INICIAR SESIÓNณ คลับสุดหรูในโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางนครโฮจิมินห์
ชายชาวเอเชียสองคน หน้าตาหล่อเหลาท่าทางภูมิฐานกำลังนั่งละเลียดเครื่องดื่มสีอำพันพร้อมพูดคุยกันด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
คนหนึ่งเพลิดเพลินไปกับการส่งสายตาให้กับกลุ่มสาวสวยที่นั่งโต๊ะติดกัน ส่วนอีกคนนั้นมัวแต่ก้มหน้าก้มตาจับจ้องหน้าจอสมาร์ตโฟนในมือ
“ไอ้คิน น้องโต๊ะนั้นเขาเหล่มึงตาจะหลุดอยู่แล้ว” คามินช้อนสายขึ้นมองเพื่อนรัก ก่อนเลื่อนสายตาไปมองยังสาวสวยกลุ่มนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย พวกเธอพยายามทอดสะพานให้เขาอย่างเปิดเผย ทว่าคามินกลับทำหน้าตึงใส่ ก่อนดึงสายตากลับมาดังเดิม
“เรื่องของเขา ไม่ใช่ธุระของกู”
“อ้าว ไอ้นี่ กะว่าจะชวนไปเลี้ยงเหล้าสาว ๆ ซะหน่อย” คามินได้ฟังก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนยกแก้วเครื่องดื่มสาดลงคอจนหมด
“ไอ้เกริก แล้วทำไมมึงต้องชวนกูไปด้วยทุกครั้ง ไม่เข็ดหรือไงที่กูทำวงแตกคราวที่แล้ว”
เกริกพลได้ฟังดังนั้นก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนที่ชวนคามินไปจีบสาวด้วยกัน ทว่าความขวานผ่าซากและปากหมาของเพื่อนรักทำเอาสาว ๆ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ วงแตกแยกย้ายกันไปคนละทาง
“เออ กูไปคนเดียวก็ได้”
ว่าจบเกริกพลก็คว้าแก้วเหล้าเดินไปนั่งร่วมวงกับสาวสวยกลุ่มนั้น
คามินจึงหันมาสนใจหน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้า ไล่อ่านข้อมูลที่เลขาฯส่งตรงจากประเทศไทยมารายงานทุกวัน
คามิน อนันต์ชัย ประธานหนุ่มวัย 35 ปี ผู้เป็นเจ้าของบริษัทอาหารทะเลแปรรูปส่งออกยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ
เขาเดินทางมาดูโรงงานใหม่ที่ประเทศเวียดนามได้สองเดือนแล้ว โดยมีเกริกพลผู้เป็นเพื่อนรัก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในทีมทนายประจำบริษัทติดตามมาด้วย
ชายหนุ่มไล่อ่านข้อความบนหน้าจอสี่เหลี่ยมที่เลขาฯส่งมารายงานความเคลื่อนไหวของคาริสาผู้เป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาและแฟนหนุ่มของเธอ
ไม่กี่วันก่อนคามินเพิ่งบินด่วนกลับประเทศไทยเพื่อไปสะสางปัญหาของน้องสาวและครอบครัวคนรัก ทำให้เขายังคงอดห่วงไม่ได้ จึงให้เลขาฯช่วยคอยเป็นหูเป็นตา
เมื่อเห็นว่าน้องสาวสุดที่รักมีความสุขดี ชายหนุ่มก็โล่งใจ
มือหนาวางสมาร์ตโฟนเครื่องหรูลงบนโต๊ะ ก่อนหันมาคว้าขวดเครื่องดื่มสีอำพันรินใส่แก้วคริสตัลที่ว่างเปล่า
พลันหางตาเหลือบไปเห็นเกริกพลเดินหน้าบอกบุญไม่รับกลับมาที่โต๊ะ เมื่อมองเลยไปทางด้านหลังก็เห็นสาวสวยกลุ่มนั้นกำลังทยอยลุกจากโต๊ะ
เกริกพลเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมหันมาทำตาขวางใส่
“เป็นเชี่ยไรมึง แดกแห้วเสร็จ แล้วอยากแดกตีนหรือไง”
“เขาบอกว่าต้องรีบกลับบ้านไปหาผัว หลังจากที่กูรูดบัตรเลี้ยงเสร็จเรียบร้อย แม่งเอ้ย” เกริกพลสบถออกมาอย่างหัวเสีย ทำเอาคามินหัวเราะออกมาดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”
