INICIAR SESIÓNทางด้านหลัวลู่ชิง ที่ตอนนี้กำลังถกเถียงกับมารดาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เจ้าไม่ได้ทำนางจริง ๆ หรือ?” เล่อเจียวซิน ฮูหยินรองของจวนราชครู เอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะหากบุตรสาวของนางเป็นผู้ทำเรื่องนี้จริง เกรงว่าคงจะพ้นโทษยากเสียแล้ว
“เรื่องนี้ข้ามิได้ทำ ท่านแม่อย่ามาใส่ร้ายข้า” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยความโมโห เพราะเรื่องที่หลัวอี๋อิงตกน้ำนั้น นางไม่ได้ทำเสียหน่อย ทำไมนางจะต้องยอมรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำด้วยเล่า
“ให้มันจริงอย่างที่เจ้าพูดเถิด เพราะหากเป็นเจ้าเป็นผู้ลงมือทำจริง ข้าจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเจ้าอย่างเด็ดขาด” เล่อเจียวซินพูดขึ้นคล้ายจะข่มขู่บุตรสาว เพราะนางไม่เคยสอนให้บุตรสาวของนาง มีจิตใจที่อิจฉาริษยาหรือโกรธ เกลียด ใครเลยแม้แต่น้อย แต่เหตุใดบุตรสาวของนางถึงได้จ้องแต่จะคิดหาทางชิงดีชิงเด่นกับหลัวอี๋อิงได้ก็มิรู้
“เหตุใดท่านแม่ถึงไม่เคยเชื่อข้าเลย ข้าเป็นบุตรสาวของท่านนะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยความน้อยใจ
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวล กลัวว่าเจ้าจะถูกลงโทษ” นางพูดขึ้นอย่างเบาใจ ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “แล้วเมื่อใด เจ้าจะหยุดหาเรื่องกลั่นแกล้งพี่รองของเจ้าเสียที”
“ข้าไม่ได้หาเรื่องกลั่นแกล้งนาง แต่เป็นนางเองที่อ่อนแอเกินไป นางไม่เหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินของพี่อีเฟย เพราะตำแหน่งนี้เหมาะกับข้าแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง พี่อีเฟยเป็นของนาง ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์
“เรื่องนี้มันได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลง” ผู้เป็นแม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนอกอ่อนใจ เพราะนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่นางหนักใจ บุตรสาวของนางนั้นมีใจรักมั่นต่อถางอีเฟย นางก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไร บุตรสาวของนางถึงจะยอมตัดใจเสียที
หลัวลู่ชิงนั่งฟังมารดาอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อเห็นเช่นนั้นเล่อเจียวซินก็พูดต่ออย่างเบื่อหน่าย
“ช่างเถิด พรุ่งนี้เจ้าก็เตรียมตัวไปเยี่ยมพี่รองของเจ้ากับข้า” นางสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด หากไม่ทำเช่นนี้ นางเชื่อว่า บุตรของนางคงจะไม่ยอมไปเยี่ยมพี่สาวที่เรือนหนิงเฉิงเป็นแน่
“เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างไม่เต็มใจ นางน่าจะตาย ๆ ไปซะ จะมาอยู่ขวางทางรักของนางกับพี่อีเฟยทำไม นางได้แต่คิดในใจด้วยความโมโห
“อิ่งเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่” หานเจียหนิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง
“ลูกไม่ได้เป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่ที่เป็นห่วง” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วเบา พลางส่งยิ้มละมุนให้ผู้เป็นแม่ เพื่อให้ท่านคลายความเป็นห่วงลงไปได้บ้าง อีกอย่างตอนนี้นางเองก็แข็งแรงขึ้นมากแล้ว
“ได้ยินเช่นนี้แม่ก็เบาใจ”
“แล้วนี้มันเกิดอันใดขึ้น เหตุใดเจ้าถึงได้ตกลงไปในน้ำได้” เมื่อเห็นว่าบุตรสาวไม่ได้เป็นอะไรแล้ว หลัวจื่อโจวจึงได้เอ่ยถามถึงสาเหตุ ที่ทำให้นางตกน้ำ
“ข้าไปเดินเล่น แล้วเกิดอาการหน้ามืดทำให้พลัดตกน้ำเจ้าค่ะ” นางเลือกที่จะโกหก เพราะส่วนหนึ่งก็ไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่า เจ้าของร่างเดิมนั้น เลือกที่จะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เพราะรู้สึกอับอายที่คู่หมั้นและสาวใช้ร่วมมือกันหักหลังนาง อีกอย่างหากบอกความจริงไป ก็คงไม่มีใครเชื่อว่าถางอีเฟย นอกใจนาง
“เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็จงระวังตัวให้มากกว่านี้ เพราะครั้งต่อไป เจ้าอาจจะไม่ได้โชคดีแบบนี้อีก” เขาพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะบุตรสาวของเขาไม่ค่อยทันคน ซ้ำยังมองโลกในแง่ดีเกินไป
“ต่อไปลูกจะระวังให้มากกว่านี้เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบรับบิดา พลางคิดว่าต่อไปหลัวอี๋อิ่งคนเดิมจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว ต่อแต่นี้ไปนางจะเป็นหลัวอี๋อิ่งคนใหม่ ใครที่ทำอะไรกับนางไว้ ก็เตรียมรับมือเอาไว้เถิด
“เจ้าพักผ่อนเถิด พ่อจะเข้าวังเสียหน่อย ช่วงนี้เจ้าก็ทานอาหารอยู่ในเรือน ไม่ต้องออกไปทานที่โถงใหญ่ดอก” เขามองดูบุตรสาวอยู่ครู่หนึ่งด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเดินออกไป
“แม่เล็กขอให้อิ่งเอ๋อร์หายเร็ว ๆ สวรรค์คุ้มครองนะลูก” เล่อเจียวซินเอ่ยกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เพราะหลังจากที่ทราบข่าวนางก็เค้นถามบุตรสาวว่าได้กลั่นแกล้งนางหรือเปล่า แต่เมื่อได้รับคำตอบ นางก็เบาใจหลายส่วน แม้จะไม่ใช่บุตรสาว แต่นางก็ช่วยฮูหยินใหญ่เลี้ยงดูอิ่งเอ๋อร์มาตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้นางรักและเอ็นดูเหมือนกับลูกของตัวเอง
“ขอบคุณท่านแม่เล็กเจ้าค่ะ” นางเอ่ยขอบคุณออกมาจากใจจริง ในความทรงจำที่มีนั้น แม่เล็กผู้นี้ดีกับนางเสมอ แตกต่างกับบุตรสาวที่คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งนางตลอดเวลา
เล่อเจียวซินเห็นว่าบุตรสาวไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา นางก็ส่งสายตากดดันไปให้ ยังดีที่บุตรผู้นี้เชื่อฟังนางอยู่บ้าง
หลัวลู่ชิง เมื่อเห็นสายตาของมารดา จึงเอ่ยกับพี่สาวด้วยน้ำเสียงที่ไม่เต็มใจนัก หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ขู่บังคับให้มา มีหรือที่นางจะมา
“ขอให้พี่รองหายเร็ว ๆ นะเจ้าคะ”
“ขอบคุณน้องรอง” หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ ให้น้องสาว พร้อมกับมองนางด้วยสายตาครุ่นคิด
“เช่นนั้นแม่เล็กกับชิงเอ๋อร์ขอตัวก่อน อิ่งเอ๋อร์ก็พักผ่อนให้มาก”
“เจ้าค่ะ”
