เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา
กวินท์ตื่นขึ้นมาหลังจากที่ใบหน้าถูกแสงแดดกระทบอย่างจัง เขาใช้มือลูบใบหน้าตัวเองเพียงนิดก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อไม่เห็นไข่มุกอยู่ด้วย
“จะตื่นก็ไม่ปลุกกันเลย” เขาพึมพำอย่างไม่ชอบใจนักก่อนจะเหลือบใบเห็นกระดาษใบเล็ก ๆ ที่วางไว้บนหัวเตียง มือหนาเอื้อมไปหยิบก่อนจะเห็นข้อความบนกระดาษ
ขอโทษนะคะที่ไม่ได้ปลุก มุกเห็นพี่วินท์หลับอยู่เลยไม่อยากกวน ถ้าตื่นแล้วรบกวนปิดไฟ ปิดแอร์ก่อนออกจากห้องด้วยนะคะ
“เขียนแค่นี้เหรอ” กวินท์พ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ เขาคิดว่าเธอน่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับเขาสักอย่างแต่พออ่านแล้วไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับเขาเลย
บางทีการตื่นมาได้เห็นข้อความดี ๆ จากเธอสักนิดมันก็คงจะเป็นวันที่ดีวันหนึ่งเลยแหละ กวินท์ได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบา ๆ กับความคิดของตัวเอง ตอนนี้เขาเหมือนเด็กน้อยที่กำลังน้อยใจแม่ตัวเอง
ตรือ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้เขาละทิ้งความคิดน้อยใจออกไปก่อนจะเพ่งมองที่ปลายสายพบว่าภากรเป็นคนโทรมา
“มีเรื่องอะไร”
(นายอยู่ไหนครับ)
“คือกูต้องรายงานมึงทุกเรื่องเลยเหรอ”
(ตอนนี้คุณก้องภพต้องการพบคุณวินท์ครับ ท่านมารอที่บริษัทแล้วครับ)
“พ่อเนี่ยนะ?”
(ครับ)
“เออ เดี๋ยวกูไปเดี๋ยวแวะไปอาบน้ำที่ห้องก่อน”
(แล้วตอนนี้นายไม่ได้อยู่ห้องตัวเองเหรอครับ?)
“เออ”
(นายอยู่ไหนครับ)
“อยู่ห้องเมีย ถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้นะ” เขาตัดสายทันทีแล้วหยัดกายลุกขึ้นแต่งตัวให้เรียบร้อยเพื่อที่จะเข้าบริษัท
@บริษัทของกวินท์
แกรก เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นพร้อมกับร่างของกวินท์ที่เดินเข้ามาภายในห้อง เขาปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะเห็นพ่อตัวเองนั่งอยู่ตรงโซฟาตัวใหญ่
“มาแล้วเหรอ” ก้องภพถามเสียงเรียบโดยมองลูกชายตัวดีด้วยแววตาดุดัน
“เห็นหน้าผมทีไรเหมือนจะกัดผมทุกทีเลย” กวินท์พูดแล้วทำหน้ากวนประสาทคนเป็นพ่อ
“เพราะแกมันน่ากัดมั้ง เห็นหน้าแกทีไรฉันอารมณ์เสียทุกทีเลย”
“แล้วพ่อจะมาหาผมทำไม”
“ปากดีนักนะ” ก้องภพเอ่ยอย่างคาดโทษเมื่อลูกชายตัวดีเถียงคำไม่ตกฟาก
“สรุปพ่อมาหาผมมีเรื่องอะไร” เขาเดินไปนั่งตรงข้ามกับคนเป็นพ่อ
“แกจะทำตัวแบบนี้ไปถึงไหน”
“แบบไหน?”
“การที่ตามตื๊อหนูมุกไปวัน ๆ แบบนี้ แกไม่คิดว่าเขาจะรำคาญรึไง”
“รู้”
“แล้วทำไมถึงยังทำ?”
