LOGIN“ฮือ...ไม่ ฉันไม่ได้ทำนะ”
กลิ่นอายความเจ็บปวดยังคงไม่จางหาย เสียงร้องไห้ยังดัง
“ผมรักเขานะ แต่ผมคงไม่ดีพอที่เขาจะลดตัวมารักคนอย่างผมหรอก”ไตรกาลหลุบตามองมือตัวเองด้วยความขมขื่น ชาติกำเนิดของเขามันเลิกเกิดไม่ได้ ผู้ชายที่เคยหากินมาก่อนใครเขาจะได้เป็นคู่ชีวิต ขนาดมีลูกด้วยกันเธอยังรังเกียจจนไม่อยากเข้าใกล้“สัญญากับผมได้ไหม ว่าจะดูแลลิลลี่กับลูกให้ดีที่สุด”“แล้วเรื่องคดี?”“ผมไม่ต้องการให้เขาติดคุก ผมบอกตำรวจว่าเป็นอุบัติเหตุหน่ะ ผมสงสารทิวลิป แกเป็นเด็กน่ารักและขี้อ้อน เหมือนกับลูกสาวผม ผมรู้ว่าการที่ลูกต้องห่างอกพ่อแม่มันทรมานขนาดไหน...เด็กน้อยควรจะได้อยู่กับพ่อแม่ คุณว่าไหม?”ท้ายประโยคเขาหันกลับมาถามไตรกาลแต่ตัวเองกลับเจ็บแปลบๆ ในอก พลางคิดไปถึงลูกสาวของเขาที่ตอนนี้คงกำลังเจื้อยแจ้วอยู่ที่ไหนสักแห่ง หรือไม่ก็กำลังกินขนมอยู่กับอลิสาจนแก้มยุ้ยอยู่เป็นแน่คิดถึงแล้วใจหาย ตั้งแต่อลิสากลับไปในวันนั้น จนวันนี้ล่วงเลยมาถึงห้าวันแล้วที่เธอเงียบหายไปพร้อมๆ กับอันนา วายุพยายามถามไถ่คนที่บ้านแต่กลับได้รับคำตอบเหมือนๆ กัน คืออลิสาไปทำงานต่างจังหวัดแต่ในความรู้สึกลึกๆ แล้ว
“ฮือ...ไม่ ฉันไม่ได้ทำนะ”กลิ่นอายความเจ็บปวดยังคงไม่จางหาย เสียงร้องไห้ยังดังระงมอย่างต่อเนื่อง สองแขนกอดรัดตัวเองอย่างน่าสงสาร พลางขยับกายหนีทุกครั้งที่มีคนเข้าหา เสียงปืนที่ดังขึ้นกับเลือดที่ไหลนองท่วมตัวของวายุ ยังคงตามหลอกหลอนลลิตาไม่จางหาย หลับตาลงครั้งใด สีของโลหิตที่ไหลหลั่งลงพื้นยังคงติดตาจนหลับไม่ลง“ไม่ๆ ยุ...ไม่ ลิลลี่ไม่ได้ทำ ฮือ...ไม่”ลลิตายังหลีกหนีทุกคนที่เข้าใกล้ด้วยความหวาดกลัว บางครั้งเธอกลับมีอาการคลุ้มคลั่งอย่างเห็นได้ชัด เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ แต่บางครั้งกลับนั่งซึมจนน่าสงสารไตรกาลเดินเข้ามาขนาบข้าง ก่อนจะค่อยๆ ทรุดกายนั่งลงเคียงข้างกัน“คุณจะเอาเรื่องลิลลี่เขาหรือเปล่า”ร่างสูงของไตรกาลเอ่ยขึ้นเบาๆ ในขณะที่สายตาทอดมองไปยังร่างบางของลลิตาที่นั่งกอดตัวเองอยู่มุมห้องของตึกสูงในโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย“คุณคิดว่ายังไงล่ะ”วายุไม่ตอบแต่เขาเลือกที่จะถามกลับ เขาไม่อยากทำร้ายเธออีกต่อไป ถ้าผู้ชายตรงหน้าไม่ต้องการลลิตา เขาจะได้ดำเนินการทุกอย่
“กินดีๆ สิ...”ใบหน้างามเห่อร้อน โหนกแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย เมื่อร่างสูงเอาดูดหลอดเล่นๆ ไม่กินน้ำสักที ปากหยักรูดขึ้นลงบริเวณปลายหลอดด้วยความสนุกพร้อมกับจ้องหน้าเธอไปด้วย มือหนาที่โอบเอวสอบอยู่นั้นก็ขยับยุกยิกไม่อยู่นิ่ง ดวงตาเขาจ้องมาที่เธอจนอลิสามือแทบสั่น ยิ่งเห็นความมันวาวที่ปลายหยอดและริมฝีปากของเขา อลิสายิ่งร้อน...ร้อนบริเวณกลางกาย“อลิซ!” เสียงทุ้มกระซิบเสียงจนเธอสะดุ้ง อลิสารีบดันตัวออกจากวงแขนแกร่งทันทีด้วยความอาย มือไม้รีบจัดของเก็บเข้าที่ด้วยความลนลาน ทำให้เจ้าเล่ห์อดสงสารไม่ได้จึงต้องเลิกแกล้งเธอไปในที่สุด“อลิซ”“คะ คุณจะเอาอะไรเหรอ”อลิสาหันหน้ามาถามทั้งที่ใบหน้ายังแดงไม่หาย แม้ความร้อนรุ่มในส่วนนั้นจะบรรเทาลง แต่เพียงเห็นรอยยิ้มของเขามันกลับทำให้เธอเร่าร้อนขึ้นมาอีกครั้ง“มานั่งนี่หน่อยสิ”วายุตบมือลงบนที่นอนข้างกาย อลิสารีบถลันตัวมาหาเขาทันที พลางยกมือขึ้นอังหน้าผากเพื่อวัดไข้เขาด้วยความเป็นห่วง“เจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า”สีหน้
