยเหลือกันและการแบ่งค่าใช้จ่ายถ้าไม่มีช่องทางติดต่อคุณจะโอนค่าเช่ายังไง”ความสัมพันธ์แบบอยู่ร่วมกัน จำเป็นต้องแลกข้อมูลติดต่อกันจริงๆไม่ว่าจะเป็น ฝนตกต้องช่วยกันเก็บผ้า ลืมปิดเตาหรือโอนค่าเช่าทางออนไลน์ ล้วนต้องติดต่ออีกฝ่ายได้เธอลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะวางถุงลงเพื่อห

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 28

    เมื่อออกจากห้องมาแล้ว เสิ่นฮุ่ยกับไป๋ซวี่จับมือกันเข้าไปในลิฟต์ไป๋ซวี่รีบโอบกอดเสิ่นฮุ่ยไว้ พูดเสียงอ่อนโยนปลอบใจ “ขอโทษนะ ที่รัก”เสิ่นฮุ่ยผลักเขาออก “ไปให้พ้น ก็บอกแล้วว่าใครไม่หย่าใครเป็นหมาไง”ไป๋ซวี่ทำหน้าจริงใจ “โฮ่ง โฮ่ง!”เสิ่นฮุ่ยกลั้นหัวเราะไม่อยู่แต่แล้วก็พึมพำอย่างเศร้าๆ “ฉันรู้สึกผิดกับหนิงหนิง พวกเราใช้เรื่องหย่ามาบีบให้เธอยอม ฉันรู้สึกผิดกับเธอจริงๆ”ไป๋ซวี่ทำหน้าบริสุทธิ์ “แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกหนิ ใครจะรู้ว่าทั้งเธอทั้งฉือเย่าต่างก็หัวแข็ง ไม่มีใครยอมถอยเลย”“หนิงหนิงทำเพราะต้องสืบคดีของพ่อเธอ ฆาตกรก็อยู่ตึกฝั่งตรงข้าม เธออยู่ที่นี่สะดวกกว่า แต่ฉือเย่าล่ะ ทำไมเขาไม่ยอมย้ายเหรอ”ไป๋ซวี่ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าฉงน “ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ปกติฉือเย่าเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน วางตัวดี มีมารยาทและภาพลักษณ์ยอดเยี่ยม แต่ครั้งนี้ ผมเดาไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงดื้อรั้นขนาดนี้”“ช่างเถอะ ไม่สนแล้ว ในเมื่อเรื่องทางนี้จบแล้ว งั้นเราไปที่สำนักงานทะเบียนสมรสดีกว่า”“ที่รัก อย่าขู่ผมเลย ผมเลือดลมยิ่งไม่ดีอยู่ หัวใจจะรับไม่ไหวแล้ว”เสิ่นฮุ่ยเม้มปากยิ้มบางๆไป๋ซวี่จับมือเธอขึ้นมาจูบ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 27

    “ฉันไม่ไป” สวี่หว่านหนิงส่ายหน้า เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่อาศัยและไม่ใช่เรื่องราคาเลยด้วยซ้ำการอยู่ที่นี่ ทำให้เธอสะดวกในการติดตามสืบสวนแม่ของเฉินจื่อหาว เพราะจริงๆ แล้วเมื่อครึ่งปีก่อนเธอก็คิดจะย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ แต่ค่าเช่าแพง แถมที่พักแถวนี้ก็หายาก แผนการดังกล่าวเลยถูกพับเก็บมาจนถึงตอนนี้กว่าจะได้เจอห้องของเสิ่นฮุ่ยที่ว่างพอดี ยังให้เช่าเธอในราคาครึ่งหนึ่ง เธอไม่มีทางยอมย้ายออกเด็ดขาดยิ่งไปกว่านั้น บ้านฝั่งตรงข้ามของฉือเย่ามีซูเยว่เยว่อาศัยอยู่ แค่คิดว่าต้องเจอผู้หญิงคนนั้นบ่อยๆ ก็ปวดหัวแล้วฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดประวัติการพูดคุยผ่านข้อความ ก่อนจะตั้งหน้าจอแนวตั้งให้สวี่หว่านหนิงดู “คุณเป็นทนาย น่าจะรู้ดีกว่าผมว่าข้อความการคุยผ่านโทรศัพท์ในรวมถึงหลักฐานการโอนเงินล้วนมีผลทางกฎหมาย ใช่ไหม?”สวี่หว่านหนิงเงียบไปฉือเย่าพูดต่อ “บ้านหลังนี้ ผมย้ายเข้ามาอยู่ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าครึ่งปีเรียบร้อย อะไรก็ต้องมีมาก่อนมาหลัง ตอนนี้คุณถือว่าแย่งชัดๆ”สวี่หว่านหนิงสูดหายใจลึกเพราะแอบรู้สึกผิดเล็กน้อย เธอเอามือดึงเชือกหมวกเสื้อฮู้ดไปมา “บ้านหลังนี้เ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 26