“ก็เพราะอยากได้เมียกลับคืนมาไงครับ”
“แกยังเรียกเขาว่าเมียได้เต็มปากอีกนะ” ก้องภพตวัดสายตามองลูกชายอย่างหงุดหงิด ดูเหมือนว่าตอนนี้กวินท์จะไม่รู้สถานะของตัวเอง
“ก็เพราะคนอย่างผมมันหน้าด้านไงล่ะ” เขายักไหล่แล้วตอบด้วยความมั่นใจแถมยังยกมือขึ้นมาเสยผมอย่างลวก ๆ ท่ามกลางสายตาเบื่อหน่ายของก้องภพ
“แกนี่มันจริง ๆ เลย”
“อีกสามชั่วโมงผมจะไปหาไข่มุกที่คาเฟ่”
“แล้วแกจะไปหาเขาทำไม?”
“เพราะคิดถึงเมีย”
“คำก็เมีย สองคำก็เมียทั้งที่ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลยสักนิด” ก้องภพต้องการไข่มุกกลับมาเป็นลูกสะใภ้อีกครั้งเพราะเขานั้นทั้งรักและเอ็นดูเธอเป็นอย่างมาก แต่ทุกอย่างพังลงเพราะลูกชายตัวดี
“ดูเหมือนพ่อจะไม่พอใจผมมากเลยนะ ผมไม่ใช่ลูกพ่อรึไง”
“เพราะแกคือลูกของฉันไง ฉันถึงต้องบ่นต้องว่าแบบนี้คราวหลังจะทำอะไรก็ช่วยถามความเห็นฉันกับแม่แกด้วย”
“เลิกบ่นผมสักวันได้ไหมเนี่ย ผมหูชาไปหมดแล้ว” เขายกมือขึ้นมาแคะหูเบา ๆ เพื่อกวนประสาทก้องภพแต่อีกฝ่ายกลับมองเขาด้วยแววตาเอือมระอา
“รึจะให้แม่แกบ่นแทนฉัน?”
“จะใครผมก็ไม่ต้องการทั้งนั้นแหละ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวทำงานก่อนนะ” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปนั่งตรงโต๊ะทำงานตัวเอง เขาเพ่งมองเอกสารมากมายที่กองเอาไว้บนโต๊ะอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย บางทีก็อยากหนีไปไกล ๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งเคลียร์งานอยู่แบบนี้ เขาพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ ก่อนจะพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
“ชีวิตนี้นอกจากต้องตามง้อเมียต้องตามเคลียร์งานอีกเหรอเนี่ย”
ทางด้านไข่มุกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ ด้วยความผ่อนคลายเนื่องจากไม่ค่อยมีลูกค้า
“อ่านเรื่องอะไรอยู่เหรอคะพี่มุก” น้ำฝนเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าไข่มุกใจจดใจจ่อกับหนังสือเล่มนั้นมาได้สักพัก
“เศษเสี้ยวหัวใจคือของคุณค่ะ” ริมฝีปากบางตอบกลับพร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ ให้
“กำลังมีความรักเหรอคะ” เด็กสาวทำหน้าสงสัยในขณะที่ใช้มือตัวเองเท้าคางเล็กน้อย สายตาก็จับจ้องไปยังไข่มุกอยู่
“อ่านนิยายรักจำเป็นต้องมีความรักด้วยเหรอ” หญิงสาววางหนังสือไว้ข้าง ๆ โดยที่มองไปยังเด็กสาวตรงหน้า
“ก็ไม่แน่นะคะ บางทีพี่มุกอาจจะเก็บใครบางคนในใจก็ได้” คำตอบของน้ำฟ้าทำให้หญิงสาวลอบยิ้มออกมาเล็กน้อย คำนี้มันทำให้เธอหวนคิดเรื่องในอดีตที่เคยรักกันกับกวินท์มาก่อน
บางทีเธออาจจะซ่อนใครไว้ในใจเหมือนที่น้ำฟ้าพูดก็ได้ เมื่อนึกได้ดังนั้นแล้วหญิงสาวจึงละทิ้งความคิดตัวเองออกไปทันทีเพราะไม่อยากหวนไปอีกครั้ง ความสัมพันธ์เธอกับเขาจบลงแล้วตั้งแต่เดินทางไปยังอำเภอด้วยกัน
“พี่มุกมีคนมาหาค่ะ” ปันปันเดินเข้ามาบอกพร้อมกับส่งสายตาให้เล็กน้อย ไข่มุกจึงหันไปมองก็พบว่าเป็นกวินท์
เขามาหาเธออีกแล้วเหรอ ภาพนี้เธอมักจะได้เห็นเป็นประจำจนปลงตก เขามักจะหาเวลาว่างมาหาเธอเมื่อมีโอกาสแม้เธอจะเคยห้ามแล้ว แต่เหมือนห้ามก็เหมือนยิ่งยุเข้าไปใหญ่
