LOGINสวนลำไยสิบไร่มีคุณค่าทางจิตใจกับคุณแจ่มมาก มันเปรียบดั่งตัวแทนสามีและลูกชายที่ตายจากของท่าน ทุกฤดูกาลนับจากจำความได้มาลินีมักจะถูกสั่งให้คอยเป็นลูกมือช่วยท่านดูแลลำไยทุกต้น ไปถึงช่วงเก็บเกี่ยวคุณแจ่มก็จะคุมคนงานเก็บเกี่ยวด้วยตัวเอง ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่คุณแจ่มได้ลงสวน เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของคนใหม่จะเอาที่ดินแปลงนั้นไปขยายกิจการอื่นหรือเปล่า
“ที่ดินของตัวเองก็มีไม่รู้กี่ร้อยกี่พันไร่ ยังจะมารีดเลือดจากปูน้อยขู่ฟ่อๆ เอาสวนลำไยของคนอื่น หน้าเลือดที่สุด ชอบบังคับแบบนี้ไง คุณลิตาถึงไม่อยากแต่งงานด้วย หนีออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น”
ใบหน้าเคร่งขรึมของอาจารย์ที่ปรึกษาผุดเข้ามาในหัว มาลินีส่ายหัวเร็วไล่ภาพเขาออกไป ลงแรงบนปลายนิ้วเกาเส้นผมเอาคราบควันคราบฝุ่น PM 2.5 ออกไป
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูช่วยให้มาลินีผ่อนคลาย ดีนะ ที่คุณแจ่มไม่สั่งคนของท่านเก็บของใช้ในห้องน้ำไปเผาทิ้งด้วย ไม่อย่างนั้นเธอคงได้อาบน้ำโดยไม่ต้องสระผมไม่ต้องถูสบู่กันพอดี
มาลินีก็บ้า ถูกคุณแจ่มรังแกขนาดนั้น โกรธท่านได้ไม่ข้ามวัน เห็นท่านร้องไห้ก็หายโกรธแล้ว เธอรักท่านเหมือนแม่ ตามประสาเด็กที่ต้องโตมาตามลำพัง มีคนหยิบยื่นน้ำใจให้นิดๆ หน่อยๆ ก็ซาบซึ้ง ต่อให้คนๆ นั้นจะขว้างดอกไม้หรือขว้างหินใส่ก็เต็มใจจะรับไว้
“ช้า...”
น้ำเสียงเนิบนาบจากเพศชายดังมาจากมุมหนึ่งในร้าน
มาลินีที่เพิ่งจะก้าวออกจากห้องน้ำตกใจถึงขั้นถอยหลังกลับไปชนประตู
“อาจารย์! มาได้ยังไงคะ”
เธอกอดเสื้อผ้าใส่แล้ว รั้งมาแนบกับหน้าอก เมื่อเรือนร่างสูงใหญ่ของแทนคุณก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ
“มาตามนัด เมื่อเช้าคุยกันว่ายังไง สามทุ่มเธอจะมาหาฉัน”
“อาจารย์พูดเองเออเองคนเดียว มาร์ไม่ได้รับปาก”
คนขี้ตู่!
