เข้าสู่ระบบบทที่ 3
“ซือซือ ในตอนนี้ข้าไว้ใจเจ้าที่สุด อีกอย่างข้าไม่สามารถไว้ใจผู้ใดได้นอกจากเจ้าผู้เดียว” หลัวอี๋อิ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ” หญิงสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เครื่องประดับของข้าหายไปหลายชิ้น ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนเอาไป” นางตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“จริงหรือเจ้าคะ แล้วคุณหนูรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนเอาไป” หญิงสาวถามขึ้นด้วยความฉงน เพราะที่นี่ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อน แล้วใครกันที่เป็นคนเอาไป
“ข้าเองก็ไม่รู้ จึงอยากให้เจ้าอยู่เฝ้าเรือน อย่างน้อยมีเจ้าอยู่ข้าก็ยังเบาใจลงได้บ้าง” นางแสร้งบอกหญิงสาว ก่อนจะทำสีหน้าเคร่งเครียด คล้ายกับว่าเรื่องที่นางพูดล้วนเกิดขึ้นจริง ส่วนหนึ่งนางต้องการให้ซือซืออยู่แต่ในเรือน ไม่ต้องออกไปพบเจอใคร โดยเฉพาะถางอีเฟย
“แต่ว่า” ซือซือมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย เพราะนางไม่ได้อยากอยู่เฝ้าเรือนเสียหน่อย แต่ยังไม่ทันทีนางจะได้ปฏิเสธ หลัวอี๋อิ่งก็รีบพูดขึ้นเสียก่อน
“ซือซือ ข้าไม่ไว้ใจผู้ใดได้จริง ๆ มีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่ข้าเชื่อใจและไว้ใจ”
“แล้วผู้ใดจะคอยติดตามรับใช้คุณหนูล่ะเจ้าคะ” นางคล้ายจะไม่ยอม เพราะหากอยู่เฝ้าเรือน นางก็คงไม่มีโอกาสได้ออกไปไหน แล้วเรื่องของนางกับถางอีเฟยจะทำอย่างไรเล่า
“เรื่องนั้นเจ้ามิต้องเป็นห่วงหรอก ข้าตั้งใจจะไปขอสาวใช้จากท่านแม่มาคอยดูแลแทนแล้ว ส่วนเรื่องเฝ้าเรือนคงต้องขอฝากเจ้าเช่นกัน” นางรีบเอ่ยตัดบท เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายหาเรื่องมาปฏิเสธได้อีก
“เจ้าค่ะ” ในที่สุดนางก็ตกปากรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะไม่เต็มใจนักก็ตาม แต่นางสามารถเลือกที่จะไม่ทำตามได้หรือ
“ขอบคุณเจ้ามาก” นางเอ่ยขอบคุณอย่างดีใจ ในที่สุดนางก็หาเรื่องกัน ซือซือออกจากถางอีเฟยได้แล้ว แผนการต่อไปคงจะเริ่มได้เสียที
เช้าวันต่อมาหญิงสาวที่คาดว่าอาการน่าจะดีขึ้นแล้ว ไม่นานอาการก็ทรุดลงอีกครั้ง ทำให้ทางจวนสกุลหลัวต้องรีบเร่งไปเชิญหมอหวังเข้ามาตรวจดูอาการอีกครั้ง
หลังจากที่ตรวจดูร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง หมอหวังก็บอกอาการของคุณหนู “ร่างกายของคุณหนูยังคงอ่อนแอขอรับ ควรจะให้พักผ่อนอยู่แต่ในเรือน อย่าพึ่งให้ต้องลมเย็นในช่วงนี้”
ช่างน่าแปลก วันนั้นก็อาการดีขึ้นมาก เหตุใดวันนี้จึงมีอาการแย่ลงเช่นนี้ เขาคิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
“ขอบคุณท่านหมอหวังมาก”
“นี่คือเทียบยา ฮูหยินสามารถให้สาวใช้ไปซื้อมาได้เลยขอรับ” พูดจบก็ยื่นเทียบยาให้กับหลัวฮูหยิน
“เจ้าค่ะ” นางหันไปสั่งให้สาวใช้ข้างกายมอบสินน้ำใจให้กับหมอหวัง
“ขอบคุณขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน” เขาเอ่ยขอบคุณแล้วรับเงินมาจากพ่อบ้าน จากนั้นก็เดินตาม พ่อบ้านเพื่อออกจากจวน
หลังจากทั้งสองเดินออกไปแล้ว หานเจียหนิง ฮูหยินใหญ่ก็เดินเข้าไปหาบุตรสาวที่นอนอยู่บนเตียง นางมองบุตรสาวด้วยสายตาห่วงใย
“เป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดอาการของเจ้าจึงได้แย่ลงเข่นนี้”
“คงเพราะข้าต้องลมเย็นเมื่อวาน” นางตอบมารดาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง แต่ความเป็นจริงที่นางไม่สบายขึ้นมาอีกครั้งก็เพราะว่านางนั่งแช่น้ำนานมากกว่าสองชั่วยาม จะให้นางมีอาการดีขึ้นได้อย่างไร
เมื่อคิดถึงสาเหตุที่ทำให้อาการแย่ลงเช่นนี้ ก็ได้หัวเราะอยู่ในใจคนเดียว
“เช่นนั้นก็พักผ่อนอยู่แต่ในเรือนเถิด อย่าพึ่งออกไปพบผู้ใดเลย แม่จะแจ้งพ่อบ้านไว้” นางกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง หากออกมาพบผู้ใดแล้วอาการแย่ลงเช่นนี้ ก็อย่าพึ่งออกไปพบผู้ใดเลย
“เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนเถิด” นางพูดขึ้นพร้อมกับลูบผมของบุตรสาวอย่างรักใคร่ แล้วเดินออกจากห้องไป หญิงสาวที่ไม่สบายเมื่อทุกคนออกไปแล้วก็นอนยิ้มอยู่คนเดียวในห้อง ที่เหลือก็เพียงรอคนเท่านั้น ทุกอย่างที่นางวางแผนไว้ก็จะสำเร็จหญิงสาวนอนเล่นได้ไม่นาน
สาวใช้ข้างกายของมารดาก็เดินเข้ามาพร้อมกับสตรีสองคน
“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านผู้เฒ่าสกุลหานส่งสาวใช้มาให้สองคนเจ้าค่ะ”
“ขอบคุณเจ้ามาก” นางพูดขึ้นพร้อมกับมอบสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับสาวใช้ของมารดา
“ขอบคุณคุณหนูเจ้าค่ะ” นางรับเงินมาแล้วเดินออกจากห้องไปทันที
เมื่อสาวใช้ของมารดากลับออกไปแล้วหลัวอี๋อิ่งก็ถามชื่อของสาวใช้ทั้งสอง
“พวกเจ้าสองคนมีนามว่าอันใด”
“บ่าวมีนามว่า ลั่วลั่ว เจ้าค่ะ”
“บ่าวมีนามว่า อิงอิง เจ้าค่ะ”
ทั้งสองแนะนำตัวกับนายคนใหม่ ต่อจากนี้พวกนางต้องรับหน้าที่ดูแลคุณหนูหลัวผู้นี้
หลัวอี๋อิ่งมองสำรวจสาวใช้อย่างละเอียด ทั้งคู่ดูจะเป็นคนที่เฉลียวฉลาด แต่นิสัยเป็นอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้ แต่สิ่งเดี๋ยวที่รู้ก็คือ นางสามารถไว้ใจทั้งสองคนได้ เพราะทั้งสองคนเป็นคนที่นางขอมาจากท่านตาของนาง ที่มีตำแหน่งเป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ และตอนนี้ท่านลุงของนางก็ดำรงตำแหน่งนี้อยู่ ที่สำคัญทั้งสองรักและเอ็นดูนางมาก เพราะมีนางเป็นหลานสาวเพียงคนเดียว
นางได้ส่งจดหมายไปขอสาวใช้ที่สามารถปกป้องดูแลนางได้ เพราะเกิดเหตุการณ์ที่ตัวเองได้ผลัดตกน้ำในครั้งนั้น ท่านตาจึงยอมตกลงส่งสาวใช้ที่สามารถไว้ใจได้ มาดูแลนางถึงสองคน
“ข้าจะให้หนึ่งในพวกเจ้าติดตามรับใช้ข้า และอีกคนให้เฝ้าเรือน พวกเจ้าก็เลือกเอาเถิดว่าผู้ใดเหมาะกับหน้าที่ใด” หญิงสาวบอกตำแหน่งที่ทั้งสองจะต้องได้รับ และให้พวกเขาเลือกกันเองว่าผู้ใดจะรับตำแหน่งใด เพราะนางเองก็ยังไม่รู้ว่าใครถนัดในเรื่องใด