“ปันกับน้ำฟ้าไปดูหน้าร้านให้พี่หน่อยนะ” เธอบอกพร้อมกับส่งสายตาให้เด็กสาวทั้งสองคน ซึ่งปันปันและน้ำฟ้าก็ยอมเดินออกไปตามคำสั่ง
“พี่วินท์มาที่นี่ทำไมคะ”
“คิดถึง” คำตอบสั้น ๆ ของเขาสร้างความตกใจแก่หญิงสาวเล็กน้อย เธอสบตากับอดีตสามีตรง ๆ อย่างไม่หลบสายตาตอนนี้เขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่
“พี่วินท์ต้องการอะไรจากมุกกันแน่คะ”
“อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกัน” เขานั่งลงตรงข้ามกับหญิงสาวพร้อมกับเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เขาอยากให้เธอกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
“มุกว่ามุกเคยให้คำตอบพี่วินท์ไปแล้วนะคะ”
“ใจคนเราเดี๋ยวก็เปลี่ยนนั่นแหละ”
“แต่มุกคิดว่าไม่มีวันนั้นค่ะ”
“กินข้าวเที่ยงรึไง” กวินท์เปลี่ยนเรื่องคุยทันทีทำให้หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย
“กลับไปทำงานเถอะค่ะ”
“วันนี้ไปกินข้าวเย็นกับพี่ไหม”
“ช่วยจริงจังกับงานตัวเองหน่อยได้ไหมคะ”
“ทำงานเสร็จแล้วพี่ถึงมาหา”
“......” หญิงสาวเงียบพลางหรี่ตาจับผิดเขาแต่นอกจากกวินท์ไม่สนใจแล้วยังชอบใจอีกเสียด้วย
“ยังไม่รับปากพี่เลยนะว่าจะไปกินข้าวเย็นกับพี่ไหม”
“มุกไม่ว่างค่ะ”
“ไม่ว่างได้ไงตอนเย็นก็เลิกงานแล้วไม่ใช่เหรอ”
“มุกอยากกลับไปนอนค่ะ”
“ให้เวลาพี่สักหน่อยไม่ได้เหรอ” เขาทำตาปริบ ๆ ทำเอาหญิงสาวถึงกับลอบยิ้มออกมาบาง ๆ กับความเด็กน้อยของเขา
“พี่วินท์ช่วยอยู่ในขอบเขตหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว”
“ก็กลับมาเป็นสิ พี่ตามง้อมุกมาหนึ่งปีแล้วนะ” ใบหน้าหล่อจ้องมองเธอด้วยความคาดหวังอยู่ไม่น้อย ที่ทำทุกวันนี้ก็เพราะอยากได้เธอกลับคืนมา นี่คือเป้าหมายของเขา
“มุกไม่สั่งให้พี่วินท์ทำแบบนั้นสักหน่อย”
“เพราะรักไงพี่ถึงทำ” สายตาที่จริงจังของเขาสร้างความสับสนแก่หญิงสาวอยู่ไม่น้อย เธอไม่อยากไปไหนกับเขาเพราะรู้ว่าเขานั้นเจ้าเล่ห์แค่ไหน
“เลิกพูดคำนี้เถอะค่ะ พี่วินท์กลับไปได้แล้ว”
“รับปากกับพี่ก่อนว่าจะไปกินข้าวเย็นด้วยกัน”
“แล้วพี่วินท์จะมาตอแยมุกทำไมคะ” เธอขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย ตอนนี้เธอไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่
“รับปากกับพี่ก่อนสิ” กวินท์ยังคงหน้าด้านยืนหนึ่งนอกจากไม่ฟังคำพูดของเธอแล้วยังจะให้เธอรับปากอีก
“เฮ้อ ทำไมถึงเป็นแบบนี้เนี่ย” เธอใช้มือคลึงขมับตัวเองอย่างรู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย พลางสบตากับเขาตรง ๆ เธอมองเห็นความลุ้นระทึกของเขา
“ถ้าเธอยอมไปกับพี่ พี่จะไม่มาวุ่นวายกับมุกอีก”
“คนอย่างพี่วินท์เคยทำตามคำพูดของตัวเองได้ด้วยเหรอคะ” เธอหนี่ตามองอย่างจับผิดบางทีก็ไม่อยากคาดหวังอะไรกับคำตอบของเขาอยู่แล้ว เธอรู้ว่าเขานั้นเจ้าเล่ห์มากเพียงใด
“ครั้งนี้พี่จริงจัง”
“มุกจะเชื่อคำพูดของพี่วินท์ได้เหรอคะ”
“ได้สิ”
“งั้นลองพูดย้ำอีกครั้งได้ไหมคะ ว่าจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับมุกอีก” เธอเอ่ยด้วยความท้าทาย ดวงตากลมโตจ้องมองอดีตสามีอย่างไม่หลบสายตา
