ภรรยาลับพ่อค้าสกุลหลี่

ภรรยาลับพ่อค้าสกุลหลี่

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-11-11
Oleh:  เทียนเหอOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
8
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
130Bab
2.8KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“หากรักแล้วต้องถูกเอาเปรียบมากถึงเพียงนี้ ข้าควรจะยังรักท่านต่อไปอยู่อีกหรือ...” เสวียนหนิงอัน บุตรสาวของตวนอ๋องเลื่องชื่อ ลดตัวมอบความรักให้กับพ่อค้าอายุมาก สิ่งเดียวที่เขามอบให้ได้คือทำให้นางมีความสุขอย่างที่ภรรยาสมควรได้รับจากสามี ทว่าร่วมเตียงมิทันข้ามวัน เขาก็หักหลังนางด้วยการมอบน้ำแกงเลี่ยงบุตรเสียแล้ว "เหตุใดจึงไม่ดื่มน้ำแกง" "หมอหวงให้ข้ากินสมุนไพรบำรุงร่างกายมาตั้งแต่เริ่มมีระดู ร่างกายแข็งแรงดี ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำแกงบำรุงเพื่อช่วยตั้งครรภ์เจ้าค่ะ" "ที่แท้เจ้าไม่อยากตั้งครรภ์" หลี่จินหมิงเล่นละครอย่างหน้าไม่อาย "น้ำแกงนี้สตรีที่แต่งเข้าสกุลหลี่ดื่มทุกราย หากเจ้าไม่ต้องการมีลูกก็มิเป็นไร ค่อยบอกซุนหยาว่ามิต้องนำมาแล้ว" "ท่านพี่อย่าเข้าใจผิด" เสวียนหนิงอันไม่กล้าดื่มเพราะกลัวน้ำแกงจะมีส่วนผสมขัดกับสมุนไพรที่กินอยู่ แต่ในเมื่อเขากล่าวถึงขั้นนี้ "หนิงเอ๋อร์จะดื่มเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะต่อไปก็จะดื่มไม่ให้ขาด ท่านพี่อย่าโกรธเลยนะเจ้าคะ" เสวียนหนิงอันดื่มน้ำแกงเจ้าปัญหาในชั่วพริบตา! "ตามใจพี่อีกแล้ว ไม่กลัวว่าจะถูกเอาเปรียบหรือ" "ไม่กลัวเจ้าค่ะ รักหมดหัวใจ อยากเอาเปรียบอย่างไรก็ตามใจเถิดเจ้าค่ะ"

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ คืนวิวาห์

ลมร้อนพัดเอื่อยพากลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้นานาพรรณ ลอยฟุ้งผ่านเรือนใหญ่และเรือนเล็กในเขตรั้วบ้านพ่อค้าชื่อดังแห่งเมืองหลวง กลิ่นบุปผาใกล้โรยราอ่อนกว่าแรกผลิบานอยู่หลายส่วน ทว่ายังสามารถปลอบประโลมหัวใจของคนที่กำลังเฝ้ารออย่างกระวนกระวายให้รู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง หากพิจารณาให้ดีจะได้กลิ่นดอกเหมยกุ้ย[1]โดดเด่นที่สุด ความหอมเย้ายวนแทรกมาตามสายลมทำให้เจ้าของเรือนร่างบอบบางดุจต้นหลิวเผลอสูดลมหายใจลึก พลางภาวนาให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปด้วยดี

เทียนจะดับแล้ว…

บนโต๊ะกลางห้องมีเทียนมงคลสีแดงส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด ส่วนที่สัมผัสกับความร้อนค่อย ๆ ละลายอย่างเชื่องช้า น้ำตาเทียนทุกหยาดหยดล้วนมิหลุดพ้นจากการสังเกตของดวงตาหวานเศร้า นางเฝ้ามองเปลวเทียนสีสวยสลับกับประตูบานเล็กอย่างมีความหวัง สุดท้ายจึงตระหนักได้ว่าอีกไม่นานแสงสว่างในห้องคงหมดไป

บุรุษที่นางรอยังไม่เข้ามาในเรือน...

มีความเป็นไปได้ถึงเก้าส่วนว่าเขาจะไม่มา เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วมือเรียวเล็กก็พลันขยุ้มอาภรณ์สีแดงสดที่สวมอยู่อย่างไม่พอใจนัก นางยอมลดเกียรติตนเอง กระทั่งชุดเจ้าสาวสวยสมฐานะก็มิได้สวมใส่ มีเพียงชุดธรรมดาสีแดงทดแทน

ทุกอย่างผิดไปจากที่คุณหนูผู้สูงศักดิ์คาดหวัง ไม่มีการเข้าพิธีอย่างครบถ้วนถูกต้องตามประเพณีเพราะเหตุผลประหลาดที่เขาอ้าง แต่ในเมื่อเลือกแล้วนางจึงไม่มีสิทธิ์โอดครวญ

รักหมดหัวใจ... ต่อรองอันใดไม่ได้อีก

เสวียนหนิงอัน กวาดตามองรอบห้องนอน เครื่องเรือนทุกอย่างสะอาดสะอ้าน ทว่าเก่าคร่ำคร่าไม่น่ามอง ลึกเข้าไปด้านในมีห้องสำหรับอาบน้ำ แต่กลับไม่มีสาวใช้เตรียมน้ำร้อนให้อาบ จริง ๆ แล้วไม่มีสิ่งมีชีวิตใดออกมาต้อนรับนาง นอกจากหญิงสูงวัยที่เปิดประตูหลังบ้านให้ในราวยามโฉ่ว[2]

นางนิ่วหน้าไม่พอใจ ชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่แทบไม่นับว่าเป็นชุดเจ้าสาว หากไร้ผ้าคลุมหน้าสีแดงคงยากจะบอกได้ว่าหญิงงามในวัยสิบหกปีมาที่บ้านหลังนี้ในฐานะใด ไหนจะเรื่องที่เดินเข้าทางประตูเล็ก ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ไม่มีขบวนนำทางอันสมเกียรตินั่นอีก แต่ในเมื่อเขาแจ้งชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องต้องเป็นเช่นนี้ นางจึงทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

“อย่างน้อยก็ควรอนุญาตให้นำสาวใช้มาด้วยสักสองคน...” นางพึมพำอย่างเบื่อหน่าย

หลังจากมั่นใจแล้วว่าค่ำคืนนี้ต้องอยู่ตามลำพัง เสวียนหนิงอันจึงตัดใจไม่รั้งรอเพราะไม่อยากรู้สึกผิดหวังไปมากกว่าที่เป็นอยู่ นางถอดผ้าคลุมหน้าวางไว้บนโต๊ะกลางห้อง เปลี่ยนเทียนเล่มใหม่เพื่อให้ยังพอมีแสงสว่างสำหรับทำธุระส่วนตัว แต่หลังจากเปิดหีบเล็ก ๆ ที่วางอยู่ถัดจากเตียง นางก็อารมณ์เสียขึ้นมาอีกครั้ง

เสื้อผ้าในหีบล้วนเป็นชุดที่นางเคยใส่เมื่อสองปีก่อน

เสวียนหนิงอันคว้าผ้าผืนเล็กตรงไปยังห้องอาบน้ำ ก่อนค่อย ๆ ล้างเครื่องประทินโฉมและทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำเย็น โชคดีที่ช่วงนี้อากาศไม่หนาวมาก กอปรกับร่างกายของนางทนต่อความหนาวได้เป็นอย่างดี ต่างจากเมื่อครั้งยังเยาว์ที่ต้องปกปิดเนื้อหนังด้วยอาภรณ์หนานุ่มอยู่เสมอ

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว เสวียนหนิงอันจึงเตรียมดับเทียนเพื่อเข้านอน ทว่าเสียงกุกกักด้านนอกกลับทำให้นางต้องรีบคว้าผ้าสีแดงมาคลุมศีรษะ พลางย้ายร่างไปนั่งบนเตียงอย่างรวดเร็ว นางลอบมองผ่านผ้าผืนบาง พบว่าผู้มาเยือนคือเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดสีขาวสะอาดตา ปักลวดลายสีทองวิจิตรงดงาม มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของมีราคา ทว่าเสวียนหนิงอันมิได้ยินดีกับความหรูหราเหล่านั้น นางผิดหวังที่เขาไม่สวมชุดเจ้าบ่าวสีแดง

“เหตุใดจึงไม่พักผ่อน” น้ำเสียงเย็นชาทำเสวียนหนิงอันเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก

“รอท่านพี่เจ้าค่ะ”

“หึ! ใครอนุญาตให้เรียกข้าว่าท่านพี่!”

“เราสองคนแต่งงานกันแล้ว มิให้ข้าเรียกท่านพี่แล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร” เสวียนหนิงอันถามเสียงสั่นสะท้าน ทราบดีว่าการแต่งงานในครั้งนี้ช่างไร้เกียรติ ไม่มีสิ่งใดถูกต้อง ไม่มีการคำนับบิดามารดาหรือฟ้าดิน เรื่องคำนับกันและกันยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้เพราะเขาไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งกับนาง

เขาถูกบังคับให้แสดงความรับผิดชอบ

“เสวียนหนิงอัน เจ้าย่อมรู้ดีที่สุดว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เป็นเจ้าที่วางแผนชั่วร้าย เอาแต่ใจตนเองไม่แปรเปลี่ยน นิสัยช่างเหมือน...” เขากลืนคำพูดของตนเอง ข่มใจให้สงบก่อนกล่าวประโยคที่ทำให้คนฟังปวดร้าวเสียยิ่งกว่าเก่า “ในเมื่อการแต่งงานในครั้งนี้เป็นความลับ ยังเปิดเผยไม่ได้ เจ้าจึงเป็นได้เพียงภรรยาลับของข้า และในเมื่อข้าไม่เคยปรารถนาที่จะแต่งเจ้ามาเป็นภรรยา เรื่องอันใดที่ยังไม่ควรเกิดขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน... คำว่าท่านพี่เองก็เช่นกัน”

“เจ้าค่ะ หนิงเอ๋อร์จะเชื่อฟัง”

“บ่าวในบ้านเหลือเพียงคนที่ไว้ใจได้ ไม่จำเป็นต้องปิดบังสถานะของเจ้ากับข้ายามอยู่ที่นี่ หากอยู่นอกบ้านและมีผู้ใดตั้งข้อสงสัย ให้บอกว่าเจ้าคือหลานที่มาจากต่างเมือง...” เขาหยุดคิดครู่หนึ่ง

“ความจริงแล้วไม่ออกไปข้างนอกจึงจะดี”

“ท่านคิดกักขังข้า?” เสวียนหนิงอันถามด้วยเสียงที่ไม่อ่อนน้อมนัก

“หากไม่เชื่อฟัง การแต่งงานครั้งนี้คงต้องยกเลิก...”

“เจ้าค่ะ หนิงเอ๋อร์จะเชื่อฟัง อยู่ในบ้านเป็นภรรยา อยู่นอกบ้านเป็นเพียงหลานสาว ห้ามมิให้ใครอื่นล่วงรู้สถานะเพื่อรักษาเกียรติของท่าน ส่วนเกียรติของข้า ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”

“เสวียนหนิงอัน! เจ้าวางแผนต่ำช้าเพื่อครอบครองข้า ยังต้องพูดถึงเรื่องใส่ใจเกียรติอันใดอยู่อีกหรือ!”

เสียงตวาดทำให้เสวียนหนิงอันสะดุ้งตัวโยน ตั้งแต่เกิดมาจนอายุได้สิบหกปี นี่นับเป็นครั้งแรกที่นางถูกตวาดโดยบุรุษที่มิใช่บิดา ความจริงแล้วกระทั่งบิดาก็ทำเพียงเอ่ยตักเตือนเท่านั้น มิใช่ตะโกนเสียงดังลั่น ทำให้นางเผลอกำมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดน่าสงสาร แต่กระนั้นนางก็ยังอดทน

“หนิงเอ๋อร์ผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”

ใบหน้าสวยหวานยังคงซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมสีแดง นางข่มความน้อยใจ สาบานกับตนเองว่าจะมิยอมให้น้ำตาไหลโดยง่าย ถึงอย่างไรนางก็เป็นบุตรสาวของตวนอ๋องสูงศักดิ์ ไม่สมควรแสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็น แม้ว่าคนผู้นั้นจะได้ชื่อว่าเป็นสามีของนางแล้วก็ตาม

“มิแน่ใจว่าคำพูดของเจ้าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด” เสียงแข็งกร้าวไม่น่าฟังอ่อนลงมากแล้ว “เสวียนหนิงอัน หากเปิดผ้าคลุมหน้าแล้ว ข้าคือเจ้าของชีวิตของเจ้า หากสั่งอันใดก็ต้องทำตาม เอาแต่ใจตนเองเช่นที่ผ่านมาไม่ได้แล้ว เข้าใจหรือไม่”

“เจ้าค่ะ หนิงเอ๋อร์จะทำหน้าที่ภรรยามิให้บกพร่อง ดูแลบ้าน... ดูแลท่าน” นางเอ่ยเสียงหวานใส ทว่าแฝงความเศร้าเล็กน้อย ทราบดีว่าใช้น้ำเสียงเช่นนี้แล้วไม่ว่าบุรุษหรือสตรีที่ได้ฟังล้วนใจอ่อน อยากได้สิ่งใดก็มิเคยพลาด แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะใจแข็งกว่าที่คาดไว้มากนัก

“คิดว่าทำเสียงออดอ้อนเช่นนี้แล้วข้าจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นได้หรือ เสวียนหนิงอัน จำไว้ว่าข้ามีสิทธิ์ในตัวเจ้า แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอันใดจากข้า นอกจากทำหน้าที่ภรรยาในส่วนที่ข้าอนุญาตเท่านั้น เสวียนหนิงอัน เจ้ายังต้องการเป็นภรรยาข้าอยู่หรือไม่”

