LOGINเสื้อยืดตัวใหญ่ของเธอ พออยู่บนตัวของเขามันกลายเป็นเสื้อตัวขนาดพอดีสำหรับเขา
หนุ่มสาวทั้งสองมองสบตากัน ก่อนที่พลอยไพลินจะเบือนหน้าหนี
“พลอยขอออกไปเก็บคอมก่อนนะคะ รายงานของพี่เจตน์เสร็จแล้วนะคะ พี่จะอ่านทวนก่อนไหมคะ”
“เสร็จแล้วก็คือเสร็จ พี่เชื่อว่าน้องพลอยทำงานเรียบร้อยครับ” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก่อนจะกดโอนเงิน
“ค่ารายงาน พี่จ่ายให้พลอยแล้วนะ”
“แต่นี่มันเกินจากราคาค่าจ้างนะคะ” เธอกดดูยอดเงินแล้วมองหน้าเขา ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาให้เงินเธอเยอะขนาดนี้
“พี่รู้ว่าพลอยต้องใช้เงิน และมีค่าใช้จ่ายในบ้านด้วย พลอยช่วยพี่ทำรายงานก็ถือว่าเป็นค่าจ้าง” เขารู้ว่าเธอไม่ยอมรับเงินของเขาฟรี ๆ เพราะหยิ่งในศักดิ์ศรี เขาเลยต้องหาวิธีให้เงินเธอโดยที่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้ นั่นก็คือการจ้างทำงาน
เธอไม่ได้รวยก็จริง แต่คุณยายก็ทิ้งเงินเอาไว้ให้จำนวนหนึ่ง แม้จะไม่มากพอก็พอให้เธอเรียนจนจบ แต่พลอยไพลินไม่งอมืองอเท้าใช้แต่เงินของคุณยาย เธอพยายามทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ไม่จำเป็นก็ไม่เคยถอนเงินของคุณยายมาใช้พร่ำเพรื่อ
“แต่พลอยไม่อยากรับเงินของพี่มาเยอะขนาดนี้ค่ะ พลอยเกรงใจ” เงินหลายหมื่นบาทที่เขาโอนมาให้ จะทำให้เธอมีเงินใช้จ่ายตลอดทั้งเดือน ทั้งจ้างสมใจ ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าอาหารและของใช้ในบ้าน แต่เธอไม่อยากรับเงินของเขามาฟรี ๆ
“พี่ก็ไม่ได้จะให้ฟรี ๆ ถ้าน้องพลอยว่างก็มาทำรายงานให้พี่ ทำอาหารอร่อย ๆ ให้พี่กิน แล้วก็จะไปซักเสื้อผ้า ทำความสะอาดห้องให้พี่ด้วยก็ได้นะ” เขาอยากใกล้ชิดกับเธอ จึงพยายามหาทางออกของเงินจำนวนที่โอนไป
“แต่” เธอกัดปากตัวเอง อยากถอยให้ห่างจากเขา แต่เขาก็พยายามดึงเธอกลับไปหา
“เดือนนี้ค่าใช้จ่ายไม่พอไม่ใช่เหรอ พลอยจะรับภาระคนเดียวเองยังไง โดยไม่ให้พี่ช่วย”
“ใครบอกพี่กันคะ”
“พี่รู้ก็แล้วกัน ห้ามโอนเงินคืนเด็ดขาด ไม่งั้นพี่จะ...” เขาเดินเข้าหา ทำให้เธอต้องถอยห่าง
“พี่จะทำอะไรคะ”
“พี่จะกวนไม่ให้เธอได้นอนในคืนนี้” เขาไม่ได้พูดเล่น แต่พูดจริง พลอยไพลินถอยห่าง เบิกตากว้างหวาดกลัวเขาพอสมควร ก่อนที่จะหนีออกมาเก็บคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กด้านนอก
รายงานของเจตน์เสร็จสิ้นทุกอย่าง เธอไม่กังวลเลยว่าเขาจะพรีเซ้นส์ไม่ได้ เจตน์หัวดีฉลาด เขากวาดสายตาอ่านแป๊บเดียวก็จำเนื้อหาได้แล้ว แต่เขาไม่ชอบมานั่งหาข้อมูลทำรายงานอะไรพวกนี้ เขาเคยบ่นกับเธอว่าเขาเบื่อหน่ายวิชาการ เขาชอบวาดรูปและงานศิลปะมากกว่า
