Home / โรแมนติก / หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก / บทที่ 12 เสนองาน+บทที่ 13 ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

Share

บทที่ 12 เสนองาน+บทที่ 13 ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

last update Last Updated: 2025-05-17 13:23:50

ด้านชุยซินอี๋นั้นเมื่อเห็นว่าแม่ของเธอกลับมาแล้ว ก็รีบฝากชุยเป่าเอาไว้ บอกเพียงว่าจะไปที่ตลาดเสียหน่อย และคิดว่าจะไปหาดูงานแถวนั้นว่ามีงานไหนที่เหมาะกับเธอบ้าง เมื่อจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงเดินออกมาจากบ้านในทันที  ก่อนจะเดินออกมาเธอยังไม่ลืมหอมแก้มชุยเป่าฟอดใหญ่อีกด้วย

ชุยซินอี๋ไม่ได้ปั่นจักรยานเพียงเดินตามทางเรื่อยๆ ไปอย่างไม่รีบไม่ร้อน สองข้างทางค่อนข้างร่มรื่น ใบไม้เริ่มผลิใบเป็นสีเขียวขจีดูมีชีวิตชีวาไม่น้อยเลย 

แต่ทว่าระหว่างทางกลับมีรถคันหนึ่งมาจอดข้างๆ เธอ เขาจอดชิดเสียจนเธอเดินต่อไปไม่ได้อีก หญิงสาวมองดูคนในรถก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

เป็นเฝิงอี้อีกแล้ว

เฝิงอี้เปิดประตูรถก่อนจะก้าวเดินเข้ามาหาเธอ ชุยซินอี๋หันมองซ้ายขวาด้วยความหวาดระแวง ยิ่งได้มองเห็นรถคันนั้นเธอก็ยิ่งใจเต้นแรง มันเป็นรถคันเดียวกันกับที่เธอและเขามีความสัมพันธ์กันในคืนนั้น

"ขึ้นรถสิ พี่มีเรื่องจะพูดกับเธอ"

ชุยซินอี๋เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ย

"ฉันมีธุระต้องไปทำค่ะ"

"ค่อยไปเถอะ เธอไปกับพี่ก่อน"

"พี่คะ"

"เธอจะเดินเข้าไปดีๆ หรือจะให้พี่อุ้ม"

ชุยซินอี๋หมดปัญญาจะทัดทานแล้ว เธอตัดสินใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งในรถแต่โดยดี เฝิงอี้ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินมาที่ฝั่งคนขับและขับรถออกไปทันที เขาขับมาตามทางเรื่อยๆ จนเริ่มห่างไกลจากบ้านคน ชุยซินอี๋หันมองซ้ายขวา เธอรู้สึกประหม่าไม่น้อย

เฝิงอี้จอดรถที่ข้างทาง ซึ่งตรงนี้มันไม่มีบ้านคน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับชุยซินอี๋

"วันนี้แม่เธอมาขอลาออกจากที่ทำงาน บอกว่าจะออกมาเลี้ยงดูชุยเป่า ส่วนเธอก็จะหางานทำใช่ไหม"

ชุยซินอี๋ที่ได้ยินก็เพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกับเขา

"ใช่ค่ะ"

"ทำไมไม่ไปทำที่ภัตตาคารของพี่ หากไม่อยากทำที่ภัตตาคารอย่างนั้นไปทำที่กิจการอื่นของพี่ก็ได้ เธอมาทำได้เลย พี่จะหางานดีๆ ให้เธอทำเอง"

ชุยซินอี๋กำมือแน่น เธอไม่รู้จะเอ่ยเช่นไรดี เธออยากรักษาระยะห่างจากเขา เธอไม่อยากให้เขามองว่าเธออ่อนแอ อะไรก็ต้องพึ่งพาแต่เขา และเธอก็ไม่อยากทำให้แม่ลำบากใจด้วย

เมื่อเห็นว่าชุยซินอี๋ไม่ตอบ เฝิงอี้ก็ไม่ได้รีบร้อนเร่งรัดบังคับให้เธอตอบเขา เพียงนั่งรออยู่อย่างนั้นอย่างใจเย็น เนิ่นนานจนชุยซินอี๋ทนไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นมา

"ฉันไม่อยากให้พี่มองว่าฉันอ่อนแอ จนพึ่งพาตัวเองไม่ได้ ฉันไม่ทำงานกับพี่ก็ไม่ได้เป็นอะไร ฉันยังไปของานทำจากหยางตงเพื่อนของฉันได้ค่ะ"

"ไอ้ผู้ชายที่มาหาเธอกับลูกวันนั้นเหรอ"

ชุยซินอี๋ที่ได้ยินเช่นนั้นจึงหันมามองเขาทันที ก่อนจะเอ่ย

"พี่รู้จักหยางตงเพื่อนของฉันด้วยเหรอคะ"

เฝิงอี้ไม่ตอบ เขาเม้มริมฝีปากแน่น และมองเธออยู่เช่นนั้น ชุยซินอี๋ไม่ได้โง่เธอพอจะคาดเดาเรื่องราวได้ จึงเอ่ยถามเขาทันที

"พี่ตามแอบดูฉันเหรอคะ"

"ไม่ได้เหรอ"

ชุยซินอี๋ถอนหายใจออกมาอย่างหมดความอดทน ก่อนจะยกมือขึ้นทุบไปที่ไหล่ของเขาอย่างเต็มแรง

"เฝิงอี้!!!! นายจะตามดูฉันทำไม นายไม่คิดว่าฉันจะอึดอัดหรือทำอะไรไม่ถูกบ้างเหรอ รู้ไหมว่าฉันกลัวแค่ไหนที่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นนาย ฉันกลัวเหลือเกิน กลัวว่าฉันจะเสียลูกไป ฉันถึงไม่ไปทำงานกับนาย ไม่อยากอยู่ใกล้นาย แต่นายกลับมาตามติดฉันแบบนี้ หากแม่นายรู้จะทำยังไง เรื่องราววุ่นวายที่จะตามมานายจะแก้มันยังไง!!!"