“พี่ให้คำสัญญาว่าจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับมุกอีก” เขาพูดด้วยความหนักแน่น
“พูดแล้วอย่าคืนคำนะ”
“แน่นอนอยู่แล้วพี่เป็นลูกผู้ชาย พูดคำไหนคำนั้น”
“ค่ะมุกยอมไปด้วยก็ได้ค่ะ”
“ฮึ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาจากลำคอด้วยความพึงพอใจดูเหมือนว่าเธอจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขาแล้วสินะ ถึงแม้ว่าเขาจะยอมพูดออกไปแบบนั้นแต่หารู้ไม่ว่าเขาเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางไขว้กันอยู่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงบ่ายของวัน“มุกดูนี่สิ” เสียงทุ้มอ่อนของกวินท์เอ่ยบอกคนรักหลังจากที่เขาเก็บหอยบนทรายโชว์ให้เธอดู หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนที่จะเอ่ยถามกลับไป“ทำไมเหรอคะ?” เธอจ้องมองคนตัวสูงอย่างต้องการคำตอบ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของเธอ“สวยเหมือนมุกเลย” คำตอบของชายหนุ่มสร้างรอยยิ้มแก่หญิงสาวไม่ยาก เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับใช้มือบีบแก้มกลม ๆ ของเขาอย่างมันเขี้ยว“เดี๋ยวนี้พอมีโอกาสก็เอาใหญ่เลยนะคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยพร้อมกับจ้องไปยังนัยน์ตาคู่คมของคนรัก กวินท์อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะประสานมือเธอไว้หลวม ๆ แล้วเดินเล่นไปถามชายหาดพร้อม ๆ กันความอบอุ่นที่ทั้งสองได้รับในตอนนี้มันสร้างความสุขแก่ทั้งคู่อยู่ไม่น้อยบางคนอาจคิดว่า ทำไมเธอถึงยอมกลับไปอยู่ในจุดเดิม เธอสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า หากเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอได้ เธอก็พร้อมที่จะให้โอกาสนั้นกับเขาอีกครั้งไข่มุกรู้ตัวเองดีไปกว่าใคร เธอเชื่อมั่นว่ากวินท์ไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีกเด็ดขาด เขาให้คำมั่นสัญญากับเธอแล้ว หากมีครั้งต่อไปเขาจะไม่มีวันได้โอกาสจากเธออีกเลย“วันนี้ลมเย็นดีนะ หนาวไหม” กวินท์เอ่ยถามคนรักเสียงอ่อนในขณ
“วันนี้ถ้าอยากกินอะไรก็บอกพี่ได้นะเดี๋ยวพี่ทำให้”“มุกอยากกินข้าวต้มหมูสับ พี่วินท์ทำเป็นไหมคะ”“ไม่มีอะไรเกินความสามารถของพี่หรอก” เขาดึงมือคนตัวเล็กขึ้นมาหอมอย่างสดชื่น มืออุ่น ๆ ของเธอทำให้เขามีความสุข“โรคจิตเหรอคะ”“โรคจิตอะไรกัน แค่หอมมือเมียเอง”“นั่นแหละค่ะ”“ไม่หรอกเพราะรักถึงทำแบบนี้”ตึก ตึก ตึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นส่ำขึ้นมา เธอรู้สึกอ่อนไหวกับคำพูดของคนรัก“ปากหวานจังเลยนะคะ”“มุกก็เคยชิมแล้วไม่ใช่เหรอ”“ถ้าอยากชิมอีกสักครั้งได้ไหมคะ”ฟึบ ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากหญิงสาว เขามองใบหน้าเธอก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง“มุกต้องการแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”“มุกไม่เคยพูดละ.....อื้อ” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะพูดออกมาจบกวินท์ก็ประกบริมฝีปากบางด้วยความดูดดื่มทันที เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากบางของหญิงสาวเพื่อตักตวงความปรารถนาที่ตัวเองมีกวินท์ประคองใบหน้าของหญิงสาวไว้เบา ๆ ลิ้นของเขาารุกล้ำเข้าไปในโพรงปากบาง เขาทั้งสองแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มจนเมื่อพอใจแล้วชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกเขาสบตากับเธอดวงตาเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่ที่ผ่านทางแววตา เขาอยากเห็นหน้าเธอในท
