Partager

กล่าวคำอำลา

last update Date de publication: 2025-12-18 22:10:54

"มีหนังสือจากกองทัพถึงรองแม่ทัพขอรับ"

บ่าวรับใช้วิ่งถือจดหมายมาที่ห้องน้ำชาขณะที่พ่อแม่ลูกนั่งดื่มชาด้วยกันและฮูหยินกำลังจะพูดถึงคู่แต่งงานที่นางดูไว้ให้ หวงซีหยุนเปิดจดหมายอ่านครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้น

"มีงานด่วนขอรับต้องไปชายแดนอีกสองวัน"

"เหตุใดกันเร่งด่วนเช่นนี้ ไหนบอกว่ากลับมาคราวนี้จะไม่ไปไหนอีก"

ฮูหยินทักท้วงขึ้นเพราะก่อนหน้านี้ที่พูดคุยกันไว้ไม่ใช่อย่างที่เห็น หวงซีหยุนตัดสินใจแน่วแน่เอ่ยขึ้นหนักแน่น

"ลูกเปลี่ยนใจแล้วขอรับลูกจะขอประจำที่ชายแดนไม่เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงอีก"

ทำเอาผู้อาวุโสทั้งสองคาดไม่ถึง

"หยุนเอ๋อร์ เจ้าจะทรมานจิตใจแม่ไปถึงไหนกันเหตุใดต้องไปอีก"

นางอยากคัดค้านเพราะต้องการให้เขาแต่งงานและสอบขุนนาง

"ลูกไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ขอรับ"

"ลูกต้องมีครอบครัวอยู่ดีแม่จะจัดการให้เอง"

หวงซีหยุนนิ่งเงียบไปไม่เอ่ยคำพูดใดออกมาแล้วขอตัวไปเขียนจดหมายตอบรับไปที่กองทัพ

"ข้าต้องหาทางทำให้ลูกอยู่ที่จวนให้ได้"

ฮูหยินยังไม่ย่อท้อใต้เท้าหวงฉีได้แต่กังวลและขอตัวกลับเข้าห้องทำงานตามเดิม

จ้าวเจียอิงจัดของเตรียมตัวไปเมืองต้าซุนเอาไว้เมื่อถึงเวลาจะได้ไม่ต้องพะวักพะวง จ้าวถิงได้วันหยุดมาพร้อมกับบุตรชายแล้วมีเวลาอีกห้าวันในการเตรียมตัว

หวงซีหยุนจะไปประจำอยู่ชายแดนอีกนานกว่าจะได้กลับมา หรือไม่อาจจะไม่กลับเข้าเมืองหลวงต้าเหลียนอีกเขาอยากพบหน้าจ้าวเจียอิงเป็นครั้งสุดท้ายจึงเขียนจดหมายส่งให้นางเพื่อนัดพบ

'ข้าอยากอำลาเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย พบกันพรุ่งนี้ที่โรงน้ำชาอี้เหวิน ยามอู่(11.00 น.-13.59น.)'

จ้าวเจียอิงปิดจดหมายลง นางไม่ได้ปฏิเสธการนัดพบกันครั้งนี้อย่างน้อยก็ได้พบหน้ากับหวงซีหยุนเป็นครั้งสุดท้าย

หลิงหลิงเห็นนางเงียบไปจึงถามเพราะเป็นห่วงว่าจะมีเรื่องไม่ดี

"คุณหนูมีเรื่องไม่สบายใจหรือเจ้าคะ จดหมายอะไรเจ้าคะ"

"รองแม่ทัพนัดเจอวันพรุ่งนี้"

บ่าวคนสนิทขมวดคิ้วแน่นขึ้นมองเจ้านายด้วยความกังวล

"คุณหนูจะไปหรือไม่เจ้าคะ"

จ้าวเจียอิงพยักหน้าและบอกให้หลิงหลิงไปเตรียมตัวนางจะไปตามนัดหมาย

ภายในโรงน้ำชาอี้เหวินเป็นเพียงสถานที่ขนาดเล็ก ที่หวงซีหยุนไม่นัดนางในสถานที่อื่นเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ที่นี่คนไม่ค่อยเข้ามาเพราะเป็นเพียงโรงน้ำชาเล็ก ๆ ถึงเขาจะพูดคุยกับผู้ใดก็ไม่เป็นจุดสนใจ

