FAZER LOGINอิงอิงก็ลุกขึ้นไปเอากระดาษและพู่กันมาส่งให้และกลับมานั่งลงข้าง ๆ ลั่วลั่ว
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็กลับไปพักผ่อนเถิด” ในขณะที่กำลังพูด มือของนางก็ทำการเขียนตัวหนังสือลงกระดาษ เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ยื่นกระดาษให้กับสาวใช้ทั้งสองได้อ่าน
‘จับตาดูซือซือ’
เมื่อทั้งสองอ่านจบ ก็รู้ทันทีว่าคุณหนูต้องการให้ทำอะไร
“เจ้าค่ะ” ทั้งสองตอบรับแล้วเดินออกจากห้องไปพักผ่อนคนที่นางต้องการมาครบแล้ว ที่เหลือก็แค่รอให้ร่างกายนี้แข็งแรง สิ่งที่นางได้ตั้งใจไว้ก็จะสำเร็จเสียที
หลัวอี๋อิ่งพักผ่อนอยู่ในเรือนได้เพียงแค่วันเดียวอาการก็ดีขึ้น นางจึงเรียกลั่วลั่วเข้ามาพบ แล้วให้อิงอิงออกไปเฝ้าที่ประตูห้องของนางแทน
“วันนี้ข้าจะออกไปข้างนอก แต่ไม่ต้องการให้ผู้ใดรู้ หากมีคนต้องการพบข้า ก็บอกไปว่าข้าต้องการพักผ่อน ไม่สะดวกรับแขก เข้าใจหรือไม่”
“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างเข้าใจ แม้จะสงสัยอยู่บ้าง เพราะเท่าที่ได้ยินมาคุณหนูหลัวเป็นคนที่สุภาพและอ่อนโยน แต่ไฉนจึงได้หาทางลอบออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนได้เล่า
“อืม... ดีมาก เช่นนั้นก็ออกไปเถิด แล้วอย่าลืมเรื่องที่ข้าเคยบอกเอาไว้เล่า” นางย้ำอีกครั้ง เพราะกลัวว่าลั่วลั่วจะลืมสิ่งที่นางเคยบอก
“บ่าวไม่ลืมเจ้าค่ะ” เรื่องสำคัญเช่นนี้นางไม่มีวันลืม ไม่แน่ซือซือผู้นี้อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหนูตกน้ำก็ได้
“ออกไปเถิด ตามอิงอิงเข้ามาด้วย” นางสั่ง จากนั้นก็เดินไปหาชุดเพื่อเตรียมออกไปข้างนอก นางหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีชุดที่สามารถใส่ออกไปด้านนอกได้
“คุณหนูเจ้าคะ”
ในขณะที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้น อิงอิงสาวใช้ข้างกายคนใหม่ก็เดินเข้ามา นางจึงหันไปมองสำรวจหญิงสาว คิดออกแล้วว่าจะใส่ชุดอะไรออกไป
“อิงอิง เจ้าไปนำชุดของเจ้ามาให้ข้าชุดหนึ่ง วันนี้เราจะออกไปข้างนอกกัน” นางพูดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เห็นทีจะต้องเรียกช่างมาตัดชุดใหม่จริง ๆ เสียแล้ว
“เจ้าค่ะ” อิงอิงตอบรับอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางคิดผิดหรือไม่ที่ต้องมาดูแลคุณหนูผู้นี้
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งก็เดินไปรอที่เตียงอย่างสบายอารมณ์ ในที่สุดนางก็ได้ออกไปชมตลาดเสียที อยากจะรู้ว่ามันจะเหมือนในซีรีส์ที่นางเคยดูหรือไม่ เพียงแค่คิดก็อดตื่นเต้นไม่ได้แล้ว
เมื่อแต่งตัวด้วยชุดของอิงอิงเรียบร้อยแล้วก็หาทางลอบออกจากจวน แต่ก็ไม่มีหนทางที่จะออกไปได้เลย เช่นนั้นคงเหลือวิธีเดียว นั้นคือการปีนกำแพงจวนออกไป
“พวกเราจะปีนกำแพงออกไป” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างหมายมั่น หากไม่ปีนออกไปคงจะไม่มีวิธีอื่นแล้ว
“คุณหนูจะปีนจริง ๆ หรือเจ้าคะ” อิงอิงถามขึ้นอย่างแปลกใจ คุณหนูผู้นี้ช่างแตกต่างจากคำร่ำลือจริง ๆ ในตอนแรกนางคิดว่าตนเองเข้าใจผิดไป
“จริงสิ ว่าแต่เจ้าปีนกำแพงได้หรือไม่” กำแพงนี้สูงเกินไป นางไม่สามารถปีนมันได้ คงจะต้องพึ่งอิงอิงเสียแล้ว
“บ่าวปีนได้เจ้าค่ะ”
“ดี เช่นนั้นเจ้าก็ช่วยข้า ข้าจะปีนขึ้นไปก่อน เจ้าค่อยปีนตามข้าไป” นางพูดขึ้นอย่างรื่นเริง