เช้าวันต่อมา“วันนี้พี่วินท์ไม่ทำงานเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ากวินท์ยังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกไปไหน“วันนี้พี่ไม่เข้าบริษัท”“ทำไมคะ?” ไข่มุกแสดงสีหน้าสงสัยออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากคนตัวสูง“มุกท้องพี่ก็ต้องหาเวลาว่างเพื่อมาดูแลมุก” เขาตอบแล้วยิ้มให้กับเธอก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาว “รีบออกมานะตัวเล็กป๊าอยากเห็นหน้าหนูแล้ว” เขาย่อตัวลงไปกระซิบบริเวณหน้าท้องแบนราบของเธอทำเอาไข่มุกที่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอาอยู่ไม่น้อย“ลูกไม่ได้ยินหรอกค่ะ”“มันก็ไม่แน่”“แต่งตัวไปทำงานได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกโทรบอกคุณพ่อนะคะ”“เมียใครเนี่ยน่ากลัวจัง” เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เธอจนปลายจมูกของทั้งสองชนกัน“เลิกติดเล่นได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกไม่คุยกับพี่วินท์แล้วนะคะ”“ครับคุณเมีย” กวินท์หอมเข้าที่แก้มนุ่มของคนรักฟอดใหญ่แล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าไปมาแต่เธอก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่เขาเป็นแบบนี้ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้มันค่อนข้างไปได้สวยเป็นอย่างมากเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ“มุกมาผูกเนคไทให้พี่หน่อย” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเรียกคนรักทำให
“ทั้งหมด140บาทค่ะ ลูกค้าสะดวกจ่ายทางไหนดีคะ” ไข่มุกเอ่ยถามลูกค้าพร้อมกับยิ้มหวานให้ หลังจากที่เธอได้สรุปยอดให้ลูกค้าเสร็จแล้ว“สแกนจ่ายค่ะ”“สแกนตรงนี้ได้เลยนะคะ” เธอชี้คิวอาร์โค้ดตรงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะสแกนจ่ายค่าอาหารแล้วเดินออกไปจากคาเฟ่“เหนื่อยไหมคะพี่มุก” ปันปันเอ่ยถามพร้อมกับยิ้วหวานให้“นิดหน่อยค่ะ”“แล้ววันนี้ว่าที่สามีของพี่มุกไม่มาเหรอคะ” เด็กสาวเอ่ยถามพลางทำสีหน้าสงสัยอยู่ไม่น้อย เธอชะเง้อเพื่อมองหาใครบางคน“ช่วงนี้เขางานยุ่งน่ะ”“แต่เขาก็ดูรักพี่มุกมากเลยนะคะ ปันเห็นมาหาแทบทุกวันเลย”ไข่มุกรู้ดีว่ากวินท์นั้นให้ความสำคัญกับเธอมากแค่ไหน เขาจะมาหาเธอทุกครั้งเมื่อมีโอกาสต่อให้ไม่มีกวินท์ก็จะพยายามหาเวลาว่างมาหาเธอให้ได้ เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนยังไง“ยังไงปันก็ขอแสดงความยินดีกับรักครั้งใหม่ด้วยนะคะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพูดจบแล้วก็ยิ้นหวานให้กับเด็กสาวตรงหน้า การที่เธอยอมให้โอกาสกวินท์อีกครั้งเป็นเพราะเขานั้นทำให้เธอเห็นว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแค่ไหนเธอเห็นทุกการกระทำของเขาทุกอย่างและอีกส่วนหนึ่งคือมาจากใจเธอที่ยังมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขาอยู่ เธอยังรักและยังหวงเขาเหมือนแต่ก่อนที่บอกว
“......” กวินท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยินชะงักอยู่เล็กน้อยแม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาตอนนี้แต่ภายในใจนั้นแทบจะอยากกอดเธอจนแทบจะบ้า“มุกยอมกลับไปอยู่ด้วยกันอีกคระ......อ๊ะ !” หญิงสาวร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ กวินท์โผลเข้ามาสวมกอดเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย“พี่ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มพูดอย่างซึ้งใจ ความพยายามของเขาไม่สูญเปล่าแล้ว เขากระชับกอดเธอให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิมราวกับว่าไม่อยากปล่อยให้เธอหายไปจากอ้อมกอดของเขาอีกแล้ว“แต่มันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของพี่วินท์เหมือนกันนะคะ” ที่เธอยอมให้โอกาสเขาเพราะเธอยังรักเขาอยู่ เธอหลอกคนอื่นได้แต่เธอไม่สามารถหลอกใจตัวเองได้เธอมองเห็นความพยายามของกวินท์มาโดยตลอดเพียงแต่อยากเห็นเขาพยายามมากกว่านี้ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าไม่ใช่แค่เขาที่ขาดเธอไม่ได้ เธอก็ไม่สามารถขาดเขาได้เช่นกัน“พี่ขอบคุณมุกจริง ๆ นะ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้มุกเสียใจอีก”“มุกจะเชื่อคำพูดของพี่วินท์อีกครั้งนะคะ”“ขอบคุณนะ” เขาเอ่ยขอบคุณเธอด้วยความซาบซึ้งใจ“มุกให้โอกาสพี่วินท์แค่ครั้งเดียวนะคะ หากพี่วินท์ยังเป็นแบบเดิมอยู่มุกขอไม่กลับมาอีกแล้วนะคะ” เธอรู้ว่าการกลับไปอยู่ใน
เช้าวันต่อมาก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาประตูห้องดังขึ้นทำให้ไข่มุกที่กำลังยืนทำกับข้าวอยู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองไปยังประตูห้องเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู เธอพอจะเดาออกว่าคนที่เคาะคือใคร......“มาทำไมแต่เช้าคะ?” เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วก็เห็นกวินท์ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับในมือมีของมาฝากมากมาย“วันนี้พี่ไม่ได้เข้าบริษัทเลยมาหามุกแทน”“คำตอบของพี่วินท์ดูเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ” เขามาหาเธอโดยที่ไม่ได้ไปทำงาน มันทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย“พี่ขอเข้าไปข้างในได้ไหม”“ถ้ามุกบอกว่าไม่พี่วินท์จะยอมกลับไปไหมคะ”“มุกก็น่าจะรู้คำตอบของพี่นะ”“เฮ้อ มุกไม่อยากเถียงกับพี่แล้ว” หลังจากพูดจบแล้วหญิงสาวก็ยอมหลรกทางให้คนตังสูงเดินเข้ามาหาภายในห้องก่อนที่เธอจะปิดประตูลง“ทำอะไรกินเหรอ ทำไมหอมจัง” เขาวางสัมภาระที่ถือมาด้วยความไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปดูกับข้าวที่เธอทำอย่างถือวิสาสะแต่แล้วก็ทำให้เขาต้องเบือนหน้าไปทางอื่นทันที“อึก ทำไมเหม็นแบบนี้วะ” กวินท์พูดกับตัวเองเบา ๆ หลังที่ชะเง้อหน้ามองกับข้าวที่หญิงสาวทำไว้ ท่าทีของเขาทำให้ไข่มุกได้แต่ยืนมองอย่างเงียบ ๆ เธอเม้มริมฝีปาก