“เออ หัวเราะไปเถอะ ใช่สิ กูไม่ได้หล่อเลือกได้แบบมึง มีสาว ๆ เข้าหาตั้งมากมายแต่เสือกหยิ่ง” เกริกพลบ่นอย่างหัวเสีย เขาไม่ใช่คนหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ก็จริง แต่ทว่าเมื่ออยู่กับคามินทีไร เป็นอันต้องถูกรัศมีความหล่อเหลาของเพื่อนรักบดบังไปเสียทุกครั้ง
“มึงก็รู้ว่ากูเลิกสนใจเรื่องพวกนี้มานานมากแล้ว”
“หรือว่ามึงตายด้านแล้ววะ” เกริกพลถามพลางเหลือบมองต่ำลงไปยังใต้เข็มขัดของเพื่อนรัก
“เดี๋ยวกูถีบไปโน่น มึงกับกูก็ไปซื้อกินด้วยกัน” คามินวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรงพร้อมทำท่าจะยกขาขึ้นมาจัดการเกริกพลจริง ๆ ดังเช่นปากว่า
“กูล้อเล่น อ่ะ อ่ะ อันนี้กูจริงจังแล้วนะ กูถามจริง ๆ มึงยังรักอายอยู่ใช่ไหม”
คำถามของเกริกพลทำให้ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววครุ่นคิด
เมื่อครั้งที่ชีวิตของชายหนุ่มเจอมรสุมลูกใหญ่ บิดามารดาด่วนจากไปกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้คามินที่เพิ่งก้าวพ้นรั้วมหาวิทยาลัยต้องขึ้นมาเป็นผู้นำ แบกรับภาระในการประคับประคองธุรกิจของครอบครัว และต้องคอยเป็นเสาหลักสำคัญให้กับน้องสาวเพียงคนเดียว ซึ่งตอนนั้นเธอยังเด็กมากเขาจึงต้องคอยดูแลเธอมากเป็นพิเศษ จนทำให้เขาละเลยอารียา แฟนสาวที่คบหากันมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู้รั้วมหาวิทยาลัย
ในตอนแรกก็เหมือนอารียาจะเข้าใจในเหตุผลของเขา แต่แล้วเธอก็ทิ้งเขาไปแต่งงานกับนักธุรกิจอายุรุ่นราวคราวพ่อที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
ในตอนนั้นชีวิตของคามินก็เกือบเสียศูนย์ ทว่าชายหนุ่มมีภาระหน้าที่มากมายที่อยู่บนบ่า เขาจึงไม่สามารถยอมให้ใจเศร้าโศกได้นาน นับตั้งแต่นั้นหัวใจของเขามันก็ค่อย ๆ ด้านชา จนไม่แยแสกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ อีกต่อไป
“อ้าว เงียบแบบนี้ กูพูดแทงใจดำมึงใช่มั้ย” เกริกพลกล่าวขึ้นทำลายความเงียบ
“ไม่ใช่เว้ย กูก็แค่คิดไปเรื่อยเปื่อย ส่วนเรื่องอายกูลืมไปนานแล้ว ตอนนี้เขาก็ไปมีครอบครัวมีลูกมีเต้า กูก็ยินดีกับเขา”
“แล้วทำไมมึงยังอยู่เป็นโสดแบบนี้ ยัยน้องของมึงก็มีแฟนไปแล้ว อีกหน่อยก็จะเหลือมึงแค่คนเดียว”
“อ้าว มึงก็ยังไม่มี”
“แต่กูมีแผนในอนาคตแล้วเว้ย...เมื่อถึงเวลากูจะแต่งงานมีลูกสักสองคน”
“ไม่เคยมีความคิดนี้ในหัวกูเลย” คามินว่าพลางยกยิ้มให้กับโชคชะตาของตัวเอง
“ไอ้คิน สักวันเว้ยสักวัน กูเชื่อว่าคนดี ๆ แบบมึงต้องได้เจอรักแท้” คำกล่าวของเกริกพลทำเอาคามินถึงกับหลุดขำออกมา
“โคตรไร้สาระ”
“เออ ไอ้พวกคิดลบมองโลกในแง่ร้าย” เกริกพลลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง “ปวดขี้ เดี๋ยวมา”
“มึงรีบไปเหอะ ไม่ต้องบอกกูหรอก”
คามินรีบไล่เพื่อนรักก่อนหันมาดื่มด่ำกับเครื่องดื่มราคาแพงบนโต๊ะ พลางเอนหลังพิงพนักโซฟา มองไปรอบ ๆ คลับที่มีเพียงแสงไฟสลัว
พลันนัยน์ตาคู่คมไปสะดุดกับร่างบางที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ ผมลอนยาวสลวยสีน้ำตาลจรดกลางหลังพลิ้วไหวไปตามจังหวะการโยกย้ายของเธอ ซึ่งมันค่อนข้างเร็วและไม่เข้ากับจังหวะดนตรีแจ๊ซที่เปิดภายในคลับแห่งนี้
ทว่านั่นกลับดึงดูดความสนใจให้คามินจ้องมองอย่างไม่วางตา ในบางครั้งเขาก็เผลอหลุดขำออกมาเมื่อเธอโยกหนักจนทำท่าว่าจะพลัดตกจากเก้าอี้สตูล