    ณ เขตเตี๋ยอวิ๋นสวี่หว่านหนิงแบ่งเวลาช่วงสุดสัปดาห์ ย้ายบ้านคนเดียวเมื่อจัดของจนถึงเที่ยงคืน เธอเหนื่อยกระดูกแทบหักเธออาบน้ำ แล้วเข้าไปนอนพักเธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากนอกห้องในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นในฐานะผู้หญิงโสดที่อาศัยอยู่คนเดียวมานาน สวี่หว่านหนิงมีสัญชาตญาณระแวดระวังสูง เธอเลยสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเธอเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเหลือบมองเวลาเวลาตี 5:30เป็นช่วงเวลาทองของพวกโจรจริงๆสวี่หว่านหนิงทั้งกลัวทั้งไม่สบายใจ จึงสวมเสื้อคลุมบางๆ แล้วคว้าปืนช็อตไฟฟ้าออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะค่อยๆ เดินไปทางประตูอย่างระมัดระวังเธอแนบหูลงกับบานประตู ก็ได้ยินเสียงเคาะ “ปึงๆ” ดังขึ้นทันที ทำเอาเธอสะดุ้ง ถอยหลังไปสองก้าวขโมยถึงกับกล้าเคาะประตูงั้นเหรอ อุกอาจเกินไปแล้วหรือจะเป็นเสิ่นฮุ่ยหัวใจของสวี่หว่านหนิงเต้นกระหน่ำ ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ เธอกำปืนช็อตแน่น แล้วตะโกนถาม “ใครน่ะ”“ออกมาหน่อยสิ”เสียงผู้ชายจากนอกประตู คุ้นเคย อบอุ่น นุ่มลึกและมีเสน่ห์เหมือนเสียงของฉือเย่าเลยสวี่หว่านหนิงตกตะลึงพลางคิดว่าตัวเองหูฝาด “คุณเป็นใครกันแน่ เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง ฉันแจ้งตำรวจแล้ว ถ้ารู

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 25

    หลังจากตั้งสติอยู่พักใหญ่ เขาเผยรอยยิ้มที่ดูเจ็บปวดยิ่งกว่าการร้องไห้ เม้มริมฝีปาก พยักหน้าเบาๆ แล้วถอนหายใจยาวเขาไม่พูดอะไรสักคำ ความผิดหวังในดวงตาราวกับกำลังลุกไหม้ จากนั้นก็หันหลังอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนจะเดินผ่านโซฟาไปคว้าเสื้อสูทและเนกไทของตัวเอง แล้วก้าวออกจากห้องเช่าไปอย่างรวดเร็วสวี่หว่านหนิงพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง พลางมองแผ่นหลังของฉือเย่าที่จากไปหัวใจของเธอเหมือนถูกควักออกไปทั้งก้อน เลือดไหลนอง เจ็บจนแทบขาดใจ เธอใช้มือทั้งสองปิดปากแน่น ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาแต่น้ำตากลับไหลทะลักราวกับเขื่อนแตกเธอไถลตัวลงตามผนัง นั่งยองอยู่กับพื้น ร่างกายสั่นไม่หยุด ปากถูกปิดแน่นจนทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นจากลำคอ สายตามัวพร่าไปด้วยน้ำตา ทั้งใบหน้าและหลังมือเปียกชุ่มไปหมดเจ็บเหลือเกิน… เจ็บจริงๆฉันควรทำอย่างไรดีขอโทษนะ ฉือเย่า ขอโทษจริงๆ…——เดือนพฤศจิกายน เมืองเซินเฉิงมีฝนตกหนักครั้งใหญ่เมืองชายทะเลทางใต้ ในที่สุดก็ได้รับคลื่นอากาศหนาวระลอกแรกอุณหภูมิ 18 องศาเซลเซีย ทั้งชื้นทั้งเย็น ลมที่พัดมาแทรกซึมถึงกระดูก หนาวจนฟันกระทบกันไม่หยุดไม่กี่วันก่อน สวี่หว่านหนิงได้รับแจ้งจากเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status