LOGINปัง เสียงวางแก้วเบียร์ดังลั่นหลังจจากที่กวินท์ยกดื่มพรวดเดียวท่ามกลางสายตาของเพื่อน ๆ และรุ่นน้องคนสนิท
“ทำไมเฮียวินท์เป็นแบบนี้?” นาวาเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นกวินท์เอาแต่ยกเบียร์ดื่มไม่เลิก
“สงสัยคิดถึงเมียมันมั้ง” เหมราชปรายตามองเพื่อนสนิทเล็กน้อยทำเอาคนที่ถูกพูดถึงที่ได้ยินแบบนั้นก็จ้องเขม็งกลับทันที
“มึงนี่มันปากหมาจริง ๆ” กวินท์เอ็ดเพื่อนสนิทเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเอนหลังพิงโซฟาพลางหลับตาลงอย่างช้า ๆ
“ถ้าเมาก็กลับไปนอนที่บ้าน”
“กูไม่ได้เมา กูแค่หลับตาเฉย ๆ” เมื่อพูดจบแล้วเขาก็กระดกเบียร์เข้าปากอีกครั้งท่ามกลางสายตาของเพื่อนสนิท
“ถ้าเมากูไม่ไปส่งนะ แดกเองก็รับผิดชอบตัวเองให้ได้ก็แล้วกัน” เหมราชยักไหล่อย่างไม่แคร์ก่อนที่เขาจะหยิบมือถือขึ้นมากดเล่น
“ทำไมเฮียวินท์เป็นถึงขนาดนี้เนี่ย” นาวาแสดงสีหน้าสงสัยอยู่ไม่น้อยโดยที่เขายังคงจ้องมองใบหน้าของกวินท์อยู่แบบนั้น
“สงสัยอะไรนักหนา” ชายหนุ่มที่ถูกพูดถึงที่ได้ยินแบบนั้นก็ถามกลับไปเสียงเรียบ เขาพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อย
ในใจนั้นรู้สึกคิดถึงใครบางคนอยู่ หากเขาไม่ไปอำเภอกับเธอตอนนี้ความรักพวกเขาทั้งสองจะเหมือนคู่รักคนอื่น ๆ ไหมนะหรือบางทีมันอาจจะแย่กว่าการที่เขาไปอำเภอเพื่อไปเซ็นใบหย่า
“สีหน้าเฮียดูไม่ค่อยสดใจเลยนะหรือว่าเป็นโรคอะไรร้ายแรงรึเปล่า”
“เคยนั่งนิ่ง ๆ แล้ววูบไหมไอ้วา”
“เฮียก็เกรี้ยวกราดกับน้องจังเลยนะ นี่อาการคนที่ถูกเมียทิ้งเหรอ”
“ถ้ายังพูดจาส้นตีนแบบนี้อีก ตีนอีกข้างนึงของกูจะประทับบนหน้ามึง” น้ำเสียงดุดันเอ่ยอย่างหัวเสีย เขาใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มของตัวเองพลางจ้องมองหน้าของนาวาตาเขม็ง
“ตีนเฮียเก็บไว้ปิดปากตัวเองเถอะ”
“ปีนเกลียวนะมึง”
“ก็แหง” นาวายักไหล่อย่างไม่ได้อะไรนัก เขาค่อนข้างที่จะสนิทกับกวินท์เลยพูดจาแบบนั้นออกไปเพราะรู้ว่ากวินท์ไม่คนคิดเล็กคิดน้อยเรื่องแบบนี้
“ไหนมึงบอกกำลังตามง้อเมียอยู่ไง ทำไมถึงมานั่งดื่มแบบนี้” เหมราชที่เงียบมานานก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย กวินท์เคยบอกว่ากำลังตามง้อเมียอยู่
“มึงคิดว่าการง้อเมียมันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ”
“แล้วตอนที่มึงแบกหน้าไปเซ็นใบหย่าที่อำเภอทำไมถึงทำง่าย?”
“......”