“รักแรกฝังใจไม่ลืมเลือน หนิงเอ๋อร์ไม่มีวันเปลี่ยนใจเจ้าค่ะ” เสวียนหนิงอันมองเจ้าของร่างสูงที่ขยับเข้ามาใกล้ ลมหายใจของเขาเปลี่ยนจังหวะเล็กน้อยราวกับกำลังตื่นเต้น ทว่านางกะพริบตาครั้งหนึ่งก็สัมผัสได้ว่าทุกอย่างยังคงสงบนิ่งดังเดิม

เป็นนางที่เข้าใจผิดไป

“เจ้าแค่ลุ่มหลงและต้องการเอาชนะ ความรู้สึกเช่นนี้ย่อมเรียกว่าความรักไม่ได้”

เสวียนหนิงอันไม่เถียง ทว่าจ้องมองฝ่ามือใหญ่ที่ค่อย ๆ เปิดผ้าคลุมหน้าสีแดงอย่างเชื่องช้า แม้เขาไม่อยากมองนางก็จำต้องมอง ทันทีที่ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน ดวงตาสีเข้มก็ทอประกายที่สื่อความหมายไม่แน่ชัด เสวียนหนิงอันไม่ทราบว่าเขาปรารถนาสิ่งใด หากต้องการร่วมเตียงตามธรรมเนียมนางก็ยินดี แต่กระนั้นก็ยังหวาดหวั่นจนร่างกายสั่นสะท้าน มิได้พร้อมทำหน้าที่ภรรยาอย่างที่พร่ำบอกตนเองเลยสักนิด

“ท่านอาจะนอนที่นี่หรือไม่”

นางรีบร้อนถาม ‘ท่านอา’ เพราะยังไม่พร้อม แต่เขากลับตีความหมายผิดไป

“หึ! ไม่นึกว่าเจ้าโตมาจะเป็นสตรีเช่นนี้ สวรรค์กลั่นแกล้งข้าแล้วจริง ๆ” สิ้นวาจาร้ายกาจ บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเสวียนหนิงอันก็เดินจากไป ทิ้ง ‘ภรรยาลับ’ ไว้ในห้องหอตามลำพัง

ใบหน้างดงามของเสวียนหนิงอันปราศจากน้ำตา ทว่าหัวใจดวงน้อยกลับปวดร้าวราวกับถูกเข็มเล็ก ๆ นับร้อยนับพันทิ่มแทง ทั้งยังรู้สึกหนาวเหน็บมิต่างจากถูกน้ำเย็นจัดราดศีรษะในยามเหมันตฤดู แต่หลังจากใช้เวลาเกือบสองเค่อ[3] ข่มความผิดหวังและความน้อยใจที่ประดังเข้ามาได้แล้ว เสวียนหนิงอันก็เผยรอยยิ้มเด็ดเดี่ยว กระซิบกับตนเองด้วยน้ำเสียงที่หมายมาดอย่างยิ่ง

“สักวันท่านจะต้องรักข้า หากข้าทำให้ท่านกลับมายิ้มได้อีกครั้ง ท่านจะทนใจแข็งไม่รักข้าได้อยู่อีกหรือ...”

[1] ดอกกุหลาบ

[2] ยามโฉ่ว = ๐๑.๐๐ – ๐๒.๕๙ น.

