เข้าสู่ระบบร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำขลับตัดกับสีผิวขาวเนียนละเอียด ผมลอนยาวสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าทรงสูงโชว์แผ่นหลังนวลผุดผ่อง
สาวสวยเพียงหนึ่งเดียวภายในบาร์แจ๊ซสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาว เธอนั่งเพียงลำพังอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ พลางยกแก้วค็อกเทลสีร้อนแรงขึ้นจิบด้วยใบหน้าผ่อนคลาย บางครั้งดวงตาคู่สวยก็เหลือบมองไปยังสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์
มือบางคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดอ่านข้อความในแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนคลี่ยิ้มบางออกมา
“ไอ้มัทลากคุณนงเยาว์ไปนอนบ้านจนได้”
เฌอริตาว่าพลางเลื่อนดูภาพถ่ายที่มฑิราส่งมาให้นับสิบรูป ซึ่งเป็นภาพคุณนงเยาว์และครอบครัวของมฑิรากำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน
หญิงสาววางสมาร์ตโฟนลงไปดังเดิม ก่อนยกเครื่องดื่มขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์
เฌอริตาเดินทางมาทำงานที่ประเทศเวียดนามกับทีมการตลาดได้หลายวันแล้ว หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงสนุกกว่านี้ เพราะเพื่อนร่วมงานที่ไปด้วยกัน และเพื่อนร่วมงานที่สาขาเวียดนามก็ต่างสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
หลังจากตารางงานในแต่ละวันเสร็จสิ้น ทุกคนก็มักจะชวนกันออกไปสังสรรค์ดื่มกินกันอย่างสุดเหวี่ยง
ทว่าในครั้งนี้มันต่างออกไป เนื่องจากวีรภาพผู้เป็นหัวหน้าคนใหม่เมาอาละวาดโวยวาย ออกคำสั่งให้ลูกน้องทำโน่นทำนี่ หากใครขัดขืนก็โดนด่าทอยกใหญ่ ทำให้ปาร์ตี้เมื่อคืนวานนี้วงแตกแยกย้ายในเวลารวดเร็ว
เฌอริตาอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายแอบหนีออกมานั่งดื่มคนเดียวที่คลับภายในโรงแรม
และด้วยบรรยากาศอันสุดแสนจะโรแมนติกภายในคลับ ก็ทำเอาเธอเพลิดเพลินไปกับการดื่มเสียจนเมามายเกือบเดินกลับห้องไม่ไหว โชคดีที่ได้บาเทนเดอร์สุดหล่อเตือนสติ เธอจึงกลับห้องมาได้โดยสวัสดิภาพ
และวันนี้เธอก็กลับมาที่นี่อีกครั้ง หลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาตลอดทั้งวัน
มือเล็กคว้าแก้วคอกเทลขึ้นมาอีกครั้งด้วยใบหน้าแดงก่ำ ทว่าพบเพียงความว่างเปล่า เธอจึงหันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาเทนเดอร์หนุ่ม ก่อนจะนั่งโยกย้ายไปกับจังหวะเพลงแจ๊ซระหว่างรอเครื่องดื่ม
และในตอนนั้นเธอก็รู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมองมา เฌอริตาจึงหันไปทางด้านข้างซึ่งเคยมีเก้าอี้สตูลว่างอยู่ ก็พบกับชายชาวเอเชียหน้าตาหล่อเหลากำลังมองมาที่เธอ
คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความสงสัย ก่อนหันกลับมาหาบาเทนเดอร์หนุ่มที่นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้พอดี
“มองอะไร” เสียงหวานบ่นพึมพำก่อนยกแก้วคอกเทลขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจชายหนุ่มคนนั้นอีกเลย
เมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกายที่เพิ่มดีกรีความเข้มข้นขึ้น ทำให้เฌอริตาวาดลวดลายโยกย้ายไปกับจังหวะเพลงแจ๊ซอย่างไม่สนใจใคร เพราะไหน ๆ ที่นี่ก็ไม่มีใครรู้จักเธออยู่แล้ว
จวบจนเวลาล่วงเลยเข้าวันใหม่ สมาร์ตโฟนที่วางอยู่ก็สั่นขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวจึงคว้ามันขึ้นมาเปิดดูข้อความมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาอวยพรวันเกิด
“อ้าว วันเกิดนี่นา ลืมไปเลย” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างยืดยานพร้อมความรู้สึกมึนงงจากฤทธิ์ค็อกเทล
ร่างบางเริ่มทรงตัวไม่อยู่ จึงต้องโน้มใบหน้าซบลงบนเคาน์เตอร์บาร์ และนั่นจึงทำให้เธอเห็นว่าหนุ่มหล่อคนนั้นก็ยังคงมองเธออยู่เช่นเดิม
“มองทำไมจ๊ะพ่อหนุ่มเวียดนาม ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไง” สิ้นเสียงหวานใบหน้าหล่อเหลาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“ฮ่า ฮ่า ฟังไม่ออกล่ะสิ แอบมองแบบนี้เดี๋ยวปั๊ดให้เลี้ยงเหล้าซะเลย” ว่าจบคนตัวเล็กก็สะอึกออกมาและตามมาด้วยเสียงเรอดังลั่น
เฌอริตายกสมาร์ตโฟนในมือขึ้นมา พยายามหรี่ตามองหาอะไรบางอย่าง ก่อนเปิดแอปพลิเคชันเทียนวันเกิดขึ้นมา
จากนั้นหญิงสาวก็เริ่มร้องเพลงแฮปปีเบิร์ทเดย์เบา ๆ เพียงหนึ่งรอบก่อนทำท่าเป่าเทียน
“สุขสันต์วันเกิดนะเฌอร์ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดี เก่งมากเฌอริตา” สิ้นเสียงหวานเฌอริตาก็ยิ้มออกมาทั้งตาและปาก เมื่อเธอมองเลยออกไปก็เห็นชายหนุ่มคนนั้นยิ้มไปกับเธอด้วย หญิงสาวจึงโงหัวขึ้นมา และลุกขึ้นจากเก้าอี้สตูล ก่อนจะเดินโซเซไปหาชายหนุ่ม
“นี่ยู ทูเดย์อีสมายแฮปปีเบิร์ทเดย์นะ โอเค๊ บาย”
ว่าจบคนตัวเล็กก็เดินออกไปจากหน้าเคาน์เตอร์บาร์โดยที่ยังไม่ได้จ่ายเงิน ทำให้บาเทนเดอร์หนุ่มตกใจทำท่าจะร้องเรียกเธอ ทว่าลูกค้าหนุ่มส่งสัญญาณให้บาเทนเดอร์พร้อมยื่นเครดิตการ์ดสีดำเงาวับ
“อ้าว แล้วนั่นจะเดินไปวะน่ะ” สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวโตก็อดไม่ได้ที่จะเดินตามออกไปด้วยความเป็นห่วง
คามินนึกสงสัยตัวเองที่เดินตามผู้หญิงที่ไม่รู้จักออกมา อาจเป็นเพราะว่าเธอเป็นคนไทยเหมือนกัน อีกทั้งยังอยู่ต่างแดนจึงเกรงว่าอาจเกิดอันตรายกับเธอ
เขาเจอเธอตั้งแต่เมื่อคืนวาน ทว่ายังไม่ได้เห็นหน้าค่าตาเธอก็ไปเสียก่อน แต่เมื่อชายหนุ่มลงมาดื่มที่บาร์อีกครั้งในค่ำคืนนี้ เขาก็จำเธอได้ทันทีเมื่อเห็นสเตปการโยกย้ายคร่อมจังหวะดนตรีของเธอ
เฌอริตาเดินออกไปยังประตูทางออกของโรงแรม ก่อนจะไปทรุดกายนั่งลงบนทางเท้าใกล้กับลานจอดรถ พร้อมกับบ่นพึมพำบางอย่าง ทว่าคามินก็ไม่กล้าเข้าไป จึงทำได้เพียงยืนมองอยู่ห่าง ๆ
จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา จ้องมองไปยังคนตัวเล็กตาเป็นมัน และทำท่าว่าจะเดินเข้าไปหาเธอ
สองขาของชายหนุ่มก้าวเข้าไปโดยอัตโนมัติ ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นตกใจและเดินหนีออกไป
ทันทีที่เข้าประชิดคนตัวเล็ก เขาก็คว้าแขนเรียวหิ้วเธอขึ้นจากพื้น หวังจะลากเธอกลับเข้าไปในโรงแรม ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“แหวะ!”