“ทำตัวเองแท้ ๆ ตอนนี้มาดิ้นเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวก”
“เดี๋ยวต่อไปจะเป็นทีมึง”
“มึงง้อเมียแบบไหนวะ กูไม่เห็นความคืบหน้าเลย” เหมราชแสดงสีหน้าสงสัยแล้วมองหน้าของกวินท์อย่างต้องการคำตอบ
“ก็ง้อแบบปกติ”
“กูไม่แปลกใจทำไมไข่มุกถึงไม่กลับมาหามึงสักที”
“ทำไมอะเฮีย”
“ก็เหี้ยเสมอต้นเสมอปลายไง”
“มึงเคยปากแตกไหม”
“ไม่เคยว่ะแต่ก็อยากลอง” เหมราชพูดขึ้นด้วยความท้าทายเขารู้ยังไงกวินท์ไม่ทำอะไรเขาอยู่แล้ว
“พูดกับพวกมึงแล้วอารมณ์เสียฉิบหายเลย” เมื่อพูดจบแล้วเขาก็กระดกเบียร์เข้าปากอีกครั้งท่ามกลางนาวาและเหมราชที่ได้แต่ส่ายหน้าไปมา
สองชั่วโมงต่อมา
“มึงเมาแล้วนอนที่ห้องกูก่อนก็ได้” เหมราชบอกเมื่อเห็นอาการเมามายของกวินท์ สภาพกวินท์ในตอนนี้เหม็นหึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอร์
“กูไม่ได้เมา กูขับรถไปเองได้” กวินท์แย้งพลางพยายามทรงตัวให้นิ่ง
“นี่สินะอาการคนเมา ขนาดตัวเองเมายังไม่รู้ตัวเลยว่าเมา” นาวาพึมพำกับตัวเองอย่างเอือมระอาเมื่อเห็นอาการของกวินท์ ตอนนี้ไม่เหลือลุคการเป็นประธานบริษัทเอาเสียเลย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น
“กูบอกว่าไม่ได้เมาไง”
“ยืนให้นิ่งก่อนค่อยพูดคำนั้นนะเฮีย”
ฟุบ สิ้นเสียงของนาวาแล้วกวินท์ก็ล้มลงบนโซฟาทันที เขาใช้มือลูบศีรษะของตัวเองอย่างรู้ปวดหัว “ทำไมถึงปวดหัวแบบนี้วะ”
“นอนที่ห้องกูก่อนก็แล้วกัน ทรงนี้มึงน่าจะขับรถกลับห้องไม่ไหว”
“ไปส่งหน่อย”
“ฮะ?”
“ไปส่งกูหน่อย”
“ไปส่งที่ไหน?”
“คอนโดไข่มุก”
“......” เหมราชที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วทันที เขาไม่ได้ฟังผิดเพี้ยนไปใช่ไหม
“ไปส่งที่คอนโดไข่มุกให้หน่อย”
“ไอ้เวร มึงหย่ากับเขาแล้วจะไปห้องเขาได้ยังไง”
“ทำไมจะไปไม่ได้”
“เพราะมึงไม่ใช่ผัวเขาแล้ว”
“แต่กูคือผัวเก่า”
“กูละหมดคำจะพูดกับคนเมาจริง ๆ”
“ผมว่าไปส่งเฮียวินท์เถอะ เดี๋ยวเกิดตื่นขึ้นมาขับรถไปเองมันจะลำบากเอา” นาวาเอ่ยเสริมเพราะสภาพกวินท์ตอนนี้เละเทะเป็นอย่างมาก
“จะให้ไปส่งที่ห้องไข่มุกทั้งที่หย่ากันแล้วอะนะ”
“แล้วเฮียเหมรู้เหรอว่าพี่มุกเลิกรักพี่วินท์แล้วจริง ๆ”
“......” คำตอบของนาวาทำให้เหมราชเงียบ เขาปรายตามองเพื่อนสนิทตัวเองเล็กน้อย อันที่จริงเขาก็อยากให้กวินท์ปรับความเข้าใจกับไข่มุกเร็ว ๆ เพราะอาการของกวินท์ตอนนี้เหมือนคนบ้าเข้าทุกวัน
“เชื่อยังไงพี่มุกก็ยังรักเฮียวินท์อยู่” นาวารู้ดีอยู่แก่ใจว่ายังไงไข่มุกก็ตัดกวินท์ออกจากใจไม่ได้เพราะทั้งสองคนนั้นเป็นรักแรกของกันและกัน ที่ตัดสินใจหย่ากันเพียงเพราะความไม่ลงเอยกันเสียมากกว่าบวกกับช่วงนั้นกวินท์ค่อนข้างทำตัวเสเพลเมากลับบ้านแทบทุกวัน
แต่หากถามว่ายังรักกันไหม เขาสามารถตอบได้เต็มปากเลยว่าไข่มุกยังมีความรู้สึกให้กวินท์อยู่ไม่อย่างนั้นเธอคงเด็ดขาดไปนานแล้วคงไม่ให้กวินท์ตามตอแยอยู่แบบนี้หรอก
“เฮ้อ ไปส่งมันก็ได้” เหมราชเอ่ยตกลงอย่างไม่มีทางเลือก บางทีการที่ไปส่งกวินท์ตามคำขอของกวินท์อาจจะทำให้กวินท์พูดความรู้สึกจริง ๆ ของตัวเองออกมาก็ได้........