เฝิงอี้ชะงักไปชั่วขณะ ภาพในวัยเด็กย้อนกลับมาอีกครั้ง ตอนนั้นชุยซินอี๋ก็พูดจากับเขาแบบนี้ คนทั้งสองสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก

เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้อีกครั้ง เฝิงอี้ก็ยิ้มออกมาเต็มใบหน้า ก่อนจะเอ่ย

"เพราะพี่เป็นห่วงเธอ พี่จึงตามมาคอยดูอย่างไรเล่า"

ชุยซินอี๋พูดไม่ออก คำบ่นด่าที่เตรียมจะพูดออกมาก็ถูกกลืนลงท้องไปเสียหมด กลับมีความรู้สึกผิดเข้ามาแทนที่เสียอย่างนั้นที่เผลอพูดจากับเขาไม่ดี

"กลับไปทำงานที่ภัตตาคารเถอะ ได้ยินแม่พี่บอกว่าเธอทำอาหารเก่งมาก หากไม่อยากทำที่ภัตตาคาร อย่างนั้นก็ไปทำที่ร้านบะหมี่ในตลาด ร้านนั้นยังขาดแม่ครัว เป็นร้านใหม่ที่พี่เพิ่งเปิดขึ้นมา"

"พี่คะ ให้ฉันหาทำงานเองเถอะนะคะ"

"ไม่ หากเธอยอมไปทำงานกับพี่ พี่ก็จะไม่บอกเรื่องของเรากับแม่พี่และแม่เธอ หากเธอไม่ไป พี่ก็จะบอกเรื่องของเราทันที ชุยเป่าจะได้รู้เสียทีว่าตัวเองมีพ่อที่หล่อมาก"

เขาเอ่ยพร้อมกับทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ อีกทั้งยังยียวนกวนประสาท ชุยซินอี๋ถอนหายใจออกมา รู้สึกอยากจะทุบตีเขาอีกครั้ง เฝิงอี้จ้องมองเธออย่างอ่อนโยนก่อนจะเอ่ย

"พี่จะให้เงินเดือนเธอเท่ากับที่แม่เธอเคยได้ ตกลงตามนี้นะ"

ชุยซินอี๋ไม่ตอบ เธอทำได้เพียงพยักหน้าอย่างอับจนหนทาง เฝิงอี้ยิ้มตาหยี ก่อนจะเอ่ย

"พี่จะรอเธอเสมอนะ รอวันที่เธอพร้อม เราจะได้อยู่ด้วยกัน เธออย่ากลัว ตราบใดที่ยังมีพี่อยู่ พี่จะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกเราออกจากกัน หวังว่าเธอจะเชื่อใจพี่สักครั้งนะ"

ชุยซินอี๋หันไปมองเฝิงอี้คราหนึ่ง คล้ายมีความรู้สึกอบอุ่นและหวานล้ำอยู่ในจิตใจของเธอ เฝิงอี้อาศัยทีเผลอรีบจู่โจมเข้าไปจูบเธอทันที ชุยซินอี๋ตกใจไม่น้อย รีบผลักเขาออกทันที พร้อมกับถลึงตาใส่ ความคุ้นเคยในวัยเด็กหวนกลับมาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว

ในขณะที่คนทั้งสองกำลังถกเถียงกันอยู่ในรถนั้น ไม่ไกลจากที่เฝิงอี้จอดรถก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่จ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าที่เย็นชาและยิ้มเยาะ ก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

บทที่ 13 ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

เฝิงอี้พาชุยซินอี๋มาซื้อของที่ตลาด อีกทั้งยังพาเธอมาดูร้านบะหมี่เปิดใหม่ที่เขากำลังจะเปิดอีกด้วย ชุยซินอี๋มองดูร้านบะหมี่ที่ค่อนข้างกว้างขวางด้วยสายตาที่ตกตะลึงไม่น้อย ความฝันของเธอก็คือมีร้านบะหมี่เล็กๆ สักร้านหนึ่งเอาไว้ค้าขาย เลี้ยงดูแม่และชุยเป่าของเธอ

ร้านบะหมี่นี้ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนมัธยมปลายของกวานซี อีกทั้งยังมีผู้คนพลุกพล่านไปมา ย่อมต้องขายดีอย่างแน่นอน

เฝิงอี้หันมามองชุยซินอี๋ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ร้านนี้เธอชอบไหม ถ้าชอบก็มาทำร้านนี้เถอะ"

ชุยซินอี๋ไม่ตอบเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอจ้องมองร้านบะหมี่ด้วยแววตาที่เป็นประกาย ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเธอรู้สึกชอบมันมากเหลือเกิน หากได้ทำงานที่นี่ย่อมมีความสุขกว่าที่ภัตตาคารใหญ่ งานก็คงจะไม่วุ่นวายมาก อีกทั้งยังได้มีเวลาพัก บางครั้งอาจพาชุยเป่ามานั่งเล่นได้อีกด้วย เฝิงอี้ที่เห็นท่าทางของชุยซินอี๋ที่ชื่นชอบร้านของเขาอยู่ไม่น้อยก็รู้สึกดีใจขึ้นมา

 ทั้งสองอยู่ที่ร้านนี้ต่ออีกครู่หนึ่ง เฝิงอี้ก็พาเธอไปซื้อของสดเข้าบ้าน รวมถึงของใช้มากมายอีกด้วย ชุยซินอี๋พยายามปฏิเสธเขา แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย

"ฉันต้องถูกแม่บ่นอีกแน่นอนค่ะ แม่บอกว่าไม่อยากให้ฉันไปรบกวนพี่"

"รบกวนอะไรกัน เธอเป็นภรรยาของพี่ เป็นแม่ของชุยเป่า เท่านี้ไม่ถือว่ามากเลยด้วยซ้ำ"

"ใครภรรยาพี่กัน พูดไปเรื่อย"

แม้ปากจะก่นด่าแต่ใบหน้ากลับแดงระเรื่อ เฝิงอี้ยิ้มออกมาเล็กน้อยไม่ได้เอ่ยหยอกเย้าเธออีก ก่อนจะพาเธอมาส่งที่บ้าน เพราะมีงานให้ต้องทำอีกมากมาย เขาจึงไม่ได้เข้าไปหาชุยเป่า เพียงบอกว่าหากสะสางงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะรีบมาเยี่ยมชุยเป่าทันที

เมื่อเข้ามาถึงบ้านแล้ว ชุยซินอี๋ก็นำของไปเก็บเอาไว้ สือชิงที่เห็นเช่นนั้นจึงมองลูกสาวตนเองด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถาม

"ซินซิน ระยะนี้ลูกกับคุณชายไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยเหลือเกินนะ ลูกสนิทกับเขามากไปแบบนี้ มันจะดูไม่ดีเอานะ"

ชุยซินอี๋ที่ได้ยินก็หันมายิ้มทันที ก่อนจะเอ่ย

"เพียงผ่านทางแล้วพบกันค่ะแม่"

"อืม แม่เข้าใจแล้ว แต่ลูกต้องจำไว้นะ สถานะอย่างเราไม่เหมาะกับคนอย่างเขาหรอก รักษาระยะห่างเอาไว้บ้างก็ดี"

ชุยซินอี๋พยักหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมา เธอไม่รู้จะบอกแม่ยังไงดี และไม่รู้ว่าหากแม่รู้เรื่องนี้แล้วจะมีความคิดเห็นเช่นไร

ด้านเฝิงอี้นั้นเขากลับมาที่บ้านอย่างอารมณ์ดี เมื่อขับรถเข้ามาจอดในบ้านเขาก็ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าม่ีรถคันหนึ่งจอดอยู่ที่หน้าบ้านของเขา ชายหนุ่มก้าวเดินลงมาจากรถ เมื่อเข้ามาถึงก็ได้ยินเสียงพูดคุยสนทนากันอย่างอารมณ์ดีดังมาจากในตัวบ้าน

คุณนายเฝิงที่เห็นว่าลูกชายกลับมาแล้ว จึงเอ่ยขึ้นมาทันที

"อาอี้ ลูกกลับมาแล้วเหรอ ดูสิว่าใครมาหาลูกน่ะ"

เฝิงอี้ได้ยินเช่นนั้นก็ปรายตาไปมองสวีเพ่ยเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาไร้อารมณ์ ราวกับไม่ได้ยินดียินร้ายต่อการได้พบกับสวีเพ่ยเลยแม้แต่น้อย 

"มาตั้งแต่เมื่อไหร่"

เขาเอ่ยถามพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม คุณนายเฝิงรับรู้ได้ถึงท่าทีเย็นชาของลูกชายที่มีต่อสวีเพ่ยก็ลอบส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะหาทางเกลี้ยกล่อมเฝิงอี้อย่างไรดี สามีเธอชื่นชอบสวีเพ่ยไม่น้อย อยากได้หล่อนมาเป็นลูกสะใภ้ เพราะอีกไม่นานตระกูลทั้งสองตระกูลจะมีการทำธุรกิจร่วมกัน การเกี่ยวดองกันด้วยการแต่งงาน ก็นับว่าเป็นหนทางที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

เมื่อคิดได้เช่นนั้นคุณนายเฝิงจึงบอกว่าจะไปดูพ่อเสียหน่อย ปล่อยให้เฝิงอี้และสวีเพ่ยอยู่ด้วยกันตามลำพัง เผื่อว่าจะทำให้คนทั้งสองจะได้สนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น ไม่แน่ว่าเฝิงอี้อาจจะเปลี่ยนความคิดใหม่

สวีเพ่ยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาและทิ้งกายลงนั่งข้างๆ เฝิงอี้อย่างสนิทสนม เฝิงอี้ขยับหนี หล่อนก็เข้ามาประชิดเขา จนเฝิงอี้หันมามองด้วยสายตาเย็นชา สวีเพ่ยสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย

"จะหมั้นกันแล้ว ฉันเข้าใกล้นายไม่ได้หรือไร"

เฝิงอี้มีสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเอ่ย

"สวีเพ่ย เธอไปหาเจ้าบ่าวใหม่เถอะ ฉันไม่เหมาะที่จะเป็นเจ้าบ่าวของเธอหรอก เพราะฉันไม่ได้ชอบเธอ ฉันคิดกับเธอแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น"

"แต่ฉันไม่ได้คิดกับนายแค่เพื่อนนี่ ฉันอยากได้นายเป็นสามี"

"ฝันไปเถอะ"

เขาเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะสลัดหล่อนออกจากตัวและเดินหนีเข้าห้องไป สวีเพ่ยกำมือแน่น อยากตะโกนด่าทอเขาแต่จำต้องเก็บเอาไว้ ก่อนจะกลับบ้านของตนเองไป

เพราะพ่อของเธอนั้นตั้งใจจะมาเปิดธุรกิจที่กวานซีร่วมกับพ่อของเฝิงอี้ จึงได้มาซื้อบ้านอยู่ที่นี่ รอจนกิจการดำเนินไปด้วยดีก็คงจะกลับปักกิ่ง ส่วนเธอเมื่อแต่งงานแล้วก็คงต้องมาอยู่ที่นี่กับเฝิงอี้ ที่พ่อตั้งใจมาเปิดธุรกิจที่นี่และซื้อบ้านเอาไว้ส่วนหนึ่งก็เพื่อปูทางเอาไว้ให้เธอ เพราะเธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวที่พ่อรักที่สุด

แต่ดูเฝิงอี้สิ เขากลับไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยช่างน่าโมโหเหลือเกิน

.........