[3] ๑ เค่อ = ๑๕ นาที

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Puchong
Puchong
สนุกมาก แต่ชอบภาคแม่มากกว่า
2026-06-11 12:08:18
1
0
Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-12-25 18:08:50
2
0
130 Bab
บทที่ 1 แผนการร้ายกาจ 1
สามวันก่อนหน้า...บิดาของเสวียนหนิงอันมิชอบการเดินทางเข้าเมืองหลวงนัก แต่ครั้งนี้นับว่ายังพอยอมรับได้ เนื่องจากพระชายาคนงามเสวียนซือชิง รวมทั้งบุตรสาวและบุตรชายร่วมทางมาด้วย เดิมทีจวนของตวนอ๋องเฉินฟาหยางเงียบเหงาไร้ผู้คนเยี่ยมเยียน ทว่าช่วงเวลานี้กลับมีหลายชีวิตเดินเข้าออกจนพ่อบ้านชราหวังอู่แทบเป็นลมเพราะความเหนื่อยวันละหลายครั้งเหล่าขุนนางล้วนทราบดีว่าตวนอ๋องเลื่องชื่อมิค่อยชอบเมืองหลวง แต่จำต้องแวะเวียนมาเพราะบุตรชายอายุห้าขวบเศษแล้ว สมควรแก่เวลาที่ต้องศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง การเดินทางเข้าเมืองหลวงครั้งนี้จึงมีเป้าหมายสำคัญ นั่นคือการคัดเลือกบัณฑิตมากความสามารถในด้านต่าง ๆ มารับหน้าที่อาจารย์ของคุณชายน้อยเฉินหรานมีข่าวลือว่าองค์ฮ่องเต้เหวินจวินพยายามเหนี่ยวรั้งพระอนุชาให้อยู่ในเมืองหลวง อ้างเหตุผลนานัปการ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมตามใจอีกครา โดยมิลืมกำชับว่าหลังจากบุตรชายอ่านเขียนคล่องแคล่วแล้วก็ให้เข้าร่วมศึกษากับเหล่าองค์ชายในวังหลวง เรื่องราวทุกอย่างดูราบรื่นจนกระทั่งเสวียนหนิงอันทราบอีกเป้าหมายสำคัญของบิดา‘ถึงเวลาออกเรือนแล้ว ต่างเมืองไม่มีบุรุษใดคู่ควร…’เสวียนหนิงอันผ่านพิธีป
Baca selengkapnya
บทที่ 1 แผนการร้ายกาจ 2
สายตาของเขายามมองมาทำให้เสวียนหนิงอันรู้สึกว่าตนเป็นเพียงขี้ผึ้งก้อนหนึ่งที่ถูกความร้อนค่อย ๆ เผาไหม้อย่างเชื่องช้า ไร้ซึ่งความปรานี นอกจากนั้นหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับรู้สึกคล้ายถูกบีบรัดอย่างน่าประหลาด และในยามที่เขาหรี่ตามองมาก่อนค่อย ๆ เบือนหน้าหนี นางก็พลันรู้สึกชาวาบทั้งร่างกายและหัวใจเขาเปลี่ยนไปเพราะความสูญเสีย…เสวียนหนิงอันอยากเข้าไปพูดคุย แสดงความเสียใจเรื่องภรรยาและบุตรของเขาหลังจากพิธีจบลง ทว่าท่านป้าเสี่ยวผิงกลับแจ้งว่าเขากลับเมืองหลวงไปแล้ว นางจึงไม่ได้เห็นหน้าเขาอีก ไม่ได้ปลอบใจเขาเหมือนที่เขาเคยปลอบใจนาง ไม่ได้ออดอ้อนให้ได้หัวเราะอารมณ์ดียามนั้นนางไม่ได้คาดหวังสิ่งใดตอบแทน ไม่ได้คิดวางแผนครอบครองเป็นเจ้าของ มีเพียงความห่วงใยมอบให้เพียงเท่านั้น ในช่วงเวลานั้นเสวียนหนิงอันบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริงเสวียนหนิงอันบริสุทธิ์ใจจนกระทั่งทราบเรื่องว่าบิดาต้องการให้หมั้นหมายและออกเรือน แผนการร้ายกาจจึงผุดขึ้นมาในสมองอันชาญฉลาดของนาง‘คุณหนูเจ้าคะ… มาแล้วเจ้าค่ะ’หลี่จินหมิง มองสาวใช้ตรงหน้าอย่างมิเข้าใจนัก นางกล่าวว่าตวนอ๋องเลื่องชื่อมีธุระสำคัญต้องเจรจาเป็นการด่วน แ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ใจแข็งให้มาก 1
