เข้าสู่ระบบณ ภัตตาคารแห่งหนึ่ง
“ทำไมถึงเอาแต่จ้องหน้ามุกล่ะคะ” ไข่มุกเอ่ยถามเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังถูกกวินท์มองอยู่ ตั้งแต่เธอยอมตกลงมาทานมื้อเย็นกับเขา เขาก็เอาแต่จ้องเธอไม่เลิก จนทำให้เธอรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย
“การที่ได้มากินข้าวเย็นกับคนที่ชอบมันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง” เขาไม่พูดเปล่าพลางหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มเช่นกัน
“เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้วค่ะ” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเพราะไม่อยากให้เขาต้องพูดจาเพ้อเจ้ออีก
“เพ้อเจ้ออะไร พี่พูดจริง ๆ นะ”
“กินข้าวกันเถอะค่ะ จะได้รีบกลับบ้าน” เมื่อพูดจบแล้วหญิงสาวก็เริ่มตักอาหารเข้าปากโดยมีสายตาของกวินท์จ้องมองไม่วางตา
“เลิกมองมุกได้แล้ว” เธอรู้สึกอึดอัดและไม่เป็นตัวเองใบหน้าหวานแสดงสีหน้าบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่มองแล้วทำอย่างอื่นได้ไหม” สิ้นคำพูดของชายหนุ่มแล้วเขาก็ใช้สายตามองตั้งแต่ใบหน้าของเธอและหยุดตรงบริเวณหน้าอกอวบใหญ่
“ถ้าพี่วินท์ยังมองมุกด้วยสายตาโรคจิตอีก มุกจะกลับคอนโดก่อนนะคะ” ริมฝีปากบางบอกด้วยน้ำเสียงที่จริงทำเอา ทำเอากวินท์ได้แต่แค่นหัวเราะออกจากลำคอเบา ๆ ด้วยความนึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย
ถึงอย่างนั้นเขาก็เลิกกวนประสาทเธอ เขาตักกับข้าวใส่จานของร่างบางและชวนเธอคุยไปเรื่อย ความรู้สึกตอนนี้เขามีความสุขมากเมื่อได้อยู่ใกล้เธออีกครั้ง
การพูดคุยครั้งนี้มันดูผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเธอยอมเปิดปากพูดกับเธอโดยที่ไม่มีท่าทีการแสดงอารมณ์เบื่อหน่ายออกมา
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับมื้อเย็นวันนี้” หลังจากที่รับประทานอาหารมื้อเย็นจนเสร็จแล้วทั้งสองคนก็เดินออกมาพร้อมกัน
“พี่เต็มใจไม่เป็นไร”
“ค่ะ ยังไงมุกก็ขอบคุณพี่วินท์มากนะคะ”
“มุก”
“คะ?” หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเขาเอ่ยเรียกชื่อเธอก่อนที่กวินท์จะเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วโน้มใบหน้าเข้าหาเธอ เขาค่อย ๆ ใช้ริมฝีปากตัวเองเลียบริเวณริมฝีปากของหญิงสาว ทำให้ไข่มุกที่ยืนอยู่ถึงกับอึ้งกับการกระทำของอดีตสามีตัวเอง เขาสอดแทรกลิ้นตัวเองเข้าไปในโพรงปากบางก่อนจะค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกมา
“มีอะไรติดปากพี่เลยเช็ดให้” เขายิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจเมื่อได้ตักตวงความสุขจากเธอ
“ชะ เช็ดให้ปกติก็ได้” ใบหน้าหวานแดงระเรื่ออย่างเขินอายหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมา
“แบบนี้ก็ปกติ”
“เลิกเล่นลิ้นกับมุกได้แล้วค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วมุกขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“คืนนี้พี่ขอนอนด้วยได้ไหม”
“พี่วินท์ไม่ใช่ลูกของมุกนะคะที่จะมานอนด้วยกัน”
“พี่ไม่อยากเป็นลูกแต่พี่อยากเป็นผัวมากกว่า” เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ ๆ เธอแล้วใช้มือโอบเอวเธอไปด้วย