จ้าวเจียอิงมาถึงตามเวลานัดหมายพบหวงซีหยุนนั่งรออยู่แล้ว เขาเห็นนางเดินเข้ามาใกล้ก็ลุกขึ้นยืน

"เชิญนั่งเถิด"

เขาผายมืออย่างสุภาพเชื้อเชิญนางมีความห่างเหินมากกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด

"ท่านรองแม่ทัพมีธุระสำคัญจะพูดกับข้าหรือเจ้าคะ"

นางยังคงสงบนิ่งเขาก็นิ่งเงียบเช่นเดียวกัน บรรยากาศเงียบอยู่ชั่วครู่หวงซีหยุนจึงเอ่ยขึ้น

"ถึงเราจะไม่ได้ร่วมชีวิตกันแต่ข้าก็ต้องมาอำลาเจ้า ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามยามนี้ข้าถือว่าเจ้าเป็นสหายของข้าคนหนึ่ง ข้าจะไปประจำที่ชายแดนเป็นเวลานานหรืออาจจะอยู่ที่นั่นตลอดไป"

นางนิ่งเงียบไม่นานก็เงยหน้าแล้วเอ่ยขึ้น

"ข้าขออวยพรให้ท่านประสบแต่โชคดี"

ไม่รู้เกิดเรื่องใดขึ้นนางพบท่าทีห่างเหินชัดเจนอย่างนี้ จู่ ๆ ก็รู้สึกใจหายขึ้นมา

"เจ้าก็เช่นเดียวกัน"

หวงซีหยุนลุกขึ้นเดินออกไปช้า ๆ ผ่านนางไป จ้าวเจียอิงมองเห็นใบหน้าของเขาดวงตาแดงก่ำแววตาปนความเศร้ากำลังเดินผ่านไปทว่าเขาก็ไม่หันหลังกลับมาอีก

จ้าวเจียอิงหัวใจกระตุกวาบความรู้สึกเจ็บปวดเจียนตายแล่นขึ้นมาจากก้นบึ้ง นางกุมหน้าอกเอาไว้เซไปเล็กน้อยโชคดียังเกาะโต๊ะเอาไว้ได้ มือเรียวเล็กเย็นเฉียบเหงื่อผุดพรายขึ้นบนใบหน้า ตรงนั้นมีนางยืนอยู่คนเดียวเพราะหลิงหลิงนางให้ยืนรอด้านนอก

จ้าวเจียอิงหายใจหอบพยายามไม่ส่งเสียงออกมาขณะที่สายตามองคนที่จากไปยิ่งมองนางก็ยิ่งรู้สึกร้าวรานอย่างบอกไม่ถูก

หวงซีหยุนไม่ได้ยินเสียงเรียกอยู่ด้านหลังหากนางรั้งเขาไว้เขาจะเปลี่ยนใจรีบหันกลับไปกอดเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าเขาก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง เมื่อนางปล่อยให้เขาเดินจากไปก็ไม่ควรหันหลังกลับไปมองอีก

ร่างสูงใหญ่เร่งฝีเท้าเดินออกไปจนลับหายไปกับฝูงชนด้านนอกเขาไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมาแต่จ้าวเจียอิงก็ไม่ว่าอะไรนางนั่งลงพักบนเก้าอี้หายใจเข้าลึก ๆ และดื่มน้ำชาลงไป หลิงหลิงเดินเข้ามาเห็นคุณหนูหน้าซีดเซียวก็ตื่นตระหนกวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"คุณหนู คุณหนูเกิดเรื่องใดขึ้นเจ้าคะ รองแม่ทัพพูดอะไรกับท่าน"

จ้าวเจียอิงส่ายหน้า เมื่อเห็นหลิงหลิงจะออกไปตามหวงซีหยุนนางก็ดึงมือเอาไว้

"ไม่มีอะไร อย่าไป ข้าแค่รู้สึกไม่สบาย"

ใบหน้าของนางร้อนผ่าวคล้ายในตอนนี้ดวงตามีน้ำใส ๆ คลอหน่วยเล็กน้อย หลิงหลิงพัดวีให้นางและเอายามานวดขมับให้อยู่พักใหญ่ เมื่ออาการดีขึ้นแล้วนางทั้งสองคนจึงออกจากโรงน้ำชาเดินทางกลับจวน