เจตน์ชอบศิลปะ แต่ที่บ้านอยากให้เรียนบริหาร เขาก็เรียนตามที่บ้าน แลกกับการหมั้นกับเธอ
เธอรู้เรื่องนี้โดยบังเอิญ บางครั้งเธอก็คิดว่าตัวเองเป็นคนทำให้เขาไม่ได้เรียนตามฝัน บิดาของเขาจึงเอ็นดูเธอมาก เพราะถ้าหากอยากให้ลูกชายทำอะไรให้ ก็แค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือต่อรอง
คิดมาถึงตรงนี้เธอก็รู้สึกผิดกับเจตน์ เลยอยากถอยให้ห่างจากเขา แต่ยิ่งทำเช่นนั้นก็เหมือนยิ่งถูกเหวี่ยงเข้าในชีวิตของเขามากกว่าเดิม
“ทำไมพี่เจตน์ไม่ไปนอนห้องตัวเองคะ” เธอเข้ามาในห้องนอนก็เห็นว่าเจตน์ยังไม่ได้ออกไปจากห้อง เขายังนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงของเธออย่างแสนสบาย
“คืนนี้ฝนตกหนัก อากาศหนาว พี่ขอกอดหน่อยครับ”
“พี่เจตน์ออกไปเลยนะคะ” พลอยไพลินเดินเข้าไปดึงข้อมือหนาให้ลุกจากเตียง แต่ดึงยังไงก็ดึงไม่ขึ้น เพราะเขาตัวหนักกว่าเธอมาก
“ว้าย!” พลอยไพลินร้องอย่างตกใจเมื่อเขากระตุกร่างของเธอลงไปหา ก่อนที่จะขึ้นคร่อมทับร่างของเธอเอาไว้ พลางกักเธอเอาไว้ใต้ร่าง
“พี่เจตน์ ปล่อยพลอยนะคะ” พลอยไพลินร้องประท้วง มองเขาตาโต
“คืนนี้อากาศหนาว ฝนก็ตกหนัก พี่อยากนอนกอดพลอย”
“ไม่ได้ค่ะ”
“ถ้าไม่ให้กอดพี่เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นนะ”
“พี่เจตน์ ไหนบอกว่าจะไม่ทำอะไรพลอยไงคะ”
“ก็ไม่ทำอะไรไง แต่ถ้าน้องพลอยไม่ให้พี่กอด พี่อาจจะเปลี่ยนใจทำก็ได้”
“แค่กอดนะคะ” เธอพูดอย่างอ่อนใจ ถ้าขืนทะเลาะกับเขาในเวลาดึกดื่นเช่นนี้เธอคงไม่ได้นอนเป็นแน่
“สัญญา”
“สัญญาตลอด พี่รักษาสัญญาบ้างนะคะ”
“พี่ไม่เคยผิดคำสัญญา บอกว่าจะไม่ทำอะไร ก็ไม่ทำจริง ๆ” เขาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะกอดเธอแน่นขึ้น
“พลอยหายใจไม่ออกนะคะ”
“ถ้าหายใจไม่ออกให้พี่ผายปอดให้ไหม”
“หยุดเลยนะคะ พี่เจตน์จะเอาเปรียบพลอยเหรอ” เธอรีบทำเสียงดุ
“นอนเถอะพลอย พี่ไม่กวนแล้ว” เขากระซิบเสียงแผ่วที่ริมหู ก่อนที่ลมหายใจจะสม่ำเสมอ ทำให้พลอยไพลินรู้ว่าเขานอนหลับไปเสียแล้ว
เจตน์เหนื่อยล้ากับเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เขาจึงหลับลงอย่างง่ายดาย การมีพลอยไพลินอยู่ในอ้อมแขน ทำให้เขาหลับสบายและหายห่วง
การได้กอดผู้หญิงที่รักทำให้เจตน์มีความสุขไม่น้อย เขาตื่นขึ้นมาอย่างสบาย บิดขี้เกียจบนเตียงด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย
เมื่อคืนเขานอนหลับสบายในรอบหลายคืน การอยู่กับพลอยไพลินทำให้เขาไร้แรงกดดันต่าง ๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากที่นอนยังเจือไปด้วยกลิ่นของเธอ ทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อย