พลั่ก ไข่มุกใช้มือทั้งสองข้างผลักเขาออกไปอย่างแรงก่อนเธอจะรีบเดินขึ้นรถของตัวเองท่ามกลางสายตาคลั่งรักของกวินท์
ในเช้าวันต่อมา
“อีกสามสิบนาทีนายต้องเข้าประชุมครับ” เสียงของภากรเอ่ยรายงานตารางงานของกวินท์หลังจากที่เดินเข้ามาภายในห้อง
“ประชุมอะไรนักหนา” กวินท์พูดอย่างเบื่อหน่ายเมื่อเจอตารางงานในช่วงบ่าย เขาเอนหลังพิงเก้าอี้พลางใช้มือคลึงขมับตัวเองเบา ๆ เขารู้สึกว่าชีวิตตัวเองหมกมุ่นอยู่แต่กับงาน
“ก็เพราะเป็นบริษัทนายไงครับ” คำพูดของภากรทำเอากวินท์จ้องเขม็งทันที
“รู้”
“รู้แล้วทำไมถึงบ่นล่ะครับ”
“มึงนี่น่าโมโหจริง ๆ เลย”
“ผมยังไม่ได้ทำอะไรนายเลยนะครับ”
“แค่เห็นหน้ามึงก็อารมณ์เสียแล้ว”
“ผมก็ไม่ค่อยอยากเห็นหน้านายเท่าไหร่หรอกครับ เห็นทีไรผมโดนด่าทุกทีเลย”
“......” ชายหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้าดุดันทันทีแต่นอกจากไม่ได้ทำให้ภากรเกรงกลัวแล้ว เขายังไม่สนใจผู้เป็นนายอีกด้วย
“เดี๋ยวผมจะเตรียมเอกสารให้ครับก่อนเข้าประชุม”
“เฮ้อ ทำไมชีวิตที่ไม่มีเมียมันน่าเบื่อแบบนี้นะ” เขาบ่นพึมพำอย่างคิดไม่ตก ชีวิตที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มันดูน่าเบื่อเป็นอย่างมากหากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่ไปอำเภอกับเธอเด็ดขาด
“นายก็ใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาสามปีแล้วนะครับ”
“รู้ไหมว่ากูอดทนแค่ไหนกับความรู้สึกทรมานนี้”
“อันนี้น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญแก่นายนะครับ”
“เออ” เขาตอบอย่างปัด ๆ ก่อนจะปรายตามองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวเข้าประชุมพลางบิดขี้เกียจไปมา
“เอาเอกสารเดินตามมา” เขาพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานท่ามกลางสายตาเอือมระอาของภากร เขาเดินตามเจ้านายไปอย่างเงียบ ๆ บางทีก็รู้สึกเห็นใจกวินท์อยู่ไม่น้อยแต่อีกใจก็อยากจะแอบสมน้ำหน้าเช่นกัน
@คอนโดไข่มุก
“เฮ้อ พอได้อาบน้ำนอนแล้วมันสบายตัวแบบนี้นี่เอง” ริมฝีปากบางเอ่ยออกมากับตัวเองเบา ๆ เธอสวมใส่ชุดนอนตัวบางสีชมพูอ่อนก่อนจะเดินไปนั่งตรงปลายเตียง
เธอใช้ผ้าซับเส้นผมที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำเบา ๆ เนื้อตัวของเธอนั้นผ่องใสเวลาโดนน้ำยิ่งแพรวพราวมากกว่าเดิม
ไข่มุกนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เขาจูบหนัก ๆ บนริมฝีปากของเธอ เธอใช้นิ้วแตะตรงริมฝีปากเล็กน้อย สัมผัสของเขายังคงวนเวียนอยู่ใกล้เธอ
“คนบ้าชอบทำตามใจตัวเองตลอดเลย” ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาเบา ๆ เมื่อนึกถึงการกระทำของอดีตสามี บางทีการกระทำของเขาก็ชวนทำให้เธอนึกสงสัยและไม่เข้าใจ
ทางด้านกวินท์
“นายจะกลับคอนโดเลยไหมครับ” ภากรเอ่ยถามเจ้านายหลังจากที่เดินออกจากบริษัทพร้อมกัน
“เดี๋ยวคืนนี้กูจะไปดื่มกับเพื่อนสักหน่อย”
“แต่นี่มันดึกแล้วนะครับ” ภากรพูดพลางมองดูนาฬิกาข้อมือไปด้วย นี่ก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว เนื่องจากเพิ่งประชุมเรื่องงานและโครงการต่าง ๆ ที่กำลังจะขยาย
“ทำเหมือนกูเด็กไปได้” ชายหนุ่มลูบหน้าตัวเองเบา ๆ ช่วงนี้เขารู้สึกเบื่อและอยากปลดปล่อยเลยถือโอกาสนี้ไปนั่งดื่มกับเพื่อน