นางพยามยามสงบนิ่งปรับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุดไม่เผยความรู้สึกใดออกมาเดินกลับเข้าห้องรีบพักผ่อน

ถึงวันเดินทางหวงซีหยุนออกไปตั้งแต่เข้ามืดเพราะต้องใช้เวลาเดินทางหลายวันพยายามดึงสติของตัวเองกลับมาแม้ว่าจะหวั่นไหวอยู่บ้าง

จ้าวเจียอิงอาการดีขึ้นแล้ว นึกถึงคนเมื่อวานป่านนี้เขาคงออกเดินทางไปไกลแล้ว น่าแปลกที่นางมิได้ผูกพันกับบุรุษผู้นี้ทว่านางกลับรู้สึกคล้ายคนกำลังสูญเสียคนที่รักมากที่สุด

"หรือจะเป็นจิตใต้สำนึกของร่างเดิม"

หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ก็แค่เจ็บปวดทางกายและจิตใจอาจสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยทว่าสิ่งที่รู้สึกกลับกลายเป็นความรู้สึกของนางเอง มันทั้งเจ็บปวดปนความเศร้าใจเสียใจและเจ็บแปลบราวกับคนที่กำลังจมดิ่ง ยังข้องใจว่านั่นเป็นความรู้สึกของนางจริง ๆ หรือ

หรือเพราะแววตาเศร้าสลดมืดมนคู่นั้นที่ทำให้นางสัมผัสถึงความปวดใจลึกซึ้งได้กันแน่ สิ่งที่เจอเมื่อวานสะท้อนความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นกับนางมาก่อนอาการต่าง ๆ จึงแสดงออกมาเช่นนั้นหรือไม่

จ้าวเจียอิงเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของนางเลื่อนลอยจิตใจไม่สงบนับตั้งแต่เมื่อวาน เอาแต่เฝ้าถามตัวเองว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่นางถึงรู้สึกได้ว่านางกำลังเสียใจต่อการจากไปของหวงซีหยุน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   รักเจ้าเหลือเกิน(ตอนจบ)

    ก่อนงานเลี้ยงเลิกราหวงซีหยุนได้แนะนำจางซื่อพร้อมครอบครัวให้ใต้เท้าหวงรู้จักโดยมีจ้าวเจียอิงยืนอยู่ข้างกายเขา ใต้เท้าหวงมองหน้าบุตรชายแล้วก็รู้สึกอ่อนใจ หนุ่มสาวทั้งคู่ได้พบกันและกลับมาเป็นคนรักกันดั่งเดิม ในใจไม่อยากเห็นด้วยทว่ามองหน้าหวงซีหยุนแล้วก็ต้องยอมรับความจริงว่าบุตรชายของเขามีความสุขอย่างปิดไม่มิด ใต้เท้าหวงได้ข่าวของตระกูลจ้าวหลังจากกลับต้าซุน ใต้เท้าจ้าวดูมีฐานะดีขึ้นไม่มีผู้ใดกล้านินทาว่าต่ำต้อยได้อีก สิ่งสำคัญที่ทำให้ใต้เท้าหวงยอมรับการตัดสินใจของหวงซีหยุนในครั้งนี้ นั่นเพราะจ้าวเจียอิงไม่ทอดทิ้งบุตรชายของเขาในยามตกอยู่ในช่วงลำบาก อยู่ที่ต้าหลี่นางเป็นเศรษฐีระดับต้น ๆ แต่กลับประคับประคองความรู้สึกของหวงซีหยุนให้มีความหวังและพลังใจขึ้นมา แล้วตระกูลหวงมีสิทธิ์อะไรไปรังเกียจนาง เรื่องราวทั้งหมดหวงซีหยุนเป็นคนแจ้งกับบิดาเองจึงทำให้ใต้เท้าหวงใช้ความคิดไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ของคนทั่งคู่มากขึ้นจวบจนกลับถึงจวนก็ได้เล่าเรื่องราวให้หยางฮูหยินฟัง "ท่านพี่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของลูกหรือเจ้าคะ" ฟังดูแล้วหยางฮูหยินยังคงขุ่นเคือง ถึงตระกูลจ้าวจะไม่เหมือนเดิมทว่าตำแหน่งของใต้เท้าจ้