“เจ้าค่ะ”
หลัวอี๋อิ่งปีนขึ้นไปนั่งบนกำแพงอย่างทุลักทุเล โดยมีอิงอิงเป็นฐานให้นางเหยียบขึ้นไป
“อิงอิงยืนนิ่ง ๆ สิ”
“บ่าวก็ยืนนิ่งแล้วนะเจ้าคะ คุณหนูก็รีบ ๆ ปีนขึ้นไปสิเจ้าคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า” พวกนางอยู่ในท่านี้มาหนึ่งก้านธูปแล้ว แต่คุณหนูก็ยังไม่สามารถปีนขึ้นไปได้เลย ดีที่ตรงนี้เป็นด้านหลังจวนไม่คนผ่านไปผ่านมา
“เจ้าก็ยืนนิ่ง ๆ สิ เช่นนั้นข้าจะปีนขึ้นไปได้อย่างไร” หลัวอี๋อิ่งเถียงออกมาอย่างไม่ยอม
“เจ้าค่ะ ๆ” พูดจบก็พยายามดันตัวเองให้สูงขึ้น เพื่อที่หญิงสาวที่เหยียบบนไหล่ของนางอยู่สามารถปีขึ้นไปนั่งบนกำแพงได้ หญิงสาวออกแรงดันให้เจ้านายให้ไปอยู่บนกำแพงได้สำเร็จ
“ได้แล้ว ๆ” นางตะโกนออกมาอย่างดีใจ
“คุณหนูจับกำแพงไว้แน่น ๆ นะเจ้าคะ” นางตะโกนบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่บนกำแพง จากนั้นก็ไปหาของมาเหยียบเพื่อเตรียมปีนออกไปตามเจ้านาย
หลัวอี๋อิ่งที่นั่งอยู่บนกำแพงด้วยท่าทางที่ไม่สุภาพนัก ก็เห็นรถม้าแล่นมาจอดที่ประตูท้ายจวนก็นั่งมองด้วยความสงสัย ผู้ใดกันเหตุใดจึงไม่เข้าทางประตูหน้า
“นี่ท่าน!!” หญิงสาวตัดสินใจตะโกนเรียกบุรุษผู้นั้น แต่เมื่อเห็นว่าเขาจะไม่รู้ตัวจึงได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ท่านนั่นแหละ”
องค์รัชทายาท เซี่ยเจี้ยนจื้อ เมื่อได้ยินเสียงก็หันไปยังต้นเสียง ก็พบกับสตรีในชุดสาวใช้ที่นั่งอยู่บนกำแพงด้วยท่าทีที่ดูไม่ได้ เขามองนางด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาจึงได้กล่าวต่อไป
“ท่านช่วยพาข้าลงไปได้หรือไม่ ข้ารับรองจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม” นางพยายามขอความช่วยเหลือ แต่นางก็หารู้ไม่ว่า บุรุษที่นางกำลังขอความช่วยเหลืออยู่นั้นเป็นถึงองค์รัชทายาทของแคว้น
ชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าไม่ได้มีเรื่องสำคัญอะไรก็กำลังจะเดินเข้าไปในจวน แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะเสียงของสตรีคนเดิม
เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินเข้าจวนโดยไม่คิดที่จะช่วยเหลือก็ตะโกนออกมาอีกครั้ง
“ท่านจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น! ท่านจะต้องมาช่วยข้าก่อน” เมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจ นางจึงใช้น้ำเสียงที่ออกคำสั่ง เพราะดูจากรถม้าและการแต่งตัวแล้ว คงไม่ใช่ขุนนางคนสำคัญอันใด เพียงแค่เอ่ยชื่อบิดาของนางขึ้นมาข่มขู่ เขาก็คงจะรีบมาช่วยนางโดยเร็ว การเป็นบุตรของผู้มีอำนาจมันดีอย่างนี้ล่ะ
ในขณะที่ซือซือกำลังรินชาอยู่นั้น หลัวลู่ชิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปชมวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ก็พลันมองไปเห็นศาลาริมน้ำ ที่พี่สาวของนางได้ตกลงไป ก็พลันนึกแผนการดี ๆ ขึ้นได้ จึงเอ่ยขึ้น“ข้าว่าเราออกไปนั่งที่ศาลาริมน้ำตรงนั้นดีหรือไม่เจ้าคะพี่รอง”“ไปนั่งรับลมตรงนั้นก็ดี” นางพูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม ๆ จากนั้นก็หันหน้าไปสั่งซือซือที่ยืนอยู่ “ซือซือ... ไปเตรียมสถานที่ให้พวกข้า”“เจ้าค่ะคุณหนู” ซือซือจำต้องก้มหน้ารับคำสั่ง อย่าให้ข้าได้มีอำนาจบ้างก็แล้วกัน“เจ้าคิดที่จะทำอันใด” นางถามน้องสาว