“ให้ผมไปด้วยไหมครับ”
“กลับไปนอนเถอะ”
“แล้วถ้านายเมาใครจะไปส่งที่ห้องล่ะครับ”
“เรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหา หมดธุระแล้วกูขอกลับก่อนแล้วกัน” เมื่อพูดจบแล้วชายหนุ่มก็เดินขึ้นรถตัวเองทันทีโดยมีสายตาของภากรที่มองตามแผ่นหลังแกร่งของเจ้านาย
“เฮ้อ เมื่อไหร่คุณไข่มุกจะกลับมาตอนนี้นายดูเป็นเอามาก” ภากรพูดกับตัวเองเบา ๆ เมื่อเห็นการกระทำของเจ้านาย เขาอยากให้ไข่มุกกลับมาอยู่กับกวินท์อีกครั้ง เขารู้ว่ายังไงเธอก็ยังมีใจให้กวินท์อยู่แต่ตอนนี้เธออาจกำลังสับสนกับการกระทำของกวินท์เลยเลือกที่จะปกปิดความรู้สึกของตัวเอง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงบ่ายของวัน“มุกดูนี่สิ” เสียงทุ้มอ่อนของกวินท์เอ่ยบอกคนรักหลังจากที่เขาเก็บหอยบนทรายโชว์ให้เธอดู หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนที่จะเอ่ยถามกลับไป“ทำไมเหรอคะ?” เธอจ้องมองคนตัวสูงอย่างต้องการคำตอบ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของเธอ“สวยเหมือนมุกเลย” คำตอบของชายหนุ่มสร้างรอยยิ้มแก่หญิงสาวไม่ยาก เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับใช้มือบีบแก้มกลม ๆ ของเขาอย่างมันเขี้ยว“เดี๋ยวนี้พอมีโอกาสก็เอาใหญ่เลยนะคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยพร้อมกับจ้องไปยังนัยน์ตาคู่คมของคนรัก กวินท์อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะประสานมือเธอไว้หลวม ๆ แล้วเดินเล่นไปถามชายหาดพร้อม ๆ กันความอบอุ่นที่ทั้งสองได้รับในตอนนี้มันสร้างความสุขแก่ทั้งคู่อยู่ไม่น้อยบางคนอาจคิดว่า ทำไมเธอถึงยอมกลับไปอยู่ในจุดเดิม เธอสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า หากเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอได้ เธอก็พร้อมที่จะให้โอกาสนั้นกับเขาอีกครั้งไข่มุกรู้ตัวเองดีไปกว่าใคร เธอเชื่อมั่นว่ากวินท์ไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีกเด็ดขาด เขาให้คำมั่นสัญญากับเธอแล้ว หากมีครั้งต่อไปเขาจะไม่มีวันได้โอกาสจากเธออีกเลย“วันนี้ลมเย็นดีนะ หนาวไหม” กวินท์เอ่ยถามคนรักเสียงอ่อนในขณ
“วันนี้ถ้าอยากกินอะไรก็บอกพี่ได้นะเดี๋ยวพี่ทำให้”“มุกอยากกินข้าวต้มหมูสับ พี่วินท์ทำเป็นไหมคะ”“ไม่มีอะไรเกินความสามารถของพี่หรอก” เขาดึงมือคนตัวเล็กขึ้นมาหอมอย่างสดชื่น มืออุ่น ๆ ของเธอทำให้เขามีความสุข“โรคจิตเหรอคะ”“โรคจิตอะไรกัน แค่หอมมือเมียเอง”“นั่นแหละค่ะ”“ไม่หรอกเพราะรักถึงทำแบบนี้”ตึก ตึก ตึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นส่ำขึ้นมา เธอรู้สึกอ่อนไหวกับคำพูดของคนรัก“ปากหวานจังเลยนะคะ”“มุกก็เคยชิมแล้วไม่ใช่เหรอ”“ถ้าอยากชิมอีกสักครั้งได้ไหมคะ”ฟึบ ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากหญิงสาว เขามองใบหน้าเธอก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง“มุกต้องการแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”“มุกไม่เคยพูดละ.....อื้อ” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะพูดออกมาจบกวินท์ก็ประกบริมฝีปากบางด้วยความดูดดื่มทันที เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากบางของหญิงสาวเพื่อตักตวงความปรารถนาที่ตัวเองมีกวินท์ประคองใบหน้าของหญิงสาวไว้เบา ๆ ลิ้นของเขาารุกล้ำเข้าไปในโพรงปากบาง เขาทั้งสองแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มจนเมื่อพอใจแล้วชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกเขาสบตากับเธอดวงตาเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่ที่ผ่านทางแววตา เขาอยากเห็นหน้าเธอในท
เช้าวันต่อมา“วันนี้พี่วินท์ไม่ทำงานเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ากวินท์ยังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกไปไหน“วันนี้พี่ไม่เข้าบริษัท”“ทำไมคะ?” ไข่มุกแสดงสีหน้าสงสัยออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากคนตัวสูง“มุกท้องพี่ก็ต้องหาเวลาว่างเพื่อมาดูแลมุก” เขาตอบแล้วยิ้มให้กับเธอก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาว “รีบออกมานะตัวเล็กป๊าอยากเห็นหน้าหนูแล้ว” เขาย่อตัวลงไปกระซิบบริเวณหน้าท้องแบนราบของเธอทำเอาไข่มุกที่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอาอยู่ไม่น้อย“ลูกไม่ได้ยินหรอกค่ะ”“มันก็ไม่แน่”“แต่งตัวไปทำงานได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกโทรบอกคุณพ่อนะคะ”“เมียใครเนี่ยน่ากลัวจัง” เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เธอจนปลายจมูกของทั้งสองชนกัน“เลิกติดเล่นได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกไม่คุยกับพี่วินท์แล้วนะคะ”“ครับคุณเมีย” กวินท์หอมเข้าที่แก้มนุ่มของคนรักฟอดใหญ่แล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าไปมาแต่เธอก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่เขาเป็นแบบนี้ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้มันค่อนข้างไปได้สวยเป็นอย่างมากเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ“มุกมาผูกเนคไทให้พี่หน่อย” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเรียกคนรักทำให
“ทั้งหมด140บาทค่ะ ลูกค้าสะดวกจ่ายทางไหนดีคะ” ไข่มุกเอ่ยถามลูกค้าพร้อมกับยิ้มหวานให้ หลังจากที่เธอได้สรุปยอดให้ลูกค้าเสร็จแล้ว“สแกนจ่ายค่ะ”“สแกนตรงนี้ได้เลยนะคะ” เธอชี้คิวอาร์โค้ดตรงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะสแกนจ่ายค่าอาหารแล้วเดินออกไปจากคาเฟ่“เหนื่อยไหมคะพี่มุก” ปันปันเอ่ยถามพร้อมกับยิ้วหวานให้“นิดหน่อยค่ะ”“แล้ววันนี้ว่าที่สามีของพี่มุกไม่มาเหรอคะ” เด็กสาวเอ่ยถามพลางทำสีหน้าสงสัยอยู่ไม่น้อย เธอชะเง้อเพื่อมองหาใครบางคน“ช่วงนี้เขางานยุ่งน่ะ”“แต่เขาก็ดูรักพี่มุกมากเลยนะคะ ปันเห็นมาหาแทบทุกวันเลย”ไข่มุกรู้ดีว่ากวินท์นั้นให้ความสำคัญกับเธอมากแค่ไหน เขาจะมาหาเธอทุกครั้งเมื่อมีโอกาสต่อให้ไม่มีกวินท์ก็จะพยายามหาเวลาว่างมาหาเธอให้ได้ เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนยังไง“ยังไงปันก็ขอแสดงความยินดีกับรักครั้งใหม่ด้วยนะคะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพูดจบแล้วก็ยิ้นหวานให้กับเด็กสาวตรงหน้า การที่เธอยอมให้โอกาสกวินท์อีกครั้งเป็นเพราะเขานั้นทำให้เธอเห็นว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแค่ไหนเธอเห็นทุกการกระทำของเขาทุกอย่างและอีกส่วนหนึ่งคือมาจากใจเธอที่ยังมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขาอยู่ เธอยังรักและยังหวงเขาเหมือนแต่ก่อนที่บอกว