“เมาปลิ้นเลยนะแม่คุณ” เขาว่าพลางโคลงศีรษะเบา ๆ พร้อมความรู้สึกนึกอยากเห็นหน้าค่าตาเธอขึ้นมา
เมื่อคิดได้แบบนั้นชายหนุ่มก็ไม่รอช้า ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนสาวเท้าตรงไปยังเคาน์เตอร์บาร์
ทว่าก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าว
“เฮ้ย มึงจะไปไหน” เสียงเรียกของเกริกพลทำให้คามินหยุดชะงัก ก่อนหันกลับมามองเพื่อนรัก
“กูจะไป...” เสียงทุ้มขาดหายไปเมื่อหันกลับมาอีกครั้งก็ไม่เห็นเธอแล้วแม้แต่เงา “ไม่มีอะไร”
คามินเดินกลับมานั่งบนโซฟาดังเดิม ทว่าเกริกพลก็ยังคงจ้องมองเพื่อนรักด้วยความข้องใจ
“อะไรของมึง ดูมีพิรุธนะ”
“ไม่มี มึงรีบ ๆ แดกให้หมด จะได้ขึ้นห้องกูง่วงแล้ว”
“เออ ๆ”
สองหนุ่มนั่งดื่มกันต่ออีกครู่ใหญ่ จากนั้นก็ต่างแยกย้ายขึ้นห้องไปพักผ่อน
เช้าวันแรกของการกลับมาทำงานอีกครั้ง ควรจะต้องเป็นวันที่สดใสและน่ายินดี ทว่ามันกลับไม่ใช่เลย เพราะคามินออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรีบออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ ทำเอาว่าที่คุณแม่นั่งใจลอยมาตลอดทาง กว่าจะรู้ตัวอีกทีพลขับหนุ่มก็จอดรถซีดานคันหรูด้านหน้าบริษัทแล้ว“คุณเฌอร์ครับ ถึงแล้วครับ”“อ้าว เฌอร์ก็นั่งเพลินเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะที่ไปรับเฌอร์” เฌอริตาหันไปฝืนยิ้มขอบคุณให้กับสารถีหนุ่ม แม้ภายในใจจะหดหู่ก็ตามที“เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณเฌอร์จะกลับบ้านหรือออกไปข้างนอกโทรตามผมได้เลยนะครับ”“ค่ะ”เฌอริตาตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากห้องโดยสารด้านหลัง หญิงสาวยืนรอจนกระทั่งรถซีดานสีดำคันหรูที่คามินให้เธอเอาไว้ใช้พร้อมพลขับ เลี้ยวเข้าไปในอาคารจอดรถจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาในอาคารสูงเสียดฟ้าอันเป็นอาณาจักรของบริษัทซีซีอินเตอร์ฟูดส์ ขึ้นลิฟต์โดยสารมายังชั้น 25 ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดเพื่อนร่วมงานทุกคนตลอดจนผู้จัดการสาวต่างดีใจกันยกใหญ่ เข้ามาพูดคุยถามไถ่อาการ ก่อนหัวข้อสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องงาน และเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ โดยที่ไม่มีใครปริปากถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเลยแ
กลางดึกคืนนั้น เฌอริตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานห้องท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟเล็กบนผนังฝั่งหัวเตียงดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นเสาน้ำเกลือที่มีขวดน้ำเกลือแขวนอยู่ด้านบน พอมองไล่สายน้ำเกลือลงมาก็พบว่าปลายทางของสายน้ำเกลือนั้นอยู่บนหลังมือของเธอนั่นเองร่างบางขยับเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงสัมผัสหนักอึ้งบนแขนเล็กข้างหนึ่ง เมื่อเธอหันไปมองก็พบว่าคามินกำลังนั่งฟุบหลับซบใบหน้าลงบนที่นอนข้างกาย โดยวางมือหนาลงบนเรียวแขนบอบบางหญิงสาวยังคงรู้สึกมึนงงและสับสน พยายามจับต้นชนปลายว่าเพราะเหตุใดเธอจึงมานอนอยู่ในโรงพยาบาลได้และเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มคืนกลับมา ภาพความทรงจำในเหตุการณ์ที่ร้านอาหารก็พรั่งพรูออกมาร่างบางลุกพรวดขึ้นพร้อมยกมือสองข้างขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบด้วยอาการตื่นตระหนก และนั่นก็ทำให้คามินสะดุ้งตื่นชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงขึ้นมานั่งลงบนเตียงคนไข้“เฌอร์เป็นยังไงบ้าง”“พี่คิน...