ปัจจุบันต้นยามอิ๋น[1]แล้ว ทว่าเจ้าของร่างสูงโปร่งยังคงเดินวนไปมาราวกับแมลงตัวเล็กที่ถูกขังไว้ในถ้วยชา ครอบปิดไว้บนโต๊ะไม้สลักลายสวยงาม ไร้หนทางหลบซ่อนหลีกหนี หัวคิ้วของเขาแทบชนกัน ริมฝีปากเม้มอยู่เนือง ๆ ราวกับมีปัญหาใหญ่ที่ต้องขบคิดทำความเข้าใจหลี่จินหมิงยามนี้ยากจะควบคุมอารมณ์พลุ่งพล่าน ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาไม่ว่าเรื่องใดก็มิสามารถทำให้เขาเปิดเผยความรู้สึกของตนได้ ความสูญเสียทำให้เขากลายเป็นบุรุษที่มีสีหน้าเรียบเฉยและหนักแน่นดุจเขาไท่ซาน แต่สามวันที่ผ่านมาทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ‘หึ! ไม่นึกว่าเจ้าโตมาจะเป็นสตรีเช่นนี้ สวรรค์กลั่นแกล้งข้าแล้วจริง ๆ’ เขามิแน่ใจว่า ‘ภรรยาลับ’ จะตีความหมายไปในทางใด เข้าใจว่าประโยคที่หลุดออกจากปากเป็นเพราะความผิดหวังที่นางมีนิสัยต่างไปจากเดิม หรือมองลึกทะลุทะลวงและเห็นว่า ‘ท่านอา’ กำลังคิดถึงเรื่องผิดบาป ในยามเห็นดวงตาหวานซึ้งที่ซ่อนความกระวนกระวายไว้แทบมิได้ความดื้อรั้นทว่าเย้ายวนของนางทำให้เขามิสบายใจ กลัวว่าจะผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับตวนอ๋องสูงศักดิ์ ถึงขั้นกล่าวโทษสวรรค์ว่ากลั่นแกล้งให้ต้องเผชิญกับความงามที่ต้านทานได้ยากยิ่งเสวียนหนิงอันเต
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ใจแข็งให้มาก 2
‘ว่าอย่างไร เจ้าไม่เห็นนางเป็นหลานแล้วหรือ!’‘ย่อมต้องเอ็นดูนางไม่ต่างจากวันวาน เอาเถิด เช่นนั้นก็ลองใช้เหตุผลที่ข้าอ้างกับพวกแม่สื่อดู’หลี่จินหมิงให้คำตอบว่ายังรู้สึกกับนางเฉกเช่นในวันวาน พร้อมกับเล่าไปด้วยว่าเคยกล่าวความเท็จกับพวกแม่สื่อที่ตามตอแยให้แต่งงานใหม่ ว่าต้องการไว้ทุกข์ให้กับภรรยาและบุตรที่มิได้ลืมตามาดูโลกเป็นเวลาสามปี เขาใช้เหตุผลเดียวกันนี้มาต่อรองเพื่อให้ทุกอย่างออกมาดูสมจริงมากที่สุดเพื่อปกปิดสถานะและรักษาเกียรติของเสวียนหนิงอันแล้ว หลี่จินหมิงต้องอ้างว่าไม่สามารถจัดพิธีอันใดได้เพราะต้องรักษาเกียรติของตนเอง มิให้ผิดคำกล่าวที่ว่าต้องการไว้ทุกข์สามปีก่อนแต่งภรรยาใหม่เข้าบ้านเสวียนหนิงอันจำต้องยอมรับตำแหน่งภรรยาลับ กล่าวว่ายินดีรอจนกว่าเขาจะออกจากการไว้ทุกข์ ซึ่งก็คือในอีกสิบเดือนข้างหน้า ถึงเวลานั้นแล้วค่อยจัดการทุกอย่างให้ถูกต้องตามประเพณี โดยมิได้รู้เลยว่าเขาคิดใช้ช่วงเวลาสิบเดือนนี้พิสูจน์ว่านางมิได้รัก ทว่าเป็นความลุ่มหลงและอยากเอาชนะเท่านั้นเอง‘หากข้าทำไม่สำเร็จ พ่ายแพ้ต่อเล่ห์กลของนางเล่า!’‘เรื่องนี้ย่อมแก้ไขได้ไม่ยาก…’ตวนอ๋องเฉินฟาหยางทำราวกับว่าการแต่งคุ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 สวนดอกเหมยกุ้ย 1
กลิ่นดอกเหมยกุ้ยหอมเย้ายวนมิสามารถดึงความสนใจของโฉมงามในวัยสิบหกปีได้ นางปล่อยให้ความคิดพัดเอื่อยไปตามสายลมหลังจากกินมื้อเช้า พลางพิจารณาเรื่องราวที่เพิ่งได้ยินมา ท่านป้าที่ทำหน้าดุเมื่อครู่คือคนสนิทของฮูหยินผู้ล่วงลับ หลี่จินหมิงจึงปฏิบัติต่อนางดีกว่าสาวใช้ทั่วไปอยู่หลายส่วน และนั่นอธิบายได้ว่าเหตุใดสายตาของหญิงสูงวัยจึงไม่เป็นมิตรนัก มิว่านางจะทำตัวสุภาพมากมารยาทเพียงใด สุดท้ายก็ได้รับเพียงสายตาเย็นชากลับมาเท่านั้น“ฮูหยินน้อยอยากกินขนมหรือไม่เจ้าคะ”เจียอี สาวใช้ในวัยสิบสี่ปีคือผู้ที่เล่าเรื่องราวอย่างย่อให้ฟังขณะเก็บโต๊ะอาหาร แต่แค่เรื่องย่อก็ทำให้เสวียนหนิงอันรู้สึกว่าหัวใจของนางบีบรัดด้วยความอิจฉาแล้ว“สวนดอกเหมยกุ้ยนี่เขาทำเพื่อนางหรือ”“มิใช่เจ้าค่ะ จ้าวฮูหยินมิชอบดอกไม้กลิ่นแรง นายท่านจึงปลูกดอกเหมยกุ้ยไว้ที่สวนหลังบ้าน เพิ่งจะปลูกเพิ่มจนทั่วเมื่อปีก่อนนี้เองเจ้าค่ะ” เจียอีตัวเล็กทว่าคล่องแคล่วว่องไวยิ่งนัก หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็รีบจัดของในห้องโดยมิรอคำสั่ง ทั้งยังไม่ลืมยิ้มให้กับนายหญิงคนใหม่อย่างประจบเอาใจฮูหยินน้อยงดงามอย่างมาก ผมสีดำขลับดุจท้องฟ้าในราตรีที่ปรา
Baca selengkapnya
บทที่ 3 สวนดอกเหมยกุ้ย 2
“อย่ามาใกล้ข้า!” ซุนหยาตวาดเพราะตนเองก็มิได้ชอบสัตว์ประเภทนี้เช่นกัน แต่ก่อนที่จะได้ทำอันใด นายหญิงคนใหม่ก็ปราดเข้ามาใกล้ ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนบางคลุมลงบนตัวหนอนและนำมันออกจากร่างของเจียอีทันที“ฮูหยินน้อยฆ่ามันเลยเจ้าค่ะ น่าเกลียดน่ากลัวยิ่งนัก!” เจียอีกรีดน้ำตา แสบจมูกเล็กน้อยเพราะเมื่อครู่ตกใจจนเกือบร้องไห้ แต่พอตัวหนอนไม่อยู่บนร่างนางแล้วก็เปลี่ยนเป็นโกรธแค้นขุ่นเคืองแทน“อย่าทำบาปเลย มันเป็นหนอนผีเสื้อเท่านั้น ทำอันใดเจ้าไม่ได้หรอก”“แต่มันน่ากลัวนะเจ้าคะ” เจียอียืนยันตามเดิม“ยามนี้อาจไม่น่ามอง แต่พอถึงเวลาที่เหมาะสมก็งดงามน่าชมมิใช่หรือ” เสวียนหนิงอันก้าวให้ห่างจากเจียอีและซุนหยา สองมือยังคงถือเจ้าตัวปัญหาอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่ามันจะถูกสาวใช้ทุบให้ตายต่อหน้านาง“เจ้าอย่าโกรธมันเลยนะเจียอี เป็นข้าไม่ดีเองที่ไม่ได้ช่วยเอามันออกจากตัวเจ้าเร็วมากพอ หากจะโกรธ… เจียอีโกรธข้าแทนได้หรือไม่”“เรื่องแค่นี้เหตุใดจึงต้องพูดจาใหญ่โต ฮูหยินน้อยก็เช่นกัน เหตุใดจึงต้องกลัวว่านางจะโกรธ ที่นี่หากสาวใช้ทำเรื่องอันใดไม่ถูกใจก็โบยสักสิบไม้ เรื่องง่าย ๆ เช่นนี้ที่บ้านฮูหยินน้อยมิได้สอนหรือเจ้าคะ” ซุ
Baca selengkapnya
บทที่ 4 หว่านเสน่ห์ล่อลวง 1
บ้านสกุลหลี่ที่ตั้งอยู่ตลาดฝั่งตะวันออกมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก แต่กระนั้นก็ยังมีเรือนเล็กใหญ่มากกว่าห้าเรือน เรือนที่ใหญ่ที่สุดเป็นของหลี่จินหมิงอย่างมิต้องสงสัย เรือนที่อยู่ถัดไปนั้นมีไว้สำหรับต้อนรับแขก อีกสองเรือนปิดตายไร้ผู้คนอยู่อาศัย ส่วนเรือนสุดท้ายซึ่งเป็นเรือนหลังเล็กที่สุดนั้นเสวียนหนิงอันคือผู้ครอบครองตวนอ๋องเฉินฟาหยางส่งข้าวของเครื่องใช้ของบุตรสาวมายังบ้านสกุลหลี่หลังจากเกิดเรื่องได้เพียงวันเดียว ในยามนั้นเขาเห็นทุกอย่างที่เกี่ยวกับนางแล้วรู้สึกเกรี้ยวกราด มองอย่างไรก็ไม่สบอารมณ์ จึงสั่งให้สาวใช้นำข้าวของไปให้พ้นตา นึกไม่ถึงว่าหีบห้าใบจะอยู่ในห้องเก็บของ ส่วนอีกสองใบที่สาวใช้นำไปไว้ในเรือนเล็กนั้นล้วนมีแต่ของเก่าที่ใช้การไม่ได้ แต่กระนั้นนางก็ยังไม่ปริปากบ่น หรือพูดให้ถูกต้องคือเขาจงใจหลบหน้านาง กอปรกับต้องเดินทางอย่างกะทันหัน ความลำบากเรื่องเครื่องแต่งกายนั้นจึงถูกแก้ไขช้าไปสักหน่อยหลี่จินหมิงจำได้ดีว่ารู้สึกปั่นป่วนในท้องมากเพียงใดยามที่นางบอกว่ามิได้สวมบังทรง ยังจำได้อีกด้วยว่าตนตวาดเสียงดังจนนางหนีเตลิดจากห้องหนังสือ แต่หลังจากรวบรวมสติกลับมาสุขุมดังเดิมได้แล้ว เขาก็สั่งใ