“ผมบอกแล้วไง ว่าไม่หิว...”ประโยคช่วงท้ายขาดหาย วายุค้นหาเสียงตัวเองไม่เจอโดยฉับพลัน หัวใจมันกระตุกรัวเมื่อใครบางคนมายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับข้าวของมากมาย“ถ้าไม่หิว จะได้เอาไปเทให้หมากิน”อลิสาขู่เขาหน้าตาย ใบหน้างามอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาทั้งสองบวมแดงอย่างน่าสงสาร เธอคงผ่านการร้องไห้มาไม่น้อยกว่ามารดาเขาเป็นแน่ ไหนจะผมเผ้าที่ไม่เรียบร้อยผิดวิสัยของเจ้าตัวนั้นทำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก“เอ่อ...”วายุยังคงอึดอัดด้วยไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอะไรก่อนเป็นสิ่งเเรก แต่ที่แน่ๆ อลิสาคงเบื่อที่จะฟังคำขอโทษจากคนเลวๆ แบบเขา“ว่าไงคะ จะกินหรือเปล่า” อลิสาถามขึ้นด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย สองมือยังถือของไว้ไม่ยอมวาง หากเขายังยืนยันที่จะไม่ทานอาหารเย็น กับข้าวที่เธอตั้งใจทำมาเป็นชั่วโมงมันจะได้ไปอยู่ในถังขณะในทันที“...” วายุพยักหน้ารับแทบจะทันสี กลิ่นอาหารที่เตรียมมานั้นยั่วน้ำลายได้ไม่น้อย อลิสารีบวางข้าวของบนโต๊ะด้วยความพอใจ จากนั้นจึงรีบจัดแจงอาหารเย็นออกมาให้เขาทานข้าวต้มหมูที่แสน
หลังจากบิดามารดาพากันกลับไป ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง วายุทิ้งตัวลงด้วยความอ่อนแรงบาดแผลทั่วร่างกำลังอักเสบได้ที่ แต่แปลกที่เขากลับรู้สึกเพียงแค่ชาเท่านั้น หัวใจเขาต่างหากที่มันกำลังระบม...วายุนอนมองเพดานสีขาวด้วยความเหนื่อยหน่าย ร่างสูงนอนมองมันสลับกับประตูสีขาวอย่างใจจดใจจ่อเพื่อรอใครบางคน แม้คนผิดอย่างเขาจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใดจากเธอทั้งสิ้น แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังหวังให้เธอมาเยี่ยมบ้าง...แค่สักนิดก็ยังดี แต่จนแล้วจนรอดทุกอย่างก็ยังคงตกอยู่ในความเงียบ ตามท่ามกลางแสงตะวันที่กำลังจะหมดไปร่างสูงถอนหายใจเสียงดังเฮือก สายตากวาดมองไปท่ามกลางห้องพักที่กว้างใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย แม้จะมีความสะดวกสบายทุกอย่างครบครัน แต่มันกลับอ้างว้างในความรู้สึก กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วยิ่งทำให้ความเหงาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีก๊อก ก๊อก ก๊อกวายุหันขวับไปที่ประตูบานหนาด้วยความตื่นเต้น พลางขยับกายลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก รอยยิ้มปริกว้างถูกเตรียมไว้รอรับคนที่กำลังคิดถึง สุดท้ายเธอก็มาเยี่ยมเขา...“ขออนุญาตนะคะ อาหารเ
ท่ามกลางบรรยากาศกำลังหนาวเหน็บจากสายฝนที่กำลังโหมกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องดังสนั่นคุ้งฟ้า แต่กลับไม่สามารถทำให้คนที่กำลังเหม่อลอยหวาดกลัวได้สักนิด อลิสายืนทอดสายตาท่ามกลางความมืดมิดที่แสนอ้างว้างนั้น จู่ๆ หัวใจกลับเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้สองแขนยกขึ้นกอดรัดตัวเองแน่น บรรยากาศในโรงพยาบาลไม่น่าถวิลหานักเท่าไหร่สำหรับอลิสา ครั้งสุดที่สุดท้ายที่เหยียบย่างเข้ามาก็ตอนที่คลอดนางฟ้าน้อยๆ ของตัวเองอลิสาหมุนกายกลับมานั่งประจำที่ของตน พลางลอบมองใบหน้าคร้ามคมที่หลับสนิทด้วยฤทธิ์ของยาอย่างคิดไม่ตก กระสุนนัดนั้นพุ่งตรงสู่ช่องท้องของวายุอย่างไม่ต้องสงสัย ร่างสูงทรุดฮวบลงทันทีที่ถูกยิง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป เขาจึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลาตลอดระยะเวลากว่าสามชั่วโมงในห้องผ่าตัด ทุกคนกระวนกระวายอยู่หน้าห้องด้วยหัวใจที่ร้อนรน มารดาเขาถึงกลับเป็นลมล้มพับไปทันทีที่ทราบข่าว ส่วนหนูน้อยอันนานั้นร้องไห้โยเยจนหลับใหลไปพร้อมๆ กับคราบน้ำตาที่ยังเกรอะกรังบนใบหน้าหัวใจของอลิสาราวกับถูกปลิดออกจากขั้ว เมื่อเห็นหยาดโลหิตสีแดงฉานที่ไหลนองพ







