“คุณโปรดคะ คุณท่านให้เข้าไปพบที่ห้องรับแขกค่ะ”
“รู้แล้ว กำลังไป” ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังห้องรับแขกด้วยท่าทางอารมณ์ดี ซึ่งการกระทำของเขานั้นสร้างความประหลาดใจให้กับผู้เป็นพ่อและแม่เป็นอย่างยิ่ง
“นี่หนูพายนะ แกจำหนูพายได้อยู่ใช่มั้ย” ทันทีที่ชายหนุ่มนั่งเก้าอี้โซฟาผู้เป็นพ่อก็แนะนำหญิงสาวตรงหน้าให้กับลูกชายทันที
“เดี๋ยวนะ ถ้าเธอคนนี้คือพายแสดงว่าคนที่อยู่ด้านนอกนั่นน้องแพทใช่มั้ย?”
“ใช่”
“ไหนตอนนั้นพ่อกับแม่บอกว่าเธอย้ายไปอยู่ต่างประเทศ”
“ก็ตอนนี้หนูแพทย้ายกลับมาอยู่ที่ไทยไง”
“แล้วทำไมไม่บอกกันก่อนว่าเป็นพวกเขา”
“อ้าว! ปกติแกก็ไม่ได้ถามอยู่แล้วนี่ว่าคนที่พ่อพามาให้ดูตัวเป็นใครมาจากไหน ขนาดลูกสาวท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทายาทเจ้าของห้างแกยังไม่สนใจเลย”
“แต่ถึงยังไงคุณลุงกับคุณป้าก็เคยเป็นเพื่อนแม่ ส่วนน้องพายกับน้องแพทก็เคยเป็นเพื่อนสมัยเด็กๆ ของผม การที่ชวนพวกเขามาบ้านพ่อก็ควรบอกผมสักนิด”
“ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้เรามาคุยเรื่องงานแต่งระหว่างแกกับหนูพายกันดีกว่า”
“ผมไม่แต่ง”
“แต่ว่าเราคุยกันแล้วนะ ถ้ารอบนี้แกยังปฏิเสธอีก งั้นก็ไปหาผู้หญิงมาแต่งเองก็แล้วกันและห้ามเอาผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า”
“ผมไม่ต้องการแต่งงานกับพายแต่จะแต่งกับแพท”
“คุณโปรด” คำพูดของชายหนุ่มทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องถึงกับนั่งนิ่ง โดยเฉพาะหญิงสาวที่เตรียมตัวจะเป็นเจ้าสาวมาโดยตลอดนั้นถึงกับเข่าอ่อน
“แกว่าไงนะ?”
“ผมไม่แต่งกับพายผมจะแต่งงานกับแพท ชัดเจนพอหรือยังครับ”
“โปรด ทำไมลูกพูดจาไม่นึกถึงความรู้สึกหนูพายบ้าง หนูพายทั้งน่ารักอ่อนหวานวางตัวดีแต่ดูสิ่งที่ลูกทำมันไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเอาสะเลย” หญิงวัยกลางคนเตือนลูกชายด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“แล้วแม่จะให้ผมทำยังไง ในเมื่อผมไม่ได้อยากแต่งกับใครตั้งแต่แรก หรือจะให้ผมเลือกแต่งทั้งพี่ทั้งน้องจะได้จบๆ”
“นี่แกรู้ตัวมั้ยว่าพูดอะไรออกมา?” ผู้เป็นพ่อเตือนสติลูกชายด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่เจ้าตัวกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่นิด
“ก็ผมพูดความจริง พ่อก็เลือกเอาระหว่างให้ผมแต่งกับน้องสาวหรือแต่งทั้งพี่ทั้งน้องหรือไม่แต่งกับใครเลยพ่อมีทางเลือกอยู่สามทาง และผมให้เวลาพ่อกลับไปคิดทบทวนภายในคืนนี้แล้วพรุ่งนี้ให้คำตอบผมด้วย” พูดจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายออกจากห้องรับแขกโดยทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ผู้เป็นพ่อ
“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงคะคุณแม่” หญิงสาวเดินออกจากบ้านหลังใหญ่พร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น
“อย่าเพิ่งร้องไห้ได้มั้ย ค่อยกลับไปร้องในรถไม่ก็กลับไปร้องไห้ที่บ้าน” หญิงวัยกลางคนคอยปลอบลูกสาวคนโตด้วยความเห็นใจ