ร่างบางลอยละลิ่วเข้าหาแผงอกแกร่ง พร้อมพรั่งพรูของเสียออกทางปากลงบนเสื้อเชิ้ตราคาแพงเข้าเต็มเปา
คนตัวโตยืนอึ้งตะลึงงันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ทัน ชายหนุ่มแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ก่อนกลั้นใจก้มลงมาอีกครั้ง
“แหวะ!”
มวลอาเจียนระลอกใหม่พุ่งลงสู่เบื้องล่าง อาบรองเท้าหนังราคาแพงจนหมดสิ้น
“เต็มที่เลยครับ เอาออกมาซะให้หมด เต็มตัวกูหมดแล้วเนี่ย” คามินโคลงศีรษะเบา ๆ ก่อนยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังบอบบาง
เมื่อเฌอริตาอาเจียนจดหมดไส้หมดพุง เธอก็ล้มลงในอ้อมแขนแกร่ง พร้อมหลับตาพริ้ม
คามินจึงจัดการอุ้มเธอขึ้นพาดบ่า พาเดินไปยังซูเปอร์คาร์เปิดประทุนคันงามที่จอดอยู่ไม่ไกล ก่อนวางเธอลงบนที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร
“ซวยฉิบหายเลยกู”
เช้าวันแรกของการกลับมาทำงานอีกครั้ง ควรจะต้องเป็นวันที่สดใสและน่ายินดี ทว่ามันกลับไม่ใช่เลย เพราะคามินออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรีบออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ ทำเอาว่าที่คุณแม่นั่งใจลอยมาตลอดทาง กว่าจะรู้ตัวอีกทีพลขับหนุ่มก็จอดรถซีดานคันหรูด้านหน้าบริษัทแล้ว“คุณเฌอร์ครับ ถึงแล้วครับ”“อ้าว เฌอร์ก็นั่งเพลินเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะที่ไปรับเฌอร์” เฌอริตาหันไปฝืนยิ้มขอบคุณให้กับสารถีหนุ่ม แม้ภายในใจจะหดหู่ก็ตามที“เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณเฌอร์จะกลับบ้านหรือออกไปข้างนอกโทรตามผมได้เลยนะครับ”“ค่ะ”เฌอริตาตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากห้องโดยสารด้านหลัง หญิงสาวยืนรอจนกระทั่งรถซีดานสีดำคันหรูที่คามินให้เธอเอาไว้ใช้พร้อมพลขับ เลี้ยวเข้าไปในอาคารจอดรถจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาในอาคารสูงเสียดฟ้าอันเป็นอาณาจักรของบริษัทซีซีอินเตอร์ฟูดส์ ขึ้นลิฟต์โดยสารมายังชั้น 25 ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดเพื่อนร่วมงานทุกคนตลอดจนผู้จัดการสาวต่างดีใจกันยกใหญ่ เข้ามาพูดคุยถามไถ่อาการ ก่อนหัวข้อสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องงาน และเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ โดยที่ไม่มีใครปริปากถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเลยแ
กลางดึกคืนนั้น เฌอริตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานห้องท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟเล็กบนผนังฝั่งหัวเตียงดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นเสาน้ำเกลือที่มีขวดน้ำเกลือแขวนอยู่ด้านบน พอมองไล่สายน้ำเกลือลงมาก็พบว่าปลายทางของสายน้ำเกลือนั้นอยู่บนหลังมือของเธอนั่นเองร่างบางขยับเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงสัมผัสหนักอึ้งบนแขนเล็กข้างหนึ่ง เมื่อเธอหันไปมองก็พบว่าคามินกำลังนั่งฟุบหลับซบใบหน้าลงบนที่นอนข้างกาย โดยวางมือหนาลงบนเรียวแขนบอบบางหญิงสาวยังคงรู้สึกมึนงงและสับสน พยายามจับต้นชนปลายว่าเพราะเหตุใดเธอจึงมานอนอยู่ในโรงพยาบาลได้และเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มคืนกลับมา ภาพความทรงจำในเหตุการณ์ที่ร้านอาหารก็พรั่งพรูออกมาร่างบางลุกพรวดขึ้นพร้อมยกมือสองข้างขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบด้วยอาการตื่นตระหนก และนั่นก็ทำให้คามินสะดุ้งตื่นชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงขึ้นมานั่งลงบนเตียงคนไข้“เฌอร์เป็นยังไงบ้าง”“พี่คิน...