Baca selengkapnya
บทที่ 4 หว่านเสน่ห์ล่อลวง 2
“ปล่อยให้ท่านอารอนาน หนิงเอ๋อร์เสียมารยาทแล้ว”นางเดินเข้ามาในห้องรับรองแขกที่เขานั่งรออยู่ ร่างบอบบางยามนี้สวมเพียงเสื้อตัวใน ทว่ามีผ้าปักลายสวยงามคลุมไหล่บางเอาไว้เพื่อป้องกันคำดุด่าไม่น่าฟัง ผมดำขลับที่มักปล่อยสยายมีผ้าผืนเล็กมัดไว้อย่างหลวม ๆ มองดูแล้วให้ความรู้สึกเย้ายวนไม่ต่างจากนางจิ้งจอกในนิทานหากคนภายนอกได้เห็นอาจคิดว่าเสวียนหนิงอันตั้งใจยั่วยุอารมณ์ของสามี แต่สำหรับนางแล้วการแต่งตัวไม่เรียบร้อยเป็นเพียงการกลั่นแกล้งให้เขาโมโหมากขึ้นสักหน่อยก็เท่านั้นนึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่สนใจ ทั้งยังถามไถ่นางอย่างมีน้ำใจยิ่ง!“หากไม่มีเสื้อผ้าดี ๆ สวมใส่ ข้าให้ซุนหยามาวัดตัวเจ้า ดีหรือไม่”“อย่าสิ้นเปลืองเงินทองเลยเจ้าค่ะ ความจริงข้าพอมีเสื้อผ้าสวมใส่อยู่บ้าง แต่เพราะกลัวว่าท่านอาจะรอนานจึงผลุนผลันออกมาโดยมิทันคิด… ท่านอาอย่าโกรธที่ข้าแต่งตัวไม่เรียบร้อยเลยนะเจ้าคะ”“ช่างเถิด เป็นข้าไม่ดีเอง มาหาเจ้าโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า… ได้ยินว่าเจ้าดื่มน้ำเต้าหู้ไป ไม่รู้สึกหายใจลำบากหรือมีผื่นแดงตามร่างกายใช่หรือไม่”หลี่จินหมิงตกตะลึงกับความงามของนางแทบละสายตาไม่ได้ แต่คำถามแฝงความไม่พอใจทำให้เขาได้สติแ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ไม่ยอมพบหน้า 1
ยามถูกบิดาว่ากล่าวตักเตือนเสวียนหนิงอันมักหนีไปกอดมารดาอย่างเงียบ ๆ ไม่ต่อความยืดยาวเพราะทราบดีว่าตนเองเป็นฝ่ายผิด แทบทุกครั้งนางเอนตัวนอนนิ่งเฉยข้างมารดาหลายชั่วยาม พิจารณาว่าเหตุใดจึงทำผิด สำนึกได้แล้วจริงหรือไม่ ควรทำอย่างไรเพื่อบรรเทาโทษของตนเองตวนอ๋องเฉินฟาหยางมิได้ตามใจบุตรสาวอย่างที่คนร่ำลือ หลายครั้งถึงขั้นกักบริเวณและไม่พูดด้วยนานกว่าเจ็ดวัน แต่กระนั้นนางกลับไม่นึกกังวลเพราะทราบดีว่าบิดารักตนมาก อย่างไรก็ต้องได้รับการให้อภัยอย่างแน่นอนเสวียนหนิงอันเคยคิดว่าท่านพ่อคงไม่รู้สึกอันใดมากเพราะเป็นฝ่ายเลือกที่จะไม่พูดกับนางเอง แต่พอพบเจอกับสถานการณ์เดียวกัน โกรธเคืองคนที่ตนรักจนไม่อยากสนทนาด้วย เสวียนหนิงอันจึงเข้าใจแล้วว่าที่ผ่านมานางไม่ใช่บุตรสาวที่ว่านอนสอนง่ายสักเท่าใดนัก‘ท่านพ่อคงเหนื่อยใจมากเป็นแน่’ยามนั้นนางไม่รู้สึกว่าการถูกลงโทษเป็นเรื่องร้ายแรง ทำเพียงรออย่างใจเย็นสักสามวันแล้วค่อยเข้าไปคุกเข่าขอรับโทษ ร่ายความผิดของตนให้ฟังและสัญญาว่าจะไม่ทำอีก หลังจากนั้นตวนอ๋องผู้เป็นบิดาก็จะเผยรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย โคลงศีรษะอย่างไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร ก่อนโบกมือให้นางกลับไปพักผ่อน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status