@คอนโดไข่มุก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่หลับอยู่ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอลุกขึ้นเปิดไฟหัวเตียงแล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย นี่ก็เป็นเวลาตีสองกว่าแล้วใครจะมาเคาะประตูเวลานี้กันนะ
“ใครมาเคาะประตูเวลานี้เนี่ย” ถึงอย่างนั้นก็ยอมก้าวเท้าลงจากเตียงเพื่อเดินไปเปิดประตูห้อง ทันทีที่เปิดประตูเธอก็ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเหมราชกับกวินท์โดยสภาพของอดีตสามีนั้นบ่งบอกได้เลยว่าเขาเพิ่งดื่มมาเพราะได้กลิ่นแอลกอฮอล์ออกมา
“พี่พากวินท์มาส่ง” เหมราชเอ่ยบอก
“ทำไมสภาพเป็นแบบนี้คะ” เธอจ้องมองอดีตสามีด้วยความสงสัยทรงนี้เขาคงดื่มมาไม่น้อยเพราะใบหน้าของกวินท์นั้นแดงก่ำ
“มันดื่มหนักไปหน่อยน่ะ พี่เลยพามาส่ง”
“ทำไมถึงพามาหามุกล่ะคะ”
“คอนโดมุกอยู่ใกล้กว่าพี่เลยพามา พี่ฝากหน่อยนะ” เมื่อพูดจบแล้วเขาก็ดันกวินท์ให้ไข่มุก ไข่มุกที่เห็นแบบนั้นก็รับตัวของกวินท์ด้วยความงุนงง
“พี่ไปก่อนนะ” เหมราชเอ่ยลาก่อนจะเดินออกไปทันทีท่ามกลางความงุนงงของไข่มุก
เขาคิดว่าไข่มุกคือตัวช่วยที่ดีที่สุด ดีกว่ากวินท์ตื่นแล้วขับรถมาหาไข่มุกด้วยตัวเอง เขารู้ว่ากวินท์สามารถทำอะไรบ้า ๆ ได้ถ้าสิ่งนั้นเขาต้องการ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงบ่ายของวัน“มุกดูนี่สิ” เสียงทุ้มอ่อนของกวินท์เอ่ยบอกคนรักหลังจากที่เขาเก็บหอยบนทรายโชว์ให้เธอดู หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนที่จะเอ่ยถามกลับไป“ทำไมเหรอคะ?” เธอจ้องมองคนตัวสูงอย่างต้องการคำตอบ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของเธอ“สวยเหมือนมุกเลย” คำตอบของชายหนุ่มสร้างรอยยิ้มแก่หญิงสาวไม่ยาก เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับใช้มือบีบแก้มกลม ๆ ของเขาอย่างมันเขี้ยว“เดี๋ยวนี้พอมีโอกาสก็เอาใหญ่เลยนะคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยพร้อมกับจ้องไปยังนัยน์ตาคู่คมของคนรัก กวินท์อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะประสานมือเธอไว้หลวม ๆ แล้วเดินเล่นไปถามชายหาดพร้อม ๆ กันความอบอุ่นที่ทั้งสองได้รับในตอนนี้มันสร้างความสุขแก่ทั้งคู่อยู่ไม่น้อยบางคนอาจคิดว่า ทำไมเธอถึงยอมกลับไปอยู่ในจุดเดิม เธอสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า หากเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอได้ เธอก็พร้อมที่จะให้โอกาสนั้นกับเขาอีกครั้งไข่มุกรู้ตัวเองดีไปกว่าใคร เธอเชื่อมั่นว่ากวินท์ไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีกเด็ดขาด เขาให้คำมั่นสัญญากับเธอแล้ว หากมีครั้งต่อไปเขาจะไม่มีวันได้โอกาสจากเธออีกเลย“วันนี้ลมเย็นดีนะ หนาวไหม” กวินท์เอ่ยถามคนรักเสียงอ่อนในขณ
“วันนี้ถ้าอยากกินอะไรก็บอกพี่ได้นะเดี๋ยวพี่ทำให้”“มุกอยากกินข้าวต้มหมูสับ พี่วินท์ทำเป็นไหมคะ”“ไม่มีอะไรเกินความสามารถของพี่หรอก” เขาดึงมือคนตัวเล็กขึ้นมาหอมอย่างสดชื่น มืออุ่น ๆ ของเธอทำให้เขามีความสุข“โรคจิตเหรอคะ”“โรคจิตอะไรกัน แค่หอมมือเมียเอง”“นั่นแหละค่ะ”“ไม่หรอกเพราะรักถึงทำแบบนี้”ตึก ตึก ตึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นส่ำขึ้นมา เธอรู้สึกอ่อนไหวกับคำพูดของคนรัก“ปากหวานจังเลยนะคะ”“มุกก็เคยชิมแล้วไม่ใช่เหรอ”“ถ้าอยากชิมอีกสักครั้งได้ไหมคะ”ฟึบ ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากหญิงสาว เขามองใบหน้าเธอก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง“มุกต้องการแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”“มุกไม่เคยพูดละ.....อื้อ” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะพูดออกมาจบกวินท์ก็ประกบริมฝีปากบางด้วยความดูดดื่มทันที เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากบางของหญิงสาวเพื่อตักตวงความปรารถนาที่ตัวเองมีกวินท์ประคองใบหน้าของหญิงสาวไว้เบา ๆ ลิ้นของเขาารุกล้ำเข้าไปในโพรงปากบาง เขาทั้งสองแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มจนเมื่อพอใจแล้วชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกเขาสบตากับเธอดวงตาเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่ที่ผ่านทางแววตา เขาอยากเห็นหน้าเธอในท
เช้าวันต่อมา“วันนี้พี่วินท์ไม่ทำงานเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ากวินท์ยังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกไปไหน“วันนี้พี่ไม่เข้าบริษัท”“ทำไมคะ?” ไข่มุกแสดงสีหน้าสงสัยออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากคนตัวสูง“มุกท้องพี่ก็ต้องหาเวลาว่างเพื่อมาดูแลมุก” เขาตอบแล้วยิ้มให้กับเธอก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาว “รีบออกมานะตัวเล็กป๊าอยากเห็นหน้าหนูแล้ว” เขาย่อตัวลงไปกระซิบบริเวณหน้าท้องแบนราบของเธอทำเอาไข่มุกที่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอาอยู่ไม่น้อย“ลูกไม่ได้ยินหรอกค่ะ”“มันก็ไม่แน่”“แต่งตัวไปทำงานได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกโทรบอกคุณพ่อนะคะ”“เมียใครเนี่ยน่ากลัวจัง” เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เธอจนปลายจมูกของทั้งสองชนกัน“เลิกติดเล่นได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกไม่คุยกับพี่วินท์แล้วนะคะ”“ครับคุณเมีย” กวินท์หอมเข้าที่แก้มนุ่มของคนรักฟอดใหญ่แล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าไปมาแต่เธอก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่เขาเป็นแบบนี้ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้มันค่อนข้างไปได้สวยเป็นอย่างมากเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ“มุกมาผูกเนคไทให้พี่หน่อย” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเรียกคนรักทำให
“ทั้งหมด140บาทค่ะ ลูกค้าสะดวกจ่ายทางไหนดีคะ” ไข่มุกเอ่ยถามลูกค้าพร้อมกับยิ้มหวานให้ หลังจากที่เธอได้สรุปยอดให้ลูกค้าเสร็จแล้ว“สแกนจ่ายค่ะ”“สแกนตรงนี้ได้เลยนะคะ” เธอชี้คิวอาร์โค้ดตรงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะสแกนจ่ายค่าอาหารแล้วเดินออกไปจากคาเฟ่“เหนื่อยไหมคะพี่มุก” ปันปันเอ่ยถามพร้อมกับยิ้วหวานให้“นิดหน่อยค่ะ”“แล้ววันนี้ว่าที่สามีของพี่มุกไม่มาเหรอคะ” เด็กสาวเอ่ยถามพลางทำสีหน้าสงสัยอยู่ไม่น้อย เธอชะเง้อเพื่อมองหาใครบางคน“ช่วงนี้เขางานยุ่งน่ะ”“แต่เขาก็ดูรักพี่มุกมากเลยนะคะ ปันเห็นมาหาแทบทุกวันเลย”ไข่มุกรู้ดีว่ากวินท์นั้นให้ความสำคัญกับเธอมากแค่ไหน เขาจะมาหาเธอทุกครั้งเมื่อมีโอกาสต่อให้ไม่มีกวินท์ก็จะพยายามหาเวลาว่างมาหาเธอให้ได้ เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนยังไง“ยังไงปันก็ขอแสดงความยินดีกับรักครั้งใหม่ด้วยนะคะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพูดจบแล้วก็ยิ้นหวานให้กับเด็กสาวตรงหน้า การที่เธอยอมให้โอกาสกวินท์อีกครั้งเป็นเพราะเขานั้นทำให้เธอเห็นว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแค่ไหนเธอเห็นทุกการกระทำของเขาทุกอย่างและอีกส่วนหนึ่งคือมาจากใจเธอที่ยังมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขาอยู่ เธอยังรักและยังหวงเขาเหมือนแต่ก่อนที่บอกว