พี่คินคะ...ละ...แล้ว...ลูก” เฌอริตาละล่ำละลักถามออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอในหน่วยตาคู่นั้น“ลูกไม่เป็นไร ลูกปลอดภัยดี ปลอดภัยทั้งส
คามินควบซูเปอร์คาร์คันโปรดรีบพาคนรักไปยังโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ตลอดทางที่อยู่บนรถหรู เฌอริตาร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสีย เนื้อตัวสั่นเทาจากแรงสะอื้นตลอดเวลา ทำเอาชายหนุ่มสงสารจับใจ และอีกใจก็เป็นห่วงเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทว่าเขาก็ทำได้เพียงพูดพร่ำปลอบโยนเธอมาตลอดทางเมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงโรงพยาบาล คามินก็รีบพุ่งลงจากรถวิ่งมาทางฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูและช้อนร่างบางขึ้นมา วางคนรักลงบนเปลนอนที่เจ้าหน้าที่เข็นมาให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เวรเปลก็รีบเข็นรถนอนของเธอหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินนัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกังวลจ้องมองไปยังบานประตูห้องฉุกเฉินนิ่งงัน ก่อนค่อย ๆ เดินมานั่งลงบนม้านั่งหน้าห้องโดยไม่ยอมละสายตาออกจากหน้าห้องฉุกเฉินแม้เพียงเสี้ยววินาทีครืด~โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น ชายหนุ่มจึงล้วงเข้าไปหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา ทว่าในขณะที่เขาหงายมันขึ้นมาเพื่อดูหน้าจอ พลันดวงตาดำขลับไปสะดุดเข้ากับคราบของเหลวสีแดงบนฝ่ามือหนา นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ“ไอ้คิน!” คามินหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นเกริกพลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “เฌอร์เป็นยังไงบ้า
ผ่านไปกว่าสามเดือน ชีวิตของเฌอริตาก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่กำลังไปได้สวย เพื่อนร่วมงานทุกคนไปจนถึงหัวหน้า ล้วนแล้วแต่ดีกับเธอทุกคน เธอได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ จนได้รับมอบหมายให้ดูแลโพรเจคสำคัญ ซึ่งทุกคนก็ต่างยินดีกับความสำเร็จของเธอในครั้งนี้ ต่างจากที่ทำงานเก่าลิบลับส่วนประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่มีสถานะเป็นแฟนลับ ๆ ของเธอ ก็ยิ่งแสนดีขึ้นทุกวัน คอยดูแลเอาใจใส่เธอไปเสียทุกเรื่อง และเขาก็ไม่เคยลืมที่จะใส่ใจมารดาของเธอด้วยเช่นกันตั้งแต่เฌอริตาและคุณนงเยาว์ย้ายมาอยู่ที่อาคารพาณิชย์หลังใหม่ คามินก็ช่วยจัดการเรื่องเปิดร้านอาหารตามที่คุณนงเยาว์ใฝ่ฝันเอาไว้ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยหาคนงานที่ไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบมาช่วยคุณนงเยาว์อีกแรง ซึ่งนั่นช่วยแบ่งเบาภาระของท่านไปได้มาก ถึงแม้ว่ากิจการจะใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าท่านกลับสบายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเฌอริตาหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ยิ้มกว้างออกมา ภายในกรอบรูปนั้นมีภาพถ่ายในวันเปิดร้านวันแรก โดยมีคุณนงเยาว์ยืนอยู่ตรงกลางถูกขนาบข้างด้วยเฌอริตาและคามิน ใบ
เฌอริตาเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว และเธอเข้ามาด้วยความสามารถของเธอล้วน ๆ โดยที่คามินไม่กล้ายื่นมือเข้าไปวุ่นวายตามคำขอร้องของแฟนสาว ถึงแม้ว่าเขาจะไปยืนส่งสายตากดดันกรรมการสอบสัมภาษณ์ก็ตามทีในวันที่เฌอริตาเริ่มงานวันแรก คามินก็ตั้งใจว่าจะมารับแฟนสาวเข้าไปบริษัทพร้อมกัน ทว่าเธอกลับยืนกรานปฏิเสธ อีกทั้งยังขอร้องให้คามินปฏิบัติต่อเธอเฉกเช่นพนักงานทุกคนในบริษัท และเธอก็ยังไม่พร้อมให้เขาเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ใครรู้ เพราะเธออยากให้เพื่อนร่วมงานยอมรับในความสามารถที่แท้จริง โดยไม่มีตำแหน่งแฟนสาวของท่านประธานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคามินเองก็เข้าใจในเหตุผลของเธอดี และเคารพในการตัดสินใจของเธอก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องทำงานของประธานบริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ก่อนที่บานประตูไม้สีน้ำตาลจะเปิดอ้าออก ตามมาด้วยใบหน้าคมเข้มของเกริกพลที่ยื่นเข้ามาด้านในทว่าเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับไม่ได้สนใจ อีกทั้งยังมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปไม่วางตา“นั่งทำหน้าเป็นตูด คิดถึงแฟนล่ะสิมึง ทำงานที่เดีย
ในช่วงบ่ายแก่ หลังจากฝนเทลงมาตั้งแต่ช่วงสาย เมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มเบาบาง พอให้ดวงอาทิตย์ได้ทอแสงลงมาบ้างรถมินิแวนสีดำคันงามขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากบ้านเช่าหลังน้อยของเฌอริตาเท่าไรนักเมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบลงมาเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้แก่ผู้เป็นนายคามินก้าวลงมา ก่อนหันมายื่นมือหนาให้กับหญิงสาวที่นั่งข้างกันมาตลอดทางเฌอริตาส่งยิ้มหวาน ก่อนวางมือบางลงบนฝ่ามือใหญ่ ปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเดินนำไปยังทางเดินขนาดเล็กข้างวัดด้านในเป็นตรอกซอกซอยของชุมชนซึ่งรถยนต์ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ จะมีเพียงรถมอเตอร์ไซต์ และรถจักรยานที่พอจะสัญจรได้อย่างสะดวกเมื่อทั้งคู่เดินใกล้ถึงบ้าน ก็เป็นจังหวะที่คุณนงเยาว์กำลังยกกระถางต้นไม้ใบใหญ่หน้าบ้านด้วยความทุลักทุเลคามินเห็นเข้าก็รีบสาวเท้าเข้าไปช่วยหญิงสูงวัยในทันที โดยที่ยังไม่ทันได้กล่าวทักทายกันแต่อย่างใด“ว้าย!ตาเถร”คุณนงเยาว์ที่ถูกชายหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้เข้าประชิดตัวก็ตกใจจนร้องอุทานออกมา พอมองเลยไปก็เห็นลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“เฌอร์ นี่มันอะไรกันลูก แล้วนี่...