“เกิดอะไรขึ้นกับพี่พาย?” ส่วนทางด้านหญิงสาวที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำเดินเข้าไปหาพี่สาวด้วยความเป็นห่วง แต่ผู้เป็นพี่สาวกลับจ้องเธอด้วยสีหน้าโกรธเคือง
“เป็นเพราะแพทนั่นแหละพี่ถึงได้อยู่ในสภาพนี้” หญิงสาวผลักผู้เป็นน้องออกแล้วเดินขึ้นรถด้วยความไม่พอใจ
“พ่อคะ มันเกิดอะไรขึ้นทำไมพี่พายถึงว่าให้แพทแบบนั้น หรือเป็นเพราะแพททำให้คุณโปรดไม่พอใจ เดี๋ยวแพทจะเข้าไปขอโทษและขอโอกาสจากคุณโปรด ให้เวลาหนูหน่อยนะคะ” หญิงสาวเตรียมจะเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ด้วยสภาพเปียกปอนแต่โดนผู้เป็นพ่อหยุดไว้เสียก่อน
“พ่อว่าอย่าเลยดีกว่า ไว้เรากลับไปคุยกันที่บ้าน สิ่งที่เราควรทำตอนนี้คือคอยอยู่เคียงข้างพี่ กลับไปถึงบ้านแล้วพ่อจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง”
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเดินตามหลังผู้เป็นพ่อจากนั้นก็ขึ้นไปนั่งตรงเบาะข้างๆ ผู้เป็นพี่สาวเหมือนอย่างเคย ระหว่างที่พวกเขากำลังมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านของตัวเองหญิงสาวผู้เป็นพี่หันหลังให้น้องมาตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้าน
“คุณพายัยพายขึ้นไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง ส่วนยัยแพทขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงมาหาพ่อ”
“ค่ะ คุณพ่อ” พูดจบหญิงสาวก็ขึ้นไปอายน้ำแต่งตัวซึ่งใช้เวลาราวๆ เกือบครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ลงมาหาผู้เป็นพ่อในห้องรับแขก
“เข้าเรื่องกันเลยนะ คือพ่อไม่รู้ว่าทำไมคุณโปรดถึงตัดสินใจที่จะแต่งงานกับแพทแทนที่จะแต่งกับพี่แก”
“แต่งกับแพท!เดี๋ยวนะคะพ่อ นี่มันเรื่องอะไรกัน นี่ใช่ไหมที่ทำให้พี่พายไม่ยอมคุยกับแพท”
“ใจเย็นๆ คือพ่อก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้ แต่สิ่งที่ครอบครัวเราต้องเลือกคือให้แกแต่งงานกับคุณโปรดซะ”
“ไม่อ่ะ แพทไม่มีทางทำร้ายจิตใจพี่พายเด็ดขาด”
“ถ้าแพทไม่แต่ง เราก็เสียโอกาสที่จะได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั้น นี่เป็นโอกาสของแพทและโอกาสของเรา”
“แล้วยังไง พ่อเห็นครอบครัวนั้นสำคัญกว่าความรู้สึกพี่พายงั้นหรอคะ”
“พ่อไม่ได้คิดว่าพวกเขาสำคัญกว่าพี่เรา แต่สถานการณ์ทางการเงินของบ้านเราตอนนี้กำลังมีปัญหา ซึ่งแพทเองก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ ดังนั้นแพททำเพื่อพ่อสักครั้งเถอะนะ ทั้งชีวิตพ่อทุ่มเทให้กับแพทมาโดยตลอด แพทอยากไปเรียนต่อเมืองนอกพ่อก็ตามใจแพท แพทอยากได้อะไรก็ไม่เคยขัดใจ ขอแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวแพททำให้พ่อได้มั้ย”
“แล้วพี่พายหล่า?”
“เดี๋ยวพ่อคุยให้”
“งั้นพ่อลองไปคุยกับพี่พายก่อน ถ้าพี่พายโอเคเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่”
“ได้ ไว้พ่อจะคุยกับพี่ให้ในวันพรุ่งนี้เพราะวันนี้พี่เราคงไม่อยากคุยกับใคร”
“ก็ได้ค่ะ”
“พ่อขอบใจแพทมากนะ ที่เข้าใจพ่อและยอมสละเพื่อครอบครัวเรา” พูดจบผู้เป็นพ่อก็โผเข้ากอดลูกสาวด้วยความทราบซึ่งใจ