เฝิงอี้พาชุยซินอี๋มาซื้อของที่ตลาด อีกทั้งยังพาเธอมาดูร้านบะหมี่เปิดใหม่ที่เขากำลังจะเปิดอีกด้วย ชุยซินอี๋มองดูร้านบะหมี่ที่ค่อนข้างกว้างขวางด้วยสายตาที่ตกตะลึงไม่น้อย ความฝันของเธอก็คือมีร้านบะหมี่เล็กๆ สักร้านหนึ่งเอาไว้ค้าขาย เลี้ยงดูแม่และชุยเป่าของเธอ

ร้านบะหมี่นี้ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนมัธยมปลายของกวานซี อีกทั้งยังมีผู้คนพลุกพล่านไปมา ย่อมต้องขายดีอย่างแน่นอน

เฝิงอี้หันมามองชุยซินอี๋ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ร้านนี้เธอชอบไหม ถ้าชอบก็มาทำร้านนี้เถอะ"

ชุยซินอี๋ไม่ตอบเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอจ้องมองร้านบะหมี่ด้วยแววตาที่เป็นประกาย ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเธอรู้สึกชอบมันมากเหลือเกิน หากได้ทำงานที่นี่ย่อมมีความสุขกว่าที่ภัตตาคารใหญ่ งานก็คงจะไม่วุ่นวายมาก อีกทั้งยังได้มีเวลาพัก บางครั้งอาจพาชุยเป่ามานั่งเล่นได้อีกด้วย เฝิงอี้ที่เห็นท่าทางของชุยซินอี๋ที่ชื่นชอบร้านของเขาอยู่ไม่น้อยก็รู้สึกดีใจขึ้นมา

 ทั้งสองอยู่ที่ร้านนี้ต่ออีกครู่หนึ่ง เฝิงอี้ก็พาเธอไปซื้อของสดเข้าบ้าน รวมถึงของใช้มากมายอีกด้วย ชุยซินอี๋พยายามปฏิเสธเขา แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย

"ฉันต้องถูกแม่บ่นอีกแน่นอนค่ะ แม่บอกว่าไม่อยากให้ฉันไปรบกวนพี่"

"รบกวนอะไรกัน เธอเป็นภรรยาของพี่ เป็นแม่ของชุยเป่า เท่านี้ไม่ถือว่ามากเลยด้วยซ้ำ"

"ใครภรรยาพี่กัน พูดไปเรื่อย"

แม้ปากจะก่นด่าแต่ใบหน้ากลับแดงระเรื่อ เฝิงอี้ยิ้มออกมาเล็กน้อยไม่ได้เอ่ยหยอกเย้าเธออีก ก่อนจะพาเธอมาส่งที่บ้าน เพราะมีงานให้ต้องทำอีกมากมาย เขาจึงไม่ได้เข้าไปหาชุยเป่า เพียงบอกว่าหากสะสางงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะรีบมาเยี่ยมชุยเป่าทันที

เมื่อเข้ามาถึงบ้านแล้ว ชุยซินอี๋ก็นำของไปเก็บเอาไว้ สือชิงที่เห็นเช่นนั้นจึงมองลูกสาวตนเองด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถาม

"ซินซิน ระยะนี้ลูกกับคุณชายไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยเหลือเกินนะ ลูกสนิทกับเขามากไปแบบนี้ มันจะดูไม่ดีเอานะ"

ชุยซินอี๋ที่ได้ยินก็หันมายิ้มทันที ก่อนจะเอ่ย

"เพียงผ่านทางแล้วพบกันค่ะแม่"

"อืม แม่เข้าใจแล้ว แต่ลูกต้องจำไว้นะ สถานะอย่างเราไม่เหมาะกับคนอย่างเขาหรอก รักษาระยะห่างเอาไว้บ้างก็ดี"

ชุยซินอี๋พยักหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมา เธอไม่รู้จะบอกแม่ยังไงดี และไม่รู้ว่าหากแม่รู้เรื่องนี้แล้วจะมีความคิดเห็นเช่นไร

ด้านเฝิงอี้นั้นเขากลับมาที่บ้านอย่างอารมณ์ดี เมื่อขับรถเข้ามาจอดในบ้านเขาก็ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าม่ีรถคันหนึ่งจอดอยู่ที่หน้าบ้านของเขา ชายหนุ่มก้าวเดินลงมาจากรถ เมื่อเข้ามาถึงก็ได้ยินเสียงพูดคุยสนทนากันอย่างอารมณ์ดีดังมาจากในตัวบ้าน

คุณนายเฝิงที่เห็นว่าลูกชายกลับมาแล้ว จึงเอ่ยขึ้นมาทันที

"อาอี้ ลูกกลับมาแล้วเหรอ ดูสิว่าใครมาหาลูกน่ะ"

เฝิงอี้ได้ยินเช่นนั้นก็ปรายตาไปมองสวีเพ่ยเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาไร้อารมณ์ ราวกับไม่ได้ยินดียินร้ายต่อการได้พบกับสวีเพ่ยเลยแม้แต่น้อย 

"มาตั้งแต่เมื่อไหร่"

