แชร์

บทที่ 3 ต้องการแย่งชิงวาสนา

ผู้เขียน: sanvittayam
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-10 16:55:08

ต้องการแย่งชิงวาสนา

“ไปเก็บผักแค่นี้ใช้เวลาตั้งครึ่งค่อนวัน พอแต่งงานเข้าตระกูลหยางไปแล้ว หวังว่าแกจะไม่ทำให้บ้านหว่านขายขี้หน้าไปทั้งบ้านหรอกนะ”

ย่าหว่านพูดด้วยอารมณ์โมโห หญิงชราผู้นี้ยังขุ่นเคืองไม่หาย ตอนแรกไม่รู้ว่าใครต้องการมาสู่ขอหลานสาวไร้ประโยชน์คนนี้ แต่พอรู้ว่าเป็นถึงตระกูลท่านนายพลเลยขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเป็นหว่านหมี่ลี่หลานสาวคนโปรด แต่ทว่าฝ่ายของท่านนายพลหยางไม่ยอม

อีกทั้งหลานชายคนโตจากบ้านรองก็ไม่เห็นด้วย และไม่ยอมให้เปลี่ยนตัวเจ้าสาว ทำให้หญิงชราผู้นี้ไม่พอใจหลานชายและหลานสาวจากบ้านรองยิ่งกว่าที่เคยเป็น

“ฉะ…ฉันมัวแต่เก็บผักจนลืมดูเวลาค่ะย่า ฉันขอโทษค่ะ”

หว่านซูฉีก้มหน้าก้มตาเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ท่าทางของเธอเวลานี้ไม่ต่างกับลูกกวางที่กำลังเผชิญหน้ากับหมาป่า

“ไป ๆ ไปให้พ้นหน้าฉัน เห็นหน้าแกแล้วช่างเสียสายตานัก อย่าลืมไปให้อาหารไก่ด้วยล่ะ” ย่าหว่านพูดจบก็เดินเข้าบ้านทันที เธอแทบจะไม่สนใจหลานสาวคนนี้อีกเลย

ภายใต้ท่าทางหวาดกลัวและการก้มหน้าก้มตาของหญิงสาว เธอกลับซุกซ่อนสายตาที่ดุดันเอาไว้ เวลานี้หว่านซูฉีรอเพียงถึงวันที่เธอแต่งงานเท่านั้น เพราะทุกคนจะได้หลุดพ้นจากที่นี่เสียที

ความจริงแล้วหว่านซูฉีตั้งใจว่าอีกสักปีจะให้พี่ชายขอทำเรื่องแยกบ้านและพากันเข้าไปอยู่ในเมือง แต่ในเมื่อมีการแต่งงานเข้ามาพอดี จึงถือว่านี่เป็นโอกาสที่เหมาะสมในการพาทุกคนเข้าไปอยู่ในเมือง 

เมื่อผู้เป็นย่าเดินจากไปแล้ว หว่านซูฉีจึงเดินไปยังคอกไก่ด้วยท่าทางหวาดกลัว นี่จึงทำให้ชาวบ้านผู้พบเห็นต่างก็ส่ายหน้าอย่างเวทนา ที่บ้านหว่านรักลูกหลานไม่เท่ากัน

ไม่ว่าใครจะมีสายตาแบบไหนส่งมาให้ หว่านซูฉีเลือกที่จะปล่อยผ่านเพราะเธอต้องการให้มันเป็นแบบนี้ จะได้ไม่มีใครรู้ว่านายหญิงซู หญิงปริศนาผู้ร่ำรวยและมีอิทธิพลจนใครหลายคนควานหาตัว คือหว่านซูฉี หญิงสาวอ่อนแอผู้นี้

“ย่าคะ ทำไมให้ซูฉีแต่งงานกับท่านผู้พันล่ะ เป็นฉันไม่ได้หรือคะ” หญิงสาวหน้าตาสวยนามว่าหว่านหมี่ลี่ เอ่ยขึ้นมาอย่างกระเง้ากระงอดกับผู้เป็นย่า เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ได้เป็นคุณนายของท่านผู้พันถึงไม่ใช่ตนเองแต่กลับเป็นหว่านซูฉีเสียได้

ย่าหว่านเหลือบสายตามองหลานสาวเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยท่าทางไม่พอใจเช่นกัน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทีไร ก็อดที่จะขุ่นเคืองใจไม่ได้ “คิดหรือว่าฉันอยากให้นางเด็กไร้ประโยชน์นั่นไปเป็นคุณนายท่านผู้พัน วันนั้นก็น่าจะเห็นแล้วท่านนายพลปฏิเสธเสียงแข็งที่จะเปลี่ยนตัวเจ้าสาว แบบนี้แล้วแกจะให้ฉันทำอย่างไร ลองตอบฉันมาซิ”

หญิงชรากล่าวออกมาอย่างฉุนเฉียว ไม่ใช่เธอไม่คิดแต่เธอพูดกับท่านนายพลแล้วในวันที่มาสู่ขอ เพียงแต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมและเจ้าหลานชายตัวดีจากบ้านรองดันไม่สนับสนุนการเปลี่ยนตัวเจ้าสาว การสู่ขอในครั้งนั้นจึงเป็นการสู่ขอขอนางเด็กซูฉีไปเป็นภรรยาให้ท่านผู้พัน

เรื่องนี้ทำให้ย่าหว่านแค้นใจจนแทบกระอักเลือด ไม่คิดไม่ฝันว่าหลานชังจะได้ดีกว่าหลานรัก

“วันแต่งงานก็ใกล้เข้ามาแล้ว เราไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอก”

ย่าหว่านกล่าวขึ้นมาคล้ายกับทำใจได้แล้ว วาสนาในครั้งนี้คงไม่พ้นเป็นของหว่านซูฉีหลานสาวจากบ้านรอง แต่ไม่ว่าเจ้าสาวในครั้งนี้จะเป็นใคร อย่างน้อยก็ทำให้บ้านหว่านมีหน้ามีตาขึ้นจากเดิม เนื่องจากบ้านหว่านได้เกี่ยวดองกับตระกูลของท่านนายพลหยาง

“แล้วย่าไม่อยากได้สินสอดทั้งหมดหรืออย่างไร ถ้าหากเป็นฉันที่ได้แต่งงาน ฉันไม่ยึดสินสอดพวกนั้นไว้เป็นของตัวเองแน่ แม้ว่าพี่ใหญ่จะแต่งงานแล้วและทำงานในต่างเมือง แต่ย่าไม่คิดบ้างหรือว่าวันหนึ่งพี่ใหญ่จะมีหลานชายอวบอ้วนให้บ้านหว่านของเรา ย่าอย่าลืมสิคะว่าบ้านของพี่สะใภ้มีฐานะแค่ไหน

อีกทั้งวันนั้นท่านนายพลบอกแล้วนี่ว่าอสังหาฯ และที่ดินจะมอบให้ในวันแต่งงาน และกรรมสิทธิ์จะเป็นชื่อของซูฉีทั้งหมด ถ้าเช่นนั้นบ้านหว่านจะไม่ได้อะไรเลย นอกจากได้เกี่ยวดองกับตระกูลของท่านนายพล ย่าคิดว่าคุ้มหรือไม่ล่ะคะ” หว่านหมี่ลี่พยายามโน้มน้าวผู้เป็นย่าให้เปลี่ยนใจ เพื่อขอเปลี่ยนเจ้าสาวเป็นเธออีกครั้ง

ย่าหว่านย่อมมีความละโมบในใจอยู่แล้วเมื่อคิดถึงสิ่งที่ควรจะได้ เพียงแต่ครั้งนี้เธอไม่อาจทำอะไรได้มากนัก เนื่องจากสามีได้พูดจาเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่าเจ้าสาวคือหว่านซูฉีไม่ใช่หว่านหมี่ลี่