แม้จะรู้ว่าในใจของน้องสาวต้องมีแผนการอะไรซ่อนอยู่ แต่นางก็ยอมที่จะเดินตามแผนการนั้น“พี่รองรอดูเถิด นางทำให้ท่านต้องตกน้ำเกือบตาย ข้าก็จะทำให้นางต้องตกลงไปในน้ำนั้นบ้าง” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างมีโทสะ หากไม่เพราะสองคนนั้น พี่สาวของนางคงไม่ต้องประสบเคราะห์เช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ส่งยิ้มไปให้น้องสาวเท่านั้นทางด้านซือซือที่ถูกใช้ให้มาจัดสถานที่ ก็จัดด้วยความเกรี้ยวกราด ให้นางม
บทที่ 8เมื่อสองพี่น้องเดินเข้านั่งในห้อง หลัวอี๋อิ่งก็ได้เรียกสาวใช้ที่ท่านตาส่งมาเข้ามาในห้อง เอ่ยว่า “พวกเจ้าทั้งสามคน ท่านตาเรียกพวกเจ้าให้ไปพบที่จวนสกุลหาน” นางแจ้งเรื่องให้พวกนางรู้ พร้อมกับยื่นเงินและจดหมายหนึ่งฉบับให้พวกนางตอบรับพร้อมกับรับเงินและจดหมายก่อนจะเดินออกไป อย่างรวดเร็วหลังจากนั้นนางก็หันไปพูดกับสาวใช้อีกสองคน “ส่วนพวกเจ้าสองคน ออกไปซื้อขนมมาให้กับข้ากับน้องสาม” พูดพร้อมกับยื่นเงินให้พวกนาง นางนั้นกล่าวต่อว่า “แล้วก็ไปตามซือซือมาคอยรับใช้พวกข้าสองคนด้วย”หลังจากที่สาวใช้ออกไปแล้ว หลัวอี๋อิ่งก็หันไปพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เจ้าอยากทำอะไรก็ทำเถิด”“ข้าจะทำอันใดได้เล่า” นางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ภายในใจกับมีแผนการอยู่มากมาย แม้นางจะยอมตัดใจจากบุรุษผู้นั้น แต่บัญชีแค้นนี้ นางไม่อาจปล่อยวางได้ คอยดูเถิดว่าข้าจะทำอะไรได้บ้างไม่นานซือซือก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์นั้น แต่นางก็ยังคงเก็บอาการได้เป็นอย่างดี“คุณหนูเรียกบ่าวมาพบมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ นางไม่สามารถออกหน้าเรื่องซือซือได้ มีน้องสาวผู้นี้จัดการให้ก็ถือว่าไม่เลว“แล้วเจ้าเล่า จะเอาเช่นไรต่อไปเรื่องของถางอีเฟย” นางรู้เช่นนี้แล้วยังจะมีใจรักต่อเขาอีกหรือ หญิงสาวได้แต่คิดในใจ“หากเขามีสตรีที่รักอยู่แล้ว ข้าก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยว” นางคิดมาตลอดว่าตัวเองยังคงมีหวัง เพราะเขาและพี่สาวไม่ได้รักกัน แต่วันนี้เมื่อรู้ว่าเขานั้นมีสตรีที่ชอบพออยู่แล้ว ก็เกิดอาการเสียใจอยู่ไม่น้อย“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดี บุรุษที่ทำตัวเช่นนั้น เจ้าก็อย่าไปให้ใจเลย” ยังดีที่น้องสาวของนางไม่ได้งมงายในรักมากเกินไป“ข้าคิดมาตลอดว่าพวกท่านไม่ได้มีใจให้กัน ข้าอาจจะพอมีหวังที่จะได้หัวใจของเขามาครอบครองอยู่บ้าง แต่เมื่อได้มารู้ว่าเขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว จึงคิดว่ายอมตัดใจเสียแต่ตอนนี้ ดีกว่าจะต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย“เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า ไว้วันหน้าเราออกมาเที่ยวเช่นนี้ดีอีกดีหรือไม่”“ดีเจ้าค่ะ”สอ