เขาเอ่ยถามพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม คุณนายเฝิงรับรู้ได้ถึงท่าทีเย็นชาของลูกชายที่มีต่อสวีเพ่ยก็ลอบส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะหาทางเกลี้ยกล่อมเฝิงอี้อย่างไรดี สามีเธอชื่นชอบสวีเพ่ยไม่น้อย อยากได้หล่อนมาเป็นลูกสะใภ้ เพราะอีกไม่นานตระกูลทั้งสองตระกูลจะมีการทำธุรกิจร่วมกัน การเกี่ยวดองกันด้วยการแต่งงาน ก็นับว่าเป็นหนทางที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

เมื่อคิดได้เช่นนั้นคุณนายเฝิงจึงบอกว่าจะไปดูพ่อเสียหน่อย ปล่อยให้เฝิงอี้และสวีเพ่ยอยู่ด้วยกันตามลำพัง เผื่อว่าจะทำให้คนทั้งสองจะได้สนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น ไม่แน่ว่าเฝิงอี้อาจจะเปลี่ยนความคิดใหม่

สวีเพ่ยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาและทิ้งกายลงนั่งข้างๆ เฝิงอี้อย่างสนิทสนม เฝิงอี้ขยับหนี หล่อนก็เข้ามาประชิดเขา จนเฝิงอี้หันมามองด้วยสายตาเย็นชา สวีเพ่ยสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย

"จะหมั้นกันแล้ว ฉันเข้าใกล้นายไม่ได้หรือไร"

เฝิงอี้มีสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเอ่ย

"สวีเพ่ย เธอไปหาเจ้าบ่าวใหม่เถอะ ฉันไม่เหมาะที่จะเป็นเจ้าบ่าวของเธอหรอก เพราะฉันไม่ได้ชอบเธอ ฉันคิดกับเธอแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น"

"แต่ฉันไม่ได้คิดกับนายแค่เพื่อนนี่ ฉันอยากได้นายเป็นสามี"

"ฝันไปเถอะ"

เขาเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะสลัดหล่อนออกจากตัวและเดินหนีเข้าห้องไป สวีเพ่ยกำมือแน่น อยากตะโกนด่าทอเขาแต่จำต้องเก็บเอาไว้ ก่อนจะกลับบ้านของตนเองไป

เพราะพ่อของเธอนั้นตั้งใจจะมาเปิดธุรกิจที่กวานซีร่วมกับพ่อของเฝิงอี้ จึงได้มาซื้อบ้านอยู่ที่นี่ รอจนกิจการดำเนินไปด้วยดีก็คงจะกลับปักกิ่ง ส่วนเธอเมื่อแต่งงานแล้วก็คงต้องมาอยู่ที่นี่กับเฝิงอี้ ที่พ่อตั้งใจมาเปิดธุรกิจที่นี่และซื้อบ้านเอาไว้ส่วนหนึ่งก็เพื่อปูทางเอาไว้ให้เธอ เพราะเธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวที่พ่อรักที่สุด

แต่ดูเฝิงอี้สิ เขากลับไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยช่างน่าโมโหเหลือเกิน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก   ตอนจบ

    เมื่อผ่านช่วงไว้ทุกข์มาแล้ว เฝิงอี้และชุยซินอี๋ก็แต่งงานกัน งานแต่งนี้ไม่ได้จัดใหญ่โตมากนัก เน้นเพียงความสะดวกและเรียบง่าย เติ้งเทียนอวี้และกวงจือหลินเพราะติดงานที่ต้องสะสางจึงไม่ได้มาร่วมงาน เพียงโทรมาแสดงความยินดีและส่งของขวัญแต่งงานมาให้เท่านั้น เฝิงอี้เองก็เข้าใจและเอ่ยขอบคุณเพื่อนรักทั้งสองอย่างเต็มใจหยางตงและสวีเพ่ยนั้นก็มาร่วมงานด้วย คนทั้งสองนำของขวัญมามอบให้ และอยู่ร่วมงานจนถึงเย็น ก่อนจะกลับไป เพราะสวีเพ่ยยืนนานไม่ค่อยไหว เนื่องจากเธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เฝิงอี้และชุยซินอี๋มองดูหยางตงที่แบกสวีเพ่ยขึ้นหลังและเดินจากไปด้วยแววตาที่มีความสุขนับว่าพวกเขาทั้งสองเป็นคู่ที่สวรรค์บันดาลจริงๆ"พ่อครับ แม่ครับ ผมหิวอีกแล้ว"เฝิงอี้และชุยซินอี๋ที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันไปมอง ก่อนจะพบกับเฝิงเป่าที่วิ่งเข้ามาหาเขาทั้งสอง เจ้าเด็กอ้วนตัวสูงขึ้นอีกแล้ว อีกทั้งยังชอบกิน วันๆ ถามหาแต่ของกิน แล้วยังบ่นว่าเหงามากอีกต่างหาก ชุยซินอี๋ย่อตัวลงไป ก่อนจะยื่นมือไปบีบแก้มของเฝิงเป่าอย่างมันเขี้ยว"แม่จะอุ้มลูกไม่ไหวแล้วนะรู้ไหม"เฝิงเป่าเบ้ปาก ก่อนจะเงยหน้าไปมองเฝิงอี้"พ่อครับ ผมอยากได้น้องสาวตัวอ้วนๆ

  • หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก   บทที่ 45 บทสรุปของการแก้แค้น