“ต่อให้ฉันอยากให้แกแต่งเข้าตระกูลของท่านนายพล แต่แล้วยังไง ในเมื่อเวลานี้ทุกอย่างตระเตรียมไว้หมดแล้ว นี่ก็อีกไม่ถึงครึ่งเดือนนางเด็กซูฉีก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้ว ทำใจเสียเถอะ วาสนาครั้งนี้ไม่ใช่ของแก”

“แต่หากฉันได้แต่งกับท่านผู้พัน นอกจากฉันจะสบาย พวกเราทุกคนก็จะสบายไปด้วยนะย่า ย่าคิดหรือว่าซูฉีจะหยิบยื่นเงินมาให้บ้านหว่าน นางนั่นโง่และอ่อนแอเสียขนาดนั้น แต่งเข้าไปมีแต่จะโอนอ่อนตามบ้านสามี ย่าไม่อยากนั่งกินนอนกินหรืออย่างไร หากฉันได้เป็นคุณนายผู้พัน ย่าจะได้สบายไปด้วยอย่างไรล่ะ”

หว่านหมี่ลี่รู้นิสัยย่าของตนเองดี จึงพยายามพูดจาหว่านล้อมทุกวิถีทาง เพื่อที่จะให้ตนเองได้แต่งเข้าตระกูลหยางและเป็นภรรยาท่านผู้พันอย่างที่หวัง

เธอพยายามหาข่าวของผู้พันหยาง แม้เขาจะอายุสามสิบแล้วแต่หน้าตายังหล่อเหลาไม่น้อย อีกทั้งไม่มีบ้านเล็กบ้านน้อยมาคอยกวนใจ และที่สำคัญเขาไม่เคยแต่งงานมาก่อน ผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนี้ เธอไม่มีวันปล่อยให้กับนางโง่ซูฉีเด็ดขาด ไม่มีวัน !!

“แล้วแกมีวิธีหรือไง อีกทั้งปู่ของแกก็ตัดสินใจไปแล้ว วันนั้นไม่ใช่ฉันไม่โต้แย้ง แต่ทางฝ่ายนั้นอ้างถึงการตอบแทนบุญคุณให้กับเจ้าใหญ่ของบ้านรอง ฉันเลยทำอะไรไม่ได้”

เมื่อหลานสาวสุดที่รักหว่านล้อมหนักเข้าย่าหว่านจึงเริ่มคล้อยตาม  ทว่าปัญหามันติดตรงที่จะทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนตัวเจ้าสาวได้ต่างหากล่ะ

“ฉันมีแผนนะย่า ถ้าก่อนวันแต่งงานไม่มีซูฉี หรือชื่อเสียงซูฉีด่างพร้อยไปแล้ว ย่าคิดว่าท่านนายพลจะยอมรับลูกสะใภ้เช่นนั้นไหมล่ะ คราวนี้ละเราขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวมาเป็นฉันได้ไม่ยาก”

หว่านหมี่ลี่กระหยิ่มใจไม่น้อยเมื่อคิดถึงแผนการและนึกถึงวันที่ตนเองได้แต่งงานกับท่านผู้พัน

“นั่นสิคะแม่ ถ้าหมี่ลี่ของเราได้เป็นคุณนายท่านผู้พัน ต่อไปใครจะกล้าทำอะไรบ้านเราอีก แต่ถ้าเป็นซูฉี แม่ย่อมรู้ดีว่าเธอโง่และอ่อนแอแค่ไหน หากบ้านหว่านเกิดเรื่องอะไรขึ้น หลานสาวของพวกเราคนนี้คงไม่ออกหน้าช่วยเหลือแน่นอน”

สะใภ้ใหญ่ของบ้านอย่างปี้เจียวรีบเดินเข้ามาเมื่อได้ยินบทสนทนาของลูกสาวที่กำลังกล่าวกับแม่สามี

เมื่อสองเสียงต่างพูดประสานไปในทิศทางเดียวกัน หญิงชราจึงเริ่มทิ้งน้ำหนักไปกับคำพูดสองแม่ลูกไม่น้อย

“เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าให้ปู่แกรู้ก็แล้วกัน ฉันไม่อยากมีปัญหากับตาแก่” ย่าหว่านตอบกลับหลานสาว เรื่องนี้เธอจะหลับตาข้างหนึ่งก็แล้วกัน

เมื่อได้รับคำยืนยันจากหญิงชราตรงหน้า สองแม่ลูกจึงสบตากันด้วยความดีใจ จากนั้นหว่านหมี่ลี่จึงเล่าแผนการของตนเองให้ผู้เป็นย่าฟัง โดยไม่รู้ว่าเวลานี้หว่านซูฉีเดินเข้ามาแล้ว และหยุดแอบฟังบทสนทนาของทั้งสามโดยไม่มีคำใดตกหล่น

‘คิดจะทำลายชื่อเสียงฉันหรือหมี่ลี่ ก่อนหน้านี้ฉันยังคิดว่าเราเป็นญาติกัน ฉันเลยไม่ทำอะไร แต่เมื่อเธอคิดร้ายกับฉันก่อน จะหาว่าซูฉีคนนี้ร้ายกลับไม่ได้นะ’

หว่านซูฉีแสยะยิ้มมุมปากด้วยความเย็นชาเล็กน้อย ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น เพื่อไปพบใครบางคน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ

    ความสุขที่ต้องการเมื่อเข้าเดือนที่สี่หว่านซูฉีพบว่าแม้เห็นหน้าหยางซีห่าวเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามองอยู่ก็คลื่นไส้แล้ว หญิงสาวจึงอดกลั้นแล้วบอกให้สาวใช้ออกไปเรียกชายหนุ่มมานั่งคุยกันเสียหน่อย“ภรรยาเอ่อ…พี่นั่งได้หรือครับ” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ เห็นเพียงหญิงสาวเมินหน้าหนีก็เข้าใจในทันทีว่าเธอยังไม่หายอาการนั้น“อุ่ก คือฉันคิดว่า อึ่ก…” หว่านซูฉีใช้มือลูบหน้าท้องเบาๆ คิดในใจว่า ‘ลูกรักแม่ขอคุยกับพ่อสักหน่อยได้ไหมคะ’ ทันใดนั้นอาการอยากอาเจียนก็เหมือนค่อย ๆ บรรเทาลง แต่พอจะหันไปมองหน้าเขาก็เป็นเหมือนเดิม เธอจึงต้องจำใจหันหน้าไปอีกด้านเพื่อคุยกันให้จบ“พี่ซีห่าว เชื่อเรื่องของชาติภพไหมคะ” หว่านซูฉีเอ่ยถาม“พี่ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้ว หรือชาติก่อนพี่เป็นศัตรูกับลูก เขาถึงได้รังเกียจพี่นัก” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างกังวล“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง แต่พี่ช่วยแตะลูกและพูดกับลูกดีดีสักครั้ง พูดอะไรก็ได้จากใจพี่ได้ไหม” หว่านซูฉีอยากลองดู หากมันจะช่วยได้สักทางเธอรู้สึกเหมือนลูกเข้าใจทั้งเธอและหยางซีห่าวมันเป็นสายสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดมาก หรืออาจเป็นเพราะทั้งคู่รักกันมากจนกลายเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 66 เหม็นหน้าสามี

    เหม็นหน้าสามีนี่เป็นครั้งแรกที่จิงหลันได้พบกับจิตสังหาร เธอคิดว่าตนเองแข็งแกร่งพอแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่านายพล และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ซึ่งกรำศึกมานักต่อนัก แต่เมื่อเห็นหว่านซูฉีก็พบว่าตนเองนั้นเป็นเพียงมดเท่านั้น จิตสังหารของหว่านซูฉีบดขยี้จิตใจของจิงหลัน จนเธอได้แต่พึมพำ ขดตัวลงด้วยความหวาดกลัวในทันใดแตกต่างจากเพ่ยจีที่ยังมีความนึกคิดแม้จะโดนข่มขู่ หว่านซูฉีจัดการกับจิงหลันอย่างเลือดเย็น เหมือนที่เธอกล้าลงมือกับพ่อลูกหยางอย่างเลือดเย็น ทั้งที่อยู่ด้วยกันมายี่สิบปีอย่างน้อยก็ควรรู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวบ้าง ไม่ว่าจะโดนกีดกันอย่างไร อาศัยบ้านเขามียี่สิบปีกลับไม่มีสำนึกใดใดเลยหรือ?เธอเกลียดคนที่กล้าหักหลังเจ้าบ้าน เพราะเธอเองก็เคยโดนหักหลังเช่นกัน เพียงแต่ความผูกพันน้อยนิดหว่านซูฉีไม่คิดเก็บมาใส่ใจ“ฉีเอ๋อร์ อย่าใส่ใจเลย จิงหลันกับเพ่ยจีพ่ายแพ้แล้ว พวกเขาจะโดนจับขังลืมหรืออะไรก็ตามที่น้องต้องการ” หยางซีห่าวเอ่ยบอกกับภรรยาที่นักของเขาเพื่อให้เธอผ่อนคลายลงบ้างสักนิด“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเตรียมคุกพิเศษไว้ให้เพ่ยจีแล้ว” ว่าแล้วหว่านซูฉีก็ก้มลงมองบาดแผลบนแขนของสามีแล้วยังลูบไปตามตะเข็บที่

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 65 ภรรยาท้องแล้ว

    ภรรยาท้องแล้ว“พี่โทรศัพท์ไปแล้วไม่มีคนรับ ประเดี๋ยวพี่จะไปรับพวกเขาด้วยตัวเอง ภรรยาเข้าไปกินข้าวกับคุณพ่อก่อน…จิงหลันเองก็มาด้วยในวันนี้ ระมัดระวังตัวด้วย” ชายหนุ่มมองเข้าไปในห้องอาหารก็กระซิบบอกภรรยาด้วยความห่วงใย“ไปเถอะค่ะ ฉันจะเก็บอาหารเช้าไว้ให้” หว่านซูฉีส่งสามีออกไปแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องอาหาร“แล้วซีห่าวล่ะจ๊ะ หนูซูฉี” จิงหลันเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้าหว่านซูฉี“พี่ซีห่าวรีบไปตามพี่ชายและพี่สะใภ้ฉันให้มาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ เพราะเห็นว่าฉันยังเศร้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา คุณป้ามีอะไรหรือเปล่า” หว่านซูฉีเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำตัวอ่อนแอต่อหน้าใครแล้ว“ไม่…ไม่มีจ๊ะ” จิงหลันยิ้มแหย นึกในใจว่าหว่านซูฉีเลิกทำตัวเป็นดอกบัวขาวเมื่อไหร่กัน? หรือพอโดนเปิดโปงแล้วก็คิดจะวางมาดเป็นนายหญิงซูทันที เมื่อคิดดังนั้นก็อดรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไม่ได้“ซูฉีอย่าคิดมากเลยนะ ช่วงที่ผ่านมาพ่อกังวลกับลูกแทบแย่ ไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ไหนมา ดูสิผอมลงเยอะเลย กินเยอะๆนะ เอาส่วนของพ่อไปทั้งหมดเลยก็ได้” นายพลหยางกล่าวจบก็ยื่นชามของตัวเองให้ลูกสะใภ้หว่านซูฉีที่คิดวางแผนว่าจะทำอย่างไรเพื่อกำจ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 64 ไม่เคยโทษตัวเอง

    ไม่เคยโทษตัวเองบ้านสกุลหว่านนั้นวุ่นวายอย่างมากจนเป็นที่โจษจันไปทั่วหมู่บ้าน ชื่อเสียงดีงามที่สั่งสมมาสามรุ่นพังทลายลงก็ตรงนี้แต่บ้านสกุลหว่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรนั้น ต้องกล่าวถึงเรื่องราวหลังจากหว่านซูฉีแต่งงานไปเมื่อปู่หว่านเดินทางเข้าเมืองไปเป็นญาติผู้ใหญ่ให้หว่านซูฉี ย่าหว่านก็แสร้งแกล้งป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น จนเมื่อปู่หว่านกลับมาและคิดจะหย่าขาดจากภรรยาดีหรือไม่เห็นดังนั้น ก็ตัดสินใจฟังคำแนะนำของหลานสาวหลานชาย มุ่งหน้าไปเฝ้าสุสานประจำตระกูล อาศัยอยู่ที่ทางขึ้นสุสานตลอดทั้งปีไม่ได้กลับลงมาอีกเมื่อย่าหว่านได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นดีใจในทีแรก เพราะคนที่เฝ้าสุสานตระกูลยังได้รับเบี้ยหวัด และแต้มคะแนนงานส่วนแบ่งจากตระกูลประจำทุกวันไม่ขาด คนชราที่ไม่ได้มีลูกหลานดูแลหลายคน อยากช่วยเหลือลูกหลานบ้างบางคนก็สละตนขึ้นไปประจำอยู่บนนั้นแม้โดนนินทาว่าร้ายจากเพื่อนบ้าน ย่าหว่านก็ไม่หวั่นทั้งยังรู้สึกเหมือนได้รับอิสระในการตัดสินใจ จากที่เคยต้องถามปู่ผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านก่อน ตอนนี้นางก็ตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตนเองหมดแล้วดังนั้นนางจึงชี้นิ้วบอกให้ลูกชายคนโตแต่งงานใหม่ทันที โดยไม่สนใจคำทัดทานของเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 63 จุดจบของหว่านหลี่มี่

    จุดจบของหว่านหลี่มี่หยางซีห่าวเพิ่งเดินลงมาโดยมีทหารคนสนิทคอยรับใช้อยู่ไม่ไกล เห็นภรรยาคุยกับลูกน้องคนสนิทจบพอดีก็รีบเดินเข้าไปกอด“ภรรยา พี่คิดถึงน้องมากเลย” หยางซีห่าวป้อนคำหวานใส่ภรรยาโดยไม่สนใจสายตาใครแม้แต่น้อย“พี่ซีห่าว อายแม่บ้านสักหน่อยเถอะค่ะ” หว่านซูฉีหน้าแดง สามีของเธอหน้าหนาเหลือเกิน ไม่รู้จักอายบ้างเลย แสดงความรักในที่สาธารณะแบบนี้ หากอยู่ด้านนอกในช่วงห้าปีก่อนหน้านี้ คงได้โดนทหารแดงจับแห่ประจานทั่วเมืองไปแล้ว“พี่จะอายทำไมกันนี่บ้านของเรา อีกทั้งเราก็เป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้อง ว่าแต่เป็นอย่างไรบ้าง การค้ากับทางการเป็นไปด้วยดีไหม” หยางซีห่าวพูดออกมาอย่างคนหน้ามึนและไม่ลืมถามถึงกิจการของภรรยา“เป็นไปด้วยดีค่ะ” หว่านซูฉีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เพราะทุกอย่างเป็นไปด้วยดี“แล้วเงินพอไหม สามีของน้องรวยมากนะ ถ้าหากเงินสำหรับซื้อสินค้าไม่เพียงพอก็เบิกเพิ่มได้ สกุลหยางของเราต้องพึ่งพากิจการของนายหญิงซูแล้ว”หว่านซูฉีได้ยินแบบนั้นก็หันไปกอดสามีตอบกลับ แล้วยังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความกังวล“พี่จะไม่ยอมรับตำแหน่งกลับคืนจริง ๆ หรือคะ”“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว” หยางซีห่าวตอบพร้อมกั