พ พี่เขยที่มีบุญคุณสูงสุดในชีวิตของเธองานแต่งงานของทั้งคู่ใหญ่โตอลังการสมกับฐานะ และเจ้าทัพอยากจะกอบกู้ฐานะ ชื่อเสียงของเจ้าสาวคนสวยกลับมาด้วย ยิ่งเธอเป็นคนมีชื่อเสียงมีแฟนคลับมากมาย เขาก็อยากที่จะทำให้ยิ่งใหญ่อลังการไปเลยงานแต่งงานเชิญแขกเหรื่อมากมาย มีการทำโรงทานเลี้ยงคนจนคนยากไร้ด้วย เรียกว่าเป็นงานแต่งที่เต็มไปด้วยการทำบุญทำทานอย่างแท้จริงเจ้าทัพคิดว่าธุรกิจของเขาก็กำลังไปได้ด้วยดี ก็อยากแบ่งปันอะไรให้สังคมบ้าง เงินทองมากมายใช้ไปจนตายก็ไม่หมด การแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นคือความสุขอย่างหนึ่งของชีวิตพิธีส่งตัวเข้าห้องหอเสร็จสิ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้อยู่ด้วยกันในห้องหอสองต่อสอง หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็มานอนกอดกันอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข วันนี้ที่รอคอยมาถึงสักที การเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่พร้อมทั้งใจ พร้อมทั้งกายของคนทั้งคู่“คุณเจ้าเหนื่อยไหมคะ”“ไม่เหนื่อย มีคนช่วยจัดงานให้ทุกอย่าง” เขาหลับตาพริ้มลูบไล้แขนเปลือยของเธอเล่น เจตน์เป็นตากล้องให้พี่ชายกับพี่สะใภ้ แถมยังวาดภาพของทั้งคู่เป็นภาพโชว์ในงานแต่งอีก เรียกว่าเจตน์ฝีมือดีมาก ๆ และภาพนั้นก็เป็นของขวั
“มาถึงก็พูดมากเลยนะเจ้าตัวดี” เจ้าทัพบ่นว่าน้องชายแต่ไม่จริงจังนัก“พี่เจ้าเป็นยังไงบ้างคะ” พลอยไพลินคู่หมั้นของเจตน์ เอ่ยถามอย่างห่วงใย“พี่ไม่เป็นอะไรแล้วครับ”“ฝากดูแลเฮียให้ดีด้วยนะครับ” เจตน์เอ่ยบอกปิ่นเพชรหลังจากที่คุยกับพี่ชายอยู่ครู่ใหญ่“เดี๋ยวฉันเดินไปส่งนะคะ” ปิ่นเพชรอาสาเดินไปส่งคนทั้งสอง“ฝากดูแลพี่ชายของผมด้วยนะครับ น้อยใจคุณจนทำงานหนักเป็นบ้าเป็นหลังเลยครับ”“น้อยใจฉันเรื่องอะไรคะ”“ก็คุณมีข่าวกับนักร้องร่วมสังกัด มีข่าวกับพระเอกแล้วก็นายแบบดังเต็มไปหมด พี่ชายของผมก็เลยตรอมใจน่ะครับ” เจตน์เอ่ยบอก“ไม่ใช่เลยนะคะ ข่าวพวกนั้นไม่ใช่เรื่องจริงเลย ก็แค่เพื่อนร่วมงานและคนรู้จักกันเท่านั้น” เพราะหลัง ๆ มีการทาบทามให้เธอไปเล่นหนังเล่นละครด้วย ทำให้เธอได้รู้จักคนในวงการมากขึ้น และอาจจะเป็นข่าวไปบ้าง แต่มันไม่มีอะไรเลยจริง ๆ“คุณต้องไปอธิบายให้พี่ชายผมฟังแล้วละครับ น้อยใจทำงานเป็นบ้าเป็นหลังจนล้มป่วย”“ขอบคุณนะคะที่บอกให้รู้ ฉันจะได้รู้ว่าจะต้องทำยังไง” เพราะเธอรู้ว่าเจ้าทัพไม่มีวันพูดเรื่องนี้กับเธออย่างแน่นอน เขาจะทำทุกอย่างให้เธอสบายใจพักหลังมานี้ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะเธองานยุ่