“มานี่ค่ะ” มาลินีรีบคว้าข้อมือใหญ่กระชากตัวเขาให้มายืนเบียดที่ช่องว่างใต้บันได
“อาจารย์ไม่กลัวกล้องวงจรปิดหรือไง หน้าร้านมีตั้งหลายตัว แล้วเข้ามาได้ยังไงคะ มาร์มั่นใจ มาร์ล็อกประตูดีแล้ว มาร์อยู่คนเดียว มาร์ไม่มีทางประมาทถึงขั้นลืมหรอกค่ะ”
“เธออาจจะลืมล็อกก็ได้ หรือไม่ก็จงใจเปิดไว้เพื่ออ่อยไอ้นุ”
“หาเรื่อง” เธอทำหน้าโกรธ หมั่นไส้เขาที่ลอยหน้าลอยตาไม่ทุกข์ร้อน
เธอสอดฝ่ามือเข้ากระเป๋ากางเกงค้นหาเจ้าสิ่งนั้น แล้วก็เจอจริงๆ ชูกุญแจร้านแบบเดียวกับที่เธอถือครองขึ้นพลางตั้งคำถาม
“อาจารย์แอบเอากุญแจร้านไปทำสำรองตอนไหน ถ้ามันหลุดหาย หรือมีใครแอบมาขโมยของในร้าน มาร์ก็ซวยเลยสิ”
“ถ้าคนๆ นั้นรู้ว่านี่คือกุญแจร้าน เขาก็คงต้องรู้เรื่องของเราด้วย เพราะไม่อย่างนั้น กุญแจร้านจะมาอยู่กับฉันได้ยังไง”
“มาร์ไม่มีอะไรจะพูดด้วยแล้ว” เธอหันหลังให้เตรียมจะเดินหนี
“คุยอะไรกันตั้งห้านาที กว่าไอ้นุจะเดินออกไปจากร้าน”
แทนคุณไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ กำรอบข้อศอกไว้ก่อนรั้งเรือนร่างนุ่มนิ่มในชุดนอนมาแนบไปกับแผ่นอกแน่นกล้าม
ความใกล้ชิดระหว่างคนต่างเพศแม้จะแค่เนื้อแนบเนื้อนิดเดียว อวัยวะส่วนล่างของอาจารย์หนุ่มก็คึกคัก ประกอบกับกลิ่นหอมเย้ายวนจากกายสาว กระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวแทนคุณให้ทำงาน
“พัดลมมันหนัก พี่นุแค่อาสายกขึ้นไปไว้บนห้องนอนให้มาร์”
“ไม่มีมือเหรอ ทำไมไม่ยกขึ้นไปเอง หรืออยากอ่อยไอ้นุ”
“คำก็อ่อยสองคำก็อ่อย แล้วมันยังไงคะ ถ้ามาร์จะอ่อยพี่นุจริงๆ”
คนหวงก้างคำรามฮึมๆ ในลำคอ แค่คิดว่าเธอยอมให้ดนุกอดจูบลูบคลำและทำอะไรต่อมิอะไรบนเรือนร่างเธอ เขาก็แทบคลั่ง
“อย่าท้าทายขีดจำกัดทางอารมณ์ของฉัน”
“มาร์ไม่ได้ท้าทาย แต่ไม่อยากให้อาจารย์หาเรื่อง แล้วที่นี่มันก็ร้านอาหารกลางม่อนแลดาว ไม่ใช่ที่ที่อาจารย์ควรจะอยู่ ถ้ามีใครมาเห็น มาร์คิดว่าต่อให้อาจารย์จะโกหกเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีใครเชื่อหรอกค่ะ ทางที่ดี รีบออกไปจะดีกว่า มาร์ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องของเรา”
หมั่นไส้เขา ทีตัวเองไปไหนมาไหนกับลลิตาทุกสุดสัปดาห์ เธอเคยจี้ถามหรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของเขาสักครั้งหรือเปล่า ก็ไม่เคย
“คนอื่นคือไอ้นุงั้นสิ”
ข้อมือเล็กถูกกำแน่นกว่าเดิม มาลินีนิ่วหน้าเจ็บ แต่เธอเชิดใบหน้างามชื้นน้ำขึ้นสูง ไม่ปฏิเสธ ไม่ตอบรับ ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ลอยหน้าไปมายั่วยุให้แทนคุณโกรธ เอาคืนเล็กๆ น้อยๆ แทนเจ้านายของเธอที่ต้องเสียสวนลำไยให้คนเอาแต่ใจอย่างเขา
รับปากไว้แล้วตอนมาสู่ขอลลิตาว่าจะยกหนี้ให้ ไม่ทันไร ก็ไล่บี้ยึดทุกอย่าง เขามันคนไร้สัจจะ
“วันสองวันนี้เธอเป็นอะไร กวนประสาทเก่งนักนะมาร์”
“หึงมาร์เหรอคะ”
“มาร์” เสียงเข้มคำรามดังกว่าเดิม
ใบหน้าคมคร้ามแดดเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน กลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ผสมกลิ่นน้ำหอมจากตัวเขาลอยมาแตะจมูก มาลินีเอนกายหลบแต่แล้วเธอหวีดร้อง ถูกแทนคุณไล่ต้อนมาจนมุมที่ซอกบันได
“ไม่งั้นก็หวงมาร์” เธอทำปากดีทั้งที่เริ่มประหม่า
“ใช่...” มุมปากอาจารย์หนุ่มมีรอยยิ้มนุ่มลึก
“เธอเพิ่งรู้เหรอ”
“...”
“ว่าฉันเป็นคนหวงของเล่น...”
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ