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่

    "ทั้งหมดนี้เป็นสินสอดที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้เพื่อหมั้นหมายเจ้า แม่ ท่านป้าและท่านอาจะเป็นคนหาฤกษ์แต่งงานให้" จ้าวซืออี้มองหีบหลายใบวางซ้อนกันอยู่ตรงหน้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านเจ้าเมืองจะทำถึงขนาดนี้ นางไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน จะว่าทำตามฐานะก็ไม่น่าจะมากมายเพราะนางเป็นเพียงสามัญชน ทว่าผู้อาวุโสทุกคนไม่ขัดข้องตรงกันข้ามกลับพึงพอใจที่ท่านเจ้าเมืองให้เกียรตินางเกินกว่าคนที่เป็นเชื้อพระวงศ์กระทำ จ้าวเจียอิงอดตื่นเต้นไปกับจ้าวซืออี้ไม่ได้การที่พี่สาวของนางไม่เอ่ยปากปฏิเสธทุกคนก็เข้าใจได้แล้วว่านางยินดีรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ "พี่อี้เอ๋อร์มีความคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ" จ้าวซืออี้นั่งนิ่งก้มหน้าหลุบตาลงต่ำยิ้มน้อย ๆ ก่อนตอบคำถาม "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้ใหญ่เห็นชอบก็เพียงพอแล้ว" นางไม่แปลกใจกับคำตอบของจ้าวซืออี้ สตรียุคนี้ตัดสินใจเรื่องแต่งงานเองไม่ได้ ยิ่งเป็นคนที่คู่ควรเมื่อผู้อาวุโสไม่ปฏิเสธก็ตกลงตามนั้น เช่นเดียวกับจ้าวซืออี้ประสบอยู่ในตอนนี้และดูท่าทีพึงพอใจกับอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย ถ้าปฏิเสธน่ะสิถึงจะเป็นเรื่องไม่ปรกติ ทางด้านหมิงเจ๋อยังคงเร่งการก่อสร้างที่ทยอยแล้วเสร

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

    จ้าวซืออี้พอเข้าใจว่าสิ่งที่หมิงเจ๋อทำมีความหมายว่าอย่างไร เพราะเป็นมารยาทนางจึงเดินไปหาผู้อาวุโสเชิญมาร่วมดื่มด้วยกันป้องกันการถูกนินทาลับหลังว่าทำตัวไม่เหมาะสม กลับทำให้หมิงเจ๋อพึงพอใจมากขึ้นเพราะได้รู้จักผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงมากขึ้น "ท่านเจ้าเมืองคงไม่ได้ทำให้ตระกูลจ้าวลำบากใจใช่หรือไม่เพคะ" เหลียนฮวาเอ่ยขึ้นขณะที่สามีของนางกำลังสนทนากับสหายอยู่อีกด้านยังไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้ มีเพียงจางซื่อที่ยืนอยู่ด้วยกัน "ข้าคิดว่าการกระทำของข้าชัดเจนมาก ท่านทั้งสองเห็นว่าข้าทำตัวไม่เหมาะสมหรือ" หมิงเจ๋อบอกความรู้สึกของตัวเองกับผู้อาวุโสชัดเจนเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจที่มีต่อจ้าวซืออี้ ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันไปมาแววตาแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "มิใช่อย่างนั้นเพคะ ตระกูลจ้าวมิบังอาจเพคะ" จางซื่อเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงเจ๋อพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ "ข้าจะทำให้ถูกต้องหลังจบงานเลี้ยงคืนนี้ ข้าจะส่งคนไปที่ตระกูลจ้าวในวันพรุ่งนี้" จางซื่อและเหลียนฮวานึกไม่ถึงว่าจ้าวซืออี้จะมีวาสนาสูงส่ง องค์ชายห้าเป็นถึงโอรสขององค์ฮ่องเต้ มีรูปโฉมงดงามและเก่งกาจอีกทั้งยังมีตำแหน่งปกครองเมืองต้าหลี่ ทั้งคู่มิได้เอ่ยปา