บทที่ 7หานเฟยเจี้ยออกจากจวนสกุลหลัว หลังจากนั้นเขาก็รีบก้าวขึ้นรถม้า หมอที่ทุกคนเข้าใจว่ากลับไปแล้ว ตอนนี้กับนั่งรอเขาอยู่บนรถม้า“หลานสาวของข้า อาการเป็นเช่นไรบ้าง” เขาถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วหลานสาวเขาเป็นอะไรกันแน่“ร่างกายของคุณหนูปกติดีทุกอย่างขอรับ ด้านจิตใจก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง”เมื่อได้ยินหมอพูดออกมาเช่นนั้นเขาก็เบาใจลงมาได้บ้าง แล้วเพราะอะไรนางถึงได้เปลี่ยนไป หรือเพราะเหตุการณ์นั้นจึงทำให้นางเข้มแข็งขึ้น หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ดี เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเพราะนางอีกหลัวอี๋อิ่งพักผ่อนอยู่ในจวนอีกหลายวัน เมื่อเห็นว่าในจวนนี้ไม่มีอะไรให้ทำนอกจาก ฝึกศาสตร์ต่าง ๆ จึงคิดหาวิธีที่จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกอีก“อิงอิง ไปตามน้องสามมาพบข้าหน่อย บอกว่าข้าจะพานางออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก และพาไปพบพี่อีเฟยด้วย” หญิงสาวพูดขึ้นในขณะที่ตายังคงหลับอยู่“เจ้าค่ะ” นางตอบรับแล้วเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที&ldq
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความอิ่มเอม โดยไม่รู้เรื่องเลยว่าปัญหากำลังเดินทางมาหาตนเองเมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็มานอนเล่นอย่างสบายอารมณ์ ในยุคนี้ไม่มีอะไรทำมากนัก นอกจากฝึกศาสตร์ต่าง ๆ แล้ว ก็ไม่มีอะไรทำอีก ซึ่งนางจึงเลือกที่จะนอน มากกว่าจะฝึกฝนศาสตร์เหล่านั้นในขณะที่นางกำลังนอนพักผ่อนอยู่นั้น อิงอิงก็เดินเข้ามาแจ้งถึงการมาของคนที่นางคาดไม่ถึง“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านผู้เฒ่าหานมาหาเจ้าค่ะ”“เจ้าว่าอย่างไรนะ!! ท่านตามาหาข้าหรือ” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับดีดตัวขึ้นจากที่นอนทันที ท่านตาไม่เคยมาหานางที่จวน มีแต่นางที่เดินทางไปหา หรือว่าสองคนนี้จะไปเล่าอะไรให้ท่านฟัง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็หันไปถามอิงอิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ ด้วยสายตาจับผิด “เจ้าไปเล่าอันใดให้ท่านตาของข้าฟังหรือไม่”“บ่าวไม่ได้เล่าอันใดเลยเจ้าค่ะ บางที่นายท่านผู้เฒ่าอาจจะเป็นห่วงสุขภาพคุณหนูก็ได้นะเจ้าค่ะ” นางเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะหากคุณหนูรู้อาจจะไม่ยอมให้นางคอยอยู่รับใช้ข้างกายต่อ เช่นนั้นจะยิ่งไม่แย่ไปกันใหญ่หรือ“เช่นนั้น
บทที่ 6ในเวลาช่วงพลบค่ำ สามนายบ่าวพากันพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ทางด้านซือซือก็ได้ลอบออกไปพบกับถางอีเฟย ที่ประตูด้านหลังจวน ประตูนี้ไม่มีคนใช้ สร้างไว้เพื่อขนของเท่านั้น จึงสะดวกต่อการแอบลอบพบกัน“ซือซือคิดถึงคุณชายเหลือเกินเจ้าค่ะ” เมื่อพบหน้ากัน หญิงสาวก็โผเข้ากอดชายคนรักด้วยความคิดถึง ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจปฏิเสธได้“ข้าจะมาที่จวนนี้ให้บ่อยขึ้นดีหรือไม่” เขาเอ่ยขึ้น เพราะหลังวันปักปิ่นของหลัวอี๋อิ่ง เขายังไม่ได้พูดคุยกับนางอย่างจริงเลย วันที่เขามาเยี่ยมหลัวอี๋อิ่งวันนั้น ก็ได้พูดคุยกันเพียงแค่นิดเดียว“หากเราไม่ลอบพบกันเช่นนี้ ซือซือคงจะไม่ได้พบหน้าคุณชายอีกแล้ว” นางพูดขึ้นด้วยท่าทีน่าสงสาร“ทำไมหรือ?” ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัย หากนางยังอยู่ในจวน เหตุใดจะไม่ได้พบหน้ากันเล่า“คุณหนูให้ซือซือเฝ้าที่เรือนเจ้าค่ะ ไม่ให้ออกไปข้างนอก” นางแสร้งบอกด้วยนำเสียงตัดพ้อ ช่างน่าตายนัก คิดที่จะขังนางเอาไว้แต่ในเรือน“เหตุใดต้องให้เจ้าเฝ้าเรือน คนที่เคยทำหน้าที่ไปไหนเสียเล่า”“คุ