หลังจากสองแม่ลูกเดินออกไปแล้ว หญิงสาวก็หันไปออดอ้อนมารดาที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงของนาง
“ท่านแม่เจ้าขา ลูกอยากทานอาหารฝีมือของท่านแม่ ท่านแม่ทำให้ลูกได้หรือไม่เจ้าคะ”
“หากเจ้าอยากทาน แม่ก็จะทำให้” เห็นว่าบุตรสาวอาการดีขึ้น นางจึงยอมตามใจ “เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเถิด แม่จะไปทำอาหารให้ทาน”
“เจ้าค่ะท่านแม่” หญิงสาวตอบรับ ด้วยความสุขใจ เมื่อได้รับความใส่ใจเช่นนี้ นางจึงมีความสุขเป็นอย่างมาก เพราะในชีวิตก่อนมารดาเอาแต่ทำงาน ไม่ค่อยสนใจนาง ใช้แต่เงินเลี้ยงดูทำให้นางเป็นคนที่มีนิสัยเอาแต่ใจ นางไม่เคยสนใจคนรอบข้าง ทำให้คนอื่นล้วนไม่ชอบนาง
ตอนพิเศษ 3“วันนี้เหนื่อยหรือไม่เพคะ ฝ่าบาท” หลัวอี๋อิ่งที่เห็นสีหน้าของพระสวามีไม่สู้นัก จึงได้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ก็นิดหน่อย แต่ยามเมื่อได้เห็นหน้าเจ้า ข้าก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ” เขาหยอดคำหวาน จนนางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆเมื่อสองปีก่อน ฮ่องเต้เซี่ยจินเซียว ที่เห็นว่าตัวเองนั้นควรพักผ่อนเสียทีจึงได้สละราชสมบัติให้องค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์แทนต่อจากเขา พร้อมกับให้เห็นผลว่าตัวเองนั้นแก่แล้วจึงอยากจะใช้เวลาที่เหลือออกไปท่องเที่ยวกับพระชายาคู่ทุกข์คู่ยากกันสองคน ส่วนหน้าที่ต่อจากนี้ก็ปล่อยให้ลูกหลานได้ดูแลกันต่อไปในวันที่เขาได้ขึ้นครองราชย์ นางก็ได้ขึ้นรับตำแหน่งเป็นฮองเฮามารดาของแผ่นดิน เหล่าขุนนางต่างพากันเสนอชื่อบุตรสาวของตัวเองแต่งเข้าวังสนม ทำให้นางปวดหัวเสียหลายวัน แต่ถึงแม้จะมีสนมเต็มวัง แต่เขากลับไม่ไปนอนค้างตำหนักไหน ในทุก ๆ วันเขาจะต้องมานอนกับนาง เกือบรุ่งสางก็จะกลับตำหนักของตัวเอง มีหลายครั้งที่เขาแทบไม่ได้พักผ่อน เพราะต้องเร่งตรวจฎีกาตลอดทั้งคืน
ตอนพิเศษ 2สามเดือนต่อมาในที่สุดนางก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง และครั้งนี้นางกับแพ้ท้องอย่างหนัก และที่แย่ที่สุดเมื่อผู้เป็นสามีเข้าใกล้นางเพียงนิดเดียว นางก็อาเจียนจนแทบหมดแรง เดือดร้อนหมอหลวงที่ต้องรีบเร่งมาดูอาการของนาง หมอหลวงตรวจดูอาการอยู่พักหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปมาว่า นางแพ้กลิ่นของผู้เป็นสามี ดังนั้นเขาจึงถูกให้อยู่ห่างจากนาง จนกว่าอาการแพ้ท้องจะหายไป แม้เขาจะไม่ยินยอมในตอนแรก แต่เมื่อเห็นอาการที่หนักหนาอยู่พอสมควร เขาจึงต้องจำใจอยู่ห่างจากนางด้วยความไม่เต็มใจนักท้องนี้เหมือนจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง โชคยังดีที่นางมีอิงอิง และลั่วลั่วติดตามมาคอยดูแลนาง สองคนนี้อยู่กับนางมานาน ย่อมรู้ใจกันดี ใช่ว่านางกำนัลคนอื่น ๆ จะไม่ดีนะ นางเพียงแค่คุ้นชินกับคนเดิม ๆ เสียมากกว่า“พระชายาเพคะ หม่อมฉันต้มน้ำขิงร้อน ๆ มาให้พระนางดื่มแก้กระหายเพคะ” อิงอิงยื่นถ้วยน้ำขิงส่งให้นาง“อืม... ขอบใจเจ้ามาก น้ำขิงนี้ดียิ่ง”“พระชายาเพคะ หม่อมฉันคิดว่าท้องนี้ล้วนหนักหนานัก หม่อมฉันดูแล้ว จะต้อง