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 62 เริ่มสร้างกิจการบนดิน

    เริ่มสร้างกิจการบนดินหว่านซูฉีดูแลสามีด้วยตัวเองมาตลอดจนวันเวลาผ่านไปเป็นเดือน ก่อนที่ตู้หมิงจะมาขอเข้าพบเพื่อรายงานข่าวกิจการใหม่ และเรื่องราวที่เธอได้ให้เขาไปสืบมา“ตอนนี้ร้านค้าในตลาดมืดของเรายุติทั้งหมดและปิดตลาดมืดเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนเจ้าของร้านที่มาเช่า ผมและจื่อหานส่งหนังสือให้แล้วว่า นายหญิงกำลังสร้างห้างสรรพสินค้าขึ้น และเปิดพื้นที่ให้จับจองเช่า ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่เกินหกเดือนครับ ส่วนกิจการการในกลุ่มการค้าซูเม่ยทั้งหมด เวลานี้รัฐได้จัดทำใบอนุญาตและมอบสัมปทานให้เรียบร้อยแล้ว ร้านค้าต่าง ๆ ก็เริ่มตกแต่งแล้วครับ”หว่านซูฉีนั่งฟังพร้อมกับพยักหน้าตาม เรื่องกิจการร้านค้าเธอเองก็มีการซื้อที่ดินและร้านค้าไว้จำนวนไม่น้อย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดใหม่ ส่วนเรื่องห้างสรรพสินค้าระบบนี้เธอเองเป็นคนขอไว้ และบอกแผนทุกอย่างให้กับผู้บัญชาการสูงสุดแต่เพียงแค่คนที่เคยขายในตลาดมืดของเธอเท่านั้น และทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของกลุ่มการค้าซูเม่ย เนื่องจากร้านค้าที่เช่าที่ในตลาดมืดของเธอนั้น เธอไม่อยากลอยแพพวกเขา แม้ว่าเวลานี้รัฐยังมีข้อจำกัดเรื่องการค้า แต่ทุกอย่างมักจะมีช่องโหว่เสมอ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 61 จบปัญหาเสียที

    จบปัญหาเสียทีจากนั้นนั้นเสียงของเลขาหนานก็ดังขึ้น เขาอ่านรายงานสิ่งที่ได้รับการตรวจสอบมาแล้วว่าเป็นจริง แตกต่างจากการฟ้องร้องก่อนหน้านี้ที่มีเพียงพยานบุคคลทั้งสองฝ่าย“รายงานฉบับนี้ได้กล่าวไว้ว่า ตอนนี้เกิดการขาดแคลนเสบียงอาหารจากทางใต้ ไล่มาจนถึงภาคกลางแล้ว และอีกไม่นานก็คงลามไปจนถึงภาคเหนือ เมื่

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 60 จากดำเป็นขาว

    จากดำเป็นขาวหว่านซูฉีรู้ดีว่าสามีรักประเทศนี้ ส่วนเธอยังมีพี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ที่นี่ พวกเขาเพียงต้องไปกบดานชั่วคราวเพื่อรอวันที่เธอจะสวมรอยพร้อมสร้างตัวตนใหม่เพื่อเข้ามาในประเทศได้อีกครั้งเท่านั้นเอง“แล้วพ่อ…”“คุณพ่อจะไม่โดนอะไร” หว่านซูฉีหลบตาสามี เธอคิดจะทิ้งสิ่งที่พ่อสามีสามารถใช้ต่อรองกับกอ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 58 ผลประโยชน์

    ผลประโยชน์นายพลหยางตอนนี้อยู่บ้านสกุลโจว เขาพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนรับรองแขกเป็นส่วนใหญ่ เพราะบ้านโจวเองก็ค่อนข้างวุ่นวายเรื่องหลังบ้านเป็นเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่ทางคนใหญ่โตยังไม่คิดจะลงมือทำอะไรสักอย่าง นั่นทำให้นายพลหยางจิตใจเริ่มไม่สงบ ใจนั้นกลัวว่าเรื่องราวจะถูกละเลยกลายเป็นคดีและยืดเยื้อไ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-01
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อ

    บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อข้อมูลของอีกฝ่ายได้มาน้อยนิดนั้นเป็นเรื่องปกติมาก เพราะการสืบข่าวของคนในองค์กรยุคนี้ ก็ไม่ต่างกับการสอดแนมและกลายเป็นสายลับได้โดยง่ายเมื่อโดนอีกฝ่ายจับได้ เวลานี้ลูกน้องของนายท่านเป๋อโดนจับตัวไปพร้อมกับถูกยัดเยียดข้อหาสายลับร่วมสองคนแล้วปัง!! เสี่ยงทุบโต๊ะด้วยความไม่พอใจของ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-23
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status