“......” กวินท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยินชะงักอยู่เล็กน้อยแม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาตอนนี้แต่ภายในใจนั้นแทบจะอยากกอดเธอจนแทบจะบ้า“มุกยอมกลับไปอยู่ด้วยกันอีกคระ......อ๊ะ !” หญิงสาวร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ กวินท์โผลเข้ามาสวมกอดเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย“พี่ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มพูดอย่างซึ้งใจ ความพยายามของเขาไม่สูญเปล่าแล้ว เขากระชับกอดเธอให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิมราวกับว่าไม่อยากปล่อยให้เธอหายไปจากอ้อมกอดของเขาอีกแล้ว“แต่มันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของพี่วินท์เหมือนกันนะคะ” ที่เธอยอมให้โอกาสเขาเพราะเธอยังรักเขาอยู่ เธอหลอกคนอื่นได้แต่เธอไม่สามารถหลอกใจตัวเองได้เธอมองเห็นความพยายามของกวินท์มาโดยตลอดเพียงแต่อยากเห็นเขาพยายามมากกว่านี้ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าไม่ใช่แค่เขาที่ขาดเธอไม่ได้ เธอก็ไม่สามารถขาดเขาได้เช่นกัน“พี่ขอบคุณมุกจริง ๆ นะ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้มุกเสียใจอีก”“มุกจะเชื่อคำพูดของพี่วินท์อีกครั้งนะคะ”“ขอบคุณนะ” เขาเอ่ยขอบคุณเธอด้วยความซาบซึ้งใจ“มุกให้โอกาสพี่วินท์แค่ครั้งเดียวนะคะ หากพี่วินท์ยังเป็นแบบเดิมอยู่มุกขอไม่กลับมาอีกแล้วนะคะ” เธอรู้ว่าการกลับไปอยู่ใน
เช้าวันต่อมาก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาประตูห้องดังขึ้นทำให้ไข่มุกที่กำลังยืนทำกับข้าวอยู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองไปยังประตูห้องเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู เธอพอจะเดาออกว่าคนที่เคาะคือใคร......“มาทำไมแต่เช้าคะ?” เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วก็เห็นกวินท์ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับในมือมีของมาฝากมากมาย“วันนี้พี่ไม่ได้เข้าบริษัทเลยมาหามุกแทน”“คำตอบของพี่วินท์ดูเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ” เขามาหาเธอโดยที่ไม่ได้ไปทำงาน มันทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย“พี่ขอเข้าไปข้างในได้ไหม”“ถ้ามุกบอกว่าไม่พี่วินท์จะยอมกลับไปไหมคะ”“มุกก็น่าจะรู้คำตอบของพี่นะ”“เฮ้อ มุกไม่อยากเถียงกับพี่แล้ว” หลังจากพูดจบแล้วหญิงสาวก็ยอมหลรกทางให้คนตังสูงเดินเข้ามาหาภายในห้องก่อนที่เธอจะปิดประตูลง“ทำอะไรกินเหรอ ทำไมหอมจัง” เขาวางสัมภาระที่ถือมาด้วยความไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปดูกับข้าวที่เธอทำอย่างถือวิสาสะแต่แล้วก็ทำให้เขาต้องเบือนหน้าไปทางอื่นทันที“อึก ทำไมเหม็นแบบนี้วะ” กวินท์พูดกับตัวเองเบา ๆ หลังที่ชะเง้อหน้ามองกับข้าวที่หญิงสาวทำไว้ ท่าทีของเขาทำให้ไข่มุกได้แต่ยืนมองอย่างเงียบ ๆ เธอเม้มริมฝีปาก