    เฝิงอี้หลับตาลงรอรับลูกปืนจากเซวียนซาน แต่ทว่าเขากลับไม่พบกับความเจ็บปวดใดๆ เลยแม้แต่น้อย เมื่อลืมตามองดูก็พบว่าตอนนี้ที่หน้าท้องของเซวียนซานมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด เขาถูกยิง!!!เฝิงหลงหันไปมองก่อนจะพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่นเอง อีกทั้งยังมีภรรยาของเขา แม่ของชุยซินอี๋ และหยางตงกับสวีเพ่ยก็มาด้วย ตำรวจเล็งปลายกระบอกปืนเข้าหาเซวียนซานอีกครั้ง เฝิงหลงที่เห็นอย่างนั้นก็ตกใจก่อนจะเอ่ย"อย่ายิง!!! นี่ลูกชายของผมเอง"ปัง ปัง ปัง"พ่อ!!!"เฝิงอี้ตะโกนเรียกพ่อของตนเองสุดเสียง คุณนายเฝิงเองก็แทบจะล้มทั้งยืนเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าเฝิงหลงใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระเสือกกระสนไปบังลูกกระสุนแทนเซวียนซาน ร่างของคนทั้งสองล้มลงไปบนพื้นพร้อมกัน เฝิงหลงจับมือของเซวียนซานเอาไว้แน่น ก่อนจะเอ่ย "พ่อขอโทษ พ่อผิดไปแล้ว พ่อที่เห็นแก่ตัวคนนี้สำนึกเสียใจแล้ว หวังว่าชีวิตนี้ของพ่อจะชดใช้ความแค้นทั้งหมดในใจของแกได้ อย่าทำร้ายใครอีกเลยนะ อาซาน"เซวียนซานหลับตาลงช้าๆ เขารู้สึกว่าทุกอย่างมันมืดมนไปหมด เขาส่งเสียงเหอะในลำคอก่่อนจะร้องไห้ออกมาแผนการสำเร็จแล้ว แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกดีใจเลยล่ะ!!!คนชั่วคนนี้กำลังจะตาย แต่

  • หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก   บทที่ 44 เกินจะยับยั้ง

    เซวียนซานตอนนี้เหมือนกับคนเสียสติไปแล้ว ก่อนหน้านี้เซวียนชวนเตือนเท่าไรเขาก็ไม่ฟัง ในใจของเขามีแต่ความแค้นที่ฝังลึก เขาถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจนมันบิดเบี้ยวเกินจะเยียวยาแล้วชุยซินอี๋จ้องมองเฝิงอี้และเฝิงเป่าด้วยแววตาที่แดงก่ำ หากวันนี้เธอเป็นอะไรไป เธอเชื่อว่าเฝิงอี้จะสามารถดูแลเฝิงเป่าได้เป็นอย่างดีแต่สำหรับเฝิงอี้แล้วเขาไม่คิดเช่นนั้น เขาคิดเพียงว่าจะต้องช่วยชุยซินอี๋ออกมาให้ได้ หากช่วยไม่ได้เขาก็ไม่ไปไหนทั้งนั้นเซวียนซานลั่นไกปืนเตรียมจะยิงทุกคนที่ขวางหน้า เขาหัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยกับชุยซินอี๋"เป็นยังไงล่ะซินซิน ไอ้คนที่เธอรักนักรักหนามันช่วยอะไรเธอได้ จะตายกันหมดอยู่แล้ว!!! เลือกฉันสิ แล้วเราจะมีความสุขไปด้วยกัน"ชุยซินอี๋ปรายตามองเซวียนซานด้วยความเย็นชา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลน"คนที่ไม่เห็นใครเป็นคนในสายตา ไม่คู่ควรที่จะได้ความรักจากใครหรอก ปล่อยให้ความแค้นบังตาจนมืดบอด ไม่ละอายแก่ใจตัวเอง""ซินซิน!!! โอ๊ย!!!"ชุยซินอี๋อาศัยจังหวะที่เซวียนซานเผลอใช้เศษกระเบื้องที่เธอถือเอาไว้ในมือแทงเข้าไปที่หน้าท้องของเขาอย่างแรง เซวียนซานร้องไม่เป็นภาษา ใบหน้าหล

  • หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก   บทที่ 43 ข้อเสนอของเซวียนซาน

    ก่อนหน้านี้ชุยซินอี๋ได้สติตื่นขึ้นมา เมื่อตั้งสติได้และคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเธอก็ถึงกับลนลานรีบมองหาเฝิงเป่าทันที ก่อนจะพบว่าเฝิงเป่ากำลังนอนหลับอยู่ข้างๆ เธอ ชุยซินอี๋หันมองซ้ายขวาพบว่ามือของตนเองถูกมัดเอาไว้ด้วยเชือก "ไม่ต้องดิ้นไปหรอก ถึงเวลาผมจะปล่อยคุณเอง"เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ชุยซินอี๋จึงเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะพบว่าเป็นเซวียนซานนั่นเองภาพก่อนหน้านี้คือเขายื่นขวดน้ำให้เธอ จากนั้นเธอรู้สึกเหมือนกับถูกอะไรบางอย่างฟาดเข้ามาที่ต้นคอและสลบไปไม่ได้สติ จนเมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในที่เก่าๆ เหมือนกับโรงงานร้างอย่างไรอย่างนั้น ชุยซินอี๋ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยถาม“คุณจับฉันมาเหรอ"เซวียนซานยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่ทว่ารอยยิ้มของเขามันดูเยือกเย็นจนน่าหวาดกลัว ชุยซินอี๋ขยับตัวเข้าไปใกล้เฝิงเป่า พร้อมกับระแวดระวังเซวียนซานเอาไว้ด้วยเขาจะจับตัวเธอและลูกมาทำไมกัน ทั้งที่พวกเราไม่เคยมีเรื่องผิดใจอะไรต่อกันมาก่อนเลยด้วยซ้ำเซวียนซานมองดูท่าทีของชุยซินอี๋ ก่อนจะถอนหายใจออกมา ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเขาชอบเธอเข้าเสียแล้ว เขาคิดทบทวนมาหลายคืนแล้วก็ได้คำตอบที่แน่ชัด เขาชอบชุย

  • หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก   บทที่ 42 ลักพาตัว

    หลังจากที่ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ก็ถึงเวลาที่เฝิงอี้และชุยซินอี๋จะจัดงานแต่งงานกันอย่างมีความสุขเสียทีเช้านี้อากาศค่อนข้างแจ่มใส เฝิงอี้พาชุยซินอี๋มาตัดชุดแต่งงาน เดิมทีคนทั้งสองคิดจะประวิงเวลาออกไปก่อน เพราะตอนนี้สถานการณ์ในบ้านตระกูลเฝิงก็ยังไม่ดีเท่าใดนัก แม่ของเฝิงอี้ยังคงเย็นชากับพ่อของเขาอยู่ แต่ทว่าคุณนายเฝิงกลับบอกว่า จะให้ความทุกข์ที่พ่อแม่เป็นคนก่อ มาทำให้ลูกไม่มีความสุขได้ยังไงกัน จึงไม่ให้คนทั้งสองประวิงเวลาออกไปอีก บอกเพียงว่าจะต้องรีบจัดงานให้เร็วที่สุดชุยซินอี๋มองดูเฝิงเป่าที่กำลังนั่งกินขนมอยู่กับพี่เลี้ยง ไม่นานมานี้เฝิงอี้จ้างพี่เลี้ยงเด็กคนหนึ่งมาดูแลเฝิงเป่า เฝิงเป่าเองก็ดูจะเข้ากันได้ดีกับพี่เลี้ยงคนใหม่ อีกทั้งยังช่างพูดช่างเจรจา ยิ่งพูดได้ก็พูดไม่หยุด จนบางครั้งเธอเองยังตอบคำถามของเฝิงเป่าไม่ทันกิจการร้านบะหมี่ยังคงไปได้ดี เฝิงอี้ได้แม่ครัวคนใหม่มา แรกเริ่มชุยซินอี๋ยังคงไปสอนและแนะนำสูตรบะหมี่เดิมที่เธอทำเอาไว้ให้แม่ครัวคนใหม่ เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว จึงได้ปล่อยให้คนงานทำงานกันเองต่อไปด้านภัตตาคารก็สร้างเสร็จแล้ว และเปิดทำการขายได้เหมือนเดิมแล้ว โดย

  • หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก   บทที่ 41 สู้ไม่ถอย

    หยางตงที่ได้ยินอย่างนั้นก็จ้องมองซ่งชางอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินเข้าไปดึงตัวของสวีเพ่ยกลับมาหาตนเอง แต่คนของซ่งชางก็ยกเท้าถีบเขาจนกระเด็นลงไปกองกับพื้น หยางตงไอออกมาอย่างรุนแรง รู้สึกจุกแน่นที่หน้าท้องอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"อาตง!!!"สวีเพ่ยเอ่ยขึ้นมาด้วยความตกใจ เธอถูกจับตัวเอาไว้จนไม่อาจเข้าไปหาเขาได้ สวีเพ่ยหันไปมองซ่งชางด้วยแววตาที่เย็นชา ก่อนจะเอ่ย"อย่าแตะต้องเขา เขาเป็นคนรักของฉัน!!!"ซ่งชางที่ได้ยินอย่างนั้นก็ส่งเสียงเหอะออกมา ก่อนจะเดินเข้ามาหาสวีเพ่ย และยื่นมือขึ้นมาเชยปลายคางของเธอให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาชัดๆ"คนรักอย่างนั้นเหรอ เธอไม่มีสิทธิ์ไปรักกับใครได้หรอก เธอจะต้องไปที่ตระกูลซ่ง ไปเป็นเมียขัดดอกให้ฉัน คอยรับใช้คนตระกูลซ่งเพื่อชดใช้หนี้ บ้านของเธอและกิจการของพ่อเธอ ฉันจะยึดมาเป็นของฉันให้หมด เธอรู้ไหมว่าบ้านและกิจการของพ่อเธอมันยังไม่พอใช้หนี้ให้บ้านฉันเลยด้วยซ้ำ"สวีเพ่ยที่ได้ยินอย่างนั้นก็เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ย"นายอยากได้อะไรก็เอาไปให้หมดเลย ฉันไม่ยึดติดกับของพวกนี้แล้ว ส่วนเงินที่เหลือฉันจะหางานทำมาผ่อนจ่ายให้นายเอง""ผ่อนจ่ายเหรอ น้ำหน้าอย่างเธอเนี่ยนะจะทำงา

  • หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก   บทที่ 40 สูญเสีย

    เมื่อเฝิงอี้จากไปแล้ว สวีเพ่ยจึงรีบเดินกลับเข้ามาในบ้านทันที หญิงสาวทำตัวปกติเหมือนทุกครั้งเพื่อไม่ให้มีพิรุธ ก่อนจะกลับเข้าห้องและล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนา แล้วจึงรีบลนลานเปิดอ่านจดหมายที่หยางตงส่งมาในทันทีเพ่ยเพ่ย ฉันอาตงนะ เธอสบายดีไหม ฉันคิดถึงเธอมากเหลือเกิน ฉันมีหลายเรื่องที่อยากจะเล่าให้เธอฟัง มีหลายที่ที่อยากจะชวนเธอไปดูด้วยกัน ฉันตกปลามาได้หลายตัวเลย อยากให้เธอได้มากินปลาเผาฝีมือฉัน ร้านเหล้าตอนนี้ไม่มีคนมากนัก เหมาะที่จะชวนเธอไปนั่งดื่มด้วยกันเหมือนทุกครั้ง เพ่ยเพ่ย ฉันมีเรื่องสำคัญที่อยากบอกเธอ ฉันชอบเธอเข้าแล้ว มันคงดูตลกมากเลยใช่ไหม เธอเองคงไม่ได้คิดแบบเดียวกับฉันสินะ แต่ไม่่เป็นไรหรอก ฉันรู้เรื่องที่เธอต้องแต่งงานแล้วนะ เฝิงอี้พอจะคาดเดาเรื่องนี้ออก เขาบอกว่าคนโรคจิตอย่างเธอคงไม่ยอมถูกจับแต่งงานกับคนที่ไม่ชอบง่ายๆ หรอก แล้วที่เธอยอมแต่งก็เพราะถูกพ่อบังคับ ฉันจะหาทางช่วยเธอเองนะสวีเพ่ย เราจะหนีไปด้วยกัน ฉันจะพาเธอหนี หลังจากนั้นเธออยากจะใช้ชีวิตยังไงฉันจะสนับสนุนเธอเอง เธอไม่ต้องชอบฉันก็ได้ ฉันจะคิดเพียงว่าฉันได้ช่วยเพื่อนรักอย่างเธอก็แล้วกัน เธอจะไปกับฉันไหม อีกสามวันฉั

  • หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก   บทที่ 39 ช่วยเหลือ

    ด้านสวีเยี่ยนนั้นตอนนี้เขากำลังมีความสุขกับเงินมากมายตรงหน้าที่ได้มาจากสินสอดของสวีเพ่ย ซึ่งทางตระกูลซ่งเป็นคนส่งมอบให้ เงินก้อนนี้นับว่าได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ไม่น้อย นอกจากคนตระกูลซ่งจะยกหนี้ก่อนหน้านี้ให้เขาเป็นโมฆะเพราะเกี่ยวดองกันแล้วแล้ว ยังมอบเงินอีกก้อนเพื่อเป็นสินสอดให้เขาอีกด้วย เมื่อสวีเยี่ยนนำเงินส่วนหนึ่งไปจ่ายหนี้พนันจนหมดแล้ว ส่วนที่เหลือเขาก็นำมันไปต่อยอดเล่นการพนันเพิ่มอีกเล็กน้อยสวีเยี่ยนยิ้มกริ่ม ก่อนจะครุ่นคิดถึงเรื่องราวในคืนนั้นคืนที่ภัตตาคารตระกูลเฝิงเกิดไฟไหม้เดิมทีเขาเป็นคนส่งคนเข้าไปวางเพลิงที่นั่นเอง เป้าหมายก็คือต้องการเผาทำลายภัตตาคารตระกูลเฝิง แหล่งทำเงินมากที่สุดของตระกูลเฝิงให้มันพังพินาศไปเสีย ที่ผ่านมาเขาพยายามคิดมาตลอดว่า เฝิงหลงเป็นเพื่อนรักที่ดีที่สุดของเขามาโดยตลอด ก่อนหน้านี้คนทั้งสองเป็นเพียงคนงานที่ทำงานในบาร์เหล้าทั่วไปเท่านั้น แต่เฝิงหลงกลับโชคดีมากกว่า ได้พบรักกับเสิ่นเยี่ย หญิงสาวที่เดินทางมาจากปักกิ่ง หล่อนมีเงินไม่น้อยเลย อีกทั้งตอนนั้นที่กวานซีกิจการของเสิ่นเยี่ยก็ทำเงินได้มากกว่าใคร เขาจึงหาทางทำให้เฝิงหลงได้เข้าไปใกล้ชิดกับเสิ่นเยี่ย

  • หว่ออ้ายหนี่คุณภรรยาสุดที่รัก   บทที่ 38 จำกันได้ไหม

    เมื่อหยางตงกลับไปแล้ว ชุยซินอี๋ก็กลับบ้านพร้อมกับเฝิงอี้ ระหว่างทางคนทั้งสองพูดคุยสนทนากันไปเรื่อยเปื่อย พูดถึงเรื่องแต่งงานแล้ว อีกไม่นานก็คงจะถึงงานแต่งงานของพวกเขาทั้งสอง เฝิงอี้คิดว่าหลังจากที่ภัตตาคารเฝิงกลับมาเปิดใหม่และเรื่องราวคลี่คลายแล้ว เขาจะแต่งงานกับชุยซินอี๋ทันทีเช้าวันต่อมาเป็นวันที่เฝิงหลงจะต้องไปพบหมอตามนัด เฝิงอี้เป็นคนขับรถพาพ่อและแม่ไปที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง ด้านเฝิงเป่านั้นก็มีสือชิงดูแลอยู่ ชุยซินอี๋เองก็วุ่นวายอยู่กับการดูแลร้านบะหมี่ ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำไม่ต่างกัน หลังจากตรวจงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณนายเฝิงก็บอกให้สามีนั่งรออยู่ที่หน้าห้องตรวจ ก่อนที่เธอเองจะไปจัดการเรื่องเอกสาร อีกไม่นานเฝิงอี้คงจะมารับเธอและสามีตามที่นัดหมายกันเอาไว้แล้วเฝิงหลงไม่ได้ให้คนติดตามมาด้วย เขาไม่ชอบความวุ่นวายมากนัก ระหว่างที่รอภรรยาก็นั่งมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผู้คนที่มาตรวจเริ่มจะบางตาลงไปมากแล้ว เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย รู้สึกสมเพชตัวเองที่กลายมาเป็นเช่นนี้ เพราะหลายปีก่อนเขาเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ เขาจำได้ว่าตอนนั้นร่างกายขยับไม่ได้ โชคดีที่ได้พ่อของชุยซินอี๋มาช่วยพยุงเขาออกมา

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status