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ห้ามยุ่งกับนาง

    หมิงเจ๋อเรียกประชุมขุนนางอีกครั้งในครึ่งเดือนต่อมาถึงเรื่องที่ยังไม่ได้ทำให้เรียบร้อย "ข้ามาอยู่ที่เมืองต้าหลี่นานหลายเดือนแล้วยังไม่ได้จัดงานพบปะตระกูลใหญ่ของเมืองนี้ ข้าอยากรู้จักตระกูลต่าง ๆ เพื่อความสัมพันธ์อันดี ให้ส่งจดหมายเทียบเชิญมางานเลี้ยงในเดือนหน้า ย้ำด้วยว่าแต่ละตระกูลให้พาคนในครอบครัวมาด้วย" เจตนาของหมิงเจ๋อไม่มีอะไรมากแค่อยากทำความรู้จักจ้าวซืออี้ให้มากขึ้นในส่วนอื่นให้แม่ทัพเฟิงเป็นคนจัดการให้ ตระกูลจ้าว "ท่านเจ้าเมืองมีจดหมายเชิญไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ ทุกคนก็ไปกับแม่" จางซื่อแจ้งข่าวแก่ลูก ๆ ทุกคนหลังจากได้รับจดหมายเทียบเชิญจากทางการ เมื่อทราบข่าวแล้วจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ระยะหลังหวงซีหยุนแวะมาหาจ้าวเจียอิงทุกครั้งที่มีเวลาว่างจนคนอื่นสังเกตได้ว่าทั้งสองคนมีความสำคัญต่อกัน นางก็ยังมิได้ปฏิเสธเขาเพราะคิดว่าเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็พบกันที่ร้านมิได้ออกไปข้างนอกแม้แต่ครั้งเดียว นางจึงวางใจว่าไม่มีสิงผิดปกติและไม่ได้ดูน่าเกลียด "เมื่อพ้นโทษแล้วข้าจะสอบขุนนางที่เมืองต้าหลี่" หวงซีหยุนบอกกับจ้าวเจียอิงเป็นคนแรก ช่วงนี้เขาอ่านตำราอย่างหนักจึงไม่ค่

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เพื่ออนาคตของเรา

    ทั้งสองพี่น้องทำความเคารพหมิงเจ๋อ "พวกเรากำลังจะกลับแล้วเพคะ" จ้าวซืออี้เอ่ยแทน หมิงเจ๋อจึงรั้งเอาไว้ก่อน "ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปส่ง ร้านอยู่ไกลหรือไม่" "มิบังอาจเพคะ" จ้าวซืออี้ย่อเข่าก้มหน้าลงความสวยของนางสะดุดตาของหมิงเจ๋อครั้งแล้วครั้งเล่า 'เจ้าจะรู้หรือไม่ว่าข้าเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เพราะเจ้า' เขาเก็บซ่อนความรู้สึกดีที่มีต่อนางเอาไว้และขอตามไปส่งให้ได้ จนในที่สุดทั้งสี่คนพร้อมด้วยองครักษ์และคนรับใช้ก็เดินยกกลุ่มไปที่ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว เรื่องราวของสตรีตระกูลจ้าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งวันเรื่องนี้คนรับรู้กันทั่วเมือง จนกระทั่งจางซื่อและตระกูลหลี่เรียกจ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงเข้าพบเป็นการส่วนตัว "เรื่องนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครั้งต่อไปควรปฏิเสธขุนนางและอยู่ให้ห่างท่านเจ้าเมือง" เหลียนฮวา มารดาของหลี่ซูหรงเอ่ยเตือนขณะที่จางซื่อส่ายหน้าเบา ๆ "ขุนนางคนนี้นเป็นสหายของอิงเอ๋อร์ที่ไม่ได้พบกันนานเจ้าค่ะท่านป้า ท่านแม่" จ้าวซืออี้อธิบายทว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคนกลับยิ่งไม่พอใจ "ถึงอย่างไรเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ควรตัดสินใจโดยพลการ" "คราวหน้าคราวหลังหลานจะระวังเจ้าค่ะ" เมื่อผู้