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ พวกข้าสองคนลงความคิดเห็นว่า พวกเราอยากจะมีน้องสาวเพิ่มอีกหนึ่งหรือสองคนพ่ะย่ะค่ะ ยามที่ข้ากับน้องไปเรียน ก็จะเห็นเพื่อน ๆ ต่างพากันพูดถึงน้องสาวด้วยความปลื้มปีติ ข้าสงสัยจึงได้ถามพวกเขาว่า มีน้องสาวแล้วดีอย่างไร แล้วคำตอบที่ได้ คือความสุข เพราะเด็กผู้หญิงมักอ่อนแอ และพี่ชายก็จะมีหน้าที่ปกป้องนางสาวจากอันตรายพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยจงซี อธิบายอย่างยืดยาวให้พวกท่านได้ฟังอย่างละเอียด หลังจากนั้นได้กล่าวต่อว่า “เสด็จแม่มีน้องสาวให้พวกข้าเถิดพ่ะย่ะค่ะ”.หลัวอี๋อิ่งที่กำลังนั่งดื่มช้า เมื่อบุตรชายพูดจบประโยคนางก็ถึงกับสำลักน้ำชาไอดัง แค่ก แค่ก จนผู้เป็นสามีต้องลูบหลังนางเบา ๆ“จงซี เจ้าก็มีน้องสาวอยู่แล้ว ใยถึงอยากมีอีก เจ้ามิรักเซียนเอ๋อร์น้อยแล้วหรือ” เด็กผู้หญิงที่นางกล่าวถึงนั้น เป็นบุตรสาวของลู่ชิง ซึ่งโดยปกติแล้ว พวกเขามักจะมาเล่นด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง มีเพียงช่วงหลังมานี้ ที่โอรสของนางทั้งสองคนต้องเข้ารับการศึกษา ทำให้ไม่เวลาไปเล่นกับฟางเซียนน้อย อีกทั้งน้องสาวของนางก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง จึงไม่ได้มานั่งจิบน้ำชากับนางเ
ตอนพิเศษ 1หลัวอี๋อิ่งหลังจากที่แต่งงานได้เพียงไม่นาน นางก็ตั้งครรภ์บุตรคนแรกเป็นองค์ชายน้อย เซี่ยจงซี.... หลังจากนั้นอีกหนึ่งปีให้หลัง นางก็ต้องครรภ์องค์ชายน้อย คนที่สอง เซี่ยเว่ยซวง... เรียกได้ว่าเขานั้นเอาแต่คิดจะมีลูกกับนาง อีกหลาย ๆ คน“ท่านไม่คิดจะให้ข้าได้พักผ่อนบ้างเลยหรือ? เอะอะจะพาเข้าแต่ห้อง แบบนี้ร่างกายของข้าจะมิแย่เอาหรือเพคะ” หญิงสาวโอดครวญ หากรู้ว่าเขาจะมีนิสัยแบบนี้ มิสู้แต่งกับคนอื่นยังดีเสียกว่า“เสี่ยวอิ่ง... โบราณเขาบอกว่า การมีลูกเยอะ ย่อมเป็นเรื่องที่ดียิ่ง เจ้ามิเห็นด้วยกับข้าหรือ?”“ไม่...ข้ามิเห็นด้วย หากท่านยังไม่ยอมให้ข้าได้พักผ่อน ข้าจะไม่ให้ท่านมานอนที่ตำหนักของข้าอย่างเด็ดขาด” นางปฏิเสธเสียงแข็ง ดูเอาเถิด ขนาดร่างกายของนางแทบจะไม่ไหวแล้ว เขาก็ยังพยายามที่จะมีลูกกับนางอีกให้ได้“เสี่ยวอิ่ง” เขาทำเสียงเว้าวอน แต่นางก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าจะเว้นระยะห่างไปอีกสองปี เขาคงมิรู้หรอกว่า เวลาที่นางเจ็บท้องมันทรมานขนาดไหน
บทส่งท้ายหลังจากงานแต่งของหลัวลู่ชิงไม่นาน ทั้งหลัวเหวินซานและไป่ตงเล่อก็ได้เข้าทำงานในราชสำนักหลัวเหวินซานเลือกที่จะเข้ากองทัพกับสกุลหาน และเดินทางไปปกป้องชายแดน ร่วมกับญาติผู้พี่ไป่ตงเล่อสอบได้ตำแหน่งในกรมพระคลัง กรมเดียวกับที่บิดาเขาเป็นเสนาบดีอยู่ เขาตั้งใจจะทำงานต่อจากบิดา และแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบิดาส่วนถางอีเฟยทำเรื่องขอไปดูแลงานราชการที่ต่างเมือง เขาอยากหายออกไปจากเมืองหลวงสักพัก เขาทำใจได้เมื่อไหร่ เขาค่อยเดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองหลวงอีกครั้งและงานสำคัญที่ทุกคนรอรอคอยก็มาถึง