“......” กวินท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยินชะงักอยู่เล็กน้อยแม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาตอนนี้แต่ภายในใจนั้นแทบจะอยากกอดเธอจนแทบจะบ้า“มุกยอมกลับไปอยู่ด้วยกันอีกคระ......อ๊ะ !” หญิงสาวร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ กวินท์โผลเข้ามาสวมกอดเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย“พี่ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มพูดอย่างซึ้งใจ ความพยายามของเขาไม่สูญเปล่าแล้ว เขากระชับกอดเธอให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิมราวกับว่าไม่อยากปล่อยให้เธอหายไปจากอ้อมกอดของเขาอีกแล้ว“แต่มันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของพี่วินท์เหมือนกันนะคะ” ที่เธอยอมให้โอกาสเขาเพราะเธอยังรักเขาอยู่ เธอหลอกคนอื่นได้แต่เธอไม่สามารถหลอกใจตัวเองได้เธอมองเห็นความพยายามของกวินท์มาโดยตลอดเพียงแต่อยากเห็นเขาพยายามมากกว่านี้ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าไม่ใช่แค่เขาที่ขาดเธอไม่ได้ เธอก็ไม่สามารถขาดเขาได้เช่นกัน“พี่ขอบคุณมุกจริง ๆ นะ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้มุกเสียใจอีก”“มุกจะเชื่อคำพูดของพี่วินท์อีกครั้งนะคะ”“ขอบคุณนะ” เขาเอ่ยขอบคุณเธอด้วยความซาบซึ้งใจ“มุกให้โอกาสพี่วินท์แค่ครั้งเดียวนะคะ หากพี่วินท์ยังเป็นแบบเดิมอยู่มุกขอไม่กลับมาอีกแล้วนะคะ” เธอรู้ว่าการกลับไปอยู่ใน
เช้าวันต่อมาก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาประตูห้องดังขึ้นทำให้ไข่มุกที่กำลังยืนทำกับข้าวอยู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองไปยังประตูห้องเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู เธอพอจะเดาออกว่าคนที่เคาะคือใคร......“มาทำไมแต่เช้าคะ?” เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วก็เห็นกวินท์ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับในมือมีของมาฝากมากมาย“วันนี้พี่ไม่ได้เข้าบริษัทเลยมาหามุกแทน”“คำตอบของพี่วินท์ดูเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ” เขามาหาเธอโดยที่ไม่ได้ไปทำงาน มันทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย“พี่ขอเข้าไปข้างในได้ไหม”“ถ้ามุกบอกว่าไม่พี่วินท์จะยอมกลับไปไหมคะ”“มุกก็น่าจะรู้คำตอบของพี่นะ”“เฮ้อ มุกไม่อยากเถียงกับพี่แล้ว” หลังจากพูดจบแล้วหญิงสาวก็ยอมหลรกทางให้คนตังสูงเดินเข้ามาหาภายในห้องก่อนที่เธอจะปิดประตูลง“ทำอะไรกินเหรอ ทำไมหอมจัง” เขาวางสัมภาระที่ถือมาด้วยความไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปดูกับข้าวที่เธอทำอย่างถือวิสาสะแต่แล้วก็ทำให้เขาต้องเบือนหน้าไปทางอื่นทันที“อึก ทำไมเหม็นแบบนี้วะ” กวินท์พูดกับตัวเองเบา ๆ หลังที่ชะเง้อหน้ามองกับข้าวที่หญิงสาวทำไว้ ท่าทีของเขาทำให้ไข่มุกได้แต่ยืนมองอย่างเงียบ ๆ เธอเม้มริมฝีปาก