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เรื่องน่ายินดี

    ร้านขายผ้าตระกูลจ้าว "ได้ยินมาว่าเมืองต้าหลี่ของเรามีองค์ชายจากต้าเหลียนมาดูแลหรือ" "ได้ยินมาว่าอย่างนั้นเป็นเจ้าเมืองคนใหม่อายุยังน้อย" "รูปงามหรือไม่" "ข้ายังไม่เคยพบรู้แต่ว่ายังไม่มีพระชายา" เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสตรีที่กำลังเลือกดูผ้าพูดคุยกันถึงเรื่องเจ้าเมืองคนใหม่พลางเขินอายที่พูดถึงเรื่องส่วนตัว "มีเสียงเล็ดลอดมาจากฝั่งคนงานก่อสร้างว่ามีคนถูกเรียกตัวเข้าเฝ้า เป็นอดีตรองแม่ทัพจากต้าเหลียน" จ้าวซืออี้และจ้าวเจียอิงกำลังพูดกับลูกค้าจ้าวเจียอิงชะงักงันเมื่อได้ยินเรื่องนี้ หวงซีหยุนโดนปลดจากรองแม่ทัพมาเป็นคนงานหรือ หญิงสาวกลุ่มนั้นไม่พูดต่อพวกนางเลือกผ้าจนพอใจแล้วก็มาจ่ายเงินและเดินออกจากร้านไป มีเพียงจ้าวเจียอิงที่ยังคงเหม่อลอย "อิงเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ถ้าเหนื่อยก็นั่งพักก่อนเถิด" จ้าวซืออี้เห็นเข้าพอดีจึงให้นางไปพักแต่จ้าวเจียอิงก็บอกว่าไม่เป็นไรและดูแลลูกค้าคนต่อไป หวงซีหยุนเข้าเฝ้าหมิงเจ๋อได้รับงานสำคัญให้ไปตรวจหน้างานกับรองเจ้ากรมโยธาธิการ ในฐานะที่เขาเป็นคนงานมาก่อนย่อมรู้เรื่องการก่อสร้างดี ส่วนคนอื่น ๆ ก็กระจายหน้าที่ต่างกันไป "ก่อสร้างครั้งนี้เสร็จสิ้นเ

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   เริ่มต้นสิ่งใหม่

    ถึงวันรับชุดใหม่คนงานต่างเข้าแถวรอรับพร้อมเพรียงกันจนเสร็จสิ้น ชุดของหวงซีหยุนที่เพิ่งได้รับมาดูประณีตราวกับเป็นช่างฝีมือชั้นเยี่ยมด้านในปักรูปดอกเหมยเล็ก ๆ ที่สังเกตเห็นได้ยาก "ไม่จริง" ชายหนุ่มเบิกตากว้างขึ้นมองภาพลายปักดอกเหมยรูปนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง จ้าวเจียอิงเคยปักลงบนผ้าเช็ดหน้าให้เขามาก

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ต้องการผู้ช่วย

    เมืองต้าเหลียน "ทูลฝ่าบาท องค์ชายห้าขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ" ฮ่องเต้รู้สึกตกพระทัยเล็กน้อยที่จู่ ๆ หมิงเจ๋อก็กลับมา "ให้เข้ามา" หมิงเจ๋อเดินเข้ามาถวายบังคมด้วยใบหน้าสดชื่น "มีเรื่องใดสำคัญมากหรือ องค์ชายห้าของข้าถึงยอมกลับวังมาได้" พระองค์ทรงทราบนิสัยใจคอของโอรสธิดาดีว่าแต่ละคนเป็นเช่นไร "ฝ่าบาทท

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ช่างไม่เหมือนเมืองต้าเหลียน

    ถึงหวงซีหยุนจะได้พบกับจ้าวเจียอิงที่เมืองต้าหลี่แล้วแต่เขาไม่มีอิสระมากพอที่จะออกไปจากเขตก่อสร้างได้ ชายหนุ่มได้แต่ก้มมองดูสารรูปตัวเองในเวลานี้เขาดูต่ำต้อยยิ่งกว่านางเมื่อครั้งอดีต มิอาจเอื้อมเอาตัวเข้าไปใกล้เพราะนางอยู่ในครอบครัวคนรวย ตอนนี้ก็ผ่านมานานแล้วหากนางเห็นสภาพของเขานางอาจไม่อยากเสวนาด้ว

  • หวนรักมิอาจลืมเลือน   ความบังเอิญ

    "ซีหยุน วันนี้ข้าจะเข้าไปในเมืองซื้อข้าวสารเจ้าไปกับข้าเอาคนไปขนช่วยกันห้าคน" "ขอรับ" หัวหน้าคนงานออกคำสั่งกับหวงซีหยุนที่ตอนนี้เป็นแรงงานก่อสร้างมาระยะหนึ่ง ชายหนุ่มรูปร่างผอมลงแต่กำยำและแข็งแรงขึ้น ผิวพรรณคล้ำแดดส่งผลให้ดูหม่นหมองลงไปมาก เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วกลุ่มคนงานก็เดินทางเข้าเมืองเพื่อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status