งานสมรสระหว่างองค์รัชทายาทและหลัวอี๋อิ่งงานนี้คนที่ตั้งตารอมากที่สุดก็คือองค์รัชทายาทเซี่ยเจี้ยนจื้อ เขานับวันรออย่างใจจดใจจอ เขาแทบจะนอนไม่หลับ และตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อจะออกไปรับตัวเจ้าสาวทางด้านหลัวอี๋อิ่งก็ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเช่นกัน นางต้องตื่นมาแต่งตัว โดยมีกูกูจากวังหลวงจัดการให้ทุกอย่างตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นางต้องฝึกมารยาทภายในวัง โดยมีกูกูมาสั่งสอน และนางต้
“องค์รัชทายาทคงไม่รอให้นานขนาดนั้น” ดูก็รู้ว่าองค์รัชทายาทอยากอยู่กับพี่สาวของนางให้เร็วที่สุด เขาไม่ปล่อยเวลาไปนานดอก“มารอดูกันว่าผู้ใดจะได้ออกเรือนก่อนกัน” เมื่อสิ้นคำพูดของหลัวอี๋อิ่ง สองพี่น้องก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ทั้งสองพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ก็แยกย้ายกันเข้าเรือนผ่านไปเพียงไม่กี่วัน จวนสกุลไป่ก็นำขบวนของหมั้นมาที่จวนสกุลหลัว ของถูกนำมาหมั้นยาวสุดลูกหูลูกตา สกุลไป่แม้จะเป็นขุนนาง แต่พวกเขาก็มีกิจการค้าขายไม่น้อย นอกจากตำแหน่งขุนนางแล้ว พวกเขายังมีตำแหน่งเป็นคหบดีที่ร่ำรวยอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวงด้วยการเจรจาจบไปด้วยดี เหลือก็เพียงแต่รอให้ไป่ตงเล่อจบออกมา แล้วมาทำการแต่งงานเท่านั้นสมรสพระราชทานระหว่างองค์รัชทายาทเซี่ยเจี้ยจื้อและหลัวอี๋อิ่งถูกกำหนดแล้วในอีกหกเดือนข้างหน้างานแต่งของหลัวอี๋อิ่งจะถูกจัดขึ้นหลังจากงานแต่งของน้องสาวเพียงสามเดือนเท่านั้นองค์รัชทายาทไม่พอใจเป็นอย่างมากที่งานสมรสของเขาต้องรออีกหกเดือน เขาเข้าไปขอร้องบิดาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะงานสมรสครั
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบโต้ ซือซือจึงได้เอ่ยต่อ“ฮ่าฮ่า ถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือ ที่ข้าพูดไปทั้งหมดมันคือเรื่องจริงใช่หรือไม่” นางหัวเราะลั่น ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ก่อนไปหยุดที่หลัวอี๋อิ่ง“เจ้าก็เหมือนกัน เหตุใดไม่ตาย ๆ ไปเสีย จะฟื้นขึ้นมาทำไม” นางน่าจะตาย ๆ ไปเสีย จะ
บทที่ 29องครักษ์ที่ได้ยินหลัวอี๋อิ่งพูดแบบนั้นก็พากันตกใจ พร้อมกับคิดหาข้อแก้ตัว พวกเขาไม่คิดว่าเรื่องจะพลิกผันแบบนี้ได้“คุณหนู มิใช่นะขอรับ บ่าวรับใช้จวนสกุลหลัวด้วยความซื่อสัตย์ บ่าวมิเคยคิดคดทรยศเลยนะขอรับ” เหล่าองครักษ์เ
บทที่ 28เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของทั้งสอง นางก็หัวเราะออกมาอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่สะใจยิ่ง“ทำไม... ตกใจหรือที่คนสูงศักดิ์อย่างพวกเจ้าจะมีแต่คนโง่เขลานัก โง่ที่ให้สาวใช้อย่างข้าหลอกเอาได้ ฮ่า ฮ่า
บทที่ 27“พวกเจ้าต้องการอันใด หากต้องการเงิน ข้ามีให้เจ้ามากมาย กลับจวนไปแล้วข้าจะให้คนนำมาส่ง” น้ำเสียงเรียบนิ่งถูกเปล่งออกมา นางพยายามรักษาท่าทางที่นิ่งสงบเอาไว้ ไม่อยากทำให้น้องสาวต้องหวาดกลัวไปมากกว่านี้“เงินข้ามิต้