“ขอบคุณนะคะ” แม้เขาจะไม่ยอมรับว่าช่วยเธอ ไม่เอาดีเข้าตัว เธอก็กล่าวขอบคุณเขาอยู่ดีเจตน์เป็นคนบอกเธอเอง ว่าพี่ชายของเขาอยู่เบื้องหลังความสำเร็จและความโชคดีของเธอทุกอย่าง แม้แต่ค่ายเพลงซึ่งเจ้าของค่ายเป็นเพื่อนกับเจ้าทัพเธอจึงสงสัยว่าทำไมเจตน์ถึงมาบอกเรื่องนี้กับเธอ เจตน์จึงบอกกับเธอว่าเพราะเขาอยากให้พี่ชายสมหวังกับความรักครั้งนี้ เพราะเจ้าทัพไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนจริงจังแบบนี้มาก่อนเธอไม่ได้เชื่อเจตน์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ประสบการณ์สอนว่าเราควรหาความจริงก่อนเชื่อ เธอจึงไปสืบมา โดยไปถามเรื่องทุนการศึกษาก่อน ถึงได้รู้ว่าเจตน์พูดจริงทุกคำและเรื่องที่เขาเคยนัดเธอไปกินข้าวในอดีตผ่านเลขาของเขาก็คือเรื่องจริงอีกเรื่องค่ายเพลง เธอก็สะกดรอยตามเจ้าทัพไป จึงได้เห็นว่าเขาไปขอโทษเจ้าของค่ายเพลงที่เธอไม่ได้ไปร่วมงานกับเขาในครั้งแรกเพราะเรื่องของปิ่นแก้ว ทำให้เธอต้องทิ้งงานวันนั้นไป“ขอบคุณเรื่องอะไร” เขาเอ่ยถามออกมา สีหน้าแปลกใจ“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ” เธอโผเข้ากอดเขา และเจ้าทัพก็กอดเธอเอาไว้แนบอก เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รักปักใจกับเธอนัก ทั้ง ๆ ที่มีผู้หญิงสาว ๆ สวย ๆ มาให้เลือกม
จริง ฉันไม่ใช่คนพูดโกหกหรือพูดเล่นไปวัน ๆ” เขาย้ำ“ผมรักคุณนะปิ่นเพชร ผมคิดว่าคบกันครบสามเดือนจะขอคุณแต่งงาน แต่ผมขอคุณแต่งงานตอนนี้เลย แต่งงานกับผมนะปิ่นเพชร” จู่ ๆ เจ้าทัพก็คุกเข่าลงตรงหน้าของปิ่นเพชร ก่อนจะหยิบแหวนเพชรออกมาเพื่อขอหญิงสาวแต่งงาน“คุณเจ้า” ปิ่นเพชรหลุดอุทานออกมา ก่อนจะร้องไห้“ผมรักคุณมานานแล้ว” เขาสารภาพ ในขณะที่ปิ่นแก้วเอามีดที่จ่อคอเพื่อนสาวออก ทำให้เกศรินทร์รีบหนีไปหาคุณครูในทันที“คุณจะแต่งงานกับผมได้ไหม”“คุณรักปิ่นจริง ๆ ใช่ไหมคะ” เธอน่ะรักเขาไม่ต้องถาม แล้วเขาล่ะทำไปแบบนี้เพื่อต้องการที่จะช่วยน้องสาวของเธอและปกป้องชื่อเสียงของเธอ หรือเพราะเขารักเธอจริง ๆ“ผมรักคุณจริง ๆ สาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย และทุกคนที่นี่ก็เป็นพยานว่าผมบอกรักคุณจริง ๆ และผมอยากแต่งงานกับคุณ”“คุณเจ้า ปิ่นก็รักคุณค่ะ” เธอเอ่ยออกมาก่อนจะร้องไห้ เขาจึงดึงเธอมากอด“พี่ปิ่น” ปิ่นแก้วร้องออกมา ปิ่นเพชรหันไปหาน้องสาว ก่อนจะผละออกจากอ้อมแขนชายหนุ่มไปกอดน้องสาวเอาไว้“ไม่เป็นไรแล้วนะ พี่ขอโทษ ขอโทษที่ไม่ได้ใส่ใจแก้วเลย พี่ขอโทษ ขอโทษจริง ๆ”“ใครบอกกันคะว่าพี่ปิ่นไม่ใส่ใจแก้ว พี่ปิ่นเป็นพี่สาวที