ทั้งสองมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนที่อิงอิงจะเอ่ยขึ้น
“บ่าวเป็นผู้ติดตามคุณหนูเองเจ้าค่ะ”
“ส่วนบ่าวรับหน้าที่เฝ้าเรือนเองเจ้าค่ะ” ลั่วลั่วก็เอ่ยตอบ
“เช่นนั้นก็เอาตามนี้ แต่พวกเจ้าต้องระวังตัวเอาไว้ให้มาก เพราะในเรือนนี้ไม่สามารถไว้ใจใครได้” ในขณะที่พูดก็ส่งสัญญาณสั่งอิงอิงไปหยิบกระดาษและพู่กันมา
ตอนพิเศษ 3“วันนี้เหนื่อยหรือไม่เพคะ ฝ่าบาท” หลัวอี๋อิ่งที่เห็นสีหน้าของพระสวามีไม่สู้นัก จึงได้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ก็นิดหน่อย แต่ยามเมื่อได้เห็นหน้าเจ้า ข้าก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ” เขาหยอดคำหวาน จนนางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆเมื่อสองปีก่อน ฮ่องเต้เซี่ยจินเซียว ที่เห็นว่าตัวเองนั้นควรพักผ่อนเสียทีจึงได้สละราชสมบัติให้องค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์แทนต่อจากเขา พร้อมกับให้เห็นผลว่าตัวเองนั้นแก่แล้วจึงอยากจะใช้เวลาที่เหลือออกไปท่องเที่ยวกับพระชายาคู่ทุกข์คู่ยากกันสองคน ส่วนหน้าที่ต่อจากนี้ก็ปล่อยให้ลูกหลานได้ดูแลกันต่อไปในวันที่เขาได้ขึ้นครองราชย์ นางก็ได้ขึ้นรับตำแหน่งเป็นฮองเฮามารดาของแผ่นดิน เหล่าขุนนางต่างพากันเสนอชื่อบุตรสาวของตัวเองแต่งเข้าวังสนม ทำให้นางปวดหัวเสียหลายวัน แต่ถึงแม้จะมีสนมเต็มวัง แต่เขากลับไม่ไปนอนค้างตำหนักไหน ในทุก ๆ วันเขาจะต้องมานอนกับนาง เกือบรุ่งสางก็จะกลับตำหนักของตัวเอง มีหลายครั้งที่เขาแทบไม่ได้พักผ่อน เพราะต้องเร่งตรวจฎีกาตลอดทั้งคืน
ตอนพิเศษ 2สามเดือนต่อมาในที่สุดนางก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง และครั้งนี้นางกับแพ้ท้องอย่างหนัก และที่แย่ที่สุดเมื่อผู้เป็นสามีเข้าใกล้นางเพียงนิดเดียว นางก็อาเจียนจนแทบหมดแรง เดือดร้อนหมอหลวงที่ต้องรีบเร่งมาดูอาการของนาง หมอหลวงตรวจดูอาการอยู่พักหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปมาว่า นางแพ้กลิ่นของผู้เป็นสามี ดังนั้นเขาจึงถูกให้อยู่ห่างจากนาง จนกว่าอาการแพ้ท้องจะหายไป แม้เขาจะไม่ยินยอมในตอนแรก แต่เมื่อเห็นอาการที่หนักหนาอยู่พอสมควร เขาจึงต้องจำใจอยู่ห่างจากนางด้วยความไม่เต็มใจนักท้องนี้เหมือนจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง โชคยังดีที่นางมีอิงอิง และลั่วลั่วติดตามมาคอยดูแลนาง สองคนนี้อยู่กับนางมานาน ย่อมรู้ใจกันดี ใช่ว่านางกำนัลคนอื่น ๆ จะไม่ดีนะ นางเพียงแค่คุ้นชินกับคนเดิม ๆ เสียมากกว่า“พระชายาเพคะ หม่อมฉันต้มน้ำขิงร้อน ๆ มาให้พระนางดื่มแก้กระหายเพคะ” อิงอิงยื่นถ้วยน้ำขิงส่งให้นาง“อืม... ขอบใจเจ้ามาก น้ำขิงนี้ดียิ่ง”“พระชายาเพคะ หม่อมฉันคิดว่าท้องนี้ล้วนหนักหนานัก หม่อมฉันดูแล้ว จะต้อง