พี่คินคะ...ละ...แล้ว...ลูก” เฌอริตาละล่ำละลักถามออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอในหน่วยตาคู่นั้น“ลูกไม่เป็นไร ลูกปลอดภัยดี ปลอดภัยทั้งส
คามินควบซูเปอร์คาร์คันโปรดรีบพาคนรักไปยังโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ตลอดทางที่อยู่บนรถหรู เฌอริตาร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสีย เนื้อตัวสั่นเทาจากแรงสะอื้นตลอดเวลา ทำเอาชายหนุ่มสงสารจับใจ และอีกใจก็เป็นห่วงเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทว่าเขาก็ทำได้เพียงพูดพร่ำปลอบโยนเธอมาตลอดทางเมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงโรงพยาบาล คามินก็รีบพุ่งลงจากรถวิ่งมาทางฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูและช้อนร่างบางขึ้นมา วางคนรักลงบนเปลนอนที่เจ้าหน้าที่เข็นมาให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เวรเปลก็รีบเข็นรถนอนของเธอหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินนัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกังวลจ้องมองไปยังบานประตูห้องฉุกเฉินนิ่งงัน ก่อนค่อย ๆ เดินมานั่งลงบนม้านั่งหน้าห้องโดยไม่ยอมละสายตาออกจากหน้าห้องฉุกเฉินแม้เพียงเสี้ยววินาทีครืด~โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น ชายหนุ่มจึงล้วงเข้าไปหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา ทว่าในขณะที่เขาหงายมันขึ้นมาเพื่อดูหน้าจอ พลันดวงตาดำขลับไปสะดุดเข้ากับคราบของเหลวสีแดงบนฝ่ามือหนา นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ“ไอ้คิน!” คามินหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นเกริกพลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “เฌอร์เป็นยังไงบ้า
ผ่านไปกว่าสามเดือน ชีวิตของเฌอริตาก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่กำลังไปได้สวย เพื่อนร่วมงานทุกคนไปจนถึงหัวหน้า ล้วนแล้วแต่ดีกับเธอทุกคน เธอได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ จนได้รับมอบหมายให้ดูแลโพรเจคสำคัญ ซึ่งทุกคนก็ต่างยินดีกับความสำเร็จของเธอในครั้งนี้ ต่างจากที่ทำงานเก่าลิบลับส่วนประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่มีสถานะเป็นแฟนลับ ๆ ของเธอ ก็ยิ่งแสนดีขึ้นทุกวัน คอยดูแลเอาใจใส่เธอไปเสียทุกเรื่อง และเขาก็ไม่เคยลืมที่จะใส่ใจมารดาของเธอด้วยเช่นกันตั้งแต่เฌอริตาและคุณนงเยาว์ย้ายมาอยู่ที่อาคารพาณิชย์หลังใหม่ คามินก็ช่วยจัดการเรื่องเปิดร้านอาหารตามที่คุณนงเยาว์ใฝ่ฝันเอาไว้ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยหาคนงานที่ไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบมาช่วยคุณนงเยาว์อีกแรง ซึ่งนั่นช่วยแบ่งเบาภาระของท่านไปได้มาก ถึงแม้ว่ากิจการจะใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าท่านกลับสบายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเฌอริตาหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ยิ้มกว้างออกมา ภายในกรอบรูปนั้นมีภาพถ่ายในวันเปิดร้านวันแรก โดยมีคุณนงเยาว์ยืนอยู่ตรงกลางถูกขนาบข้างด้วยเฌอริตาและคามิน ใบ
เฌอริตาเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว และเธอเข้ามาด้วยความสามารถของเธอล้วน ๆ โดยที่คามินไม่กล้ายื่นมือเข้าไปวุ่นวายตามคำขอร้องของแฟนสาว ถึงแม้ว่าเขาจะไปยืนส่งสายตากดดันกรรมการสอบสัมภาษณ์ก็ตามทีในวันที่เฌอริตาเริ่มงานวันแรก คามินก็ตั้งใจว่าจะมารับแฟนสาวเข้าไปบริษัทพร้อมกัน ทว่าเธอกลับยืนกรานปฏิเสธ อีกทั้งยังขอร้องให้คามินปฏิบัติต่อเธอเฉกเช่นพนักงานทุกคนในบริษัท และเธอก็ยังไม่พร้อมให้เขาเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ใครรู้ เพราะเธออยากให้เพื่อนร่วมงานยอมรับในความสามารถที่แท้จริง โดยไม่มีตำแหน่งแฟนสาวของท่านประธานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคามินเองก็เข้าใจในเหตุผลของเธอดี และเคารพในการตัดสินใจของเธอก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องทำงานของประธานบริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ก่อนที่บานประตูไม้สีน้ำตาลจะเปิดอ้าออก ตามมาด้วยใบหน้าคมเข้มของเกริกพลที่ยื่นเข้ามาด้านในทว่าเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับไม่ได้สนใจ อีกทั้งยังมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปไม่วางตา“นั่งทำหน้าเป็นตูด คิดถึงแฟนล่ะสิมึง ทำงานที่เดีย
ในช่วงบ่ายแก่ หลังจากฝนเทลงมาตั้งแต่ช่วงสาย เมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มเบาบาง พอให้ดวงอาทิตย์ได้ทอแสงลงมาบ้างรถมินิแวนสีดำคันงามขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากบ้านเช่าหลังน้อยของเฌอริตาเท่าไรนักเมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบลงมาเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้แก่ผู้เป็นนายคามินก้าวลงมา ก่อนหันมายื่นมือหนาให้กับหญิงสาวที่นั่งข้างกันมาตลอดทางเฌอริตาส่งยิ้มหวาน ก่อนวางมือบางลงบนฝ่ามือใหญ่ ปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเดินนำไปยังทางเดินขนาดเล็กข้างวัดด้านในเป็นตรอกซอกซอยของชุมชนซึ่งรถยนต์ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ จะมีเพียงรถมอเตอร์ไซต์ และรถจักรยานที่พอจะสัญจรได้อย่างสะดวกเมื่อทั้งคู่เดินใกล้ถึงบ้าน ก็เป็นจังหวะที่คุณนงเยาว์กำลังยกกระถางต้นไม้ใบใหญ่หน้าบ้านด้วยความทุลักทุเลคามินเห็นเข้าก็รีบสาวเท้าเข้าไปช่วยหญิงสูงวัยในทันที โดยที่ยังไม่ทันได้กล่าวทักทายกันแต่อย่างใด“ว้าย!ตาเถร”คุณนงเยาว์ที่ถูกชายหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้เข้าประชิดตัวก็ตกใจจนร้องอุทานออกมา พอมองเลยไปก็เห็นลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“เฌอร์ นี่มันอะไรกันลูก แล้วนี่...