นทร์และพวกหาเรื่องเธอทุกวัน มีแต่คำพูดดูถูกเหยียดหยาม มีแต่การบูลลี่ เธอทนจนอกแทบระเบิดอยู่แล้ว ไม่อยากเรียนที่นี่อีกต่อไปแล้ว แต่ที่ทนเพราะไม่อยากให้พี่สาวเดือดร้อนอีก แต่เมื่อสิ่งที่เกศรินทร์พ่นออกมาคือเรื่องของพี่สาวโดยตรง เธอจึงเริ่มจะทนไม่ไหว“ฉันพูดเรื่องผู้หญิงขายตัว แกมีปัญหาอะไร”“แล้วแกหมายถึงใคร”“ฉันไม่ได้หมายถึงใคร ใครอยากรับก็รับไปสิ”“แกจะพูดจาหมา ๆ อะไรก็ได้ แต่อย่ามาลามปามพี่สาวของฉัน พี่ปิ่นไม่มีวันทำแบบนั้น”“ฉันเอ่ยสักคำหรือยังว่าพี่สาวแก ใครอยากรับก็รับไปสิ หรือว่าแกร้อนตัว รู้ว่าพี่สาวแกขายตัว เอาเงินมาช่วยแก”“อยากตายรึไง แกอยากตายมากนักใช่ไหม” ปิ่นแก้วทนไม่ไหวอีกต่อไป ตรงเข้าบีบคออีกฝ่าย ก่อนจะกดใบหน้าไปกับขอบระเบียง“โอ๊ย! เจ็บนะอีแก้ว มึงปล่อยกู โอ๊ย!”“อย่าเข้ามาไม่งั้นอีกเกศตาย” มีดคัตเตอร์ถูกดึงออกมาจากกระเป๋าของกระโปรง ก่อนจะจ่อไปที่ใบหน้าของเกศรินทร์ เพื่อนในกลุ่มของเกศรินไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเพราะกลัวเกศรินทร์โดนกรีดหน้า“แก้วมึงใจเย็น ๆ ก่อนนะโว้ย เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ฉันก็แค่พูดล้อเล่นไปแบบนั้นเอง” เกศรินทร์เห็นมีดคัตเตอร์คมขาวจ่ออยู่ตรงหน้าจึงร
การมาอยู่กับเขาทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้นในทุกด้าน ทั้งอาชีพการงาน ความเป็นอยู่และสิ่งที่เธอเคยได้รับตอนอยู่กับบิดามารดา เขาก็มอบให้เธอไม่ต่างกันเขาพาเธอมาซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับมากมาย จะเรียกได้ว่าเขาพาเธอมาชอปปิงบ่อยเท่าที่เขาต้องการ แต่เธอไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไร เพราะรู้ดีว่าของแบรนด์เนมและเครื่องประดับล้ำค่าที่เขาซื้อให้มันมีราคาเพียงใดเนื่องจากเคยมีชีวิตแบบนั้นมาก่อน จึงทำให้ตระหนักได้ว่าชีวิตของคนเรานั้นไม่มีอะไรแน่นอน“คุณซื้อให้ปิ่นเยอะเกินไปแล้วนะคะ” เธอพูดอย่างเกรงใจ“ผมอยากให้คุณสวยอยู่เสมอ ผมชอบมองคนสวย ๆ” เขาชอบมองคนสวย ๆ แต่ไม่เคยแตะต้องคนสวย ๆ อย่างเธอ ตามที่เขาเอ่ยชมเลย มันทำให้เธอขาดความมั่นใจไปเยอะพอสมควร“หิวไหม อาหารร้านนี้อร่อยนะ” เขาถามคล้ายเอ่ยชวน เธอก็ตามใจเขาวันหยุดพักผ่อนของเธอคือการได้ใช้เวลาอยู่กับเขาทั้งวัน เขาเองก็ไม่ได้ไปทำงานเหมือนกัน นอกจากกินข้าวด้วยกัน ชอปปิง ทำกิจกรรมร่วมกันซึ่งอาจจะมีทำอาหารบ้าง นั่งดูหนังด้วยกัน อ่านหนังสือด้วยกัน ก็อาจจะมีกิจกรรมนอกบ้านคือการไปออกกำลังกายด้วยปิ่นเพชรรู้ตัวดีว่าเธอกำลังตกอับ การที่เธอมาอยู่