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ พวกข้าสองคนลงความคิดเห็นว่า พวกเราอยากจะมีน้องสาวเพิ่มอีกหนึ่งหรือสองคนพ่ะย่ะค่ะ ยามที่ข้ากับน้องไปเรียน ก็จะเห็นเพื่อน ๆ ต่างพากันพูดถึงน้องสาวด้วยความปลื้มปีติ ข้าสงสัยจึงได้ถามพวกเขาว่า มีน้องสาวแล้วดีอย่างไร แล้วคำตอบที่ได้ คือความสุข เพราะเด็กผู้หญิงมักอ่อนแอ และพี่ชายก็จะมีหน้าที่ปกป้องนางสาวจากอันตรายพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยจงซี อธิบายอย่างยืดยาวให้พวกท่านได้ฟังอย่างละเอียด หลังจากนั้นได้กล่าวต่อว่า “เสด็จแม่มีน้องสาวให้พวกข้าเถิดพ่ะย่ะค่ะ”.หลัวอี๋อิ่งที่กำลังนั่งดื่มช้า เมื่อบุตรชายพูดจบประโยคนางก็ถึงกับสำลักน้ำชาไอดัง แค่ก แค่ก จนผู้เป็นสามีต้องลูบหลังนางเบา ๆ“จงซี เจ้าก็มีน้องสาวอยู่แล้ว ใยถึงอยากมีอีก เจ้ามิรักเซียนเอ๋อร์น้อยแล้วหรือ” เด็กผู้หญิงที่นางกล่าวถึงนั้น เป็นบุตรสาวของลู่ชิง ซึ่งโดยปกติแล้ว พวกเขามักจะมาเล่นด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง มีเพียงช่วงหลังมานี้ ที่โอรสของนางทั้งสองคนต้องเข้ารับการศึกษา ทำให้ไม่เวลาไปเล่นกับฟางเซียนน้อย อีกทั้งน้องสาวของนางก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง จึงไม่ได้มานั่งจิบน้ำชากับนางเ
ตอนพิเศษ 1หลัวอี๋อิ่งหลังจากที่แต่งงานได้เพียงไม่นาน นางก็ตั้งครรภ์บุตรคนแรกเป็นองค์ชายน้อย เซี่ยจงซี.... หลังจากนั้นอีกหนึ่งปีให้หลัง นางก็ต้องครรภ์องค์ชายน้อย คนที่สอง เซี่ยเว่ยซวง... เรียกได้ว่าเขานั้นเอาแต่คิดจะมีลูกกับนาง อีกหลาย ๆ คน“ท่านไม่คิดจะให้ข้าได้พักผ่อนบ้างเลยหรือ? เอะอะจะพาเข้าแต่ห้อง แบบนี้ร่างกายของข้าจะมิแย่เอาหรือเพคะ” หญิงสาวโอดครวญ หากรู้ว่าเขาจะมีนิสัยแบบนี้ มิสู้แต่งกับคนอื่นยังดีเสียกว่า“เสี่ยวอิ่ง... โบราณเขาบอกว่า การมีลูกเยอะ ย่อมเป็นเรื่องที่ดียิ่ง เจ้ามิเห็นด้วยกับข้าหรือ?”“ไม่...ข้ามิเห็นด้วย หากท่านยังไม่ยอมให้ข้าได้พักผ่อน ข้าจะไม่ให้ท่านมานอนที่ตำหนักของข้าอย่างเด็ดขาด” นางปฏิเสธเสียงแข็ง ดูเอาเถิด ขนาดร่างกายของนางแทบจะไม่ไหวแล้ว เขาก็ยังพยายามที่จะมีลูกกับนางอีกให้ได้“เสี่ยวอิ่ง” เขาทำเสียงเว้าวอน แต่นางก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าจะเว้นระยะห่างไปอีกสองปี เขาคงมิรู้หรอกว่า เวลาที่นางเจ็บท้องมันทรมานขนาดไหน
บทส่งท้ายหลังจากงานแต่งของหลัวลู่ชิงไม่นาน ทั้งหลัวเหวินซานและไป่ตงเล่อก็ได้เข้าทำงานในราชสำนักหลัวเหวินซานเลือกที่จะเข้ากองทัพกับสกุลหาน และเดินทางไปปกป้องชายแดน ร่วมกับญาติผู้พี่ไป่ตงเล่อสอบได้ตำแหน่งในกรมพระคลัง กรมเดียวกับที่บิดาเขาเป็นเสนาบดีอยู่ เขาตั้งใจจะทำงานต่อจากบิดา และแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบิดาส่วนถางอีเฟยทำเรื่องขอไปดูแลงานราชการที่ต่างเมือง เขาอยากหายออกไปจากเมืองหลวงสักพัก เขาทำใจได้เมื่อไหร่ เขาค่อยเดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองหลวงอีกครั้งและงานสำคัญที่ทุกคนรอรอคอยก็มาถึง งานสมรสระหว่างองค์รัชทายาทและหลัวอี๋อิ่งงานนี้คนที่ตั้งตารอมากที่สุดก็คือองค์รัชทายาทเซี่ยเจี้ยนจื้อ เขานับวันรออย่างใจจดใจจอ เขาแทบจะนอนไม่หลับ และตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อจะออกไปรับตัวเจ้าสาวทางด้านหลัวอี๋อิ่งก็ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเช่นกัน นางต้องตื่นมาแต่งตัว โดยมีกูกูจากวังหลวงจัดการให้ทุกอย่างตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นางต้องฝึกมารยาทภายในวัง โดยมีกูกูมาสั่งสอน และนางต้
“องค์รัชทายาทคงไม่รอให้นานขนาดนั้น” ดูก็รู้ว่าองค์รัชทายาทอยากอยู่กับพี่สาวของนางให้เร็วที่สุด เขาไม่ปล่อยเวลาไปนานดอก“มารอดูกันว่าผู้ใดจะได้ออกเรือนก่อนกัน” เมื่อสิ้นคำพูดของหลัวอี๋อิ่ง สองพี่น้องก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ทั้งสองพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ก็แยกย้ายกันเข้าเรือนผ่านไปเพียงไม่กี่วัน จวนสกุลไป่ก็นำขบวนของหมั้นมาที่จวนสกุลหลัว ของถูกนำมาหมั้นยาวสุดลูกหูลูกตา สกุลไป่แม้จะเป็นขุนนาง แต่พวกเขาก็มีกิจการค้าขายไม่น้อย นอกจากตำแหน่งขุนนางแล้ว พวกเขายังมีตำแหน่งเป็นคหบดีที่ร่ำรวยอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวงด้วยการเจรจาจบไปด้วยดี เหลือก็เพียงแต่รอให้ไป่ตงเล่อจบออกมา แล้วมาทำการแต่งงานเท่านั้นสมรสพระราชทานระหว่างองค์รัชทายาทเซี่ยเจี้ยจื้อและหลัวอี๋อิ่งถูกกำหนดแล้วในอีกหกเดือนข้างหน้างานแต่งของหลัวอี๋อิ่งจะถูกจัดขึ้นหลังจากงานแต่งของน้องสาวเพียงสามเดือนเท่านั้นองค์รัชทายาทไม่พอใจเป็นอย่างมากที่งานสมรสของเขาต้องรออีกหกเดือน เขาเข้าไปขอร้องบิดาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะงานสมรสครั
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบโต้ ซือซือจึงได้เอ่ยต่อ“ฮ่าฮ่า ถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือ ที่ข้าพูดไปทั้งหมดมันคือเรื่องจริงใช่หรือไม่” นางหัวเราะลั่น ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ก่อนไปหยุดที่หลัวอี๋อิ่ง“เจ้าก็เหมือนกัน เหตุใดไม่ตาย ๆ ไปเสีย จะฟื้นขึ้นมาทำไม” นางน่าจะตาย ๆ ไปเสีย จะ
บทที่ 29องครักษ์ที่ได้ยินหลัวอี๋อิ่งพูดแบบนั้นก็พากันตกใจ พร้อมกับคิดหาข้อแก้ตัว พวกเขาไม่คิดว่าเรื่องจะพลิกผันแบบนี้ได้“คุณหนู มิใช่นะขอรับ บ่าวรับใช้จวนสกุลหลัวด้วยความซื่อสัตย์ บ่าวมิเคยคิดคดทรยศเลยนะขอรับ” เหล่าองครักษ์เ
บทที่ 28เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของทั้งสอง นางก็หัวเราะออกมาอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่สะใจยิ่ง“ทำไม... ตกใจหรือที่คนสูงศักดิ์อย่างพวกเจ้าจะมีแต่คนโง่เขลานัก โง่ที่ให้สาวใช้อย่างข้าหลอกเอาได้ ฮ่า ฮ่า
บทที่ 27“พวกเจ้าต้องการอันใด หากต้องการเงิน ข้ามีให้เจ้ามากมาย กลับจวนไปแล้วข้าจะให้คนนำมาส่ง” น้ำเสียงเรียบนิ่งถูกเปล่งออกมา นางพยายามรักษาท่าทางที่นิ่งสงบเอาไว้ ไม่อยากทำให้น้องสาวต้องหวาดกลัวไปมากกว่านี้“เงินข้ามิต้







